หลังจากนอนหมดสภาพเพราะการเจริญรอยตามพี่โล้นซ่าไม่เป็ผลผมก็ไม่ได้ล้มเลิกแต่อย่างใด ผมก็ค่อยๆทำเริ่มต้นจากทีละนิด วิดพื้นที่ละ1-2ครั้ง ซิทอัพทีละครั้ง บ้างก็2ครั้งส่วนสควอชงดไปก่อน คงต้องรอให้กำลังขามีมากกว่านี้ ผมทำไปพักไปวนอยู่อย่างงี้จนถึง่เที่ยงเชื่อมั้ย? ว่าขนาดเอาทุกอย่างที่ทำรวมกันยังไม่เฉียดร้อยเลย ผมต้องแบกสังขารออกไปหาข้าวเที่ยงกินกินเสร็จก็กลับมาทำต่อ วิดพื้น ซิทอัพ ทำเรื่อยๆเหนื่อยก็พัก จนถึงครั้งที่ราวๆ 80จากจุดนี้ไปเป็นรกของจริง ทุกครั้งที่ดันพื้นลงไปเป็อะไรที่ยากมากกล้ามเนื้อทุกส่วนข้าต่อทุกพับต่างกรีดร้องประท้วงราวกับพวกมันไม่เคยได้เงินเดือนมานับปีผมต้องพัก 4-5 นาทีกว่าจะดันพื้นขึ้นมาได้หนึ่งครั้ง ทำไปทำมามองไปที่นาฬิกาก็ตอน6โมงเย็นเสียแล้ว
"บ้าเอ้ยวิดพื้น ซิทอัพทั้งวันยังไม่ถึงร้อยสักอัน รู้ถึงไหนอายถึงนั่น"ผมบ่นอย่างหัวเสียกับร่างกายที่มัน..จะเรียกว่ายังไงดีล่ะ "โคตรกระจอก"เลยแต่บ่นไปก็เท่านั้นสิ่งที่ทำยังไงมันก็ต้องทำ ผมเลยตัดสินใจผ่อนคลายร่างกายตัวเองด้วยการใส่รองเท้าและออกไปเล่นกีฬาแน่นอนกีฬาที่ผมจะไปเล่น ผมเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าผมเคยเป็นักกีฬามหาลัยมาก่อนกีฬานั้นก็คือ บาสเกตบอลยังไงล่ะ ด้วยส่วนสูง182ของผมสำหรับคนไทยก็ถือว่าค่อนข้างสูงล่ะนะแต่สำหรับนักบาสนั้นนับว่าธรรมดา แต่ก็นะไม่ได้คิดว่าจะกลับไปเล่นจริงจังซักหน่อยแค่จะออกไปผ่อนคลายกล้ามเนื้อเอง ? แต่ก็นะปกติก็เป็คนชอบชัยชนะอยู่แล้วแม้ร่ายกายจะปวดเมื่อยจากการโหมออกกำลังกายทั้งวันยิ่งเพิ่มความเ็ปของกล้ามเนื้อเข้าไปอีก ไม่ใช่ว่าผมทำทุกอย่างแบบไม่คิดนะครับการออกกำลังกายอย่างพวกวิดพื้น ซิทอัพ และสควอดนั้นเป็การสร้างความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อและการเล่นกีฬาอย่างบาสเกตบอลนี่ก็ช่วยเพิ่มปฏิกริยาตอบสนองและความยืดหยุ่นของร่างกาบได้ดีอันที่จริงจะใช้วิธีอื่นก็ได้ในการเพิ่มปฏิกริยาตอบสนอง และความยืดหยุ่นของร่างกายส่วนเหตุผลที่ผมใช้วิธีนี้นั่นก็เพราะผมแค่ชอบก็เท่านั้นแหละ
เวลาคนทำอะไรที่ชอบมักจะทำได้ดีเสมอ
และแล้วผมก็กลับมาถึงบ้านตอนสามทุ่ม ที่จริงก็เลิกเล่นั้แ่สองทุ่มแล้วแต่สภาพตอนนั้นยังกลับไม่ไหวเลยแวะร้านยา ซื้อยาคลายกล้ามเนื้อ บรรเทากล้ามเนื้ออักเสบทั้งยากินและทาถึงบ้านอาบน้ำกินยา ข้าวเย็นนี่กินก่อนไปเล่นกีฬาแล้ว กว่าจะเดินขึ้นบันไดมาได้ก็ใช้เวลานานพอสมควรแต่สุดท้ายก็ถึงห้องนอนจนได้และทันทีที่หัวถึงหมอน
อ่าาาา~~ ทั้งความรูสึกปวดไปทั้งตัวและความรู้สึกสบายนี้ผมแทบจะหลับทันทีเลย...
วันที่2ของการย้อนเวลา
ผมก็ตื่นมาตี 5 ด้วยนาฬิกาปลุกถ้าให้ลุกเองวันนี้ไม่รู้จะตื่นตอนไหน สำหรับร่างกายนี้ ถือว่าเป็ครั้งแรกเลยในรอบสองถึงสามปีที่ออกกำลังกายหนักขนาดนี้ผมเดินลงบันไดด้วยความเ็ปเพราะกล้ามเนื้อทั้งร่างเจ็บไปทุกครั้งที่ขยับ อาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็ออกไปวิ่ง..เอ่อขอใช้คำว่าเดินที่สวนสาธารณะดูจะเหมาะกว่า ่แรกของการเดินนั้นรู้สึกเจ็บมากแต่พอกลั้นใจเดินไปสักพักก็ชักจะชินยังหนุ่มยังแน่นนี่มันดีจริงๆ
พอถึงเวลาเดิม ผมก็กล้บมากินข้าวและเตรียมเข้าคลอส พี่ล้นซ่าต่อตอน9 โมงเช้า ใน่เวลาที่ผมกำลังทะเลาะกับกล้ามเนื้อของตัวเองอยู่นั้นอยู่ๆมือถือผมก็สั่น ขาที่สั่นพยายามก้าวเท้าไปจนถึงโต๊ะที่วางมือถือเชื่อมั้ยชื่อที่เขียนบนขอนั่นทำเอาหัวใจผมสั่นระรัว แม่ คำเดียวสั้นๆที่ทำให้ภายในใจรู้สึกหลากหลายอารมณ์มันรู้สึกแปลกๆทำตัวไม่ถูก ผมกลั้นหายใจก่อนจะรับสายไม่ใช่ว่าผมไม่อยากโทรหาั้แ่ย้อนเวลากลับมาแต่ผมไม่กล้าจะกดโทรไปทั้งที่คิดถึงและอยากจะพบมากแต่มีหลายเหตุผลที่ผมต้องทนอยู่ที่นี่ก่อน แต่ตอนนี้เื่อื่นเอาไว้ก่อน
"ครับ?"ผมนึกคำพูดไม่ออกจึงเอ่ยออกไปได้แค่นี้
"จิน เป็ไงลูกถึงที่นู้นปลอดภัยดีรึป่าว ตื่นรึยังน่ะเรา?"เสียงของผู้หญิงที่ไม่ว่าผมจะโตมากขนาดไหนก็เป็ห่วงเสมอมาเอ่ยถามมันทำเอาผมเก็บอาการแทบไม่อยู่
"ตื่นนานแล้วครับ มาถึงปลอดภัยดี"ผมตอบ
"หืม ตื่นเร็วจังปกติเห็นตื่นออกจะสาย แต่ก็ดีแล้วล่ะลูก แม่โทรมาถามเฉยๆงั้นเดี๋ยวแม่ทำธุระแม่ต่อละ ดูแลบ้านดีๆล่ะแล้วก็ตั้งใจอ่านหนังนะลูก"แม่แปลกใจที่ลูกชายของตนตื่นเช้า ปกติที่บ้านนี่ 9โมงยังหัวติดหมอนอยู่เลย พอมาคิดดูดีๆเรานี่ก็ไม่เอาไหนซะเลย
"ครับแม่"ผมพยายามใช้น้ำเสียงที่ดูปกติที่สุดแต่น้ำตาก็หยดลงพื้นซะงั้น แปลกจังจำไม่ได้แล้วร้องไห้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่แต่แค่บทสนทนาธรรมดาๆกลับทำให้น้ำตาไหลซะงั้นผมเช็ดน้ำตาที่เต็มไปด้วยความสุขออกแล้วเปลี่ยนเป็แววตาที่จริงจัง
"ครั้งนี้ผมจะปกป้องทุกคนให้ได้!"
แล้วก็เริ่มกลับมาฝึกหลักสูตรพี่โล้นซ่าต่อวันนี้แม้จะเจ็บกว่าเดิม แต่มันก็ทำให้ผมทำวิดพื้น 100 ซิทอัพ100 ตอน 5 โมงเย็นพอดี วันนี้ผมไม่ไปเล่นกีฬาแต่เลือกไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆแทน เพราะบ้านหลังนี้เองก็นับว่าอยู่ในเขตในเมืองทำอาหารกินเองประหยัดกว่าครอบครัวผมนั้นเรียกได้ว่ามีฐานะปานกลางถึงจะไม่จนแต่ก็ใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายไม่ได้ในตอนที่จะเดินเข้าห้างนั้นผมเหลือบมองไปเห็นบางสิ่งและมันทำให้ผมนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้มีคำกล่าวว่า"ถ้าคนเราได้รับประสบการณ์ที่เ็ปมากๆ คนเ่าั้ก็มักจะจำฝังใจ"และรู้สึกว่าคำกล่าวนี้จะเป็เื่จริงเสียด้วย ในชีวิตนี้ของผม เคยซื้อลอตตารี่เกือบถูกลางวัลที่หนึ่งมาแล้ว มันพลาดแค่ตัวท้ายตัวเดียวและยังจำได้อีกด้วยว่าไอ้ใบที่ถูกคือใบที่อยู่ข้างๆใบทางซ้าย และนั้นคือครั้งสุดท้ายที่ผมซื้อลอตตารี่ดูเหมือนว่าในส่วนลึกของผมมันยังเจ็บใจมาจนถึงวันนี้ เพราะสมองจำชุดตัวเลขนั้นได้!!
"ถ้าหากย้อนเวลาครั้งนี้ไม่มีบัตเตอฟายเอฟเฟคล่ะก็ปัญหาเื่เงินเราคงหมดไป"จินฉีกยิ้มไม่รอช้ารีบเดินตรงเลือกซื้อลอตตารี่ทันที