ไม่นานหลังจากเซียวหลิงซีออกไป เซี่ยชิงเยว่กลับเข้าห้องมาวันนี้หญิงสาวเปลี่ยนจากเสื้อชุดยาวสีแดงเป็ชุดสีฟ้าน้ำทะเลปักลวดลายหงส์บนผมเผ้าประดับด้วยปิ่นหัวไพลิน ใบหูทั้งสองตกแต่งด้วยต่างหูมุกหนึ่งคู่ รอบคองามระหงคล้องไว้ด้วยสร้อยมุกประดับด้วยไพลินสีน้ำทะเลขับเน้นผิวพรรณตรงลำคอที่โผล่พ้นชายเสื้อให้ดูขาวนวลเนียนราวหิมะทั้งยังเนียนใสแทบจะเผยให้เห็นใต้ชั้นผิวผิวกายเรียบลื่นสะท้อนประกายสวยงามอย่างถึงที่สุด
เีเ่จ้องมองไปที่เซี่ยชิงเยว่อย่างเหม่อลอย ดวงตาสองข้างทอประกายเข้มภาพที่งดงามเป็เอกเช่นนี้ มิใช่เทพธิดาล่องลอยจากสรวง์ลงสู่โลกมนุษย์นั้นคืออะไร?
เซี่ยชิงเยว่ก้าวข้ามประตูทุกย่างก้าวแ่พลิ้วสวยงามประดุจก้าวผ่านยอดเมฆ ใบหน้าขาวราวหิมะลำคองามระหงมิเพียงแสดงออกถึงความงดงามอย่างถึงที่สุด ทั้งยังให้ความรู้สึกถึงความสูงศักดิ์และความเย่อหยิ่งเ็าที่สร้างความละอายแก่ผู้คน...ไม่มีผู้ใดที่ได้เห็นนางทำใจเชื่อว่านางเป็เพียงธิดาของพ่อค้าในเมืองเล็กๆเมืองหนึ่ง หากยินดีเชื่อว่านางเป็ถึงจักรพรรดินีผู้สูงส่งสุดอาจเอื้อม
เีเ่เหม่อจ้องมองนาง ภายในใจทอดถอนใจเป็ร้อยเป็พันครั้ง...ห้องนี้เป็เพียงห้องเดียวที่นางจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า!เขาต้องกำลังหลับเป็ตายและพลาดโอกาสได้เห็นฉากวาบหวามตอนที่นางเปลี่ยนชุด!อ๊ากกกกกกก ช่างไม่น่าให้อภัยเลยจริงๆ!
“เสื้อสีฟ้าเหมาะกับท่านมากกว่าสีแดง” เีเ่ชื่นชมนางจากใจแสดงออกถึงความพึงพอใจอย่างที่สุด
เซี่ยชิงเยว่มิได้หวั่นไหวใจต่อคำชมเชยของชายหนุ่มเมื่อนางเหลือบไปเห็นหม้อน้ำแกงที่ว่างเปล่า หญิงสาวเดินเข้ามาเก็บกวาดจานชามพร้อมยกออกไปด้านนอก
“ท่านเป็คนทำน้ำแกงหม้อนี้?”เีเ่ถามออกมา
“รสชาติพอใช้ได้หรือไม่?” เซี่ยชิงเยว่ถามกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นดุจน้ำแข็งอย่างไรก็ตาม ภายในแววตาส่วนลึกแฝงเร้นความรู้สึกละเอียดลึกซึ้งบางเบาที่แม้แต่นางเอง ยังไม่ค่อยเข้าใจมากนัก
“รสชาติยอดเยี่ยมมาก นี่ทำให้ข้ารู้ว่าท่านช่างไร้ที่ติแม้แต่เื่ทำอาหาร” เีเ่พูดด้วยรอยยิ้ม ชายหนุ่มยืดตัวลุกขึ้นยืนและพูดต่ออย่างกระตือรือร้นว่า
“เพื่อตอบแทนน้ำแกงไก่ของชิงเยว่ภรรยาข้า บนเตียงในค่ำคืนนี้...ข้าจะใช้ความพยายามให้มากยิ่งขึ้น”
“...”เซี่ยชิงเยว่ล้วนเคยชินต่อการพูดจาเกี้ยวพาราสีของชายหนุ่มมานานแล้วนางพูดอย่างเฉยเมยว่า “คนจากพรรคตระกูลเซียวจะมาถึงในตอนบ่ายผู้นำกลุ่มคือนายน้อยพรรคตระกูลเซียว บุตรชายคนสุดท้องของหัวหน้าพรรคคนปัจจุบันเรียกว่า เซียวกวงหยุน ข้าเคยได้ยินท่านอาจารย์กล่าวว่าระดับพลังลมปราณของเซียวกวงหยุนผู้นี้เพียงอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับรุ่นเยาว์ทั้งหลายในพรรคชื่อเสียงของมันยิ่งไม่มีความหมายใด อย่างไรก็ตามมันได้รับการตามใจอย่างมากเนื่องจากมันเป็บุตรชายคนสุดท้องไม่มีใครในเมืองเมฆาล่องสามารถต่อต้านมันได้ ทางที่ดีให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับมันตามลำพัง”
“เซียวกวงหยุน? ตกลงข้าเข้าใจแล้ว ขอบคุณชิงเยว่ฮูหยินข้าที่ตักเตือน” เีเ่กล่าวพร้อมยิ้มพราย
.........................................................
วันนี้เป็วันที่ทูตจากพรรคตระกูลเซียวมาเยือน
ข่าวการมาของพรรคตระกูลเซียวไม่เพียงส่งผลต่อคนในตระกูลเซียวยังส่งผลกระทบต่อผู้คนในเมืองเมฆาล่องด้วย
เมืองเมฆาล่องมีสถานะต่ำสุดในทุกๆ ด้านในอาณาจักรวายุครามในทางกลับกัน พรรคตระกูลเซียวกลับอยู่บนจุดสูงสุดของยอดที่สุดของอาณาจักรนี้ระดับความแตกต่างของทั้งสองมากมายเกินไป คนจากพรรคตระกูลเซียว...รวมถึงบุตรคนสุดท้องของหัวหน้าพรรคคนปัจจุบันมาเยือนเมืองเมฆาล่องล้วนเปรียบดั่งพระจักรพรรดิเสด็จประพาสเยี่ยมเยือนครอบครัวสามัญชน ทั่วทั้งเมืองเมฆาล่องต่างปกคลุมไปด้วยบรรยากาศตึงเครียดชนิดหนึ่งบางคนคาดหวังรอคอย เพื่อจะใช้วิธีการต่างๆ ในการสร้างสายสัมพันธ์แม้เพียงเล็กน้อยกับพรรคตระกูลเซียวผู้คนบางส่วนล้วนบังเกิดความตื่นตัวเมื่อทราบว่าบ่ายวันนี้คือวันที่คณะทูตจะมาเยือนพวกมันต่างขังตัวเองไว้ในบ้านด้วยกลัวว่าอาจจะบังเอิญสร้างความขัดแย้งโดยไม่ตั้งใจ...หากคนของพรรคตระกูลเซียว้ากำจัดพวกมันล้วนไม่ต่างอะไรกับการเหยียบย่ำมดปลวกกฎหมายบ้านเมืองอันใดล้วนเป็เพียงเื่ชวนหัวเท่านั้น
สวนหน้าบ้านตระกูลเซียวล้วนถูกจัดระเบียบอย่างเรียบร้อยไม่มีแม้แต่ละอองฝุ่น เมื่อสองวันก่อนเขตตึกที่ใหญ่และหรูหราที่สุดที่พำนักอาศัยโดยเซียวหยุนไห่ล้วนถูกปัดกวาดเช็ดถูประดับประดาใหม่แม้แต่ผ้าปูที่นอนและเครื่องตกแต่งห้องทั้งหลายล้วนเปลี่ยนใหม่ทั้งสิ้น
นอกจากนี้เซียวหยุนไห่ยังย้ายตนเองออกไปอยู่เขตตึกที่เล็กลงด้านข้างเมนูอาหารในอีกสองสามวันต่อจากนี้ล้วนถูกปรับแต่งใหม่...แม้ว่ามันจะกังวลจนแทบตายทว่าภายในใจล้วนลิงโลดยินดี!เนื่องจากมันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าบุตรชายของมันเซียวยู่หลงต้องได้รับเลือกอย่างแน่นอน!เมื่อถึงตอนนั้น บุตรชายของมันก็โบยบินขึ้นสู่์! ตัวมันเองจะกลายเป็บุคคลผู้ซึ่งไม่มีใครในเมืองนี้กล้าแข็งข้อ...ไม่ใช่สิผู้คนภายในรัศมีร้อยลี้ต่างไม่กล้าต่อต้านมัน!
เวลาสิบเอ็ดโมงเซียวหยุนไห่นำเหล่าผู้าุโตระกูลเซียวรอคอยที่ประตูทางเข้าใหญ่ของตระกูลเซียวเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อต้อนรับแเื่พวกมันล้วนรอคอยจนเวลาเที่ยง...มาถึงตอนบ่าย...จนกระทั่งถึงตอนห้าโมงเย็นที่ศิษย์คนหนึ่งของตระกูลวิ่งมารายงาน“ท่านผู้นำ! พวกมัน...พวกมันมาถึงแล้ว! คนจากพรรคตระกูลเซียวมาแล้ว...”
ทุกผู้คนล้วนสะท้านขึ้นคราหนึ่งเซียวหยุนไห่ก้าวเท้าไปเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว คำรามเสียงต่ำว่า “เร็วเข้า!ไปแจ้งทุกคนให้เตรียมพร้อมใครก็ตามที่สร้างความวุ่นวายหรือต่อต้านแขกผู้ทรงเกียรติ ข้าจะไม่ไว้หน้า!ผู้าุโทั้งหลาย ตามข้ามาไปต้อนรับพวกเขากัน!”
เซียวหยุนไห่รีบร้อนดุจไฟลนเมื่อเขาเร่งร้อนเดินทางไปกว่าหนึ่งลี้จึงได้พบเห็นผู้คนสี่คนเดินทอดน่องมาทางพวกเขาอย่างสบายใจ
ในผู้คนทั้งสี่ ผู้นำขบวนคือชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบปีสวมใส่เสื้อผ้าหรูหรา รูปร่างปานกลาง องค์ประกอบบนใบหน้าไม่โดดเด่นดวงหน้าขาวติดจะซีดเซียว แสดงว่าเป็บุคคลเ้าสำราญจนเกินพอดี จากภาพรวมดูเป็บุคคลธรรมดาในหมู่คนทั่วๆ ไป อย่างไรก็ตามด้วยใบหน้าราบเรียบไม่สะดุดตาล้วนเต็มไปด้วยความโอหังเย่อหยิ่งทั้งประกอบด้วยความจองหองถือดี สองมือพาดอยู่ทางด้านหลังยามก้าวเดิน สายตามองสูงไม่แม้แต่จะมองดูผู้คนที่เดินผ่านไปมาประดุจดังการทอดสายตามองจะทำให้มันแปดเปื้อนมลทิน
ตามหลังชายหนุ่มผู้นั้นคือผู้าุโในชุดสีดำอารมณ์ความรู้สึกสงบราบเรียบดุจน้ำนิ่ง จากนั้นจึงตามมาด้วยผู้เยาว์ในชุดสีดำสองคนตราประทับอินทรีเงินล้วนปักลงบนไหล่ของพวกมัน
เซียวหยุนไห่สูดลมหายใจลึกก่อนจะก้าวเท้าไปด้านหน้าเพื่อต้อนรับพวกมันสองมือประสานมาเบื้องหน้า ค้อมกายลงกล่าวด้วยความระมัดระวังและความเคารพนบนอบว่า“ขออภัย ท่านทั้งสี่ล้วนเป็แขกผู้ทรงเกียรติจากพรรคตระกูลเซียวใช่หรือไม่?”
ชายหนุ่มเบื้องหน้าหยุดเท้าลงเหลือบตามองมายังเหล่าผู้คนเบื้องหน้าอย่างเกียจคร้านชายหนุ่มตอบกลับด้วยดวงตาครึ่งหลับครึ่งลืมว่า “ถูกแล้วข้าผู้ทรงศักดิ์มาจากพรรคตระกูลเซียว เรียกว่าเซียวกวงหยุน”
เซียวหยุนไห่พลันเปลี่ยนเป็ยิ่งเคารพนบนอบเขากล่าวด้วยความเคารพว่า “เช่นนี้แปลว่าท่านผู้ทรงเกียรติมาเยือนถึงสี่คนช่างดีจริงๆ! พวกเราล้วนรอคอยการมาของท่านอย่างยาวนานผู้ต่ำต้อยคือผู้นำตระกูลเซียวเมืองเมฆาล่องคนปัจจุบันผู้คนทางด้านหลังทั้งห้าคือผู้าุโของตระกูลพวกเราล้วนซาบซึ้งยินดีที่ได้ต้อนรับท่านผู้ทรงเกียรติทั้งสี่ที่ให้เกียรติมาเยือนตระกูลเซียวเราในครั้งนี้ด้วยตนเอง”
“ไม่จำเป็ต้องเสียเวลาไร้สาระ”สายตาของเซียวกวงหยุนเหลือบมองเหล่าผู้าุโทั้งห้าจากนั้นจึงสะบัดมืออย่างเกียจคร้าน “นำทาง”
“แน่นอน แน่นอน! ตามข้าพเ้ามา” เซียวหยุนไห่ค้อมหัวลงรับคำในทันทีพร้อมทั้งหมุนตัวเดินนำทางเหล่าผู้มาเยือนด้วยตนเอง
“ผู้าุโท่านนี้คือ...”
“เซียวม่อซาน” ชายชราในชุดดำตอบคำอย่างเฉื่อยชาใบหน้าไร้ความรู้สึกใด ดุจดังสีหน้าคนตายก็มิปาน
เซียวหยุนไห่ไม่กล้าพูดมากความ ภายในใจเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นเขาสามารถััได้ถึงระดับพลังลมปราณของเซียวกวงหยุนทว่าไม่สามารถััได้แม้แต่น้อยถึงพลังลมปราณอันใดจากร่างของเซียวม่อซานนี้มีคำอธิบายสองประการคือ หนึ่ง เซียวม่อซานไม่เป็วรยุทธ์ ซึ่งเป็ไปไม่ได้แน่นอนและสองระดับพลังวรยุทธ์ของผู้าุโท่านนี้สูงส่งเกินกว่าที่มันจะสามารถรับรู้ได้
เมื่อพวกมันมาถึงตึกตระกูลเซียวกลุ่มคนมากมายล้วนยืนรอต้อนรับอยู่ภายนอกประตูตึกเมื่อเห็นท่าทางเคารพนอบน้อมของเซียวหยุนไห่ผู้นำทาง จิตใจพวกมันกระตุกคราหนึ่งสายตาพวกมันจับจ้องไปยังชายหนุ่มท่าทางเย่อหยิ่งพร้อมเบียดเสียดไปเบื้องหน้าเพื่อทักทายแเื่
“ขอรบกวนถาม ท่านคือนายน้อยแห่งพรรคตระกูลเซียวใช่หรือไม่?”ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมทางเบื้องหน้าถามด้วยความเคารพ
“เ้าเป็ใคร” เซียวกวงหยุนเบิกตาครึ่งหลับครึ่งลืมขึ้นมอง
“ข้าน้อย...ข้าน้อยคือผู้ว่าเมืองเมฆาล่องชื่อของข้าคือซือถูหนานเมื่อข้าได้ยินข่าวว่าท่านผู้ทรงเกียรติจากพรรคตระกูลเซียวมาเยือน...ข้าน้อยจึงมาเพื่อต้อนรับท่าน”สุ้มเสียงของซือถูหนานเริ่มสั่นพร่า เหงื่อเย็นไหลท่วมหน้าผากในฐานะผู้ว่าแห่งเมืองเมฆาล่อง มันล้วนเคยพบบุคคลสำคัญมาบ้างทว่าบุคคลสำคัญที่มันเคยพบเห็นล้วนไม่อาจนับเป็ตัวอะไรได้ต่อหน้านายน้อยตระกูลเซียวนี้ชายหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่งเบื้องหน้าของมันในขณะนี้เพียงธรรมดาสามัญแค่ภายนอกทว่าเพียงแค่พูดออกมาคำเดียวก็สามารถตัดสินเป็ตายของมันได้
“ผู้ต่ำต้อยคืออวี่เหวินป๋าข้าเป็สหายที่ใกล้ชิดของผู้นำตระกูลเซียวเมืองเมฆาล่องเป็เวลานานข้ามา...ข้ามาเนื่องจากเลื่อมใสในชื่อเสียงของนายน้อยพรรคตระกูลเซียวข้าน้อยยังมีของขวัญแรกพบเล็กน้อย หวังว่านายน้อยคงไม่รังเกียจ” ผู้นำตระกูลยู่หลงผู้ซึ่งมีชื่อเสียงไม่น้อยกว่าท่านผู้ว่าหรือผู้นำตระกูลเซียวแห่งเมืองเมฆาล่องรีบเร่งมาเบื้องหน้าด้วยความคารวะสองมือประคองกล่องหยกเนื้อดีกล่องเล็กหนึ่งกล่อง
เซียวกวงหยุนทอดตามองกล่องหยกเบื้องหน้าและปรายตาไปยังชายหนุ่มชุดดำสองคนเื้ัพร้อมสะบัดมือ“รับสิ่งของ”
ชายหนุ่มทางเื้ัสาวเท้ามาเบื้องหน้าในทันทีพร้อมทั้งรับกล่องหยกไปด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ความรู้สึก
เมื่อเห็นว่านายน้อยพรรคตระกูลเซียวรับของขวัญของมันสีหน้าของอวี่เหวินป๋าเต็มไปด้วยความยินดีผู้คนที่้าสานสัมพันธ์แม้เพียงน้อยนิดต่อคนจากพรรคตระกูลเซียวต่างเบียดเสียดมาเบื้องหน้าเพื่อเสนอของขวัญ....เซียวกวงหยุนมิได้ปฏิเสธผู้ใดและรับของขวัญทั้งหมดไว้โดยปราศจากข้อโต้แย้งจากนั้น เหล่สายตากล่าวว่า “เ้าทั้งหมดถอยไป วันนี้สายมากแล้ว หากมีเื่อื่นใดค่อยมาพูดกันพรุ่งนี้”
“ใช่แล้ว! นายน้อยเซียวเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่นี่ท่านคงเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ควรให้ท่านได้พักผ่อน พวกเราจะมาใหม่ในวันพรุ่งนี้ ”ผู้ว่าซือถูพูดพร้อมผงกศีรษะ
จากนั้นฝูงคนจึงได้สลายตัวไป
เซียวหยุนไห่และเหล่าผู้าุโจึงได้แนะนำตระกูลเซียวต่อเซียวกวงหยุนเซียวหยุนไห่กล่าวว่า “ท่านผู้ทรงเกียรติจากพรรคตระกูลเซียวเดินทางรอนแรมมาที่นี่คงต้องเหน็ดเหนื่อยอย่างมาก พวกท่าน้าพักผ่อนก่อนสักครู่หรือไม่? เราได้จัดเตรียมที่พักอันสะดวกสบายไว้หลังหนึ่ง”
“ไม่จำเป็ ข้าไม่ได้อ่อนแอถึงขนาดนั้น”เซียวกวงหยุนกวาดสายตามองไปยังตระกูลเซียวพร้อมเหยียดปากแสดงออกถึงความดูิ่ที่ยากจะกักเก็บไว้ จากนั้นจึงพูดเนือยๆ ว่า“หากมิใช่เป็เพราะการตายของผู้าุโเซียวเจิงข้าคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีสถานที่แห่งนี้อยู่ข้าได้ยินว่าบรรพชนของพวกเ้าคือสวะชิ้นหนึ่งที่ถูกพรรคเราเนรเทศออกมา ทว่าแม้ว่าจะเป็สวะ ยังคงเป็สวะจากพรรคตระกูลเซียว แม้มันจะเป็สวะที่พรรคเราไม่้ามันยังคงสามารถเป็ได้ถึงผู้นำในที่นี้การที่สามารถเติบโตขึ้นมาได้ในเวลาหลายปีนี้ ยังถือว่าไม่เลวนัก”
“ถูกแล้วๆขอบคุณสำหรับคำชมเชย นายน้อยเซียว”
เมื่อต้องรับการเหยียดหยามดูแคลนจากเซียวกวงหยุนซึ่งหน้าเซียวหยุนไห่ยังคงผงกศีรษะรับทั้งขอบพระคุณไม่ขาดปาก มันจะกล้าไม่พอใจได้อย่างไร?
“การตายเป็เื่สำคัญสาเหตุที่ข้ามาที่นี่ด้วยตนเองก็เพื่อทำตามคำสั่งเสียของผู้าุโเซียวเจิงพวกข้าได้แจ้งอย่างชัดเจนถึงจุดมุ่งหมายในการมาแล้ว พรุ่งนี้เช้าจงให้ทุกผู้คนในตระกูลรวมตัวกันที่สวน ไม่อนุญาตให้ขาดใครไปทั้งสิ้นข้าจะคัดเลือกหนึ่งในนั้นกลับสู่พรรคด้วยตนเอง” เมื่อพูดจบประโยคสุดท้ายเซียวกวงหยุนเชิดหน้าขึ้นสูงคล้ายดั่งการประกาศโองการแห่ง์
....................................................................................................
ตอนนี้เป็จุดเริ่มต้นชะตากรรมอันเลวร้ายของพระเอกพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก
ทว่าประสบโชคในคราวเคราะห์ และเริ่มบุกเบิกเส้นทางแห่งฮาเร็มของตนในที่สุด!
ตอนนี้ผู้แปลเริ่มชำนาญการวางเพลิงผู้อ่านจะพบว่าสำนวนพักหลังๆ เริ่มเป็งานเผา บาง่ถึงขั้นไหม้เกรียมทักท้วงมาได้ ด่าได้เต็มที่ เพราะเราไม่ถือ ยังไงเราจะยังคงเผาต่อไปเพราะงานราษฎร์งานหลวงเยอะมากจริงๆ ่นี้ ต้องกราบขออภัยล่วงหน้า