รุ่งสางวันถัดมา เมืองเจียงหนานยังไม่ทันสงบจากข่าวการตายของแม่ทัพเจินกวงหาว ก็ตกตะลึงอีกครั้ง—
เสียงฆ้องและเสียงร้องแตกตื่นดังมาจากย่านการค้า ผู้คนพากันวิ่งไปยังคฤหาสน์ของ พ่อค้าใหญ่สกุลหลิว คหบดีร่ำรวยที่สุดแห่งเจียงหนาน
ภายในห้องรับรองโอ่อ่าประดับด้วยผ้าไหมและเครื่องลายคราม ร่างของพ่อค้าหลิวนอนแน่นิ่งบนพรมสีแดงสด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด คอถูกกรีดจนเืทะลักนอง แผ่นผนังข้างหลังกลับปรากฏอักษรโลหิตอีกครั้ง—
“หนี้แค้นของ์ จะต้องชำระ”
เสียงฮือฮาและหวาดหวั่นดังระงมไปทั่ว
“อีกแล้ว! กลอนโลหิตอีกแล้ว!!”
“ครั้งก่อนแม่ทัพ คราวนี้พ่อค้าใหญ่… หรือว่าคนที่ถูกฆ่าล้วนมีความผิดซ่อนเร้น?”
หลี่อวิ๋นรีบเดินทางมาถึง เขามองศพด้วยสายตาคมกริบ ตรวจรอยแผลและร่องรอยรอบห้อง เขาสังเกตเห็นเศษกระดาษขาดวิ่นซ่อนอยู่ใต้โต๊ะชา เมื่อหยิบขึ้นมากลับเห็นเพียงครึ่งหนึ่งของเอกสารโบราณ ตัวอักษรซีดจางไปตามกาลเวลา
เขาพึมพำเบา ๆ
“นี่… ไม่ใช่เอกสารการค้า แต่เป็พระราชโองการเก่าที่ถูกฉีกทิ้ง…”
เสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะ
“ท่านมือปราบ อย่าลืมว่าท่านมีหน้าที่เพียงรักษาความสงบ ไม่ใช่รื้อฟื้นเื่เก่าแก่ที่สั่นคลอนแผ่นดิน”
ผู้พูดคือ เสนาบดีซ่งเหอ ก้าวเข้ามาอีกครั้ง ใบหน้าประดับรอยยิ้มเย็นเยียบเช่นเคย ดวงตาคมดุจับจ้องเขาอย่างตำหนิ
“พ่อค้าหลิวเป็เพียงพาณิชย์ผู้มั่งคั่ง จะไปเกี่ยวข้องกับราชสำนักได้อย่างไรเล่า? หากเ้าพูดไปเช่นนี้ จะไม่ยิ่งสร้างความหวาดกลัวแก่ราษฎรหรือ?”
หลี่อวิ๋นกำเอกสารไว้ในมือแน่น แม้จะถูกกดดันแต่ยังคงตอบเสียงหนักแน่น
“หากความตายสองครั้งนี้เกี่ยวพันกันจริง ก็ย่อมมีเงื่อนงำที่ผู้ใดพยายามปกปิด ข้าน้อยไม่อาจปล่อยให้คดีนี้ถูกกลบเกลื่อนได้”
ซ่งเหอหัวเราะเบา ๆ แฝงเย้ยหยัน
“เด็กหนุ่มผู้มุ่งมั่นยุติธรรม… เ้าคงยังไม่เข้าใจว่า ความจริงบางอย่าง หากเปิดเผยอาจทำลายมากกว่าปกป้อง”
บรรยากาศในห้องรับรองเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด กลิ่นเืคลุ้งปนกับกลิ่นกำยานเก่าแก่ เงาอักษรโลหิตบนผนังราวกับกำลังจ้องมองหลี่อวิ๋น พร้อมประกาศว่าความตายนี้มิใช่เพียงการล้างแค้นธรรมดา แต่โยงใยกับ อดีตความลับของราชสำนัก ที่ถูกฝังลืมมาเนิ่นนาน…