เมื่อกินอาหารเสร็จทั้งสามเดินไปหน้าจวนเพื่อขึ้นรถม้า รอหวังอันและหวังผิง
ไม่นานหวังอันและหวังผิงก็ออกมาและขึ้นรถม้าเรียบร้อย รถม้าทั้งสามคันก็เดินทางไปที่สำนักศึกษาอีกครั้ง
มาถึงก็เจอผู้คนออกันอยู่แน่นขนัด ยังมีรถม้าบางคันขับออกไป คาดว่ารู้ผลคะแนนจนพากันกลับไปแล้ว
ทุกคนจากจวนตระกูลหวังเดินเข้าไปภายในสนามสอบ ผู้คนขยับแหวกทางให้เดินได้สะดวก
“เกิดอะไรขึ้น เหตุใดพวกเขาจึงพากันแหวกทางให้เรา” หวังผิงเอ่ยถามสาวใช้เบา ๆ
แต่จินเยว่กับสาวใช้ทั้งสองที่เดินตามอยู่ด้านหลังได้ยินเสียงชัดเจน
เพราะตอนนี้รอบบริเวณนี้เงียบกริบ จินเยว่อยากรู้เช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้น
การติดประกาศผลคะแนน จะติดไว้สองฝั่ง ฝั่งละสามชุด คนที่มาดูจะได้ไม่ต้องแย่งกัน
ส่วนตรงกลางค่อนไปด้านหลังจะติดผลงานของคนที่ได้อันดับหนึ่งถึงสาม
และจะมีอาจารย์ของสำนักศึกษาอยู่คอยตอบคำถามหากมีคนมาดูแล้วเกิดข้อโต้แย้ง
อาจารย์จะได้ให้เหตุผลว่า เพราะอะไรคนนี้ถึงได้คะแนนที่หนึ่ง สอง หรือสาม ตามลำดับ
คนส่วนใหญ่ที่ตอนนี้เงียบ แต่สายตาทุกคนที่มองมาที่จินเยว่แสดงความรู้สึกไม่ยินยอมอย่างเห็นได้ชัด
หวังอันพาชินหรงแยกออกไปดูที่ใบประกาศด้านหนึ่ง หวังผิงก็ไปดูคะแนนพร้อมสาวใช้
ก่อนที่จินเยว่จะเดินไปดูคะแนนสอบเช่นกัน อาจารย์ไป๋เรียกจินเยว่และกวักมือให้นางเดินไปหา
“ท่านอาจารย์เรียกข้า มีอะไรหรือเ้าคะ” จินเยว่กำมือคำนับอาจารย์แล้วเอ่ยถามอย่างนอบน้อม
อาจารย์ไป๋จึงชี้ไปทางแผนไม้ที่ติดผลงานของคนที่สอบได้ที่หนึ่งถึงสาม
เพราะจินเยว่ยังยืนฉงนอย่างไม่เข้าใจว่าเหตุใดอาจารย์ไป๋จึงชี้ให้นางดู
แต่จือฮวาและเจียอีเร็วกว่า วิ่งเข้าไปดู แล้วะโเสียงดังออกมา
“คุณหนู ๆ คุณหนูได้อันดับหนึ่งเ้าค่ะ คุณหนูเก่งมาก ฮือ ๆ ๆ” จือฮวากับเจียอีดีใจจนร้องไห้ออกมา
จินเยว่งุนงงสับสนไปหมด นางได้ที่หนึ่งจริงหรือ ไม่อยากจะเชื่อ
จินเยว่มองไปทางอาจารย์ไป๋ อาจารย์ผงกหัวให้ ยืนยันว่าที่จือฮวากับเจียอีพูดเป็ความจริง
จินเยว่เดินเร็ว ๆ ไปทางสาวใช้ยืนอยู่ มองขึ้นไปบนแผ่นไม้ กระดาษสามแผ่นที่นางตอบถูกติดไว้บนสุด
“ยินดีด้วยเ้าค่ะคุณหนู” จินเยว่ที่ถูกสาวใช้ทั้งสองพูดยินดีด้วยไม่หยุด นางมองไปรอบ ๆ
เจอกับแววตาหลากหลาย บางคนไม่เชื่อ บางคนไม่อยากเชื่อ ทั้งที่ผลงานก็มีให้เห็น บางคนยอมรับว่าตนเองแพ้คนไร้ค่า
สารพัดความคิดของผู้คน จินเยว่รีบพาสาวใช้ทั้งสองออกไปรอที่รถม้า
เพราะหากนางยังอยู่ที่นี่แม้ไม่ได้ตั้งสมาธิเพื่อฟังความคิดใคร แต่ทุกคนเพ่งจิตมาที่นาง
ทำให้ความคิดของผู้คนเ่าั้ดังก้องอยู่ในหัวเต็มไปหมด
เมื่อมาถึงรถม้า จินเยว่หลับตากำหนดจิตทันที สาวใช้ทั้งสองจึงต้องนิ่งเงียบ
สักพักจินเยว่ก็ลืมตาขึ้น ในหัวของนางไม่มีเสียงของใครเข้ามารบกวนแล้ว
ต่อไปนางคงต้องฝึกการแยกแยะเสียงให้เก่งเสียแล้ว ไม่อย่างนั้นคงปวดหัวตาย
“ดีขึ้นแล้วใช่ไหมเ้าคะ” จือฮวาเอ่ยถามคุณหนูของตนทันที ที่ลืมตา
“ผู้คนมากเกินไปเ้าค่ะ ข้าเองยังเวียนหัว คุณหนูนอนพักก่อนก็ได้นะเ้าคะ” เจียอีบอกด้วยความห่วงใย
“ข้าจะรออยู่ที่รถม้าพวกเ้าเข้าไปดูคะแนนของพวกเ้าเถอะว่าพวกเ้าได้คะแนนเท่าใดกันบ้าง”
สาวใช้ทั้งสองทำตาโต ราวกับลืมเื่นี้ไปแล้ว จึงรีบลงจากรถม้าเข้าไปด้านในอีกครั้ง
ไม่นานเสียงของหวังอันก็ดังขึ้น
“นางคุณหนูตกยากได้อันดับหนึ่งได้อย่างไรกัน” ท่าทางที่หวังอันกำมือกระทืบเท้า
ทำให้ชินหรงต้องรีบเอาอกเอาใจ โดยไม่รู้เลยว่ารถม้าคันที่สามมีจินเยว่อยู่ด้านใน
“คุณหนูของข้าเก่งมากเลยเ้าค่ะ” เสียงสาวใช้ของหวังผิงเอ่ยชมคุณหนูของตน
“เ้าก็เก่งเช่นกัน ดีจริงที่ตอนเรียนข้าจะได้มีเ้ามาเรียนเป็เพื่อน” สองคนนายบ่าวเดินผ่านรถม้าคันที่สามไป
จินเยว่ที่อยู่ด้านในถึงกับยิ้มมุมปาก คุณหนูจวนหวังเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกันจริง ๆ
ไม่นานเสียงวิ่งกับเสียงหอบหายใจของสาวใช้ทั้งสองของจินเยว่ก็มาถึง ขึ้นรถม้าปั๊บจือฮวาก็เริ่มรายงานทันที
“คุณหนูข้าได้อันดับ 145 เจียอีได้ 115 นางเก่งกว่าข้าอีก” จินเยว่ยิ้ม
“พวกเ้าก็ได้เรียนด้วยกันแล้ว ไม่ดีใจหรือ” ทั้งสองผงกหัวอย่างร่าเริง
ดีใจที่สาวใช้อย่างพวกนาง ได้มีสิทธิ์เข้าไปดูแลคุณหนูในสำนักศึกษา
แล้วยังได้เรียนตำราเหมือนกับคุณหนูทั้งหลาย ถือว่าเป็กำไรให้กับสาวใช้ที่สอบผ่าน
กู้ชิงเห็นว่าคุณหนูทั้งสามคนกับสาวใช้ที่ไปฟังผลคะแนนวันนี้ เหตุใดพอกลับมาถึงจวน
แต่ละคนล้วนเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องนอนกันหมด กู้ชิงจึงดึงตัวชินหรงมาถาม
“ชินหรงคุณหนูของเ้าเป็อะไรไป หวังผิงกับจินเยว่ก็เช่นกัน มาถึงจวนเหตุใดพวกนางจึงพากันเงียบเช่นนี้ พวกนางสอบไม่ติดใช่หรือไม่” ชินหรงยิ้มแห้ง ๆ แล้วตอบ
“คุณหนูทั้งสามมีชื่อสอบติดกันทุกคน สาวใช้ที่ไปสอบของจวนเราก็มีชื่อทุกคนเช่นกันเ้าค่ะ”
“แล้วเหตุใดพวกนางทำตัวราวไม่มีชื่อในผลสอบกันเล่า” ชินหรงจึงบอกผลคะแนนของคุณหนูแต่ละคนกับกู้ชิง
กู้ชิงจึงเข้าใจได้ในทันที จินเยว่ผู้ที่สอบได้อันดับหนึ่ง ไม่กล้าเอาหน้าออกมาให้ใครเห็น
เพราะเกรงใจที่ตนเองสอบได้คะแนนสูงกว่าคุณหนูของจวน
ซึ่งทำให้หวังอันไม่พอใจ ความอิจฉาที่นางมี ทำให้ไม่ยอมรับว่าคนไร้ค่่าเช่นจินเยว่ทำคะแนนออกมาได้ดีกว่าตน และดีกว่ามากด้วย เลยรับไม่ได้
ส่วนหวังผิง คนนั้นไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เก็บตัวปกติ นางมักจะรู้ว่าเวลาไหนควรออกตัว เวลาไหนควรเก็บตัวเงียบ
เหมือนตอนนี้ ที่นางไม่ยอมออกมาเด็ดขาด เพราะกลัวว่าหวังอันจะอาละวาด แล้วคนที่โดนทุกทีคือนางนั่นเอง
ในห้องตำรา พ่อบ้านเข้าไปรายงานให้หวังเหล่ยรู้ เื่ผลคะแนนที่คุณหนูทั้งสามสอบได้
“เย็นนี้จัดงานเลี้ยง เพื่อแสดงความดีใจที่คุณหนูทั้งสามคนได้เข้าเรียนในสำนักศึกษา”
ตอนนี้ทุกคนในจวนกำลังคุยกันเื่คุณหนูทั้งสามที่มีชื่อสอบติด สามารถเข้าไปเรียนในสำนักศึกษาได้
และเื่ที่จินเยว่ทำคะแนนออกมาได้อันดับหนึ่ง คนงานในจวนเอ่ยเื่นี้อย่างตื่นเต้น
ว่าเหตุใดคนไร้ความสามารถอย่างจินเยว่จึงทำคะแนนออกมาได้อันดับหนึ่ง
จือฮวาที่รู้ว่าจะมีงานเลี้ยงฉลองจึงรีบไปบอกจินเยว่ แล้วพาเจียอีไปรื้อค้นข้าวของเสื้อผ้า ที่จะให้จินเยว่ใส่ในคืนนี้
“พวกเ้าสองคนรื้อค้นกระจุยขนาดนี้ เวลาเก็บจะทำอย่างไร”
จินเยว่เอ่ยถามสาวใช้ทั้งสอง ที่ตอนนี้พวกนางไม่มีเวลามาสนใจเสียงบ่นของจินเยว่หรอก
เพราะพวกนาง้าให้จินเยว่สวมชุดออกมาสวยที่สุดในงานเลี้ยงคืนนี้
“พวกเ้าหยุดทั้งคู่เลย ข้ามีชุดที่จะใส่แล้ว ตอนนี้พวกเ้าเก็บของให้เรียบร้อยเดี๋ยวนี้”
เป็ครั้งแรกที่จินเยว่ดุพวกนาง แต่จือฮวาไม่กลัว เพราะรู้ว่าจินเยว่ใจดี
จือฮวาจึงเก็บของไปด้วย ถามจินเยว่ไปด้วย
“คุณหนูมีชุดแล้ว ตัวไหนเ้าคะ ทำไมข้าไม่เคยเห็นอยู่ตรงไหนเ้าคะ เดี๋ยวข้าไปหยิบให้”
“ไม่ต้อง ข้าจะไปหยิบเอง พวกเ้าไปรับสำรับมาเถอะ เมื่อกินอาหารเสร็จแล้วข้าจะได้เตรียมตัว”
เมื่อสาวใช้ทั้งสองไปแล้ว จินเยว่เข้าไปในมิติทันที ตู้เสื้อผ้าในห้องนอนที่นางเปิดดูทุกชุดล้วนงดงาม
จินเยว่เลือกดูทีละตัว จนเจอกับชุดสีทองออกครีม แถบสีชมพู ที่ดูธรรมดาที่สุด ปักด้วยดอกไม้ดอกเล็ก ๆ สดใส
กล่องลิ้นชักข้างเตียง มีชุดเครื่องประดับเข้าคู่กัน เมื่อจินเยว่ลองทาบดูในกระจก รู้สึกพอใจมาก
ส่วนรองเท้าที่สวยงามวางเรียงกันเป็ระเบียบอยู่อีกฝั่งของห้องนอน จินเยว่เลือกคู่ที่เข้ากับสีของชุด
เมื่อออกจากมิติแล้วเดินออกมาหน้าเรือน ก็เจอกับสำรับอาหารที่จัดวางไว้เรียบร้อย
เมื่อกินเสร็จสาวใช้ทั้งสองรีบเอาสำรับไปเก็บแล้วรีบกลับมา เพื่อช่วยแต่งตัวและเลือกเครื่องประดับที่จะใช้ในคืนนี้ให้กับจินเยว่
แต่พอทั้งสองเข้ามาในห้อง จือฮวาและเจียอีต้องตกตะลึงพูดไม่ออก กับจินเยว่ที่อยู่ตรงหน้าพวกนาง
“คุณหนูท่าน ๆ สวยมากเ้าค่ะ” เมื่อเห็นทั้งสองตกตะลึง จินเยว่หัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“ชุดข้าสวยมากใช่หรือไม่” ทั้งสองพยักหน้าหงึกหงัก พร้อมพากันเข้ามาััชุดที่จินเยว่สวมอยู่
“ถ้าอย่างนั้น หน้าที่ของพวกเ้าคือมาช่วยกันแต่งหน้าให้ข้า ให้สวยกว่าตอนนี้”
จินเยว่ขบขันกับท่าทางของสาวใช้ทั้งสอง ที่กำลังตั้งใจแต่งหน้าให้นางอย่างสุดฝีมือ
เมื่อแต่งหน้าเสร็จ เจียอีหยิบกระจกมาวางไว้ตรงหน้าของจินเยว่
“พวกเ้าแต่งหน้าให้ข้าออกมาสวยมาก ข้าชอบ” สองสาวใช้ยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้รับคำชมจากจินเยว่
จินเยว่ชมทั้งสองจากใจจริง ตอนนางไปร่วมงานทดสอบพลังที่ตระกูลฉี
จือฮวาก็แต่งหน้าของนางบาง ๆ ดูอ่อนใส แทบมองไม่เห็นว่าแต่งหน้า
แต่วันนี้ทั้งสองช่วยกันแต่งออกมาให้ดูเข้มกว่าวันนั้น เพราะเป็งาน่กลางคืน
จินเยว่คิดในใจว่าคนในยุคนี้มีทักษะการแต่งหน้าแต่งตัวให้ดูดีไม่แพ้ในอนาคตเลย
“วันนี้คุณหนูงดงามมากจริง ๆ เ้าค่ะ” สาวใช้ทั้งสองคนมองจินเยว่แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
ทั้งสองภูมิใจที่ตนสามารถแต่งหน้าจินเยว่ออกมาได้งดงามเช่นนี้
ซึ่งความจริงก็คือจินเยว่หน้าตางดงามอยู่แล้ว พอแต่งตัวแต่งหน้าไปอีก ยิ่งโดดเด่นกว่าเดิม
ฝั่งหวังอันแม้ว่าคะแนนของนางจะน้อยกว่าจินเยว่ จนนางอารมณ์เสียไปแล้วรอบหนึ่ง
แต่ในคืนนี้เสื้อผ้าหน้าผมของนางต้องเลิศกว่าทุกคน โดยเฉพาะจินเยว่
แม้จินเยว่จะหน้าตางดงาม แต่หากไม่มีชุดที่ใส่เพื่อส่งเสริมหน้าตา จะดึงดูสายตาผู้คนได้อย่างไร
และชุดนี้กู้ชิงเพิ่งให้ช่างมาวัดตัว เพื่อตัดชุดให้หวังอันใช้สำหรับการไปร่วมงานชมบุปผาขององค์หญิงฝูโยว พระธิดาเพียงคนเดียวของฮ่องเต้
แต่งานนี้นางจะแพ้จินเยว่ไม่ได้ หวังอันจึงเกณฑ์สาวใช้ให้มาช่วยแต่งตัวนางั้แ่บ่าย จนตอนนี้ใกล้ค่ำเต็มที
“ชินหรงเ้าดูสิ ข้างามหรือยัง” ชินหรงเบื่อหน่ายกับหวังอันมากแค่ไหนก็ไม่แสดงออก
“งดงามเกินหน้าใคร ๆ แล้วเ้าค่ะ” หวังอันมองกระจก แล้วหมุนไปมาหน้ากระจก เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้ตนเอง
สาวใช้อีกสองคน ไม่ว่าหวังอันจะขยับอยู่ท่าไหน ทั้งสองก็เอ่ยปากชมไม่หยุด ซึ่งทำให้หวังอันยิ้มอย่างมีความสุข
“ข้าจะกดรัศมีของนางเด็กไร้ค่าจินเยว่ ให้ดับในวันนี้แน่นอน” หวังอันเชิดหน้าอย่างรู้สึกเป็ต่อ