เคลไม่สามารถคิดเื่อื่นได้อีกเลยเมื่อมีอาหารวางอยู่ตรงหน้าส่วนปากก็พรั่งพรูคำชมออกมาอย่างอดไม่อยู่
“เฮ้อ อร่อยมากจริง ๆ นะเนี่ย”
เสียงที่เอ่ยออกมาทำให้ผู้ช่วยพ่อบ้านถึงกับชะงักที่โต๊ะอาหารมีเคลนั่งอยู่เพียงลำพังโดยมีฮันส์คอยปรนนิบัติรับใช้อยู่ข้าง ๆ
นอกจากมื้อเช้าแล้วเคานต์เฮนิทุสมักให้อิสระในการรับประทานอาหารมื้ออื่น ๆแม้ความจริงจะเป็เพราะแต่ละคนมีตารางงานประจำวันที่แตกต่างกันจึงต้องทำแบบนั้นก็ตาม
ใครบอกว่าเป็ขุนนางแล้วจะสบายกันนะ
โดยเฉพาะขุนนางที่รับผิดชอบงานด้านบริหารหรือการปกครองแม้จะบอกว่าเป็ตำแหน่งที่ทำให้เจริญก้าวหน้าแต่หากได้รับมอบหมายงานก็ต้องคอยทำตามตารางอันแน่นขนัดอย่างเคร่งครัด
ด้วยภาระงานในฐานะเ้าเมืองของเคานต์เดรูธการรับประทานอาหารกับสมาชิกในครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาจึงเป็เื่ยากน้องทั้งสองของเคลต้องปรับเวลาอาหารตามตารางเรียนในแต่ละวันส่วนเคาน์เตสก็ยุ่งอยู่กับการสร้างสัมพันธ์กับเหล่าตระกูลผู้มีอิทธิพลในอาณาเขตหรือไม่ก็ง่วนกับงานด้านศิลปวัฒนธรรม
แต่จะว่าไปแล้ว
จู่ ๆ ก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัวเคลจึงวางส้อมในมือลง ฮันส์ที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่เริ่มเผยความกังวลออกมาทางสีหน้าเพราะไม่รู้ว่าส้อมคันนั้นจะลอยมาปักหน้าของตนเมื่อไร
เคลมัวแต่จมอยู่กับความคิดโดยไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้ากังวลใจของฮันส์
ในหมู่จิตรกรและช่างฝีมือก็น่าจะมีพวกยอดฝีมือซ่อนตัวอยู่เยอะเลยสินะ
อาณาจักรโรอุนมีความก้าวหน้าด้านวิทยาการศิลปะและสถาปัตยกรรมเป็อย่างยิ่งโดยเฉพาะด้านประติมากรรม เนื่องจากในอาณาจักรมีหินอ่อนมากมายด้วยเหตุนี้อาณาเขตของตระกูลเฮนิทุสซึ่งเป็แหล่งผลิตหินอ่อนแห่งที่ห้าของอาณาจักรจึงสั่งสมความมั่งคั่งได้อย่างมหาศาล
นอกจากนี้พื้นที่ส่วนใหญ่ของอาณาเขตยังเป็ูเาแม้ว่าจะตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอาณาจักรแต่ก็ได้รับแสงแดดในปริมาณพอเหมาะจึงสามารถทำไร่องุ่นกลางหุบเขาไปพร้อมกันได้ถึงไวน์ที่ผลิตออกมาจะมีปริมาณไม่มากนัก แต่ก็ถูกรับรองคุณภาพว่าเป็สินค้าชั้นยอด
อย่างไรก็ตามในหัวของเคลกลับเต็มไปด้วยความคิดเกี่ยวกับ ‘ผู้แข็งแกร่ง’ มากกว่าข้อมูลดังกล่าวเขาจึงข้ามมื้อเที่ยงไปและมัวแต่ใช้เวลาขบคิดเื่นั้นอยู่ในห้องหนังสือ
แม้แต่ที่นี่ก็ยังมีพวกยอดฝีมือมากมายขนาดนี้เชียวนี่ไม่ใช่โลกยุทธภพเสียหน่อย
มีพวกยอดฝีมือมากมายที่ปลีกวิเวกเช่นเดียวกับโลกยุทธภพและนั่นทำให้เคลตัดสินใจได้หนึ่งเื่
อย่าไปยุ่งกับใครเลยจะดีกว่า
พ่อครัวธรรมดาคนหนึ่งยังเป็ถึงผู้เชี่ยวชาญด้านพิษได้หรือแม้แต่คนงานในร้านซ่อมแซมของจิปาถะก็ยังสามารถใช้ลวดเหล็กสังหารคนได้อย่างโเี้ที่สุดเช่นกันดินแดนแห่งนี้เป็สถานที่แบบนั้น
“เฮ้อ”
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังออกมาจากปากของเคลเขาเพิ่งวางแผนเอาตัวรอดจากความตายในสถานการณ์ต่าง ๆ ไปแท้ ๆ
“นายน้อยครับ”
เคลที่นึกอยากจะถอนหายใจอีกครั้งหันมองตามเสียงที่เอ่ยเรียกตนอย่างระมัดระวังเ้าของเสียงนั้นคือฮันส์นั่นเอง
“ทำไมเหรอ”
“ให้กระผมเตรียมอาหารให้ใหม่ดีไหมครับ”
“อะไรนะ”
ฮันส์ข่มกลั้นเสียงถอนหายใจเมื่อเห็นเคลเบิกตากว้างพร้อมขมวดคิ้วเข้าหากัน
ตอนนี้เขาจะต้องควํ่าโต๊ะแน่ ๆ
ขณะที่เฝ้ารอปฏิกิริยาของเคลฮันส์ก็ได้แต่ระงับความโศกเศร้าที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจว่าเหตุใดท่านเคานต์ถึงได้มอบหมายให้ตนมาคอยปรนนิบัตินายน้อยกัน
และในที่สุดเคลก็ตอบสนองกลับมา
“ทำไมต้องทำของอร่อยพวกนี้ใหม่ด้วยล่ะ”
“...ครับ?”
เคลหยิบมีดขึ้นมาหั่นเนื้ออีกครั้งอาหารมื้อเย็นหรูหรายิ่งกว่ามื้อเช้าเสียอีกไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่เคยกินอะไรแบบนี้มาก่อนตอนเป็คิมรกซู ถึงได้รู้สึกว่ามันอร่อยนักหนาแต่เป็เพราะอาหารรสชาติลํ้าเลิศเหล่านี้ถูกปากเคลอยู่แล้วต่างหาก
ไม่รู้ว่าหมอนี่เติบโตมาอย่างไรแต่เ้าตัวดูจะไม่พอใจหากทุกสิ่งไม่ใช่ของชั้นเลิศ ซึ่งเขาค่อนข้างถูกใจข้อนี้มากเนื่องจากทุกคนรู้เื่นี้ดีจึงมักเสาะหาสินค้าชั้นเลิศมาประเคนให้
เคลเอ่ยถามฮันส์พลางเคี้ยวสเต๊กที่ด้านนอกสุกกำลังดีแต่ทันทีที่หั่นลงไป นํ้าจากเนื้ออันชุ่มฉํ่าชวนนํ้าลายสอก็ไหลซึมออกมาส่วนเื่มารยาทอะไรพรรค์นั้นน่ะเอาไปโยนให้หมากินเถอะ
“ฮันส์ ใครเป็คนทำอาหารพวกนี้”
“เอ่อ บีครอส หัวหน้าพ่อครัวของครัวที่สองครับ”
...ความอยากอาหารของเขาหมดลงทันที
บีครอส ชายผู้มีรูปลักษณ์เรียบร้อยสะอาดสะอ้านในฐานะของลูกชายของข้ารับใช้อย่างรอนเขามีความเชี่ยวชาญในการใช้ดาบมากกว่าการลอบสังหารซึ่งต่างจากบิดาเ้าตัวมักหมกมุ่นอยู่กับร่องรอยของฝุ่น ทุกวันจึงต้องคอยเช็ดและลับใบมีดที่ปราศจากคราบเืให้คมกริบและใช้มันตัดหัวศัตรูที่เผชิญหน้าอย่างว่องไว
หมอนี่เชี่ยวชาญด้านการทรมานคนนี่นะ
คนอย่างหมอนั่นประทับใจในทักษะดาบของชเวฮันผู้สามารถอัดเคลจนหมดสภาพและออกเดินทางติดตามอีกฝ่ายไปรอนซึ่งเป็บิดาจึงทำสัญญากับชเวฮันว่าจะคอยช่วยเหลือเพื่อให้ตนสามารถติดตามลูกชายไปด้วยเช่นกันรอนนั้นรักลูกชายของเขาอย่างสุดหัวใจต่างจากที่ใครต่อใครได้เห็น
เคลกลืนนํ้าลายหลายครั้งขณะจ้องมองสเต๊กเนื้อกึ่งสุกกึ่งดิบที่ยังคงมีสีแดงระเรื่อ
เืสีแดงนั่นคงไม่กลายเป็เืของฉันหรอกใช่ไหม
ชายหนุ่มหั่นสเต๊กชิ้นใหญ่เข้าปากอีกคำแล้วกล่าวกับฮันส์ที่คอยเฝ้ามองอยู่
“อร่อยมาก เขาเป็ลูกชายของรอนใช่ไหมไม่ยักรู้มาก่อนว่าบีครอสเป็พ่อครัวที่ฝีมือยอดเยี่ยมขนาดนี้”
“...กระผมจะแจ้งกับพ่อครัวบีครอสให้ครับหากบอกว่านายน้อยชื่นชมเช่นนี้ เขาคงจะดีใจน่าดู”
“อ้อ งั้นเหรอถ้าอย่างนั้นบอกเขาให้ทีว่าฉันเพลิดเพลินกับอาหารอร่อย ๆ ที่เขาทำมาก”
“...ครับ”
แม้ฮันส์จะมองมาด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนแต่เคลก็ได้สัญญากับตนเองในใจไว้แล้วว่าอย่ากวนประสาทบีครอสและสร้างความประทับใจที่ดีต่อกันดีกว่า
เคลเพลิดเพลินกับอาหารด้วยใจที่ผ่อนคลายอีกครั้งทุกอย่างจะคลี่คลายหากเขาจับบีครอสกับชเวฮันให้มาเจอกันจากนั้นก็ส่งออกไปนอกอาณาเขต ซึ่งเขาก็มีแผนรองรับเื่นี้ไว้แล้วเช่นกัน
ชายหนุ่มจัดการอาหารหมดเกลี้ยงทุกจานเช่นเดียวกับมื้อเช้าเคลอมยิ้มอย่างพึงพอใจขณะลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนจะมองไปยังฮันส์ที่เดินตามหลังมา
“นี่ ฮันส์ ทำไมจู่ ๆนายถึงได้มาดูแลฉันคนเดียวล่ะ”
เมื่อถึงเวลามื้อเย็นฮันส์บอกว่าเดรูธส่งเ้าตัวมาให้คอยดูแลรับใช้เขานับจากนี้เป็ต้นไปแม้เคลจะไม่รู้สถานการณ์ทางฝั่งตระกูลเคานต์เฮนิทุสเลยหลังจากที่ชเวฮันจากไปแต่ในบรรดาผู้ช่วยพ่อบ้านทั้งหมดฮันส์เป็คนมีความสามารถและมีโอกาสสูงที่สุดที่จะได้ขึ้นเป็พ่อบ้านเต็มตัว
ฮันส์ค้อมศีรษะลงเล็กน้อยแล้วตอบคำถาม
“ท่านเคานต์ได้ยินว่านายน้อยเอาแต่ขลุกอยู่ในห้องหนังสือและไม่รับประทานอาหารเลยจึงส่งกระผมมาคอยจัดการเื่นี้ให้นายน้อยครับ หน้าที่ของกระผมมีแค่การดูแลเื่มื้ออาหารเท่านั้นครับ”
หากจะพูดให้ชัดเจนก็คือฮันส์มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับอาหารการกินของเขา
“งั้นเหรอท่านพ่อเองก็ทำเื่เปล่าประโยชน์เป็เหมือนกันสินะ ทั้งที่ฉันก็หาอะไรกินเองได้แท้ๆ แต่ถ้าฮันส์ไม่มาดูแลฉันก็คงอยู่แต่ในห้องหนังสือจนไม่รู้เวลาและคงลืมกินมื้อเย็นไปจริง ๆ นั่นแหละ”
เคลกำลังยุ่งอยู่กับการเรียบเรียงเหตุการณ์ทั้งหมดในนิยายห้าเล่มแรกลงกระดาษเป็ตัวอักษรเกาหลีอย่างไรล่ะ
เขายกยิ้มมุมปากให้ฮันส์ขณะเดินออกไปจากห้องอาหาร
“ฮันส์ ต่อไปก็ฝากด้วยนะ”
“มะ...ไม่ต้องหรอกครับกระผมจะตั้งใจทำงานให้หนักขึ้นครับ”
ฮันส์ตอบรับอย่างตะกุกตะกักเล็กน้อยซึ่งเคลก็ไม่ได้ว่าอะไร ทว่าทันทีที่เปิดประตูเขาก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่ารอนยืนรออยู่
“รอน ฉันบอกให้ไปหาอะไรกินได้แล้วไม่ใช่หรือไง”
เขาไม่อยากเห็นหน้าตาแก่นี่จึงบอกให้ไปให้พ้นหน้าแต่นอกจากชายชราจะไม่ทำตามคำสั่งแล้ว กลับยังคอยป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ ๆ เสมอถึงแม้อีกฝ่ายจะรออยู่ด้านนอกประตูตอนที่เคลอยู่ในห้องหนังสือแต่ก็ยังชวนให้รู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี
“กระผมต้องมาคอยรับใช้นายน้อยครับ”
เคลเดาะปากอย่างหงุดหงิดใจเมื่อเห็นรอนส่งรอยยิ้มอ่อนโยนมาให้
“ช่างเถอะ ไม่จำเป็ต้องทำแบบนั้นหรอกฉันถึงได้บอกให้ไปหาอะไรกินไง ทำไมนายถึงไม่ทำตามที่ฉันสั่งล่ะแล้วก็ไม่ต้องตามมาอีกนะ นายก็รู้นิสัยฉันดีใช่ไหมว่าถ้าตามมาจะเป็ยังไง”
เคลส่งสายตาข่มขู่อีกครั้งว่าอย่าขัดคำสั่งจากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือโดยทิ้งรอนไว้ตามลำพังเมื่อเขาเหลือบมองกลับไปแวบหนึ่งก็ได้เห็นสีหน้าเคร่งขรึมของชายชราส่วนฮันส์ก็ถอนหายใจช้า ๆ ขณะเฝ้ามองภาพนั้น
หงุดหงิดไร้เหตุผลไปหรือเปล่านะ
ด้วยความหวาดหวั่นต่อใบหน้าเคร่งขรึมของนักฆ่าชราเคลจึงรีบหันหน้ากลับมาและสาวเท้าเข้าไปด้านในห้องหนังสืออย่างรีบเร่ง
บนโต๊ะหนังสือตอนนี้มีเพียงความว่างเปล่ากระดาษที่เขาเขียนด้วยตัวอักษรเกาหลีอย่างขะมักเขม้นก่อนมื้อเย็นถูกเผาไปแล้วแม้ว่าที่นี่จะไม่มีใครรู้จักตัวอักษรเกาหลีก็จริงแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน นอกจากนี้เคลยังสั่งห้ามไม่ให้ใครก็ตามเข้ามาในห้องหนังสือจนกว่าเขาจะอนุญาต
ถึงยังไงก็จำเนื้อเื่ทั้งหมดได้อยู่แล้ว
แต่ไหนแต่ไรมาคิมรกซูมักจดจำเื่ที่ตนเองให้ความสนใจได้เป็อย่างดีแม้จะผ่านไปหลายปีแต่เขาก็ยังจำชื่อกับรูปร่างหน้าตาตัวละครในหนังสือการ์ตูนและนิยายได้แน่นอนว่าหากเป็สิ่งที่ไม่ชอบ ต่อให้เป็เื่คอขาดบาดตายแค่ไหนเขาก็จำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ถึงแม้หากพยายามสักหน่อยบางทีผลลัพธ์อาจจะต่างไปก็ตาม
ขณะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เคลก็ครุ่นคิดถึงเื่ที่จะต้องทำในอนาคตไปด้วย
ก่อนอื่นก็ไปเจอกับชเวฮันพรุ่งนี้ หลังจากนั้น...
มุมปากสองข้างค่อย ๆ วาดออกเป็รอยยิ้ม
ก็ต้องไปเอาโล่มาสักอันสินะ
เขาจะต้องไม่ตายและมีชีวิตที่ยืนยาวแล้วก็ไม่ไปมีเื่กับใครด้วย
พลังทั้งหมดที่จำเป็สำหรับสิ่งนี้อันดับแรกคือพลังในการป้องกัน สองคือพลังในการรักษา สามคือฝีเท้าที่ว่องไวกว่าใครและสุดท้ายคือพลังในการสังหารโดยที่ตนเองไม่ต้องเจ็บตัว
แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการหลีกเลี่ยงสนามรบหรือสถานที่ใดๆ ที่อาจเกิดการนองเืขึ้นมา
ขณะที่ครุ่นคิดหาวิธีแก้ไขแผนการอันหละหลวมไปทีละนิดทีละหน่อยความอิ่มก็ชักนำให้เคลหลับตาลงช้า ๆ แม้ใน่ที่กำลังจมลงสู่ห้วงนิทรา เขาก็ยังคงขบคิดต่อไป
ต่อให้ถึงเวลาที่จะต้องโดนอัด ฉันก็จะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้น
‘โล่คงกระพัน’เขาผล็อยหลับไประหว่างนึกถึงพลังที่ไม่อาจจับต้องได้ซึ่งจะไปเอามาเป็อย่างแรกมุมปากที่ยกขึ้นค่อย ๆ เลื่อนตกลงมาโดยไม่รู้ตัว
วาสนานั้นไร้เ้าของใครที่คว้ามันไปก่อนก็จะได้เป็ผู้
เมื่อถึงวันสำคัญ สิ่งจำเป็ที่จะช่วยคลายความกังวลและทำให้ทุกอย่างราบรื่นคืออะไรน่ะเหรอเคลคิดว่าอันดับแรกคือการกินมื้อเช้าให้อิ่มหนำสำราญ
ถึงจะนึกสงสัยว่าทำไมตนถึงได้เอาแต่กินอย่างเดียวั้แ่ข้ามมาที่โลกนี้ทว่าั้แ่วันพรุ่งนี้ไป เขาจะไม่มีเวลามากพอให้ดื่มดํ่ากับมื้อเช้าแล้ว ดังนั้นจึงตัดสินใจว่าวันนี้จะเพลิดเพลินไปกับมื้ออาหารอย่างเต็มที่
“อะแฮ่มได้ยินมาว่าเมื่อวานลูกนอนหลับในห้องหนังสือเหรอ”
“ครับ ตามนั้นแหละครับ”
เขาตอบคำถามของเดรูธอย่างขอไปทีแล้วสนใจเพียงอาหารตรงหน้าเท่านั้นถึงการไม่ชายตามองบิดาของตนแม้แต่ครั้งเดียวนั้นจะดูอวดดี แต่ก็ถือว่าสมแล้วที่เป็อันธพาล
เคลกินเสร็จก่อนจึงลุกจากที่นั่งเสียงลากเก้าอี้ดังครืดคราดทำให้เขาตกเป็เป้าสายตาของทุกคน
“ขอตัวก่อนนะครับ”
แม้นั่นจะเป็กิริยาที่ไม่ถูกต้องตามมารยาทอันสมควรแต่ดูเหมือนว่าบิดาอย่างเดรูธจะชื่นชอบพฤติกรรมของบุตรชายเป็อย่างมากเขามองสลับไปมาระหว่างจานอาหารที่ถูกกินจนเกลี้ยงกับใบหน้าของเคลก่อนจะยิ้มออกมา
“ไปเถอะ ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง”
“ครับ”
เขาต้องรีบออกจากบ้านเพราะวันนี้มีสิ่งที่ต้องทำมากมายทว่าเดรูธกลับรั้งเคลให้อยู่ต่ออีกครู่หนึ่ง
“วันนี้ลูกไม่้าเงินเหรอ”
“...้าครับ”
สมกับเป็ครอบครัวผู้มีฐานะจริง ๆเคลข่มกลั้นรอยยิ้มที่เกือบปรากฏขึ้นเมื่อได้ยินว่าฮันส์จะนำเงินของวันนี้มาให้จากนั้นก็ออกจากห้องอาหารโดยไม่แม้แต่จะกล่าวขอบคุณ เขาสบตากับบาเซนครู่หนึ่งก่อนทำเมินเฉยแล้วมุ่งหน้าไปยังประตู
เขาโบกมือไหว ๆ ไล่รอนที่กำลังจะตามมา
“รอน ฉันจะออกไปข้างนอก ไม่ต้องตามมาล่ะ”
‘ไม่ต้องตามมา’นั่นคือการส่งสัญญาณว่าเคลจอมอันธพาลกำลังจะออกจากคฤหาสน์ด้านหลังปราสาทเ้าเมืองเพื่อไปดื่มเหล้าในเมืองเวสเทิร์นทุกครั้งรอนมักออกมาส่งด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนพร้อมกล่าวอวยพรให้เดินทางปลอดภัย
“วันนี้ไม่ไปห้องหนังสือเหรอครับ”
ทว่าวันนี้รอนกลับเป็ฝ่ายโยนคำถามใส่เขาซึ่งเป็เื่ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ เคลได้ยินดังนั้นจึงขมวดคิ้วมุ่น
“นั่นดูเหมือนจะไม่ใช่เื่ที่นายต้องสงสัยนะรอน”
“...เข้าใจแล้วครับนายน้อยกระผมจะรอต้อนรับตอนกลับมานะครับ”
เมื่อได้ยินคำว่ารอหว่างคิ้วของเคลก็ยิ่งย่นเป็รอยลึกกว่าเดิม
“ไม่ต้องรอ”
เคลกระดิกนิ้วเรียกข้ารับใช้คนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงประตูใหญ่ของอาคารหลักให้มาหาและเดินออกไปพร้อมกับอีกฝ่ายใบหน้ายังคงฉายแววขุ่นเคืองใจให้เห็นข้ารับใช้ที่เห็นดังนั้นจึงได้แต่เดินตามหลังโดยไม่พูดอะไร
เมื่อพ้นประตูใหญ่ไปเขาก็สามารถมองเห็นสวนกับประตูทางเข้าสู่คฤหาสน์ที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างถ้วนทั่วเคลถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งก่อนเหลือบมองไปด้านหลังแล้วก็ได้เห็นใบหน้าไร้รอยยิ้มของรอนผ่านช่องระหว่างประตูที่กำลังปิดลง
โล่งอกไปทีที่สลัดเขาออกไปได้
โชคดีที่รอนไม่ดึงดันขอตามมาด้วยแต่ใบหน้าเคร่งขรึมนั้นช่างน่ากลัวสิ้นดี ถึงอย่างไรตาแก่นั่นก็เป็นักฆ่านี่นะ
ขณะนั่งรถม้าออกจากคฤหาสน์เคลก็ตัดสินใจว่าต่อไปนี้จะใจดีกับรอนให้มากขึ้นและพยายามยั่วโมโหอีกฝ่ายให้น้อยลง
ใช้เวลาไม่นานนักเคลก็มาถึงจุดหมาย
“นายน้อย ใช่ที่นี่หรือเปล่าครับ”
คนขับรถม้าเปิดประตูพลางถามด้วยนํ้าเสียงหวาดหวั่นแถมยังสอดส่ายสายตามองร้านค้าตรงหน้าอย่างระมัดระวังพร้อมสีหน้าสับสน
“อืม ใช่”
เคลลงจากรถม้าโดยสวมเสื้อผ้าเรียบง่ายที่สุดเท่าที่มีแม้ว่าเสื้อผ้าเ่าั้จะยังดูหรูหราอลังการในสายตาคนอื่นเหมือนทุกทีก็ตามนับั้แ่รถม้าประดับตราสัญลักษณ์ของตระกูลเคานต์เคลื่อนเข้ามาบริเวณรอบข้างก็ปราศจากผู้คน
เคลเงยหน้ามองป้ายหน้าร้าน
‘กลิ่นชาหอมพร้อมบทกวี’
ร้านนํ้าชาที่ขายชาพร้อมกับบทกวีแห่งนี้เป็อาคารสามชั้นที่ดูสะอาดและหรูหราเ้าของอาคารหลังนี้เป็เศรษฐีผู้มั่งคั่งอีกทั้งยังเป็บุตรนอกสมรสของผู้นำสมาคมการค้าขนาดใหญ่ซึ่งรํ่ารวยยิ่งกว่าเคลเสียอีกแน่นอนว่าเ้าตัวจะต้องใช้ชีวิตโดยปิดบังตัวตนที่แท้จริงเอาไว้
น่าจะประมาณเล่มสามที่เขาเดินทางไปเมืองหลวงแล้วได้พบชเวฮันที่นั่นต่อให้จะเกิดมาเป็ลูกนอกสมรส แต่เขาก็คงจะได้เป็เ้าของสมาคมการค้าใช่ไหมนะ
เขาคือคนที่ร้องไห้ครํ่าครวญและสาบานต่อหน้าชเวฮันว่าจะเป็เ้าของสมาคมการค้าให้ได้เคลอ่านถึงแค่่ต้นเท่านั้นเลยไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะทำได้ตามที่พูดหรือเปล่าแต่เนื่องจากอีกฝ่ายเป็ตัวละครที่คอยสนับสนุนตัวละครหลักจึงเป็ไปได้ว่าจะกลายเป็เ้าของสมาคมการค้าจริง ๆ
เคลออกคำสั่งคนขับรถม้าที่ยืนเหงื่อแตกพลั่กพลางมองมาด้วยสายตาละล้าละลัง
“ไปได้แล้ว”
“ครับ?”
“ต้องให้ฉันพูดรอบที่สองหรือไง”
“ไม่ใช่ครับแต่ว่า...นายน้อยจะไม่ให้กระผมคอยอยู่รับใช้เหรอครับ”
เคลตอบอย่างขอไปทีพลางเปิดประตูเข้าร้านนํ้าชาไป
“ใช่ ฉันจะอยู่ที่นี่พักใหญ่แล้วถึงจะกลับ”
ชายหนุ่มได้ยินเสียงถอนหายใจดังเฮือกจากด้านหลังทว่าสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขากลับเป็เสียงไพเราะนุ่มนวลที่ดังขึ้นมากกว่า
กริ๊ง
เสียงกระดิ่งอันแ่เบาดังกังวานประกาศถึงการปรากฏตัวของเคลในร้านนํ้าชา