ทิศตะวันออก
ทัพของลู่จงเคลื่นทัพมาหยุดอยู่ที่ทะเลหมอก
"นั้นหมอกอะไรกัน ดูแปลกพิกล"
กองทหารพากันหยุดเดินทัพอยู่หน้าทะเลหมอก ลู่จงแม่ทัพผู้มีใบหน้าเฉกเช่นผู้กล้า มีสายตาที่คมดังเหยี่ยวหยิบจี้หยกขึ้นมาส่งสัมผัสเข้าไปภายในจี้หยกจะเห็นเป็นทะเลหมอกหากเดินไม่ถูกทิศจะทำให้หลงติดอยู่ในม่านหมอกไปตลอดกาลลู่จงสั่งให้ทัพจัดแถวเป็น ขบวนทัพแถวตอนให้เดินตามกันเป็นแถว
"ลงจากม้าแล้วจัดขบวนทัพ รูปแบบมังกร"
ทหารทยอยลงจากหลังม้าจัดแถวเป็นขบวนเดินตามลู่จงเข้าไปในม่านหมอกในม่านหมอกจะมีกองหินหลายกองวางเรียงราย บ้างสีแดง บ้างสีเหลือง บ้างสีเขียวเสียงลูจ่ง พนวกเข้ากับกำลังพายในระดับพื้นฐานดังขึ้น
"ห้าสิบก้าวแรกให้เดินตามหินสีเหลือง สามสิบก้าวต่อมาให้เดินตามหินสีเขียวหลังจากนั้นให้เดินตามหินสีแดงไปจนตลอดทาง หากก้าวพลาดจะติดอยู่ในม่านหมอกไปตลอดกาล"
ผู้พิทักษ์ค่ายกล หลังจากได้รับคำสังให้ถอนกำลังไปตั้งหลักที่หมู่บ้านก็ไม่มีใคร เฝ้าพิทักษ์ค่ายกลอีก
ทิศเหนือของหมู่บ้าน
หลังจากผู้พิทักษ์ค่ายกลทำลายสะพานทำให้ทหารที่กำลังข้ามสะพานร่วงหล่นลงไปใหนหุบเหวหลายร้อยนายต้องทำการสร้างสะพานขึ้นใหม่ต้องเสียเวลาไปหลายชั่วยามทำให้ทหารที่บุกทางทิศเหนือต้องล่าช้ากว่าทิศอื่น
ทิศตะวันตกเนื่องจากมีจี้หยกแผนผังจึงผ่านมาได้อย่างสะดวก
ทิศใต้ทัพใหญ่ของผู้บัญชาการม่าเป่าเฉิน เดินทัพมาถึงหน้าหมู่บ้านและทำการปิดล้อมหมู่บ้าน
เสียงดังขึ้นจากลานภายในหมู่บ้าน
"ในเมื่อท่านให้เกียจมาเยี่ยมเยียนเราตระกูลไป๋แล้วใยไม่เข้ามาละท่านแม่ทัพหม่า "เสียงไป๋หยุน ดังออกไปด้วยพลังปลานพื้นฐานขั้นสุดท้ายหลังจากเสียงเงียบไป มีกองทหารเดินเข้ามานำมาโดยแม่ทัพใหญ่ หม่าเป่าเฉิน ตามมาด้วยแม่ทัพนายกองและพลทหารอีกจำนวนหนึ่ง แต่ขนาดของคนทั้งสองกลุ่มกับต่างกันลิปลับ ผู้คนในหมู่บ้านทั้งหมดรวมกันมีอยู่แค่สองร้อยกว่าพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของคนทั้งสองร้อยทุกคนพลังปราณต่ำสุดอยู่ที่พื้นฐานขั้นตนสูงสุดในกลุ่มคือไป๋หยุนที่มีพลังพื้นฐ้านขั้นเก้า
พลังของกองทัพพลังต่ำสุดพลทหารที่เข้ามาจะอยู่สร้างพื้นฐานขั้นสามถึงขั้นห้านายกองจะอยู่ขั้นสร้างพื้นฐานขั้นหกถึงขั้นเก้าแม่ทัพจะอยู่ที่พื้นฐานขึ้นไป
เมื่อเข้ามาถึงลานกว่างทหารเข้าตีโอบล้อมคนทั้งสองร้อยกว่าคนทันที กำลังพลของทหารอยู่ในลานหมู่บ้านเกือบห้าพันนายส่วนที่เหลือทำการปิดล้อมหมู่บ้าน อีกเกือบสองแสนปิดล้อมอยู่ชายป่ากันการหลบนี้
"ไม่ได้พบกันนานเลยนะ ไป๋หยุน นี้ก็จะสามสิบกว่าปีแล้วกระมัง สามสิบกว่าปีมานี้ข้าเฝ้าแต่จะตามหาพวกเจ้า แต่ก็หาไม่เจอ ไม่นึกเลยว่าพวกเจ้าจะมาหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าเขาทำตัวเยี่ยงโจรเช่นนี้ ไม่กลัวเสียเกียจบรรพชนผู้กล้าหรือไร"
"หม่าเป่าเฉิน เจ้ายังกล้าเรียกบรรพชนของข้าว่าผู้กล้าอีกรึ ถ้าไม่ใช้เพราะอ๋องหม่าตี้ และตระกูลของพวกเจ้าบีบบังขับไส่ความตระกูลไป๋เรา มีรึที่ตระกูลไป๋เราจะตกต่ำลงถึงทุกวันนี้ เป็นเพราะพวกเจ้า และขุนนางชั่วรวมหัวกันไส่ร้ายต่อตระกูลข้าและจักรพรรชดิชั่วก็ไม่เปิดหูเปิดตาดูความเป็นจริง หลับหูหลับตาเชื่อเรื่องที่พวกเจ้าแต่งกันขึ้นมา สักวันหากสวรรค์มีตาจะต้องลงโทษพวกเจ้า สามสิบห้าปีมานี้ข้าไม่เคยลืมความแค้นฆ้าล้างตระกูลในครั้งนั้นเลย."
" เจ้าจะโทษข้าก็ไม้ได้ใครใช้ให้ ไป๋หลิง บูตรสาวของตระกูลไป๋เจ้า ไปฆ้าลูกชายคนเดียวของอ๋องหม่าตี้กันละ จะโทษก็ต้องโทษนางนั้นแหละ แล้วนี้นางไปใหนทำไมไม่อยู่กับพวกเจ้า รึเกิดกลัวตายหนีหายไปแล้ว "
" นางจะไปใหนมันก็ไม่ใช้กงการอะไรของคนชั่วช้าเช่นเจ้า คนตระกูลไป๋เราทำอะไรไม่เคยอายฟ้าดิน ทำอะไรไม่ผิดต่อหลักการ "
ไปหยุนผู้มีท่าทีองค์อาจกล้าหาญดังผู้กล้า
"จะพูดมากไปใยพี่ไป๋ ข้าและพี่น้องไม่เคยกลัวตายอยู่แล้ว แต่ถึงต้องตายก็จะลากใอ้พวกชั่วเหล่านี้ลงนลกไปกับข้าด้วย" เสียงของมังกรตาเดียวดังขึ้น
" ใช้มังกรตาเดียวพูดถูก มาถึงขึ้นนี้แล้วจะพูดให้เสียน้ำลายไปทำไม" เสียงของเฒ่าพิสดารดังขึ้นด้านข้าง มังกรตาเดียว
"พวกเราบุก ฆ้ามัน " คนสองร้อยคนนำโดย ไป๋หยุนบุกเข้าหา ม่าเป่าเฉิน หมายจะลากลงนลกไปด้วยให้ได้
"ทหารทุกนายโจมตี" "โจมตี""โจมตี" เสียงของเหลาแม่ทัพนายกองร้องสั่งกำลังพลเข้าศึก
"ไป๋หยุนอย่างเจ้าไม่ต้องถึงมือแม่ทัพใหญ่หลอกแค่ข้า ลู่จงก็ฆ้าเจ้าได้แล้ว" ลู่จงถือง้าวคู้ใจเข้าปะทะกับไป๋หยุน
"ลู่จงเจ้าเป็นถึงแม่ทัพได้ฉายาว่าแม่ทัพผู้กล้า ง้าวมังกร กลับมาลับใช้ตระกูลม่า เจ้าไม่อายฟ้าดินบ้างรึ"ไป๋หยุนพุ่งเข้าหาลู่จง พร้อมกับชักกระบี่ เข้าฟาดฟันไปด้วยเพลงกระบี่ตระกูลไป๋
ลองรับเพลงกระบี่ของข้าดูแม่ทัพลู่
' เพลงกระบี่ใบสนทะยาน'
ไป๋หยุนฟันออกไปด้วย ใบสนทะยานทำให้กระแสปราณพุ่งออกจากปลายดาบกลายเป็นใบสน นับสิบ พุ่งเข้าหาลู่จง
"อึม นี่รึเพลงกระบี่ใบสนที่ว่าหน้ากลัว ข้าก็ไม่เห็นมันจะเท่าไหรเลย." ลู่จงพูดด้วยท่าทางดูถูกพร้อมกับระเบิดพลังระดับพื้นฐานขั้นหกเช่นกัน
'ง้าวแยกปฐภี' ลู่จงฟันง้าวออกไปด้วยท่าแยกปฐภี ทำให้พลังของไป๋หยุนสลายไป พลังของลู่จงอาจะเป็นรองไป๋หยุน แต่ด้วย ง้าวมังกรของ ลู่จงเป็นระดับวิญญาณ แต่อาวุธของไป๋หยุนเป็นแค่ระดับสูงธรรมดาความรุนแรงจึงต่างกัน
ในขณะที่กลุ่มคนสู้กัน ทหารภายนอกได้รับค่ำสังก่อนหน้านี้ที่เฝ้าโอบล้อมลอบหมู่บ้าน ให้ระดมยิงด้วยธนูไฟและบุกเข้าไปหมายเข่นฆ้าประชาชนภายในหมู่บ้านไม่ให้เหลือ แต่ด้วยเนื่องจากก่อนหน้านี้ ประชาชนได้ไปซ่อนยังหลุมหลบภัย
หม่าเป๋าเฉิน เฝ้าสังเกตุการณ์ต่อสู้ของกลุ่มทหาร รวมถึงกองกำลังที่ฝ่าเข้าไปหมายจะเข่นฆ้า ผู้คนของหมู่บ้านเสือป่าให้หมดสิ้นเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หยิบจี้หยกแผนผังขึ้นดู แต่กับไม่เห็นจุดหลบซ่อนด้วยเนื่องจากว่า
ที่หลบซ่อนอยู่ในส่วนของที่ขาดหายไป สองส่วนนี้จะถูกเก็บเป็นความลับโดย ไป๋หยุนและผู้อาวุโส
" เหลาเฮ่ย ฉิ่งหยวน เจียงเฉิน ต่งลั่ว ตามข้ามา ที่เหลืออยู่ที่นี้ฆ้าให้หมด อย่าให้รอดไปได้แม้แต่คนเดียว"
หม่าเป่าเฉิน นำแม่ทัพ ทั้งสีพร้อมด้วยกองทหารจำนวนหนึ่งอ้อมวงการสู้ลบออกไปมุ่งสู่ใจกลางหมู่บ้าน
ไป๋หยุนต้องการจะเข้าไปหยุดหม่าเป่าเฉิน แต่กับถูกลู่จงขัดขวาง
หม่าเป่าเฉิน เข้ามาถึงใจกลางหมู่บ้านมาหยุดอยู่ด้านหน้าบ่อน้ำขนาดใหญ่ใจกลางหมู่บ้าน
"บ่อน้ำอย่าง งันรึ " เขาหยุดยืนมองไปที่บ่อน่ำ
"ท่านแม่ทัพหม่า ข้าว่ามันหน้าแปลกนะ" เจียงเฉินผู้มีใบหน้าหลอเหลาเหมือนบัณฑิตเอ่ยขึ้น
"แปลกอย่างไร ใหนเจ้ารองว่ามาสิ " หม่าเป่าเฉินถามขึ้นขณะมองไปทางบ่อน้ำด้านหน้า
" พื้นที่โดยรอบ มีคลื่นลมพัดต้นไม้ไหวตามแรงลม แต่ผิวน้ำ บนบ่อน้ำกำเงียบสงบ ข้าว่ามันหน้าแปลก"เจียงเฉินตอบกลับไปด้วยท่าทีนอบน้อมให้ความเคารพ แต่ก็ยังไว้ด้วยซึ่งกิริยาอันทรงภูมิของบัณฑิต
"เจ้าก็เห็นด้วยรึ ไม่เสียแรงที่เป็นที่ปรึกษาของข้า ที่แห่งนี้จะต้องมีค่ายกลเป็นแน่" หม่าเป่าเฉินล้วงหยิบจี้หยกแผนผังขึ้นมาส่งกระแสสัมผัสเข้าไปภายในหยก สังเกตุดูบนแผนผังกับไม่พบแม่น้ำบนแผนผังเขาถอนสัมผัสออกมา มองไปรอบบ่อน้ำ
หม่าเป่าเฉินยกดาบขึ้นก่อนฟันออกไปด้วยปราณพลังสองครั้งเป็นคลื่นพลังวิ่งออกไป เป่าหมายคือก้อนหินสองก้อนอยู่ลิมบ่อน้ำ
แกว่งแกว่ง
"คลืน คลืน " ก่อนหินพังทลาย ลง กำเกิดแสงสว่างวาบไปทั่วบริเวณบ่อน้ำ ภาพบ่อน้ำก่อนหน้านี้เปลียนไปทันทีหลังแสงสว่างหายไป กับแทนที่ด้วยประชาชน เกือบห้าร้อยคน เมื่อค่ายกลหายไป ประชาชน แตกหือเหมือนผึ่งแตกลัง พากันหลบหนีกันอย่างอลมาณ
หม่าเป่าเฉินยกดาบชี้ไปทางประชาชน ร้องสั่งดังว่า" ฆ้าให้หมดอย่าให้เหลือตัดลากถอนโคนให้สิ้น " ทหาร วิ่งกรูกันออกหมายเข่นฆ้าประชาชน ให้หมดสิ้น แต่ก่อนที่ทหารจะเข้าถึงตัวประชาชนกับ เกิดคลื่นพลังงานรูปกระบี่ ดังฝนดาวตก พุ่งไส่ทำให้ทหารด้านหน้าโดนคลื่นกระบี่ตายนับร้อย ทหารด้านหลังหยุดชงัก มองหาทิศทางของแหลงพลังกระบี่ ที่ถูกฟันออกมา
จากบ่อน้ำหางไปประมาณครึ่งลี่ใต้ต้นใม้ใหญ่มีหญิงชรา เดินออกมา ผ่านไปครู่หนึ่งภาพหญิงชรากับกลายเป็นเงาซ้อนหายไปหยุดอยู่กึ่งกลางระว่างทหารและประชาชน แต่ที่หน้าแปลกก่อนหน้านี้ ยังเป็นหญิงชราแต่ ตอนนี้กลับกลายเป็นหญิงสาวใส่ชุดลัดรูปแบบเบาสบายสีดำกลางหลังมีรูปผีเสื้อราตรีตัวใหญ่ปักอยู่ สีสันสวยสดงดงามเหมือนดังผีเสื่อราตรีที่มีชีวิตกำลังโบยบินอยู่บนท้องนภาในยามค่ำคืน
"ฮึ ในที่สุดเจ้าก็ยอมโพลหัวออกมาแล้วรึ นางมารน้อยไป๋หลิน หรือจะให้เรียกว่า นางมารท่องราตรีดีล่ะ "