ลานประลองหินอ่อนที่เคยขาวสะอาด บัดนี้เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวและคราบโลหิตที่แห้งกรัง เสียงสายลมยามบ่ายที่พัดผ่านธงทิวหลากสีสันดังกึกก้องอยู่ในโสตประสาทของผู้ชมนับแสนที่ยังคงตกตะลึงกับภาพเบื้องหน้า ร่างของอู๋จื่อิ นายน้อยแห่งตระกูลอู๋ผู้เย่อหยิ่ง นอนแน่นิ่งอยู่แทบเท้าของบัณฑิตหนุ่มในชุดผ้าฝ้ายสีขาว จุดตันเถียนที่ถูกทำลายล้างจนแหลกละเอียดเป็เครื่องยืนยันว่า อนาคตในมรรคาแห่งเซียนของบุรุษผู้นี้ได้ดับสูญลงอย่างถาวรแล้ว
บนอัฒจันทร์ฝั่งเหนือซึ่งเป็ที่นั่งของเหล่าผู้าุโจากตระกูลต่างๆ ชายชราในชุดคลุมสีเพลิงผู้หนึ่งผุดลุกขึ้นยืนด้วยความเกรี้ยวกราดจนเก้าอี้ไม้สลักที่เขานั่งอยู่แหลกละเอียดเป็ผุยผง เขาคือ 'อู๋เทียนหู่' ผู้นำตระกูลอู๋และบิดาบังเกิดเกล้าของอู๋จื่อิ ใบหน้าของชายชราบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้นสุดขีด ลมปราณระดับตัดิญญาขั้นต้นะเิออกจากร่างประดุจูเาไฟทะลัก คลื่นความร้อนพัดโหมกระหน่ำจนผู้คนที่อยู่รอบข้างต้องถอยหนีด้วยความหวาดผวา
"ไอ้เด็กเหลือขอ! บังอาจทำลายรากฐานบุตรชายข้า ข้าจะสับร่างเ้าให้เป็หมื่นชิ้น!"
อู๋เทียนหู่แผดเสียงคำรามก้อง ร่างของชายชราพุ่งทะยานลงจากอัฒจันทร์ประดุจดาวตกสีแดงเพลิง ฝ่ามือขวาที่อัดแน่นไปด้วยปราณอัคคีผลาญพุ่งตรงเข้าใส่ศีรษะของลู่เฉินหมายจะสังหารให้ตกตายตกตามกันไป ความเร็วและพละกำลังของระดับตัดิญญานั้นเหนือล้ำกว่าระดับกลั่นลมปราณอย่างเทียบไม่ติด แรงกดดันมหาศาลกดทับลานประลองจนพื้นหินเกิดรอยร้าวลุกลามราวกับใยแมงมุม
ลู่เฉินเงยหน้าขึ้นมองมฤตยูที่กำลังคืบคลานเข้ามา ั์ตาสีดำขลับของเขาสงบนิ่งไร้ระลอกคลื่นแห่งความหวาดกลัว สติปัญญาของปัญญาชนคำนวณระยะทางและความเร็วของศัตรูในเสี้ยววินาที เขารู้ดีว่าด้วยพลังกลั่นลมปราณขั้นที่สองในยามนี้ ไม่อาจต้านทานการโจมตีของผู้ฝึกตนระดับตัดิญญาได้อย่างแน่นอน ทว่าบัณฑิตหนุ่มก็มิได้ขยับหนี เขาเพียงแค่ยืนเอามือไพล่หลัง ราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้น
"บังอาจนัก!"
เสียงตวาดใสทว่าทรงอำนาจดังแทรกขึ้นกลางอากาศ ร่างระหงในชุดคลุมสีฟ้าอ่อนพุ่งทะยานลงมาจากอัฒจันทร์วีไอพีฝั่งตะวันออกด้วยความเร็วที่เหนือกว่าอู๋เทียนหู่ เยี่ยจื่ออวิ๋น บุตรีแห่งเ้าเมืองชิงโจว สะบัดข้อมือเพียงคราเดียว กระบี่สั้นสีเงินยวงก็ปรากฏขึ้นในมือ ลมปราณเหมันต์อันบริสุทธิ์และหนาวเหน็บพุ่งทะลักออกจากใบกระบี่ ก่อตัวเป็กำแพงน้ำแข็งสูงตระหง่านขวางกั้นระหว่างลู่เฉินและผู้นำตระกูลอู๋
"ตูม!!!!"
ฝ่ามือเพลิงของอู๋เทียนหู่ปะทะเข้ากับกำแพงน้ำแข็งอย่างจัง ไอน้ำสีขาวพวยพุ่งขึ้นปกคลุมลานประลอง แรงปะทะทำให้ชายชราตระกูลอู๋ต้องกระเด็นถอยหลังไปถึงสามก้าว ในขณะที่เยี่ยจื่ออวิ๋นเพียงแค่ร่อนลงเหยียบพื้นหินอย่างนุ่มนวล ท่วงท่าของนางงดงามประดุจเทพธิดาหิมะที่ลงมาจุติ แสงตะวันสาดกระทบแผ่นหลังของนาง ทอด เงา ที่สง่างามให้ทาบทับลงบนร่างของลู่เฉินราวกับเป็ปราการคุ้มภัย
"คุณหนูเยี่ย! นี่มันหมายความว่าอย่างไร! ไอ้เด็กสวะนั่นทำร้ายบุตรชายข้าจนพิการ ท่านจะปกป้องมันอย่างนั้นหรือ!" อู๋เทียนหู่ตวาดลั่น ดวงตาแดงก่ำด้วยเส้นเืฝอย
เยี่ยจื่ออวิ๋นเก็บกระบี่เข้าฝักอย่างเชื่องช้า ทว่ารังสีความเย็นเยือกยังคงแผ่ซ่านไปทั่วลาน "ผู้นำอู๋ โปรดรักษามารยาทด้วย ลานประลองบุปผามีกฎเกณฑ์ชัดเจนว่า การต่อสู้บนลานหินย่อมรู้แพ้รู้ชนะด้วยกระบวนท่า การาเ็ล้มตายถือเป็เื่ที่ผู้เข้าประลองต้องยอมรับความเสี่ยงด้วยตนเอง ลู่เฉินเอาชนะบุตรชายท่านด้วยฝีมือที่บริสุทธิ์ยุติธรรม หากท่านลงมือสังหารเขาในยามนี้ ย่อมเท่ากับท้าทายกฎหมายของเมืองชิงโจวและลบหลู่เกียรติของจวนเ้าเมือง!"
คำประกาศของบุตรีเ้าเมืองดังก้องไปทั่วทุกสารทิศ ผู้ชมนับแสนต่างพยักหน้าเห็นด้วยอย่างเงียบๆ กฎย่อมเป็กฎ อู๋จื่อิพ่ายแพ้เพราะฝีมือด้อยกว่า หาใช่อุบายสกปรกไม่ หากปล่อยให้ผู้ใหญ่รังแกเด็กบนเวทีประลองศักดิ์สิทธิ์ เมืองชิงโจวย่อมเสื่อมเสียชื่อเสียงไปถึงเมืองหลวง
อู๋เทียนหู่กัดฟันกรอดจนเืซึม เขารู้ดีว่าจวนเ้าเมืองมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งกว่าตระกูลอู๋ในยามนี้หลายเท่านัก หากปะทะกันซึ่งๆ หน้า ตระกูลของเขาย่อมพินาศสิ้น ชายชราสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับโทสะที่เดือดพล่าน เขากระทืบเท้าลงบนพื้นหินก่อนจะชี้หน้าลู่เฉินด้วยนิ้วที่สั่นเทา
"ฝากไว้ก่อนเถิดไอ้บัณฑิต! ความแค้นในวันนี้ ข้าอู๋เทียนหู่ขอสาบานต่อฟ้าดินว่า จะต้องชำระด้วยเืของเ้าและครอบครัวของเ้าทุกชีวิต!"
พูดจบ ผู้นำตระกูลอู๋ก็สะบัดชายเสื้อ สั่งให้ผู้ติดตามหามร่างที่ไร้สติของอู๋จื่อิและหั่วเหยียนลงจากลานประลอง เดินฝ่าฝูงชนที่แหวกทางให้อย่างหวาดกลัวกลับจวนตระกูลอู๋ไปอย่างเร่งรีบ ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศที่ตึงเครียดและปริศนามากมายในใจของผู้คน
เมื่อศัตรูจากไป เยี่ยจื่ออวิ๋นหันกลับมามองลู่เฉิน ั์ตาสีน้ำเงินเข้มของนางฉายแววชื่นชมอย่างปิดไม่มิด "เ้าบ้าบิ่นนัก ลู่เฉิน การทำลายจุดตันเถียนของพวกเขาเท่ากับเป็การตัดเส้นทางประนีประนอมทั้งหมด"
ลู่เฉินประสานมือคารวะหญิงสาวด้วยความนอบน้อม "ขอบพระคุณแม่นางเยี่ยที่ออกหน้าช่วยเหลือ ทว่าสำหรับคนพาลที่จ้องจะกลืนกินทุกสิ่ง การประนีประนอมย่อมเป็เพียงการยืดเวลาตายออกไปเท่านั้น ปราชญ์กล่าวว่า การถอนหญ้าต้องถอนราก การทำลายจุดยุทธศาสตร์ของศัตรู ย่อมดีกว่าการปล่อยให้เสือลำบากกลับเข้าป่าไปเลียแผล"
หญิงสาวพยักหน้าเล็กน้อย นางเข้าใจเจตนารมณ์ของบัณฑิตผู้นี้ดี การกระทำที่ดูเหมือนโหดร้ายทว่าเปี่ยมไปด้วยเหตุผลและกลยุทธ์ที่เฉียบขาด นี่คือหมากตัวสำคัญที่จะช่วยให้นางพลิกกระดานการเมืองในเมืองชิงโจวได้อย่างแท้จริง
กรรมการาุโก้าวขึ้นมาบนลานประลองอีกครั้ง พร้อมกับถาดไม้หอมที่บรรจุ 'ไข่มุกิญญาวารี' ซึ่งเป็รางวัลสำหรับผู้ชนะเลิศในงานประลองบุปผา ลู่เฉินรับมันมาอย่างสงบ ไข่มุกเม็ดกลมเกลี้ยงส่องประกายสีฟ้าอ่อน แผ่กลิ่นอายลมปราณวารีอันบริสุทธิ์ที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจ มันคือทรัพยากรล้ำค่าที่ผู้ฝึกตนระดับสูงต่างปรารถนา
"บัณฑิตลู่เฉิน... เ้าสร้างปาฏิหาริย์ที่เมืองชิงโจวจะต้องจารึกไว้" กรรมการาุโกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม "สติปัญญาและฝีมือของเ้านั้นหาตัวจับยากยิ่ง หวังว่าเ้าจะใช้ความสามารถนี้ในทางที่ถูกต้อง"
"ข้าน้อยเพียงทำหน้าที่ของปัญญาชน คือการรักษาความถูกต้องและปกป้องสิ่งที่สมควรปกป้องขอรับ" ลู่เฉินตอบกลับด้วยความถ่อมตน ก่อนจะก้าวลงจากลานประลอง ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องสรรเสริญที่ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งจากผู้คนนับแสน นามของบัณฑิตเสื้อขาวได้ฝังรากลึกลงไปในความทรงจำของชาวเมืองชิงโจวเรียบร้อยแล้ว
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ยามเย็น แสงสนธยาสีส้มทองอาบไล้หลังคากระเบื้องเคลือบของจวนเ้าเมือง ลู่เฉินกลับมาถึงเรือนพักไม้ไผ่ทางทิศตะวันออก ความวุ่นวายและกลิ่นคาวเืถูกทิ้งไว้เื้ั บรรยากาศภายในสวนไผ่ยังคงเงียบสงบและร่มรื่นประดุจแดน์ที่แยกตัวออกจากโลกีย์วิสัย สายลมเย็นพัดผ่านยอดไผ่จนเกิดเสียงเสียดสีกันเบาๆ เป็ดนตรีธรรมชาติที่ช่วยกล่อมเกลาจิตใจที่ตึงเครียดให้ผ่อนคลายลง
ลู่เฉินวางไข่มุกิญญาวารีลงบนชั้นไม้ ก่อนจะถอดชุดบัณฑิตที่แม้จะไม่มีรอยขาดแต่ก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อออก ชายหนุ่มตักน้ำจากอ่างไม้มาล้างหน้าและชำระร่างกาย ความเย็นของน้ำช่วยดับความร้อนรุ่มของลมปราณที่ตกค้างอยู่ในเส้นชีพจร เขาเปลี่ยนไปสวมชุดผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มที่หลวมสบาย ท่วงท่าของเขากลับมาดูนุ่มนวลและอ่อนโยนดุจปัญญาชนพเนจรอีกครั้ง
ชายหนุ่มเดินมานั่งที่ชานระเบียง จุดเตาถ่านเล็กๆ เพื่อต้มน้ำแร่บริสุทธิ์ การชงชาคือพิธีกรรมที่เขาโปรดปรานที่สุดในการทบทวนตนเอง เขาคีบใบชาชั้นดีลงในป้านชาดินเผา สูดกลิ่นหอมกรุ่นที่ลอยขึ้นมาแตะจมูก แสงแดดสุดท้ายของวันทอด เงา ของกิ่งไผ่เป็ลวดลายพริ้วไหวลงบนพื้นระเบียงไม้ ลู่เฉินมองดูภาพสุนทรียภาพเบื้องหน้าด้วยจิตใจที่สงบงัน
ในห้วงลึกของจุดตันเถียน พลังลมปราณสีอำพันกำลังโคจรอย่างเชื่องช้าและมั่นคง สัญชาตญาณพยัคฆ์จากัวร์าที่เพิ่งได้ลิ้มรสชัยชนะและการบดขยี้ศัตรู ดูเหมือนจะพึงพอใจและสงบลงชั่วคราว ทว่าลู่เฉินรู้ดีว่า สัตว์เทวะในตัวเขานั้นกระหายการเติบโตอยู่เสมอ การทะลวงจุดตันเถียนของหั่วเหยียนเมื่อกลางวัน ทำให้เขาได้ััถึงความแตกต่างของพลังในระดับที่สูงขึ้น
"การเดินทางของข้าเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น" ลู่เฉินรำพึงกับตนเองเบาๆ พลางรินน้ำชาสีอำพันลงในจอก "รากฐานของอู๋จื่อิและหั่วเหยียนนั้นเปราะบางเพราะพวกมันใช้โอสถเร่งเร้าพลัง ทว่าข้าจะก้าวเดินด้วยความมั่นคง ทีละก้าว... ดุจการสลักอักษรลงบนศิลา"
เขายกจอกชาขึ้นจิบ รสชาติฝาดเฝื่อนในตอนต้นแปรเปลี่ยนเป็ความหวานชุ่มคอในภายหลัง ราวกับรสชาติของชีวิตที่ต้องผ่านความขมขื่นก่อนจึงจะได้ลิ้มรสความสำเร็จ ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบกระดาษแผ่นเล็กที่เขาเขียนแผนที่หุบเขาเมฆหมอกออกมาคลี่ดู
ป่านนี้ ยอดฝีมือที่เยี่ยจื่ออวิ๋นส่งไปล่วงหน้า น่าจะเดินทางถึงบริเวณใกล้เคียงกับหมู่บ้านของเขาแล้ว การสร้างค่ายกลลวงตาเพื่อปกปิดร่องรอยของเหมืองแร่ผลึกิญญาคือการซื้อเวลาที่สำคัญที่สุด ทว่าเมื่ออู๋เทียนหู่สูญเสียบุตรชายและยอดฝีมือไป ชายชราผู้คลุ้มคลั่งย่อมต้องเร่งรัดแผนการขุดเหมืองเพื่อนำทรัพยากรไปแลกเปลี่ยนกับกำลังเสริมจากสำนักอัคคีผลาญอย่างแน่นอน
"อีกไม่นาน... หุบเขาเมฆหมอกจะกลายเป็สมรภูมิเดือด" ลู่เฉินกำแผนที่ในมือแน่น ั์ตาฉายแววเด็ดเดี่ยว "ข้าต้องเร่งทะลวงเข้าสู่ระดับกลั่นลมปราณขั้นที่สามให้ได้ก่อนที่ศึกใหญ่จะมาถึง ไข่มุกิญญาวารีน่าจะช่วยประสานความบ้าคลั่งของบงกชโลหิตกระดูก ให้รากฐานกายาของข้าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ"
ท่ามกลางความเงียบสงบของสวนไผ่ บัณฑิตหนุ่มนั่งดื่มด่ำกับจอกชาแห่งผู้ชนะ ปล่อยให้เวลาและสายลมพัดพาความเหนื่อยล้าให้จางหายไป ในโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กแห่งนี้ การได้นั่งพักผ่อนใต้ร่มไม้และดื่มชาอุ่นๆ นับเป็ความหรูหราที่ผู้ฝึกตนน้อยคนนักจะได้ัั
ค่ำคืนคืบคลานเข้ามาปกคลุมนครชิงโจว ดวงจันทร์เต็มดวงลอยเด่นอยู่กลางผืนฟ้าสีนิล ทอแสงสีเงินยวงลงมาอาบไล้เรือนพักไม้ไผ่ ลู่เฉินเก็บชุดเครื่องชาเข้าที่ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องพักเพื่อเริ่มต้นการทำสมาธิดูดซับพลังงานจากไข่มุกิญญาวารี
บนกระดานหมากรุกแห่งมณฑลชิงโจว หมากตัวหนึ่งได้ถูกลบออกไปแล้วอย่างสมบูรณ์ ทว่าหมากตัวใหม่ที่ทรงพลังยิ่งกว่ากำลังถูกจัดเตรียม การเมือง การลอบสังหาร และการแย่งชิงทรัพยากร กำลังจะหมุนวนเป็พายุลูกใหญ่ที่มีหุบเขาเมฆหมอกเป็ศูนย์กลาง และบัณฑิตผู้ซ่อนคมพยัคฆ์ผู้นี้ ก็พร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าไปเป็ผู้ควบคุมทิศทางของพายุลูกนั้นด้วยสองมือของตนเอง