บทที่ 14
คำสัญญาที่เธอหลงลืมไป
รินรีบวิ่งอ้อมผืนป่าให้ห่างจากสตรีประหลาดผู้มีรังสีฆ่าฟันแรงกล้าผู้นั้นให้มากที่สุด เธอััได้ถึงความอันตรายจำต้องรีบไปเตือนเฮเด้นให้รับรู้ถึงสถานการณ์ล่าสุด รินรีบคำนวณระยะทางภายในหัวเพื่อที่จะไปให้ถึงตัวหมู่บ้านก่อนสตรีผู้ถือตะกร้า ด้วยความเร็วฝีเท้าของเธอมันดูมีความเป็ไปได้ที่จะไปถึงก่อน
ไม่ว่าภารกิจของรินกับเฮเด้นครั้งนี้จะเป็เพียงแค่นำจดหมายจากภาคีเอลิสมอบให้แก่จูเลี่ยน แต่ก็ไม่ได้สำคัญอีกต่อไปกับเหตุการณ์มากมายที่รินไม่ได้เตรียมใจมาพบเจอ เธอเบี่ยงตัวกระแทกต้นไม้หลายต้นจนหักครึ่ง พุ่งตัวออกจากผืนป่ากลับเข้าสู่ถนนสายหลัก รินมองเห็นทางเข้าหมู่บ้านอยู่ไม่ไกล ท่อนขาของเธองอจนแตะกับส้นเท้าหุ้มเกราะขนาดใหญ่ที่กระแทกตัวลงพื้น แล้วะโจนสุดแรงดีดร่างภายใต้ชุดเกราะน้อยชิ้นลอยล่องขึ้นเหนือฟากฟ้า ร่างทั้งร่างพุ่งตรงออกไปบนอากาศหูที่เหมือนหูกระต่ายลู่ไปตามแรงลม รินชูแขนสองข้างขึ้นไขว้ผสานกันเมื่อเห็นตำแหน่งทิ้งตัวลง ปลายเท้าสองข้างพุ่งลงมากระแทกพื้นจนฝุ่นควันตลบมาหยุดตรงหน้าทางเข้าหมู่บ้านพอดิบพอดี แล้วรีบกวาดสายตาไปรอบๆเกิดความรู้สึกโล่งอกทันทีที่เห็นเฮเด้นยังมีชีวิตอยู่
ไม่ทันที่รินจะไดัเข้าใกล้ตัวเฮเด้น ร่างของสตรีผมหยักศกก็โผล่มาอยู่ตรงหน้า เธอสะบัดผ้าพันคอผืนสั้นหนึ่งที ตามด้วยรองเท้าบูทสีดำก็เตะเข้าที่หน้าท้อง รินะโหลบไปด้านหลังตามสัญชาติญาณเตรียมตั้งท่าพร้อมต่อสู้
"ไม่หมดไม่สิ้น!" จูเลี่ยนครางในลำคอ เธอใช้ฟันฉีกกระชากข้อมือของตนเอง จนเืสดสดไหลออกมา มันจับตัวกันเป็ก้อน ก่อนจะกลายเป็ดาบสีแดงสดเล่มยาว
"เดี๋ยวก่อนจูเลี่ยน! เธอเป็คู่หูฉันเอง" เฮเด้นรีบะโห้ามทัพ หากช้ากว่านี้เพียงอึดใจต้องนองเืเป็แน่
"หืม..." จูเลี่ยนมองสลับไปมาระหว่างคนทั้งสองด้วยสายตาไม่ไว้ใจ
ไม่ทันที่จะได้เอ่ยสิ่งใดเสียงเหมือนเสาต้นใหญ่กระแทกพื้นด้วยอารมณ์โมโหจนพื้นดินสั่นะเื ทั้งหมดหันไปมองยังต้นเสียง เส้นเืที่ขดเป็เกลียวสูงเสียดฟ้าก้าวเข้ามาหาคนทั้งหมด
"เฮเด้น! ระวัง! เธอเป็ตัวอันตราย!" รินมีสีหน้าตื่นตระหนก การก้าวยาวๆของสตรีประหลาดมาถึงไวกว่าที่เธอคิด เด็กน้อยสองคนห้อยระโยงระยางตามร่างที่ดูน่าสะพรึงนั้นมาติดติด เรอากวาดตามองโดยรอบขณะที่ยังสงวนท่าทีกุมมือสองข้างอยู่บนตะกร้าเอาไว้ สายตาของเรอาไปสะดุดเข้ากับสตรีผมหยักศก ดวงตาที่หรี่อยู่เสมอเบิกกว้างอย่างลืมตัว
จูเลี่ยนเงยหน้ามองขึ้นไป้าในใจก่นด่าเด็กน้อยทั้งสองที่นำพาแต่ปัญหามาให้ เวลานี้คนหนึ่งนอนหลับน้ำลายยืด ส่วนอีกคนอ้าปากค้างหน้าตาไร้สติ
"จูเลี่ยน...คนทรยศ..." เรอาบ่นพึมพำจ้องมองด้วยความอาฆาตแค้น
รินได้แต่มองซ้ายแลขวาเพื่อหาทางหนีทีไล่ ส่วนเฮเด้นได้แต่กำด้ามขวานไว้แน่นใบหน้าซีดเผือกเมื่อเจอตัวตนดังกล่าวเขาก็ไม่รับรู้ว่าตัวเองจะทำอะไรได้อีกต่อไป
เริ่มมีน้ำใสใสออกมาจากหางตาของเรอา หัวไหล่ขาวเนียนของเธอสั่นเบาๆเหมือนมันกำลังช่วยรีดน้ำตาออกมา เธอเอื้อมมือลงไปในตะกร้าใบเล็กหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดสะอ้านผืนเล็ก แล้วค่อยๆคลี่มันออกปิดบังดวงตาเอาไว้เกรงว่าผู้ถูกกล่าวหาจะเห็นเธอในสภาพไม่น่าดูเช่นนี้
"ทำไม!...เธอต้องทรยศ!...ต่อหัวใจของฉันด้วย! ฮือ..." น้ำเสียงสะอื้นของเรอาทำให้จูเลี่ยนถอยหลังไปหนึ่งก้าว
รินกับเฮเด้นต่างหันมองหน้ากันไม่รู้เลยว่าพวกตนควรจะทำอย่างไรต่อไป ไม่ว่าอะไรในเวลานี้มันคงไม่เกี่ยวข้องกับคนทั้งสอง หากเป็ไปได้ก็อยากจะหลุดจากตรงนี้ให้ไวที่สุด
"เฮ่! นั่นเรอานี่นา ไม่ได้เจอกันตั้งนานโตขึ้นเยอะเลยนี่นา..." จูเลี่ยนฝืนยิ้มตามไปติดติดพร้อมโบกมือให้ ในใจเธอคิดว่าคู่ต่อสู้ที่ยากจะรับมือโผล่ออกมาแล้ว เรอาเลื่อนผ้าเช็ดหน้าลงมาแอบมองท่าทีของจูเลี่ยน
"เธอทำให้ฉันเ็ป...เธอรู้หรือเปล่าว่ามันทรมานมากแค่ไหน..." เรอาค่อยๆหมุนรัดเส้นเืสีดำจนแน่นขึ้น ยื่นเด็กน้อยทั้งสองออกมา
"สองคนนี้สำคัญกับเธอมากใช่ไหม? บางทีเธอจะได้รู้สึกเหมือนที่ฉันรู้สึก หากสูญเสียอะไรบางอย่างที่สำคัญไป" เส้นเืสีดำเริ่มชอนไชไปตามร่างเด็กทั้งสองแล้วรัดแน่นขึ้นดั่งจะบดขยี้สองร่างนั้นให้เหลวแหลก
"จากนั้นฉันจะฆ่าเธอ แล้วหลังจากนั้นอีก...ฉันก็จะฆ่าตัวตายตามเธอไป..." น้ำเสียงของเรอาดูน่าขนลุก จูเลี่ยนได้แต่เอามือเกาใบหน้าไปมาพยายามใช้ความคิดให้ถี่ถ้วน
"เรอาใจเย็นก่อนทุกเื่ฉันอธิบายได้ ลงมาคุยกันดีดีเถอะนะ..." จูเลี่ยนค่อยๆก้าวไปหาสตรีที่กำลังดูโศกเศร้าจนถึงขีดสุด เพียงแค่เธอเกร็งนิ้วเท้าเส้นเืขนาดใหญ่อีกสายก็พุ่งออกมาจากใต้กระโปรงอย่างรวดเร็วตรึงร่างจูเลี่ยนไว้กับพื้น
"ใครบอกให้เธอขยับ! ไม่มีใครที่จะทอดทิ้งฉันไปได้แม้แต่เธอก็ตาม..ฮือออ คืนนั้น คืนนั้นเธอสัญญาเอาไว้แล้ว" เรอาหลับตาลงพร้อมน้ำตาที่ไหลลงมาจากหางตาหวนนึกคืนวันอดีตอันแสนสำคัญ
"อ่อ ใช่ๆ คืนนั้นสินะ ฉันจำได้ดีเลยล่ะ..." จูเลี่ยนพยายามพูดกลบเกลื่อน ในหัวพยายามนึกทบทวนสุดกำลัง
"คืนนั้น...เมื่อห้าสิบสองปี เจ็ดเดือน ยี่สิบวัน...เธอสัญญา...แต่กลับไม่รักษามันไว้..." เรอาเหมือนพยายามช่วยจูเลี่ยนทบทวนความทรงจำ เฮเด้นที่อยู่ใกล้ๆกลอกตาไปมา เวลาเท่านั้นเขายังไม่เกิดเลยด้วยซ้ำแต่มันคงเป็เื่ปกติของเหล่าสตรีผู้มีพลังเหนืุ์ทั่วไป
"ฉัน...ฉันรักเธอจนหมดหัวใจ...ทำไมเธอถึงทำแบบนี้!" เส้นเืทุกสายเริ่มรัดผู้คนที่ถูกพันธนาการแน่นขึ้น โดยเฉพาะเส้นที่กดอยู่บนร่างจูเลี่ยนเวลานี้มันแทบทำให้ร่างของเธอแตกออก
"เธอยังคงสวยเหมือนเดิมเรอา ไม่สิสวยยิ่งกว่า บางทีความห่างไกลมันก็ทำให้เราคิดถึงกันมากยิ่งขึ้น จริงไหมล่ะ?" จูเลี่ยนพูดพร้อมรอยยิ้มขณะเืสายหนึ่งที่ไหลออกทางมุมปาก
ภายในจิตใจเรอาอะไรที่มันพันโยงใยเริ่มอ่อนตัวลงทีละน้อย เรอามีท่าทีสับสนเมื่อได้ยินสิ่งที่จูเลี่ยนเพิ่งได้กล่าวไปมันรู้สึกจริงต่อความรู้สึกเธออย่างบอกไม่ถูก ระหว่างความสับสนเธอเหลือบเห็นเด็กผมแดงและผมทองก็นึกขึ้นได้
"แต่ยังไงฉันก็ต้องกำจัดเด็กสองคนนี้! เด็กพวกนี้แย่งความรักของเธอไปจากฉัน!" เรอาบีบรัดสองร่างเหมือนตัดสินใจอะไรได้
"เดี๋ยวก่อน! แต่นั่น..." จูเลี่ยนร้องลั่น ภายในหัวพยายามเฟ้นหาคำพูดอะไรก็ได้ที่ทำให้เรอาหยุดการกระทำ หากเด็กน้อยสองคนนั่นเป็อะไรไปจริงเธอเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสังหารสตรีผู้นี้ตามไป ถึงแม้เรอาจะดูมืดบอดแต่เนื้อแท้แล้วเธอไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร
"นั่นทำไมกัน?..." เรอาขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย ดั่งนั่นเป็คำสั่งเสียสุดท้ายต่อเด็กทั้งสอง เวลานี้หากคำพูดที่ออกจากปากต่อไปไม่สามารถหยุดการกระทำของเรอาได้ เหตุการณ์ต่อจากนี้จะต้องนองเือย่างแน่นอน
"นั่น...นั่นคือ...’ลูกของเรา' ไงล่ะ!" ทุกสิ่งรอบข้างเงียบสนิท ร่างของเรอาหยุดนิ่งเธอกำลังไตร่ตรองเื่ราวที่ดูเป็ไปไม่ได้และซับซ้อนทั้งหมดจากปากของสตรีอันเป็ที่รักของเธอ
"แต่..." ความคิดที่ตีกันในสมองมันทำให้เรอารู้สึกอ้ำอึ้ง
"ไม่มีแต่ เธอจำได้มั้ยเธอเคยอยากมีครอบครัว มีฉันคอยดูแลตลอดไป..." จูเลี่ยนสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วปล่อยลมหายใจออกมาอย่างแ่เบา
"ค่ำคืนนั้นเมื่อห้าสิบสองปี เจ็ดเดือน ยี่สิบวัน ฉันมีเหตุจำเป็ต้องทอดทิ้งเธอไป...แต่ด้วยเหตุอะไรฉันจำไม่ได้..." คิ้วสองข้างของจูเลี่ยนขมวดเข้าหากันแน่นจนแทบจะติดกัน
“แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันมั่นใจ...ไม่ว่ายังไงฉันจะไม่ยอมให้คนที่ฉันรักเสี่ยงอันตรายไปกับฉันเด็ดขาด...นั่นเป็หนึ่งในเหตุผลที่ฉันค่อนข้างมั่นใจ” มีความจริงจังอยู่ในน้ำเสียงดวงตาทั้งคู่สบประสานกัน เรอาใบหน้าแดงเรื่อเวลานี้เธอไม่รู้ว่าควรจะวางตัวอย่างไรดี
“แต่เดี๋ยว...เธอก็คงจะทิ้งฉันไปอีก...” เรอาเบี่ยงสายตาหลบด้วยความน้อยใจ
“เรอา...” เสียงจูเลี่ยนกระซิบเรียกเบาๆ
“หืม...อะ...อะไร...เหรอ…” คำพูดของเรอาดูติดขัดกับความรู้สึกดีปนคิดถึงจนแทบจะลืมเื่ราวต่างๆ ส่วนเฮเด้นกับรินที่ยืนอยู่ห่างออกไปทั้งสองรู้สึกราวกับว่าบนโลกใบนี้ผู้อื่นนั้นเป็เพียงอากาศธาตุ
“เรอา...ชีวิตพวกเรานั้นยาวนานบนโลกแสนวุ่นวายใบนี้...ฉันมีหน้าที่ของฉัน...ส่วนเธอ...ก็มีหน้าที่ในแบบของเธอ เมื่อวันหนึ่งมาถึง...ฉันมีความเชื่ออยู่เสมอว่า...ใน่เวลาเล็กๆในชีวิตอันยาวนาน...หากเธอยังคงรอฉันอยู่ พวกเราจะต้องได้เจอกันอีกครั้งอย่างแน่นอน....” น้ำเสียงที่ดูเลื่อนลอยมาตลอดของจูเลี่ยนเวลานี้มันกลับดูมั่นคง เรอามีท่าทีอ่อนลงถึงแม้ใบหน้าจะดูพยายามครุ่นคิด เธอค่อยๆวางเด็กน้อยทั้งสองลงกับพื้นอย่างแ่เบา จูเลี่ยนสอดส่องเห็นว่าทั้งคู่ยังปลอดภัยก็หายห่วง
“ส่วนเด็กน้อยสองคนนี้...พวกเธอเป็เหมือนคำสัญญาชั่วนิรันดร์ ระหว่างฉันกับเพื่อนเก่าน่ะ...” จูเลี่ยนแหงนมองขึ้นไปบนฟากฟ้า
"ขอแค่เวลานี้เท่านั้น..." ปรากฏภาพอดีตพรั่งพรูภายในความทรงจำของเรอา เด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งอยู่ในอ้อมกอดของจูเลี่ยน
‘เด็กน้อย...ฉันต้องออกเดินทางซักพัก...แต่ฉันสัญญาว่าสักวันหนึ่งฉันจะกลับมารับเธอ...’
จูเลี่ยนพยักหน้าแทนคำตอบทั้งหมดให้สตรีที่เติบโตขึ้นมาอย่างสง่างาม เื่ราวทุกอย่างค่อยๆคลี่คลาย ร่างที่อยู่สูงลิบค่อยๆลอยลงมายังพื้นดินเส้นเืทั้งหมดหดกลับสู่ใต้กระโปรง เรอามีรอยยิ้มดูสดใสจับจ้องไปยังใบหน้าของจูเลี่ยน ดั่งบุคคลที่เฝ้าถวิลหามายืนอยู่ตรงนี้แล้ว เธอเชิดหลังตรงก้าวเดินอย่างภาคภูมิเข้ามาใกล้ จูเลี่ยนดีดตัวขึ้นกับพื้นใช้มือสองข้างปัดฝุ่นออกจากร่างกาย
"ทุกอย่างมันจบแล้วเรอา...ฉันกลายเป็ผู้ทรยศ ทุกคนจะออกตามล่าฉัน หากเธอ..." จูเลี่ยนเสยผมที่รุงรังไปด้านข้างพร้อมรอยยิ้มฝืนๆไปทางเรอา ยังไม่ทันจะได้พูดจบภาพของเด็กน้อยผมสีบลอนด์ยังครั้งอดีตซ้อนทับร่างกุลสตรีงามสง่าข้างหน้า อาจเป็เพียงภาพอดีตที่จูเลี่ยนอาจหลงลืมไป แววตาของจูเลี่ยนตกลงต่ำเล็กน้อยด้วยความรู้สึกผิดที่เคยทอดทิ้งเธอไปครั้งหนึ่งพร้อมรอยยิ้มตื้นๆที่ส่งให้
“……………….” ไร้ซึ่งคำพูดใดใดสำหรับสตรีที่รอใครบางคนมาแสนยาวนาน เรอาปล่อยมือจากตะกร้าใบโปรดั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้โผตัวเข้ากอดสตรีคนที่เธอเฝ้าใฝ่หามาทั้งชีวิต หลายสิ่งในหัวใจของเธอถูกเติมเต็มจนมันแทบจะล้นออก จูเลี่ยนทำได้เพียงลูบศีรษะเรอาเบาๆกับถอนหายใจอย่างโล่งอก ไม่ว่าจะอธิบายอะไรออกไปเหตุผลนับร้อยก็คงไม่สำคัญสำหรับเรอาในเวลานี้