แรกเริ่มขั้นหนึ่ง!
‘ในกายข้าร้อนรุ่ม สัมผัสได้ถึงพลังสายหนึ่งอย่างเด่นชัด ไอสีดำที่กำลังแผ่พุ่งขึ้นไปคงจะเป็นปราณของข้าสินะ ถ้ายังเคลื่อนพลังตามเคล็ดบ่มเพาะคงเลื่อนขั้นต่อไปได้ไม่ยาก แต่ตามคัมภีร์เหนือศีรษะผู้บ่มเพาะจะมีลักษณะดาวพรสวรรค์ปรากฏ หากแปดดาวคือมังกร แล้วของข้าล่ะ?’เหมาเว่ยมีความคิดที่จะเงยหน้าเหลือบมองสิ่งที่ปรากฏเพื่อคลายความสงสัย
“เถ้าแก่ เถ้าแก่ ท่านเป็นอะไร เถ้าแก่?”
“เถ้าแก่!”
ปึงง ปึงง ปึงงงง!!
เสียงร้องตะโกนเรียกพร้อมทั้งเสียงทุบประตูได้ส่งผลให้การบ่มเพาะของเหมาเว่ยต้องหยุดชะงักลง เขาทำการแผ่ฝ่ามือแยกออกจากกันพลางหงายขึ้นเคลื่อนวางไว้บนหน้าตักเพื่อรีบยุติการบ่มเพาะ ทว่า เมื่อไอปราณรอบข้างเริ่มจางหายไปอย่างช้าๆ เหมาเว่ยก็รีบเร่งซ่อนอาวุธและของทุกอย่างโดยเร็วพร้อมจ้องมองขึ้นไปยังด้านบน
‘ก่อนหน้านี้ข้ารู้สึกว่าพลังปราณของข้าจะพุ่งขึ้นไปด้านบน แต่จากที่เห็นก็มิได้ปรากฏร่องรอยอันใดแม้แต่น้อย ซึ่งเคล็ดชีพจรพยัคฆ์ก็เป็นเพียงเคล็ดบ่มเพาะ แม้ข้ายามนี้จะมีพลังยุทธระดับแรกเริ่มขั้นหนึ่งก็ตาม แต่การแสดงอนุภาพก็ยังต้องอาศัยทักษะวิชา เห็นทีหลังจากนี้ต้องรีบเสาะหาเพลงยุทธมาให้ได้โดยเร็ว’เหมาเว่ยก้าวเดินไปยังประตูพลางเปิดให้เสี่ยวเอ้อที่กำลังกระวนกระวายใจอยู่ด้านนอก’ตัวข้ารู้สึกโล่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รู้สึกได้เลยว่ากายข้ากำลังเปลี่ยนไป’
แอ๊ดดดดด!!
“เถ้าแก่ ท่านไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหม? เมื่อครู่ท่านทำเอาข้าและน้องตกใจมาก”
“ใช่ๆ ท่านร้องเสียงดังข้าก็คิดว่าถูกคนกลุ่มเมื่อครู่ลอบเข้ามาทำร้าย”
“ข้าไม่เป็นไร พวกเจ้าอย่าได้กังวล เมื่อครู่ข้าเพียง....”
“มีใครอยู่ไหม มีของมาส่งงง!!”สุ้มเสียงเรียกตะโกนดังขึ้นเข้าขัดจังหวะก่อนที่เหมาเว่ยจะพูดสิ่งใดออกมา
“โต๊ะเก้าอี้มาส่งแล้ว พวกเจ้าทั้งสองเร่งออกไปรับ แล้วช่วยกันจัดเรียงให้เรียบร้อยไม่ต้องเข้ามารบกวนข้า สักพักข้าจะออกไปหาซื้อวัตถุดิบเพื่อมาเปิดทำการค้าในวันรุ่งขึ้น เข้าใจไหม ไม่ต้องเข้ามากวนข้า”เหมาเว่ยแน่นย้ำไม่ต้องการให้ผู้ใดเข้ามารบกวน
“ข้าน้อยทราบแล้ว”
“ไม่ต้องห่วงข้าจะไม่เข้ามารบกวนท่านอีกแน่ แต่ท่านก็อย่าทำให้พวกเราตกใจอีกนะ”
“อย่ามัวพูดมาก รีบไป!”เหมาเว่ยรีบให้เสี่ยวเอ้อทั้งสองออกไปเมื่อยังมีสิ่งที่ต้องทำ’ข้าคิดแล้ว ข้าจะทำโรงเตี๊ยมต่อให้โด่งดัง ต่อให้มีวิธีหาเงินโดยการนำสิ่งที่มีเฉพาะในโลกของข้ามาวางขายได้ก็ตามที ทั้งข้าจะสร้างชื่อโดยเส้นทางผู้ฝึกตน เป็นจ้าวยุทธผู้อยู่เหนือคนทั้งใต้หล้าให้จงได้!!’
อาจเป็นเพราะเหมาเว่ยนั้นมีนิสัยดื้อรั้นเกินกว่าคนทั่วไป หากตั้งใจจะทำสิ่งใดก็จะมุ่งมั่นกระทำให้สำเร็จ แม้ว่าจะมีสิ่งของบางชนิดที่สามารถนำมาขายจากโลกเดิม และทำให้เขาร่ำรวยขึ้นอย่างรวดเร็วก็ตาม แต่ไม่ว่าอย่างไรเหมาเว่ยก็ยังดึงดันที่จะเปิดโรงเตี๊ยมต่อ โดยหาโอกาสนำของบางสิ่งที่มิได้มีพบกระทบมากนักมาเสนอขายในโลกใบนี้ ส่วนพวกเทคโนโลยีหรืออาวุธต่างๆเขาย่อมไม่อาจนำเข้ามาขายหรือเปิดเผยให้ผู้ใดรับรู้เป็นแน่
แต่หลังจากที่ไม่มีผู้ใดอยู่รบกวน เหมาเว่ยก็รีบกลับเข้ามาในห้องพลางล็อคประตูเช่นเดิม เขานำสิ่งที่มีอยู่มาตรวจดูอีกครั้ง แผ่นกระดาษแผนที่ที่ซ่อนอะไรสักอย่างก็ถูกเก็บไว้อย่างดีกับตัวเมื่อยังหาคำตอบไม่ได้ ส่วนแผ่นที่เขียนถึงวิชาตัวเบาก็ถูกนำมาอ่านทำความเข้าใจและเริ่มต้นฝึกฝนโดยทันที
‘วิชาย่างก้าวเลื่อนลอยงั้นหรอ ชื่อพิลึกยิ่งนักแต่ข้าก็จะฝึกมัน ดีกว่าไม่มีวิชาตัวเลย จากที่เปิดดูก็ไม่มีระบุถึงระดับวิชาจริงๆ เห็นทีทั้งวิชาตัวเบาและเคล็ดบ่มเพาะจะไม่ถูกจัดระดับความสูงล้ำอย่างที่ท่านลุงบอก เช่นนั้นข้าจะเริ่มฝึกมันเดี๋ยวนี้’เหมาเว่ยเปิดอ่านทำความเข้าใจจนแตกฉาน พลางเคลื่อนพลังตามเคล็ดตั้งสมาธิจดจ่อกับท่วงท่าต่างๆที่ปรากฏอยู่ในหัว
‘ใช้ใจไม่ใช้แรง กำหนดจิตเคลื่อนลมปราณลงสู่เท้า ปล่อยตัวตามสบาย ใช้ปราณไม่ใช้กำลัง ปล่อยกายเลื่อนลอยเคลื่อนไหวดั่งใจ’เหมาเว่ยกระทำตามเคล็ดอย่างสมบูรณ์
ฟุบบบ ฟุบบบ วืบบบ ฟุบบบบ!
พริบตานั้นร่างชายหนุ่มพลันลุกขึ้นยืน พร้อมทั้งออกท่วงท่าเคลื่อนตัวไปด้วยก้าวเดินอันแปลกพิศดาร ตัวเขายามนี้ได้เคลื่อนที่ราวกับจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่ คล้ายกับผู้ที่ตกอยู่ในฤทธิ์ของสุราเดินโซซัดโซเซแต่ก็นับว่ามีความรวดเร็วไม่น้อยเลย
ฟุบบ!
‘ข้าเหมือนจะรู้สึกมึนหัวหน่อยๆ แต่หากพลังยุทธสูงขึ้นย่อมทำให้แต่ละก้าวรวดเร็วยิ่งขึ้น!’เหมาเว่ยใช้มือกุมศีรษะก่อนจะเดินออกไปจากห้องเมื่อการฝึกฝนผ่านไปด้วยดี ทั้งยังเสร็จสมบูรณ์ด้วยเวลาอันสั้นอีกด้วย
.
.
.
“เถ้าแก่ ท่านมาพอดี เป็นอย่างไรบ้าง ข้ากับอาเปียวช่วยกับจัดโต๊ะเก้าอี้เรียบร้อยดีไหมขอรับ”อาปิงยิ้มหน้าบานพลางให้เหมาเว่ยตรวจดูการทำของพวกตน
เหมาเว่ยกวาดตามองไปทั่วๆจนพบว่างานที่สั่งถูกจัดการเรียบร้อยดี“พวกเจ้าทำงานได้ดี”
“ขอบคุณขอรับเถ้าแก่”
“ขอบคุณเถ้าแก่ ว่าแต่ท่านยังไม่ออกไปซื้อวัตถุดิบอีกหรือขอรับ? ตลอดมาข้าก็เพิ่งจะเคยเห็นท่านบอกจะออกไปซื้อวัตถุดิบเป็นครั้งแรก”ใบหน้าของอาเปียวเผยถึงความสงสัยอย่างเด่นชัด
“พวกเจ้าไม่เห็นเอง งั้นข้าขอตัวไปก่อนล่ะ”เหมาเว่ยครุ่นคิดลำพัง’จะเห็นได้อย่างไร ก็ข้าไปซื้อที่โลกโน้นทั้งหมด หึ’
“เถ้าแก่ ไหนๆท่านก็กำลังจะออกไปซื้อของ อย่าลืมซื้อเสื้อคลุมหนาๆกลับมาด้วยนะขอรับ ใกล้จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว”
“ฤดูหนาว?”
“ขอรับ ฤดูหนาว”
จากนั้นเหมาเว่ยก็รีบมุ่งออกไปและเดินอ้อมย้อนกลับไปเส้นทางด้านข้างโรงเตี๊ยมเพื่อกลับโลกเดิม แต่ละย่างก้าวของเขาก็เป็นไปอย่างระวังถึงขีดสุด เพราะหามีผู้ที่ลอบเฝ้ามองหรือใครก็ตามที่บังเอิญมาพบเข้า ความลับที่เก็บซ่อนเอาไว้คงจะต้องถูกเปิดเผยอย่างเลี่ยงไม่ได้
‘ไม่มี คงไม่มีใครเฝ้าดูอยู่เลย ว่าแต่ใกล้จะฤดูหนาวแล้วงั้นหรอ สงสัยเมนูบะหมี่อย่างเดียวคงไม่พอ ข้าอาจจะต้องปรับเปลี่ยนเพิ่มเมนูใหม่เพื่อคลายหนาว จะว่าไปขายชาบูเป็นชุดๆก็นับว่าไม่เลว’เหมาเว่ยฉีกยิ้มพลางมุดลงหายเข้าไปในบ่อน้ำ
.
.
.
ณ โกดัง
“กลับมาถึงแล้ว ถ้าทางใต้ดินใหญ่กว่านี้คงจะดี จะได้แบกของชิ้นใหญ่ๆไปที่โลกโน้นได้สะดวก ไม่สิ ถ้าลงมือทำอะไรผิดพลาด สิ่งที่เชื่อมต่อระหว่างสองโลกอาจจะหายไป หากเป็นแบบนั้นคงไม่ดีแน่”เหมาเว่ยพึมพำถึงความคิดที่ต้องการจะขยายขนาดทางเชื่อมต่อระหว่างสองโลก พร้อมกันนั้นก็นึกถึงสิ่งที่เขาเพิ่งฝึกฝนมาโดยที่มีข้อสงสัยว่าจะสามารถใช้ที่โลกใบนี้ได้หรือไม่’ตื่นเต้นจริงๆ คงต้องลองใช้มันดูซะแล้ว ย่างก้าวเลื่อนลอย’
ย่างก้าวเลื่อนลอย!
ฟุบบ ฟุบบ ฟุบบบ!!
ตึบ ตึบ ตึบบบบบ!!
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! มันใช้ได้ ใช้ได้จริงๆ กูใช้วิชาตัวเบาได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!! สนุกโว้ยยย สะใจโคตรๆ!!! ตัวเบาดีชิบหาย ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!”
เยลหรือเหมาเว่ยร้องตะโกนหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเขาเคลื่อนพลังตามเคล็ดวิชาก็เริ่มรู้สึกว่าสามารถนำมาใช้ได้ พริบตานั้น เยลได้กระโดดพลิ้วกายไปตามสิ่งของที่วางอยู่ภายในโกดัง พร้อมทั้งไต่ระดับขึ้นไปทะลวงสู่ภายนอกเหนือหลังคาโดยช่องเล็กๆที่เกิดชำรุดด้านบน
ฟุบบบบ!!
“วิวดีจริงบนที่สูงๆเนี่ย!”เยลยิ้มไม่หุบและมีอาการหัวใจเต้นแรง เนื่องด้วยการค้นพบสิ่งที่ไม่น่าจะมีอยู่ในโลกของเขา มันทำให้แทบจะสงบใจลงไม่ได้เลย”โว้ววววววววววว!!! วู้วววววววววว!!”
ฟุบ ฟุบ ฟุบ ฟุบบบ!!
ยอดต้นไม้ใหญ่รอบข้างโกดังถูกใช้เป็นฐานเหยียบ เยลพลิ้วตัวเคลื่อนไปตามกิ่งไม้แต่ละกิ่งราวกับไม่ใช่มนุษย์ เขาท่องไปในละแวกนั้นจนหนำใจก่อนที่จะกลับลงมาด้านหน้าโกดังอีกครั้ง ซึ่งก็กินเวลาไปกว่าพักใหญ่ๆ
“แฮ่กก แฮ่กกก สนุกเหี้ยๆ แต่ก็เหนื่อยชิบหาย รีบไปจัดการธุระก่อนดีกว่า ไม่แน่อาจจะได้เปิดขายชาบูในเร็ววัน”เหมาเว่ยบ่นอยู่คนเดียวก่อนที่จะรีบขึ้นรถยนต์พลางค่อยๆถอยออกไป
ซึ่งการที่เหมาเว่ยจะทำการค้าโรงเตี๊ยมและเป็นยอดยุทธได้นั้น อย่างแรกต้องรีบพัฒนาที่ตั้งของตำแหน่งที่เชื่อมต่อเส้นทางทั้งสองโลกเสียก่อน การออกไปทำธุระในครั้งนี้ไม่เพียงจะหาซื้อวัตถุดิบและศึกษาเมนูใหม่ เขายังต้องต่อน้ำและไฟฟ้าเพื่อเข้ามาในโกดังเพื่อพร้อมสำหรับปัจจุบันและอนาคต
แน่นอน เส้นทางผ่านโลกทั้งสองย่อมต้องถูกป้องกันไว้อย่างดี เรื่องของกลไกประตูทางเข้าก็นับว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว หากเขายังผ่านเข้าออกด้วยวิธีปกติทั่วไปเยี่ยงนี้ สักวันหนึ่งคงจะมีใครพบเห็นเป็นแน่
‘คิดไม่ตกจริงๆ จะสร้างห้องลับครอบบ่อน้ำนั่นดีไหมนะ แล้วค่อยเดินสายไฟผ่านทางใต้ดินเข้าไปใช้ เฮ่ออ ปวดหัว รีบจัดการแล้วรีบกลับไปบ่มเพาะพลังต่อดีกว่า’