"อากู้ขา... ก็หนูชอบอากู้ที่สุดเลยนี่นา ไม่อยากให้คุณอาแต่งงานมีเมียแล้วทิ้งหนูไปเลยอะ"
ไป๋ลู่งัดสกิลออดอ้อนระดับปรมาจารย์ที่สั่งสมข้ามภพข้ามชาติออกมาใช้อย่างไม่มีกั๊ก น้ำเสียงหวานหยดจนมดแทบจะไต่ขา
"กว่าหนูจะได้กลับมาเจอกับทุกคนมันไม่ง่ายเลยนะ หนูแค่อยากให้อากู้ตามใจหนูคนเดียว ให้ในสายตาของพวกคุณมีแค่หนู แล้วก็สปอยล์หนูแค่คนเดียว ไม่ได้เหรอคะ?"
ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเจ้าจิ้งจอกน้อยกำลังเล่นละครตบตา แสร้งทำตัวน่าสงสารเรียกคะแนน แต่จิ้งจอกเฒ่าอย่างกู้เพียนหรานก็ยังใจแข็งไม่พอที่จะกระชากหน้ากากเธออยู่ดี
กู้เพียนหรานถอนหายใจยาว พ่ายแพ้ต่อลูกอ้อนนี้อย่างราบคาบ
"แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ"
"เย้! หนูรักอากู้ที่สุดในโลกเลย!"
ไป๋ลู่ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งการ 'ได้คืบจะเอาศอก' พอเห็นอีกฝ่ายอ่อนข้อให้ ก็รีบฉวยโอกาสรุกคืบทันที
"อากู้สุดหล่อคะ งั้นหนูขออะไรคุณอาอีกสักอย่างได้ไหมเอ่ย?"
มือเรียวยาวของกู้เพียนหรานยังคงหั่นผักล้างผักอย่างคล่องแคล่ว ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา
"ไม่ต้องมาขอร้องหรอก แค่หนูเอ่ยปากมาคำเดียว ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ อากู้คนนี้ก็พร้อมจะทำให้เสมอ"
สิ้นเสียงนั้น น้ำตาเม็ดโตของไป๋ลู่ก็ร่วงแหมะลงมาทันควันราวกับสั่งได้!
"อากู้ขา... คุณอาช่วยสอนคุณพ่อของหนูหน่อยไม่ได้เหรอคะ? หนูเองก็อยากสัมผัส 'ความรักอันอ่อนโยน' จากพ่อ เหมือนลูกชาวบ้านเขาบ้าง ทุกวันนี้เจอแต่ความรักที่ยิ่งใหญ่ดั่งขุนเขา... ถล่มทับจนหนูจะกระอักเลือดตายอยู่แล้วค่ะ!"
กู้เพียนหรานกระตุกยิ้มมุมปาก
"ถ้าพ่อของหนูเกิดอ่อนโยนขึ้นมาจริงๆ หนูจะไม่กลัวจนขนหัวลุกเหรอ?"
คำพูดนั้นทำเอาไป๋ลู่ตัวสั่นสะท้าน รีบส่ายหน้ารัวราวกับกลองป๋องแป๋ง
เออจริง... ถ้าอีตาพ่อบ้านั่นมาทำตัวอ่อนโยน ฉันคงฝันร้ายติดต่อกันเป็นเดือนแน่ๆ
"แล้วตกลงจะขออากู้เรื่องอะไร หือ?" กู้เพียนหรานถามยิ้มๆ
"เลิกหมายหัว 'เกาฝานฉิน' เถอะนะคะ ได้ไหม? หนูถูกใจเขา หนูอยากได้เขามาทำงานด้วย"
กึก!
มีดหั่นผักในมือของกู้เพียนหรานชะงักค้างกลางอากาศ
เขาค่อยๆ หันกลับมา จ้องมองหลานสาวด้วยแววตาลึกล้ำอ่านยาก
ไป๋ลู่ฉีกยิ้มหวานพร้อมโยนลิ้นจี่ที่ปอกเปลือกแล้วเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ ทำหน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์ไร้พิษสง
"หนูทำคุณไสยใส่เกาฝานฉินไปเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ ชาตินี้เขากลายเป็นคนของหนูแล้ว หนีไปไหนไม่รอดหรอก"
กู้เพียนหรานค่อยๆ ดึงสายตากลับไปโฟกัสที่เขียงตรงหน้าอย่างเชื่องช้า
"เกาฝานฉินไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวเป็นรองใคร ลู่เสี่ยวลู่... หนูคุมเขาไม่อยู่หรอก ระวังจะโดนแว้งกัดเอา"
"ไม่กลัวหรอกค่ะ ก็หนูมีคุณพ่อ มีอากู้อยู่นี่นา"
ไป๋ลู่ปฏิบัติการประจบสอพลอขั้นสุด เลือกเนื้อลิ้นจี่ลูกที่อวบอิ่มฉ่ำน้ำที่สุดป้อนถึงปากคุณอาสุดที่รัก
"ถ้าเกาฝานฉินไม่ยอมก้มหัวให้ใคร ก็ให้อากู้กับคุณพ่อช่วยกันตีเข่าเขาให้แตกสิคะ! ถึงไม่อยากยอมก็ต้องยอมอยู่ดี จริงไหม?"
กู้เพียนหรานส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เพียงแต่อ้าปากรับลิ้นจี่ที่หลานสาวป้อนให้แต่โดยดี
นั่นเท่ากับว่า... เขาตกลงรับปากเธอแล้ว
ไป๋ลู่ยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ เชิดหน้าขึ้นอย่างได้ใจและโอหังสุดๆ “ ฮึ่ม! หนูเป็นเด็กเส้นที่มีทั้งคุณพ่อทั้งคุณอาคอยสปอยล์นะ!
บอกเลยว่าหนูคือลูกปูตัวน้อยที่เดินกร่างไปทั่วชายหาดได้สบายๆ!”
"ปูบ้าปูบออะไร?"
เสียงหาวหวอดๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของลู่อี้ถิงที่เดินโงนเงนเข้ามาในครัว
"พ่อชอบกินปูที่สุดเลยว่ะ"
สัญชาตญาณลูกกตัญญู (กำมะลอ) ทำงานทันที ไป๋ลู่รีบยกจานผลไม้ประเคนให้พ่อด้วยสองมืออย่างนอบน้อม
"คุณพ่อขา~ ทานผลไม้ล้างปากก่อนสิคะ"
ทันทีที่ลู่อี้ถิงอ้าปาก ไป๋ลู่ก็จิ้มสตอเบอรรี่ ที่เขาโปรดปรานที่สุดป้อนเข้าปากให้อย่างรู้งาน
กู้เพียนหรานมองภาพนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า
"......ลู่อี้ถิง นี่นายให้หลานสาวฉันปรนนิบัตินายประหนึ่งนางสนมแบบนี้เนี่ยนะ?"
ลู่อี้ถิงเคี้ยวตุ้ยๆ ยิ้มเยาะอย่างได้ใจและโอหังยิ่งกว่าลูกสาวเสียอีก
"ลูกสาวพ่อโว้ย! ไม่พอใจเหรอ? อยากได้บ้างก็ไปมีลูกเองสิครับ!"
กู้เพียนหรานเผยรอยยิ้มพิฆาต... รอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนแต่แฝงความอำมหิตลึกล้ำออกมาอีกครั้ง
สองพ่อลูกตระกูลลู่สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิต หันหลังขวับมองหน้ากันอย่างกับหยั่งรู้อนาคตทันที
"คุณพ่อคะ หนูว่าพวกเราอย่ารบกวนเวลาโชว์ฝีมือเชฟของอากู้เลยดีกว่าเนอะ"
"เออ แกพูดถูก ปล่อยให้อากู้ของแกทำกับข้าวไปเงียบๆ เถอะ พวกเราสองคนมันพวกมือเท้าเกะกะ ขืนอยู่ต่อเดี๋ยวจะไปเป็นภาระเขาเปล่าๆ"
"ไปกันเถอะๆ"
"อืมๆ ไปๆ"
กู้เพียนหรานมองแผ่นหลังของสองพ่อลูกที่รีบชิ่งหนีไปแล้วได้แต่ส่ายหน้า จะขำก็ขำไม่ออก
สมกับเป็นพ่อลูกสายเลือดเดียวกันจริงๆ นิสัย 'หมาๆ' เหมือนกันเป๊ะ!
แต่ถึงจะกวนประสาทแค่ไหน เมื่อมีกู้เพียนหรานอยู่ด้วย สองพ่อลูกจอมป่วนคู่นี้ก็ไม่มีทางอดตายแน่นอน แถมยังได้กินแต่ของดีระดับภัตตาคารอีกต่างหาก
ก่อนเริ่มมื้ออาหาร ไป๋ลู่ถามด้วยความสงสัย
"อากู้คะ วันนี้คุณอาไม่ต้องไปทำงานเหรอคะ? ไหงถึงมีเวลาว่างมาทำกับข้าวให้หนูกับคุณพ่อกินล่ะ?"
กู้เพียนหรานคีบผักใบเขียวใส่ชามให้สองพ่อลูกคนละตะเกียบ ตัดบทเสียงเรียบ "เวลากินข้าวห้ามพูด"
สองพ่อลูกแสดงสีหน้า 'หมดอาลัยตายอยาก' ออกมาเหมือนกันเป๊ะ ราวกับก๊อปปี้-วาง
"กู้เหล่าซานอ่า..."
"อากู้ขา..."
"กินเข้าไป" กู้เพียนหรานสั่งด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "ห้ามเลือกกิน"
ลู่อี้ถิง "............"
ไป๋ลู่ "............"
กฎการเอาชีวิตรอดในตระกูลลู่ข้อที่สอง: ห้ามขัดใจจิ้งจอกกู้เด็ดขาด!
ก็แหม... ถ้าทำกับข้าวเป็นเองล่ะก็ ใครมันจะไปยอมทนรองรับอารมณ์ของจิ้งจอกหน้ายิ้มคนนี้กันเล่า!
พอมื้อเที่ยงจบลง ไป๋ลู่ถึงได้รู้ความจริงว่าทำไมอากู้ของเธอ ที่เป็นถึงผู้กุมบังเหียนอาณาจักรกู้กรุ๊ป ถึงได้มีเวลาว่างมาเป็นพ่อบ้าน... เอ้ย พี่เลี้ยงเด็กให้พวกเธอสองพ่อลูก
"เสี่ยวลู่ ไม่มีเวลาให้หนูทำใจแล้วนะ" กู้เพียนหรานเอ่ยขึ้นขณะเช็ดปาก
"อี้ถิง วันนี้นายต้องพาเสี่ยวลู่กลับบ้านตระกูลลู่... ท่านประธานลู่สืบรู้มาถึงตัวฉันแล้ว แถมยังรู้ด้วยว่านายกับเสี่ยวลู่แอบซุกหัวนอนอยู่ด้วยกัน"
ไป๋ลู่ "............"
มิน่าล่ะ! อากู้ถึงต้องรอให้กินข้าวเสร็จก่อนค่อยบอก ขืนบอกตอนกินข้าว ฉันคงจุกจนกินไม่ลงแน่!
ลู่อี้ถิงเลิกคิ้วสูงลิ่ว "กู้เหล่าซาน…แกทำงานพลาดงั้นเหรอ?"
กู้เพียนหรานยิ้มบางๆ อย่างเย็นชา "มีคนคาบข่าวไปฟ้อง ฉันกันท่าไว้ไม่อยู่"
ขวับ!
ไป๋ลู่หันขวับไปจ้องหน้าพ่อตัวเองทันที ในขณะที่พ่อตัวดีก็หันขวับมาจ้องหน้าเธอเขม็งเช่นกัน
"คุณพ่อ! พ่อไปก่อหนี้ดอกท้อที่ไหนมาคะเนี่ย!?"
"ลู่ลู่! แกไปก่อเรื่องผู้ชายที่ไหนมาหา!?"
สองพ่อลูกตะโกนใส่หน้ากันพร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมาย
"อากู้! อาพูดมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
"กู้เหล่าซาน! แกพูดมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
พร้อมใจกันประสานเสียงอีกรอบ!
"......" กู้เพียนหรานมองภาพนั้นพลางนึกในใจ
ใครหน้าไหนกล้าบอกว่านายไม่ใช่พ่อลูกกัน ฉันนี่แหละจะเป็นคนแรกที่ไปตบปากมัน! ดูความรู้ใจกันนี่สิ... ไม่ใช่พ่อลูกกันก็ผีหลอกแล้ว!
กู้เพียนหรานแบมืออย่างจนปัญญา "ทางฝั่งประธานลู่ปิดปากเงียบสนิท ฉันสืบอะไรไม่ได้เลย"
ทว่า... สายตาคมกริบคู่นั้นกลับหยุดนิ่งอยู่ที่ตัวไป๋ลู่ครู่หนึ่ง
ไป๋ลู่รีบชี้ที่ปลายจมูกตัวเอง ร้อนตัวทันที
"หนี้ดอกท้อของหนูก็มีแค่ไอ้คนเฮงซวยอวี่ฟู่ชิงคนเดียวเท่านั้นแหละค่ะ! เขายังไม่มีปัญญาไปฟ้องคุณปู่หรอกนะ แค่ประตูใหญ่บ้านตระกูลลู่ เขายังไม่มีสิทธิ์เฉียดเข้าใกล้เลยด้วยซ้ำ!"
ลู่อี้ถิงแค่นหัวเราะ "หึ! ลืม 'ฮั่วเหยียนซุย' ไปแล้วหรือไง?"
ไป๋ลู่ "............"
อุตส่าห์บอกไปแล้วว่ามันไม่ใช่แบบน้านนน! แต่ตาแก่นี่ก็ยังดื้อดึงไม่ยอมเชื่อสักที!
คำว่า 'บริสุทธิ์ใจ' เนี่ย ลูกคนนี้พูดจนปากเปียกปากแฉะ จนน้ำลายจะท่วมโลกแล้วนะเพคะ!
"สรุปก็คือ..." กู้เพียนหรานตัดบท
"ประธานลู่รู้แล้วว่าพวกนายสองคนอาศัยอยู่ด้วยกัน และคำสั่งสายฟ้าฟาดก็คือ... วันนี้ฉันต้องพาพวกนายสองคนกลับบ้านตระกูลลู่ ถ้าฉันทำไม่ได้ ท่านก็ไม่รังเกียจที่จะบุกมาหาถึงที่นี่ด้วยตัวเอง"
ไป๋ลู่มีสีหน้า [หมดอาลัยตายอยาก.jpg]
ลู่อี้ถิงมีสีหน้า [หมดอาลัยตายอยาก.jpg]
สองพ่อลูกทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนโซฟาด้วยท่าทางเดียวกันเป๊ะ ราวกับก็อปปี้กันมา
ภาพที่เห็นทำให้กู้เพียนหรานทั้งขำทั้งโมโห
"อี้ถิง ไม่ช้าก็เร็วนายก็ต้องพาเสี่ยวลู่กลับบ้านตระกูลลู่ สถานะของเสี่ยวลู่ ยังไงก็ต้องจัดการให้ถูกต้อง...
ส่วนเสี่ยวลู่ หนูเองก็หนีความจริงไม่ได้ ต้องไปเผชิญหน้ากับคุณปู่คุณย่าสักวัน... ให้เวลาครึ่งชั่วโมง ไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วออกเดินทาง!"
ไป๋ลู่โอดครวญ
"อากู้ขา~ เอาไว้กินมื้อเย็นเสร็จแล้วค่อยว่ากันเถอะค่ะ พลีสสส~"
ลู่อี้ถิงเสริมทัพ
"เพิ่งกินข้าวเที่ยงเสร็จ หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน พ่อของีบหลับสักตื่นก่อน"
กู้เพียนหรานเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ
"ตอนบ่ายฉันยังมีประชุมสำคัญ ไม่มีเวลามาเล่นบ้าบอเป็นเพื่อนพวกนายสองพ่อลูกหรอกนะ... เหลืออีกยี่สิบเก้านาทีครึ่ง"
กฎการเอาชีวิตรอดในตระกูลลู่ข้อที่สอง... ท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจ!
ครึ่งชั่วโมงต่อมา...
ไป๋ลู่กับลู่อี้ถิงก็ถูกจับยัดใส่รถตู้เอนกประสงค์สุดหรูของกู้เพียนหราน ในสภาพที่ยอมจำนน
เนื่องจากวันนี้เป็นการจัดการเรื่องส่วนตัว กู้เพียนหรานจึงไม่ได้ให้เลขาหรือผู้ช่วยติดตามมาด้วย เขาทำหน้าที่เป็นสารถีด้วยตัวเอง
เขามองดูสองพ่อลูกที่นั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่เบาะหลังผ่านกระจกมองหลัง แล้วหลุดขำออกมา
"นี่พวกนายเห็นฉันเป็นคนขับรถบวกพี่เลี้ยงเด็กของตระกูลลู่จริงๆ งั้นเหรอ?"
ไป๋ลู่ยกมือกุมก้อนเนื้อตรงหน้าอก สีหน้าเจ็บปวดรวดร้าว
"อากู้ขา อย่าเพิ่งชวนคุยเลยค่ะ... หนูกำลังทำใจอยู่ หัวใจดวงน้อยๆ ของหนูมันสั่นไปหมดแล้ว!"
ลู่อี้ถิงหลับตาพริ้ม คิ้วขมวดเป็นปม "หุบปาก! พ่อกำลังหงุดหงิดว้าวุ่นใจสุดๆ!"
จู่ๆ ก็มีลูกสาวตัวโตขนาดนี้โผล่มา แถมยังเป็นถึง 'ลูกสาวแห่งชาติ' อีกต่างหาก ฉันจะไปอธิบายกับตาเฒ่าเผด็จการที่บ้านยังไง!
ตาเฒ่าจะต้องซักฟอกเขาจนขาวสะอาดแน่ๆ ว่าลูกสาวคนนี้ ฉันไป 'ไข่ทิ้ง' ไว้กับใคร?
แล้วจะให้ตอบว่ายังไงล่ะวะ?
ขนาดตัวฉันเองยังไม่รู้เลยเนี่ย!
ไม่นานนัก รถหรูก็แล่นมาถึงที่หมาย...
ทว่าที่นี่ไม่ใช่คฤหาสน์หรูของตระกูลลู่ที่ตั้งอยู่แถบชานเมืองปักกิ่ง แต่กลับเป็นตึกระฟ้าอันเป็นที่ตั้งของ สำนักงานใหญ่ลู่กรุ๊ป!
กู้เพียนหรานยื่นเอกสารผลตรวจ DNA สองชุดไปให้คนที่นั่งหน้าซีดอยู่ด้านหลัง "ฉันยังมีประชุมด่วน ไม่ขึ้นไปเป็นเพื่อนพวกนายแล้วนะ... โชคดี"
หมับ!
ไป๋ลู่ทำท่าเหมือนน้ำตาจะหยดแหมะ คว้าหมับเข้าที่มือขวาของคุณอากู้ทันที
"อากู้! อาจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ! หนูเป็นหลานรักคนเดียวของคุณอานะคะ! คุณอาจะทิ้งหนูไปเผชิญชะตากรรมแบบนี้ไม่ได้!"
หมับ!
ลู่อี้ถิงไม่ยอมแพ้ คว้าหมับเข้าที่มือซ้ายของกู้เพียนหรานเช่นกัน ดวงตาแดงก่ำด้วยความคับแค้นใจ "กู้เหล่าซาน! พ่อเคยช่วยชีวิตแกไว้นะโว้ย! ไอ้เพื่อนทรยศ แกจะชิ่งหนีเอาตัวรอดไปดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้!"