บทที่3 ทุ่งร้าง
ล้อรถม้าของปานวิ่งด้วยความเร็วที่ไม่มากนักออกมาจากโรงนอนทั้งสามเดินทางปานมาส่งตามที่สัญญาไว้ในตอนแรกหลังทานอาหารเสร็จบรรยากาศดูเงียบกว่าปกติรถวิ่งวิ่งเข้าเขตแนวป่าที่เป็เขตของหมู่บ้านชายฝั่งทะเลเมืองจันทร์เสียงนกร้องเป็สัญญาณว่าแนวป่านี้ยังอุดมสมบูรณ์สายตาของปานจ้องมองไปยังพุ่มไม้ข้างทางพุ่มไม้สั่นไหวเหมือนมีอะไรซ่อนตัวอยู่ปานขับรถม้าให้ช้าลงพอรถม้าเข้าไปใกล้พุ่มไม้ยิ่งสั่นไหวปานจ้องมองแล้วทันใดนั้นเ้ากระต่ายตัวหนึ่งก็วิ่งออกมาด้วยความที่มันใก็วิ่งหายเข้าไปในป่าปานถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งใจ
“ที่นี่เงียบยังเลยนะคะสงบและอุดมสมบูรณ์มากเลย”รินที่เงียบมาตลอดการเดินทางของเช้านี่สายตาที่สดใสเธอมองไปรอบๆอย่างสาวน้อยผู้ไร่เดียงสา
“ก็ตั่งแต่มีข่าวลือคนที่นี้ก็เลยไม่กล้าเดินทางค้าขายนะสิร้านของฉันที่ปกติลูกค้าจะเยอะมากแต่ก็มีคนมาพักน้อยกว่าปกติ”ปานตอบกลับตสายตาของเขาก็ยังคงมองทางข้างน้าอย่างไม่ลดละปลายทางที่ผ่านใกล้เข้ามาทำให้เห็นแสงที่สว่างจ้าท่ามกลางความร่มเย็นของป่านี้ปานหัดมาหาทั้งสองพร้อมชี้นิ้วไปทางแสงสว่างปลายทางทั่งสองหันไปมองพร้อมกันสีหน้าของทั้งสองดูหายเหนื่อยเมื่อเห็นปลายทางนี้
“นั้นชายป่าเหรอคะ”จูโกะหันไปทางปาน ปานพยักหน้าเป็คำตอบว่าใช่รถม้าค่อยๆเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้าๆแสงแดดจากปลายทางอาบกายพวกเข้าทั้งสามสายตาของรินและจูโกะก็ตกตลึงเมื่อเห็นภาพตรงหน้าพื้นดินที่เหมือนจะเคยเป็พื้นที่เกษตรบัดนี้ไร้คนดูและพืชผักนาข้าวแห้งตายอย่างน่าเสียดายปานถอนลมหายเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
“ชาวบ้านในแถบนี้ทิ้งไร่นาไปจริงๆอย่างที่ชาวบ้านชายทะเลพูดเมื่อก่อนในแถบป่าแนวเขตหมู่บ้านชายทะเลจะมีคนกลุ่มหนึ่งอาศัยอยู่เป็คนป่าที่รักความสงบพวกเขามักจะหาของป่ามาแลกหรือซื้อขายกลับชาวบ้านประจำฉันซื้อมาทำอาหารต่างๆรับแขกบางครั้งพวกเขาก็ออกมาเปิดแผงขายตามริมทางที่เราผ่านมาเป็ประจำอยู่มาวันหนึ่งจู่จู่พวกเขาก็หายไปแบบไม่มีใครเห็นอีกเลย ทิ้งหมู่บ้านกลางป่าให้ร่างชาวบ้านชายทะเลที่เข้าไปดูก็เจอแต่คราบเืกระเซ็นไปทั่วแต่ก็ไม่เคยพบศพของพวกเขา”ปานขยับปากเล่าแต่สายตาของเขาก็ยังคงสอดส่องไปเลื่อยๆแม้ว่าจะเป็เวลากลางวันแต่บรรยากาศในทุ่งนี้ก็ทำให้พวกเขารู่สึกหนาวไปทั้งตัว ทุ่งกว้างที่เขียวขจีข้างหน้ายาวไกลมองเห็นทิวป่าอยู่จางๆรถม้าของปานก็หยุดลง
“เอาละฉันคงมาส่งได้แค่นี่นะ”จูโกะและรินพยักหน้าแล้วลงจากรถม้าทั้งสองก้มคำนับเป็การขอบคุณ
“พวกเธอไปกันไหวแน่นะหากไม่ไหวก็กลับไปรอพวกนักเดินทางที่ร้านฉันก่อนเพื่อจะมีใครเดินทางผ่านทางนี้”
“ไม่เป็ไรคะขอบคุณมากที่มาส่งพวกเรา”สายตาของจูโกะดูแววมุ่งมั่นเกินที่จะเปลี่ยนใจหลังจากที่ขอบคุณปานไป
“หลังศิลาเสมาพวกนี้ไปคือเขตอันตรายซึ่งฉันไม่อาจพอเธอข้ามทุ่งนี้ไปได้”พูดจบปานก็บอกลาและหันหลังให้ทุ่งร้างทันทีก็ที่พระอาทิตย์จะตกดินทิ้งให้ทั่งสองอยู่ตามลำพังกับเสบียงอีกจำนวนหนึ่งทั่งสองสระพายกระเป๋าก้าวไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจจูโกะมองดูแผ่นศิลาเสมาที่มีอักขระโบราณที่อ่านไม่ออกเขียนจาลึกเต็มไปหมด
“อักขระพวกนี่อ่านว่าไงเหรอจูโกะ”จูโกะสายหัวก่อนที่สายตาของรินจะดูสงสัย
“ฉันนึกว่าเธอจะรู้ทุกอย่างเสียอีกนักเวทย์ต้องรู้ไม่ใช่เหรอ”จูโกะหันมาสบตารินหน้าตามุ้ยดูไม่พอใจ
“ก็ฉันไม่ได้เก่งอะไรแบบนั้นนี่หน่าเื่คาทาเวทย์ก็ไม่เก่งแล้วอักขระฉันก็ไม่เก่งอีก”น้ำเสียงที่ดุดันแบบไม่พอใจของจูโกะทำให้รินเริ่มกลัว
“ฉันขอโทษนะผิดเองแหล่ะที่พูดไปแบบนั้น”น้ำเสียงของรินดูอ่อนลงกับสายตาที่ดูไม่ร่าเริงเหมือนเก่าจูโกะคงรู้สึกผิดจึงตอบกลับไปด้วยความอ่อนโยน
“ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษที่ตวาดใส่เธอไปแทนที่จะเป็ความผิดของฉันที่ไม่รู้เพราะไม่ตั้งใจศึกษาวิชาอักขระโบราณ”รอยยิ้มที่ส่งออกมาทำให้รินหายเศร้าไปทันควันสายตาของจูโกะมองไปที่ศิลาเสมาที่ถูกวางเรียงเป็แถวหน้ากระดานยาวจนสุดลูกหูลูกตาซ้ายขวาและมีมาเรียงเป็แนวทางเดินทั้งนี้น่าจะทำให้บ่งบอกได้ว่าเป็เขตของหมู่บ้านชายทะเลกับแนวป่าและที่เรียงเป็ทางยาวคงจะทำเพื่อบอกทางศิลาเสมาทำจากหินทั่งแผ่นเป็ศิลาเสมายุคาใช้ปักเพื่อกำหนดเขตศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้กำหนดจำนวนตำแหน่งที่ตั้งและทิศทางที่แน่นอนแต่บางครั้งอาจเป็หลักปะาหรือหลักบูชายัญในยุคามากใช้นักเวทย์ผู้หญิงเป็ผู้ประกอบพิธีกรรมมักใช้ปปีศาจสัตว์ประหลาดหรือแม้แต่มนุษย์ที่เป็ผู้ชายหรือเพศชายมาผูกมัดกับศิลาเสมาเพื่อทำพิธีบูชายัญเพื่อให้ิญญาเขาไปสิงสถิตอยู่ในศิลาเสมาและกับกับด้วยอักขระเวทย์มนต์เพื่อปกป้องคุ้มครองบ้านเมืองหรือชนเผ่าและเผ่าพันธุ์ในยุคหลังๆมักใช้สัตว์แทน
“มันมีเยอะมากเลยนะเนี้ย”รินมองไปรอบๆด้วยความตั้งใจ
“ครั้งหนึ่งเคยได้ยินว่ามีนักเวทย์หญิงผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งในยุคที่สองในมหาทวีปได้ผนึกอสูรเงาดำไว้ในหินที่ทำเป็ลักษณะแบบนี้”รินทำหน้าตาสนใจเมื่อได้ยินเื่ราวที่จูโกะเล่าทั่งสองเดินไปเลื่อยๆต่างสนทนากันถึงเื่ราวที่จูโกะและรินแลกเปลี่ยนกันสายลมที่เคยสงบนิ่งก็เริ่มพัดแรงขึ้นพวกเขาออกห่างจากพื้นที่ป่าเขตแดนและทุ่งทำการเกษตรมาได้ไม่มากท้องฟ้าครึ้มดำเม็ดฝนก็ตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย
“นี้เราหาที่หลบฝนกันก่อนเถอะ”รินนึกขึ้นได้เพราะระหว่างที่ผ่านมาเขาเหลือบไปเห็นกระท่อมหลังหนึ่งทั้งสองจึงตัดสินใจที่จะเขาไปพักในกระท่อมหลังนั้นเมื่อทั้งสองมาถึงจึงแปลกใจอยู่เล็กน้อยที่เห็นว่ากระท่อมหลังนี้ไม่ได้ทรุดโทรมอะไรมันยังดูดีเหมือนมีใครดูแลมันอยู่แต่ด้วยความเปียกที่โดนฝนทั้งสองจึงตัดสินใจเขามาขอหลบฝนในนี้
“สวัสดีคะมีใครอยู่มั้ยคะ”จูโกะร้องถามแต่ก็ไร้เสียงใดตอบกลับมาทั้งสองเลยตัดสินใจเดินสำรวจให้รอบกระท่อมเป็กระท่อมหลังใหญ่พอควรน่าจะอยู่ได้ทั้งครอบครัว กระท่อมหลังนี้อยู่ในเขตของคนป่าที่ทำการเกษตรในแถบนี้ที่ต่อกับเขตทุ่งร้าง
“ฉันว่ามันมีอะไรแปลกๆอยู่นะริน”รินพยักหน้าทั้งสองเดินเข้ามาในกระท่อมพวกเขาถอดรองเท้าและถือติดตัวเข้ามาในกระท่อมด้วยเพราะพื้นบ้านดูสะอาดกลิ่นควันไฟลอยออกมาจากห้องครัวทั้งสองยิ่งสงสัยว่าต้องมีคนอยู่ฝีเท้าที่เบาของทั้งสองค่อยๆเดินทีระก้าวอย่างช้าๆเดินมาถึงประตูครัวพวกเขาแยกกันชโงกหน้าคนละฝั่งในห้องครัวไม่มีอะไรแต่ไฟถูกจุดเอาไว้
“นี้มันแปลกมากจูโกะ”จูโกะสบตารินแล้วตัดสินใจเดินออกจากห้องครัวมาอยู่ที่ห้องโถงกลางบ้าสายฝนกระหน่ำลงมาแรงกว่าเดิมเสียงฝนกลบทุกอย่างมีแต่เสียงลมหายใจกับหัวใจที่เต้นแรงไม่เป็จังหวะของพวกเขาที่แรงแข่งสายฝน
“จูโกะเธอหัวมั้ย”รินรีบถามเมื่อเห็นใบหน้าที่ดูอ่อนล้าของจูโกะ“ฉันมีข้าวที่คุณปานให้มาเป็เสบียงอยู่เธอเอาปกินสิ”สายตาของจูโกะดูอ่อนลงก้มหัวขอบคุณทันทีที่เห็นรินยื่นของกินมาให้ทั้งสองแบ่งกันกินจนเสร็จสายฝนด้านนอกตัวกระท่อมซ่าลงแต่ยังลงเม็ดไม่หนักเหมือน่ก่อนหน้าความเย็นบวกกับความเงียบสงัดทำให้ทั้งสองที่กินข้าวหลับไปทั้งคู่เสียงฝีเท้าหนึ่งเดินเข้ามาในบ้านเขาถอดรองเท้าอย่างบรรจงจัดเรียงด้วยความเรียบร้อยเขาเดินเข้าครัวกองไฟที่ใกล้มอดดับลงเขาเติมฝืนเข้าไปทำให้ไฟรุกแรงอีกครั้งควันไฟโขมงขึ้นเขาเตรียมตัวทำอาหารด้วยวัตถุดิบที่หามาได้หน่อไม้กับไก่เขาล้างไก่ให้สะอาดพักในที่พักให้สะเด็ดน้ำนำไปต้มให้ไก่พอสุกตักขึ้นหั่นเป็ชิ้นเล็กพอดีคำนำหน่อไม้ปลอกเปลือกล้างน้ำให้สะอาดหั่นเป็ชิ้นพอดีคำต้มในน้ำเดือดใส่เกลือต้มจนสุกนุ่ม เขานำน้ำต้มไก่ที่ทำไว้ก่อนหน้ามาตั้งบนไฟใส่พริกไทย เนื้อไก่และหน่อไม้ที่หั่นเตรียมไว้พอเดือดปรุงรสด้วยน้ำปลาในระหว่างที่กำลังทำอาหารเขาไม่ได้สนใจเลยว่ามีคนคู่หนึ่งในกระท่อมของเขารินและจูโกะที่ได้กลิ่นอาหารก็รู้สึกตัวตื่นเขาเดินย่องเขามาที่ห้องครัวเห็นชายตัวเล็กกำลังทำอาหารอย่างมีความสุขทั้งสองมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่รินจะจ่อคมดาบไว้ที่คอหอยของชายตัวเล็กเสียงทัพพีหลุดมือชายตัวเล็กด้วยความใเขาจึงร้องะโเสียงดังออกมาทันใดเสียงฝีเท้าก็วิ่งมาด้วยความเร็วมือของมันตะปบเข้าที่รินอย่างแรงทำให้รินเสียหลังกระเด็นไปด้านหลังเมือจูโกะเห็นเช่นนั่นเขาได้กางเขตป้องกันแต่แล้วเท้าอันใหญ่นั้นก็ตบเข้าที่จูโกะโดนการป้องกันแต่จูโกะก็กระเด็นไปไกลทั้งสองดูเหมือนจะสู้ไม่ได้ในมุมมืดรินและจูโกะก็ได้เห็นแววตาของสิ่งมีชีวิตแววตาสีเหลืองอำพรรณดูดุดันลมหายใจร้อนผ่าวเมื่อมันเข้ามาใกล้ทั้งสองไร้การป้องกันและไร้ทางสู้มันอ้าปากกว้างพร้อมที่จะงับลงมาทันใดนั้นเสียงของเ้าของมันก็ร้องขึ้น
“หยุดนะเ้าดุน”ทันใดที่ได้ยินเสียงของเ้านายมันมันก็หยุดโดยทันทีรินและจูโกะงงไปพักหนึ่งก่อนที่จะรุกขึ้นยืนด้วยความสงสัยที่เข้าทั้งคู่ทำมั้ยยังไม่ถูกเอาชีวิต
“ดุนเ้าทำได้ดีในโลกนี่มนุษไม่ควรถูกฆ่าอีกต่อไปแล้ว”เมื่อได้ยินคำพูดของเ้าของกระท่อมรินและจูโกะถึงกับทำอะไรไม่ถูกและต้องสำนึกผิดที่หันคมดาบเข้าหาคนที่ไม่รู้ว่าดีหรือเลว
“ท่านทั่งสองเข้ามาในนี้โดยพลักการแถมยังคิดที่จะฆ่าข้าทั้งเป็ใครกันแน่มาที่นี่ด้วยธุระใด”แสงไฟจากในครัวที่ขมุกขมัวมองเห็นใบหน้าของเ้าของบ้านไม่ชัดแต่ด้วยความผิดทำให้หญิงสาวทั้งคู่ไม่กล้าสบตาเ้าดุนถอยหลังออกห่างหญิงสาวทั้งสองเดินมาประจันหน้ากับเ้าของกระท่อมเขาทั้งสองโค้งคำนับด้วยความรู้สึกผิดรอยยิ้มบนใบหน้าของเ้าของกระท่อมเป็รอยยิ้มที่บริสุทธ์ยิ่งทำให้หญิงสาวทั้งสองรู้สึกผิด
“เอาละให้พวกท่านไปรอข้าที่ห้องโถงก่อนนะพอดีข้าวกำลังสุกเดี๋ยวข้าจะยกไปเสิร์ฟ”ทั้งสองทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้โดยมีเ้าดุนคอยเดินตามด้วยสายตาที่หมายจะเอาชีวิตได้ทุกเมื่อและแล้วอาหารก็ถูกยกม่วางไว้ตรงหน้าพร้อมกับข้าวที่ตักมาให้รินและจูโกะอีกด้วยทั้งสองงุนงงในความใจดีของเ้าของกระท่อม
“ท่านเลยๆวันนี้ข้ากับดุนได้ไก่ป่ากับหน่อไม้สดมาเลยทำแกงจืดหน่อไม้สดข้าดีใจมากที่ไม่ได้เห็นผู้คนมาที่นี้นานมากแล้ว” รินและจูโกะมองหน้าแล้วก้มคำนับขอโทษอีกครั้ง
“พวกเราขออภัยที่หันคมดาบเข้าหานะเราขอโทษจากใจจริง”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า”เสียงหัวราะที่ดังออกมาจากเ้าของกระท่อมทำให้รินและจูโกะต้องงงไปกันใหญ่เพราะด้วยที่เขาไม่โกรธแล้วยังมีน้ำใจทำอาหารมาแบ่งทานและยังอารมณ์ดีแม้เกือบจะโดนฆ่าก็ตาม“ลืมไปๆข้าชื่อจุนแล้วแมวั์นี้ชื่อดุนแต่ก็อย่างว่าข้าก็เกือบตายเพราะท่านสองคนเห้อคนยุคนี้สมัยนี้ยังไม่รู้จักกันดีจะฆ่าจะแกงกันเสียแล้วเมื่อที่ท่านพ่อท่านแม่พูดไม่มีผิด”น้ำเสียงของจุนดูเศร้าๆไปเมื่อพูดถึงเื่พอกับแม่ และด้วยความสงสัยทำให้จูโกะต้องถาม
“นี่ฉันขอเสียมารยาทหน่อยนะจุนมันเกิดอะไรขึ้นกับที่นี่เหรอ”จุนทำหน้าเศร้าอีกครั้งเขาหันหน้าไปมองรอบๆหน้องโถงจึงตัดสินใจเล่าความเป็มาของทุกอย่าง
“หมู่บ้านของเราเป็ชุมชนคนป่าติดต่อค้าขายกับหมู่บ้านชายฝั่งทะเลของเมืองจันทร์มานานแสนนานอยู่มาวันหนึ่งวันนั้นท้องฟ้าแจ่มใสมากกว่าทุกวันพวกเราออกมาทำสวนในเขตทุ่งนี้และกระท่อมหลังนี้เป็กระท่อมที่ตั้งไว้ในพวกเราใช้หลบแดดหลบฝนเวลาออกมาทำการเกษตรมันเป็เหมือนบ้านหลังใหญ่ตั้งอยู่ใกล้กับแนวเขตต่อกับทุ่งร้างวันนั้นเสียงป่าลั่นแตกระแหงแล้วแผ่นดินก็ะเืในป่าข้างหน้านั้นเราทุกคนมองเห็นเ้าสัตว์ชนิดหนึ่งซึ่งไม่มีใครเคยพบเห็นมันมาก่อน”เขาถอนหายใจออกมาทั้งรินและจูโกะใจจดจ่อที่จะฟังเื่ราวต่อ
“และแล้วมันก็เข้าโจมตีพวกเราศิลาเสมาที่เคยแข็งแกรงและปกป้องพวกเราก็ได้ศูนย์เสียพลังไปเ้าสัตว์ประหลาดนั้นเข่นฆ่าผู้คนไปเป็จนนวนมากแล้วมันก็หายเข้าไปในป่าแต่คราบน้ำตายังไม่ทันได้เหือดแห้งมันก็กลับมาอีกชาวเผ่าคนป่าไม่มีใครกล้าออกมาทำไร้ไถนามีแต่ครอบครัวเราที่ยังทำต่อไปเลื่อยๆและแล้วมันก็กลับมาจับทุกคนไปหมดรวมทั้งพ่อแม่ของข้าไปด้วยข้าที่รอดมาได้เพราะมีเ้าดุนที่ช่วยเอาไว้”น้ำตาที่ไหลอาบแก้มจุนเสียงสะอึกสะอื่นเขาปาดน้ำตาและยิ้มกว้างให้กับจูโกะและริน
“เอาละในเมื่ออดีตมันไม่สามารถเอากลับมาได้ก็ทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก็แล้วกันกินข้าวกันดีกว่า”ทั้งสองก็กินตามที่คำเชิญของจุนซดน้ำซุปสายตาของเข้าก็ดูมีแววความสุข
“อร่อยมาก” รินและจูโกะพูขึ้นมาพร้อมกันเมื่อสาวน้อยเอ้ยปากชมคนทำอาหารก็ยิ้มกว้างทันทีพร้อมกับผายมือให้ตักเอาอาหารเพิ่มได้ทั้งสองไม่รอช้ากินจนอิ่มหน้าตาที่เปรี่ยมด้วยความสุขกับอาหารมื้ออร่อย
สายฝนหยุดไปน้ำที่เกาะตามใบหญ้าหยุดลงมากระทบกับน้ำที่เจิ่งนองกระเพื่อบเป็วงเล็กและกว้างออกอย่างเห็นได้ชัดรินและจูโกะนั่งมองและยังรู้สึกผิดที่คิดจะฆ่าเด็กบริสุทธ์คนหนึ่งที่ทำอาหารเลี้ยงเขาไปทั้งสองคนเงียบไม่พูดอะไรโดยมีเ้าดุนนอนอยู่ข้างๆเสียงล้างถ้วยล้างชามดังรอดผ่านความเงียบสงัดออกมาเป็บางครั้งเพราะในครัวจุนทำความสะอาดกับสิ่งที่กินไปเมื่อสักครู่พอเสียงดังเงียบไปครู่หนึ่งเสียงฝีเท้าของจุนเดินมาพร้อมกับถ้วยที่มีอาหารพูนถ้วยมาว่างต่อหน้าเ้าดุนที่เป็สัตว์เลี้ยงของเขา
“วันนี้เหนื่อยหน่อยนะกินเยอะๆ”จุนลูบหัวเ้าดุนอย่างถนุถนอมและแล้วความเงียบก็หายไปจูโกะตัดสินใจถามกับจุน
“นี่นายอยู่คนเดียวมานานแค่ไหน”คำถามที่อ่อนโยนจุนเงยหน้าขึ้นมาเบาๆเขายิ้มกว้างและตอบคำถามจูโกะไป
“ก็ตั้วแต่ที่ครอบครัวฉันโดนเ้าสัตว์ประหลาดนั้นฆ่าตายไป”เขาตอบด้วยท่าทีที่ยิ้มแย้มถึงแม้จะเป็เด็กแต่เขากับแข็งงแกรงยิ่งกว่าผู้ใหญ่ริมฝีปากบางๆของจุนก็ขยับพูดอีกครั้ง
“ฉันอยู่คนเดียวมาั้แ่เกิดแล้วพ่อแม่ฉันที่เป็เผ่าคนป่าเป็คนเก็บฉันมาเลี้ยงพวกท่านเจอฉันที่ทุ่งร้างนี้กับเ้าดุน”เขาลูบหัวเ้าดุน“ฉันกับดุนเลยเป็เหมือนพี่น้องที่คอยช่วยเหลือและอาศัยพึ่งพากันในทุกเื่”จุนหยิบถ้วยข้าวที่ดุนทานเสร็จและหันหลังเดินออกจากตรงนั้นพร้อมกับหันมาบอกรินและจูโกะให้รีบนอนความมืดและความเงียบทำให้ทั่งสองนอนหลับไปบวกกับอากาศที่เย็นพอดีหลังฝนตกจุดเดินเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับหยิบผ้าห่มมาห่มทั่งสองที่นอนตัวขดเพราะอากาศหนาวทั้งคู่ไม่รู้สึกตัวและแล้วจุนก็นอนลงในที่นอนตัวเองมุมห้องโถงแล้วหลับไป
เสียงนกร้องเสียงแจ๋วดังระงมแสงตะวันที่โผล่ขึ้นมายังไม่เต็มดวงจูโกะลืมตาและโผรุกจากที่นอนมองไปรอบๆเห็นรินที่นอนหลับอยู่และดุนที่หลับอยู่เช่นกันสายตาของเขามองทอดไปด้านนอกเห็นจุนที่กำลังทำสวนอยู่ไม่ไกลนักจูโกะเก็บที่นอนแล้วรุกเดินไปหาจุนที่สวน ในบริเวณรอบๆตัวกระท่อมถูกทำเป็สวนเล็กๆแต่มีหลายแปลงปลูกพืชผักมากมายหลายชนิดจูโกะเดินมาหยุดตรงที่จุนทำสวน
“เธอตื่นเช้าจังเลยนะ”
“เป็เื่ปกติที่เราต้องตื่นเช้าจะได้ทำอะไรได้หลายอย่าง”
“เธอพูดเหมือนคนแก่เลยนะ”
“ก็ฉันอยู่กับคนแก่นี่หน่า”
“วันนี้เราจะทำอะไรกินดีเก็บผักพวกนี้ไปทำดีมั้ย”จูโกะหันไปเจอมะเขือเทศที่กำลังสุกได้ที่
“วันนี้ฉันจะโชว์ฝีมือเองเลี้ยงที่เมื่อคืนเธอทำอาหารให้กิน”สายตาดูเป็ประกายสดใสเขาเดินไปเก็บมะเขือเทศ
“จุนที่ครัวมีหอมหัวใหญ่มั้ย”จุนพยักหน้าและก้มหน้าก้มตาทำสวนของเข้าต่อไป
“รอกินได้เลยนะเดี๋ยวพี่สาวคนนี่จะโชว์ฝีมือให้ดูเอง”จูโกะเดินห่างออกมาจากตรงนั้นขึ้นกระท่อมเดินผ่านรินที่กำลังงัวเงียตื่นและเข้าครัวไปเสียงก่อไฟก็เริ่มขึ้นจูโกะซาวเข้าและหุงขณะที่รอข้าวสุกเขาก็จัดแจงทำอาหารกับผักที่เก็บมามองสำรวจครัวไปรอบๆก็ไปเจอไข่ที่อยู่ในตะกล้าสายตาของจูโกะดูมีความสุกเมื่อเห็นว่าเครื่องครัวครบเสียงฝีเท้าเดินงัวเงียก็เข้ามาในครัว
“นี้จูโกะเธอจะทำอะไร”รินที่เพิ่งตื่นก็เข้ามาในครัวพร้อมบิดี้เีจูโกะมองดูแล้วคงจะให้มาช่วยไม่ไหวจึงให้รินออกไปรอข้างนอก
“ฉันกำลังจะทำข้าวเช้ารินเธอไปรอข้างนอกก้ได้นะฉันทำเองได้เธอไปทำให้ตัวเองสดชื่นก่อนเลยอันดับแรก”รินพยักหน้าแล้วเดินออกห้างจากห้องครัวเก็บที่นอนพร้อมหยิบดาบคู่กายแล้วไปที่ลานบ้านเพื่อฝึกดาบ
ควันไปโขมงน้ำเดือดได้ที่จูโกะล้างมะเขือเทศแล้วนำมากรีดใต้มะเขือเทศเป็กากบาทนำไปลวกในน้ำเดือดที่เตรียมไว้ในเวลาไม่นานแล้วตักขึ้นลอกเปลือกออกหั่นเป็เสี้ยวทิ้งไว้นำหอมหัวใหญ่มาหั่นเป็เสี้ยวแล้วนำไปผัดกับน้ำมันส่งกลิ่นหอมไปทั่วครัวแล้วใส่มะเขือเทศลงไปผัดจนหอมหัวใหญ่และมะเขือเทศนุ่มตักใส่หม้อที่มีน้ำต้มไก่ที่เหลือจากเมื่อคืนตั้งไฟอ่อนพอเดือดปรุงรสด้วยเกลือพริกไฟคนให้เข้ากันพอเดือดอีกครั้งค่อยๆเทไข่ที่ตีละเอียดไว้ก่อนหน้าคนให้ไข่แยกออกจากกันรอให้ไข่สุกและจูโกะก็ทำไข่ทอดเป็อีกเมนูพอข้าวสุกได้ที่จูโกะนำอาหารยกออกจากครัวเตรียมถ้วยชามพร้อม
“จุนๆรินๆอาหารพร้อมแล้วมาทานเร็ว”เสียงตะโดกนเรียกทั่งคู่ทให้จุนที่ทำสวนอยู่ต้องหยุดแล้วเดินกับกระท่อมเสียงฝีเท้าของรินก็มาถึง
“มาแล้วๆ”สีหน้าดูตื่นเต้น
“รินไปอาบน้ำล้างมือก่อน”
“ข้ามาแล้ว”เสียงจุนที่เพิ่งมาถึงก็เดินขึ้นมาพร้อมกับตรงเข้าไปห้องอาบน้ำจูโกะที่เตรียมอาหารเสร็จก็เตรียมตัวอาบน้ำเช่นเดียวกันเวลาผ่านไปหลายนาทีทุกคนพร้อมหน้ากลิ่นน้ำซุบหอมอบอวนไปทั่วห้องจูโกะตักเสิร์ฟเป็ถ้วยใครถ้วยมันพร้อมข้าวและไข่ดาวทุกคนทานด้วยความอร่อยสีหน้าของทุกคนมีความสุขกับอาหารเมนูง่ายๆที่ได้จากสวนเล็กๆของกระท่อมหลังนี้เสียงหัวเราะล่ากับรอยยิ้มของทุกคนในเช้านี้กองจายวางพูนรินและจุนช่วยกันล้างเปลี่ยนให้จูโกะพักเพราะเป็คนทำอาหารให้ทานสีหน้าดูจริงจังของรินทำให้จุนต้องพูดเพื่อผ่อนคลาย
“พวกเ้าจะไปที่ไหนกันต่อเหรอ”
“ก็ผ่านป่านี้เพื่อตามหาใครบางคนนะ”
“พวกเ้าน่าสนุกนะไม่เหมือนกับข้าที่อยู่แต่ในส่วนแห่งนี้”
“ฉันว่าชีวิตแบบเธอต่างหากจุนที่น่าสนุกสงบสุกดีไม่เหมือนพวกเราเดินทางตามเพื่อตามหาฝัน”เสียงถอนหายใจของปนเศร้าของรินทำให้จุนไม่กล้าพูดต่อ
“แต่ก็อย่างว่าละนะชีวิตเราเลือกแล้วก็ต้องยอมรับมันให้ได้”รินพูดจบก็ดูร่าเริงขึ้นอีกทีทำให้จุนยิ้มตามไปด้วยพอทั้งสองล้างเสร็จก็เตรียมยกมาตั้งให้แห้งนั่งลงที่โถงกลางบ้านพร้อมกับทุกคนนั่งมองท้องฟ้า่สายของทุ่งแห่งนี้ความสงบมักอยู่ได้ไม่นานสายลมเริ่มกระโชกแรงขึ้นท้องฟ้าตั้งเค้าเมฆฝนเสียงไม่แตกไหวจุนวิ่งออกไปและมองไปที่ป่าพร้อมกับรินและจูโกะ
“เหมือนวันนั้น”เขาพูดออกมาเบาๆด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว
“มันคืออะไรเหรอจูโกะถามด้วยความสงใสและตื่นกลัว”
“เ้านั้นเ้าสัตว์ประหลาดเราไม่อาจต่อสู้กับมันได้ไปเตรียมของกันเราต้องหนีข้าจะปกป้องกระท่อมนี้เอง”
พอจูโกะได้ยินเช่นนั้นเขาไม่อาจปล่อยให้จุนต่อสู้คนเดียวได้เขาจับมือจุนไว้แน่นจ้องเขมงริมฝีปากอันบอบบางก็เอ่ยออกมา
“ไม่จุนเราจะพาเธอไปด้วยก่อนอื่นเราต้องหลีกเลี่ยงให้ห่างจากกระท่อมไปก็ของที่จำเป็สะ”จุนพยักหน้าจูโกะปล่อยมือและทุกคนก็เริ่มก็ของจุนเตรียมอาหารไปสำรองเพื่อการเดินทางและเครื่องนอนกับเสื้อผ้าแบบพอประมาณสายลมเริ่มแรงขึ้นเสียงป่าแตกไหวแม้จะอยู่ไกลแต่เสียงก็ได้ยินชัดเจนทั้งสามเตรียมตัวเสร็จก็ขึ้นขี่หลังเ้าดุนและทิ้งกระท่อมไว้เบื่องหลังทุ่งร้างอันกว้างไกลเพื่อมุ่งหน้าเขาป่ายิ่งมาใกล้เสียงป่าไม้ก็แตกไหวมากยิ่งขึ้นและแล้วพวกเขาก็เห็นมันมันเดินด้วยสองขาตัวดำทมิน
หน้าตาคล้ายควายในมือถือดาบเล่มใหญ่แขนทั้งสองข้าเป็มือคล้ายมนุษย์ส่วน่ร่างเป็ลักษณะเหมือนควายย้ำเดินห่างพวกเขาไม่ไกลนัก
“นั้นแหละตัวมันละ”เมือสายตาของทั้งสามจ้องมองไปที่มันสัตว์ประหลาดหยุดเดินมันได้กลิ่นของพวกเขามาแต่ไกลสายตาของมันก็จ้องมาที่พวกเขาจุนลูบหัวดุน
“เร็วกว่านี้หน่อยดุน”ความเร็วของเ้าดุนเพิ่มขึ้งเมื่อได้ยินคำส่งเมื่อเป็เช่นนั้นเ้าสัตว์ประหลาดที่เห็นพวกเขาเร่งฝีเท้ามันก็วิ่งตามมาทันทีด้วยก้าวที่ยาวของมันทำให้ทำให้ระยะห่างเริ่มใกล้เข้ามา
“ดีแล้วละเป้าหมายของมันไม่ใช้กระท่อมอีกต่อไปแล้วแต่คือพวกเรา”ตึ้ง เสียงดาบถูกฟันลงมาอย่างแรงแผ่นดินสั่นไหวเมื่อเ้าสัตว์ประหลาดอยู่ใกล้มันตัวใหญ่มักและกลิ่นสาบของมันก็แรงมากจนทำให้ทั้งสามจะทนไม่ไหวจูโกะที่อยู่ท้ายสุดก็ตัดสินใจร่ายเวทย์ของเธอแผ่นดินก่อตัวกันขึ้นเป็กำแพงสูงและหนาเป็สี่เหลี่ยมล้อมตัวเ้าสัตว์ประหลาดนี้เอาไว้
“เวทย์ดินเธอสุดยอดมากจูโกะ”รินที่มองดูอยู่ไม่ห่าง ลูกไฟลูกใหญ่ก็ปรากฏเหนือหัวเ้าสัตว์ประหลาดและล่วงลงมาเสียงร้องที่ทรมานก็ดังขึ้นตามมาด้วยเสียงะเิของกำแพงดินวินาทีที่กำแพงดินะเิสายตาแดงก่ำเหมือนไฟกองใหญ่ที่ถาโถมิัที่ถลอกด้วยความร้อนจากไฟในมือของมันกำดาบเล่มใหญ่แน่นยิ่งขึ้นมันออกวิ่งอีกครั้งเ้าดุนเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นแม้ความเหนื่อยจะเริ่มมาเยือยทันใดนั้นเสียงดาบก็ฝาดลงดุนหลบปลายคนดาบฟันเข้าเนื้อที่ขาของดุน ดุนล้มลงและกลิ้งไปกับพื้นทั้งสามตกจากหลังและกลิ้งไปกับพื้นเช่นเดียวกันทั้งสามตกจากพื้นลมลูกใหญ่ก็ลอยไปชนเข้ากับเ้าสัตว์ประหลาดกระเด็นไปไม่ไกลนักแต่ยังพอยื้อเวลาให้ทั้งสามทิ้งห่างไปได้บ้าง
“เ้าดุนอย่าเป็อะไรมากนะ”สายตาของจุนดูหวาดกลัวเมื่อตกจากหลังดุนสภาพของดุนาเ็สภาพของแผลไม่ลึกมากแต่ก็ไม่อาจแบกทั้งสามคนขึ้นหลังไหวดุนลุกขึ้นยืนกระเพกเดินไปข้างหน้าอย่างทุลักทุเลเสียงครางของมันบ่งบอกถึงความเ็ป
“จุนพาดุนหลบไปก่อนเข้าป่าให้ได้รินเธอพอที่จะพาจุนกับดุนไปก่อนได้มั้ย”รินจ้องมองเมื่อเห็นจูโกะคิดที่จะสู้เพียงลำพัง
“ฉันจะสู้ไปพร้อมกับเธอจูโกะจุนพาดุนไปก่อน”จูโกะพยักหน้าเ้าสัตว์ประหลาดที่ลุกขึ้นยืนได้แล้วมันก็ก้าวเข้ามาทางพวกเขาเสียงลมหายใจของมันแรงมากเมื่อมาอยู่ไกลเสียงฝีเท้าะเืเบาๆแต่ก็ทำให้ทั้งสองหวั่นได้จุนและดุนที่ถอยห่างออกมาก่อนอยู่ไม่ไกลมานักจากป่าเสียงฝีเท้าหยุดลงพร้อมกับคมดาบที่ฟันลงเต็มแรงแต่ก็ไม่อาจจะผ่านเกราะของจูโกะไปได้แต่แรงฟันที่แรงและเร็วก็ทำให้เกราะเวทย์แตกลงในทันทีเช่นกันสายตาของจูโกะยังงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้อยู่แต่ในคราวเดียวกันดาบของเ้าสัตว์ประหลาดก็ฟันลงมาอีกครั้งริมฝีปากบางๆของจูโกะก็ถ่องคาถาเวทย์ในทันที
“ข้าคือผู้รับใช้แห่งแสงอำนาจของแสงสว่างความมืดไม่อาจช่วยเ้าได้ดวงไฟแห่งนภาจงกลับไปซะ” เสียงที่เปล่งออกมาทำให้ลูกไฟปรากฏขึ้นล้อมรอบเ้าสัตว์ประหลาดมันร้องโหยหวนด้วยความเ็ปจูโกะได้ทีก็หันหลังวิ่งพร้อมกับดึงแขนรินที่ยังยืนดูอยู่ตรงนั้นเ้าสัตว์ประหลาดล้มตึงลงพร้อมกับเปลวไฟที่ยังลุกท้วมร่างของมันอยู่ทั้งคู่วิ่งห่างออกมาทันใดนั้นเสียง วือก็ดังขึ้นพร้อมกับที่จูโกะได้ล้มกลิ่งลงดาบเล่มใหญ่ก็ลอยไปเสียงเต่งอยู่ข้างหน้าของพวกเขาทั้งสองเมื่อรินเห็นคนตรงหน้าล้มลงพร้อมกับเืที่ออกมามากรินทรุดตัวลงและเริ่มเขย่าตัวจูโกะอย่างทำอะไรไม่ถูกเ้าสัตว์ประหลาดลุกขึ้นยืนอีกได้อีกครั้งมันเดินมาหาพวกเขารินที่มองดูจูโกะที่กำลังเสียเืเพราะาแที่โดนคมดาบที่เ้าสัตว์ประหลาดแกล่วมาโดนเข้าที่เอวเป็แผลลึกรินจึงตัดสินใจพยุงจูโกะและวิ่งหนีกึ่งเดินเพื่อให้ห่างจากเ้าสัตว์หลาดเสียงหายใจหอบดังเมื่อทั้งสองเข้ามาหลบซ้อนในป่านี้สำเสร็จโดยมีเ้าสัตว์ประหลาดที่ตามเขาเข้ามาเดินตามและหาเขาไปทั่วบริเวร
“จูโกะๆเป็อะไรมากมั้ย”คนถูกถามสายหัวและเริ่มร่ายเวทย์เพื่อรักษาตัวเองรินได้แต่ทำตัวไม่ถูกจูโกะรักษาตัวเองแต่ก็ไม่อาจทำได้ดีพอเพราะเขาอ่อนแอจากการเสียเืมาก
“ฉันห้ามเืไว้นิดหนึ่งแล้วล่ะแค่เราต้องออกจากกตรงนี้ให้ได้”จูโกะพูดด้วยความเหนื่อยล้าเสียงฝีเท้าของเ้าสัตว์ประหลาดดูเหมือนจะเงียบไปทั้งรินและจูโกะดูโล่งใจที่เป็มันออกห่างรินพยุงจูโกะให้ลุกขึ้นหันหลังทันทีที่ก้าวเท้าเดินลมหายใจแรกร้แงก็ลดต้นคอของพวกเขารินกำดาบที่ถือไว้ในมือแน่นสีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนจากเมื่อกี้อย่างเห็นได้ชัด
“ฉันจะปกป้องเธอเองจูโกะเธอรีบหนีไปซะ”รินปล่อยมือที่พยุงจูโกะหันหน้าเขาประจันกับเ้าสัตว์ประหลาดแต่แล้วก็ต้องเสียท้าเมื่อมันคว้าตัวของรินเอาไว้ได้มันกำตัวรินแน่นด้วยความเจ็บทำให้รินร้องออกมา
“ริน”จูโกะที่ยังไม่ทันหนีก็ร้องขึ้นและทันใดนั้นแสงสว่างก็ปรากฎขึ้นตรงหน้าของเข้าทั้งสอง