บทที่ 6 คนหรือควาย
“แหวนหมั้น!” คำคำนี้ติดอยู่ในใจผมมาหลายวันแล้ว นับั้แ่วันที่ผมได้พบและคุยกับเธอเมื่อคลาสเรียนรวม
ครั้งแรกที่ได้ยินเธอพูดคำคำนี้ ใจผมมันชาไปหมด พูดอะไรไม่ออก เพราะมัวแต่ใกับคำพูดของเธอ จนกระทั่งเธอเดินออกไปและเพื่อนผมเข้ามาผมก็ยังไม่รู้ตัว
คำว่าแหวนหมั้นมันลอยวนอยู่ในหัวผมไม่จางหาย กระทั่งเพื่อนทั้งสามของผมสะกิดเรียกผมนั่นแหละผมถึงได้รู้สึกตัว
เมื่อตั้งสติได้ ผมก็ถามพวกมันทั้งสามทันทีว่าพวกมันรู้เื่ที่น้ำทิพย์หมั้นหมายหรือเปล่า หมั้นกับใครเมื่อไหร่ ตอนที่ผมถามพวกมันผมยังคาดหวังกับคำตอบว่าเธอคงไม่ได้หมั้นจริง ๆ เธอคงแค่โกหกผมเพื่อที่จะไม่ให้ผมเข้าไปข้องเกี่ยวกับชีวิตเธออีก
แต่เมื่อได้ฟังคำตอบของพวกมัน ความหวังของผมก็ดับวูบ ใจผมตกลงไปที่ตาตุ่ม ถึงแม้พวกมันจะไม่รู้ว่าเธอหมั้นกับใคร แต่พวกหมั้นบอกได้ว่าเธอหมั้นแล้วจริง ๆ เพราะเื่นี้แฟนของพวกมันทั้งสามคนพึ่งเป็คนบอกพวกมันก่อนที่พวกมันจะเข้ามาหาผมด้านในห้องเอง
ผมจำได้ว่า ตอนนั้นผมเหม่อลอยไปทันทีที่ได้ยินคำตอบจากทั้งสาม
ทั้งนี้พวกมันยังขอโทษผมด้วยที่ไม่สามารถช่วยอะไรผมได้ และไม่ได้บอกเื่การหมั้นหมายของน้ำทิพย์ เพราะมันก็พึ่งรู้เช่นกัน ผมไม่ได้โกรธพวกมันเลยสักนิด ค่อนข้างที่จะเข้าใจ เพราะผมมั่นใจว่าแฟนของพวกมันหรือเพื่อนของเธอทั้งสามคงไม่มีวันปริปากบอกเพื่อนผมแน่นอน
ตอนนี้ผมทำได้เพียงเก็บตัวอยู่ในห้อง กินแล้วก็นอนเท่านั้น ฝึกงานก็ไม่ได้ไปฝึก เพราะผลจากคำว่าแหวนหมั้นคำเดียว ทำเอาคนที่ใช้ชีวิตที่ดีอย่างผมเป๋ไปไม่เป็เลยทีเดียว
ถ้าเธอเห็นสภาพผมตอนนี้ เธอคงสมเพชผมน่าดู เพราะผมยังสมเพชตัวเองเลย
ปัจจุบันผมยังคิดไม่ตกว่าผมควรจะทำยังไงต่อไป จะกลับเข้าไปในชีวิตเธอก็ไม่ได้ ถึงอยากทำมันก็คงไม่ง่ายขนาดนั้น ผมเฝ้าถามตัวเองทุกวัน ว่าผมอยู่โดยไม่มีเธอได้ไหม คำตอบคืออยู่ได้ แต่มันไม่มีความสุข
เหมือนกับว่ามีชีวิตแต่ไม่มีจิติญญา
ทางเดียวที่จะสามารถเข้ามาเติมเต็มความสมบูรณ์ของผมได้ ก็มีแค่เธอ เธอคนเดียวเท่านั้น
ด้วยความที่อยู่กับตัวเองมาหลายวัน ทำให้ผมคิดอะไรบางอย่างได้ ถึงเธอจะหมั้น แต่มันก็เป็แค่การหมั้นเท่านั้นเธอยังไม่ได้แต่งงาน และที่ผมเคยขอโอกาสจากเธอ ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้เสียเมื่อไหร่ เพียงแต่ว่าผมต้องตัดขาดจากน้องดา ไม่ข้องเกี่ยวกันอีก
คำพูดนี้มันชัดเจนมาก เพราะเธอบอกว่าถ้ามีน้องดาก็ไม่มีเธอ มันแปลเป็อะไรไม่ได้นอกจากว่าผมต้องเลือก
แน่นอนว่าผมเลือกเธอ แต่ผมก็ตัดขาดจากคนที่ผมเอ็นดูว่าเป็น้องสาวที่น่ารักไม่ได้เช่นเดียวกัน ผมรู้ว่าความ้าของผมมันค่อนข้างจะเห็นแก่ตัว แต่ถ้าให้เลิกข้องเกี่ยวกับน้องดาทั้ง ๆ ที่เธอไม่มีความผิด ผมก็ทำไม่ได้
ทั้งนี้ผมยังใช้เวลาที่ผ่านมาได้ทบทวนกับการกระทำของตัวเองเพิ่มขึ้นด้วย และก็เห็นด้วยกับคำพูดของน้ำทิพย์และเพื่อนของผม ที่ผมละเลยเธอเกินไป
ผมให้ความสนใจกับคนอื่นมากกว่าเธอ เทนัดเธอแล้วไปกับผู้หญิงคนอื่น ถึงผมจะบริสุทธิ์ใจ แต่มันก็ไม่ใช่การกระทำของแฟนที่ดี ยิ่งทบทวนก็ยิ่งรู้สึกโกรธและโมโหตนเองที่ทำอะไรสิ้นคิดเกินไป
เฮ้อ ถ้าเธอให้โอกาสผมอีกครั้ง ผมสาบานเลยว่า ผมจะปรับปรุงตัวและไม่เห็นใครสำคัญไปกว่าเธออีก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ผมหลุดออกจากภวังค์ความคิด ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้อง ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก เพื่อนรักทั้งสามคนของผมก็เบียดตัวเข้ามาในห้องทันที
ผมมองพวกมันด้วยความสงสัย ว่ามันมาทำอะไรที่นี่ เพราะเท่าที่ผมจำได้ ตอนนี้มันควรฝึกงานอยู่ และที่สำคัญเราก็ไม่ได้นัดคุยอะไรกันสักหน่อย แล้วอยู่ดี ๆ ทำไมพวกมันถึงโผล่มา
“ไม่ต้องสงสัย พวกกูมาดูสภาพมึง งานก็ไม่ไปฝึก มึงอยากเรียนอีกปีรึไง” ไอ้วินเป็คนเปิดปากคนแรก นั่นทำให้ผมถึงบางอ้อทันทีว่าทำไมพวกมันถึงพากันมาที่นี่
“กูมีเื่เครียดและต้องให้คิดนิดหน่อย เลยไม่ได้ไปฝึกงาน แต่เื่นั้นพวกมึงไม่ต้องเป็ห่วงหรอก กูจัดการได้” ผมตอบพวกมันให้คลายกังวล
“เื่นั้นพวกกูรู้ แต่ที่กูมาที่นี่คืออยากรู้ว่ามึงตายรึยัง” ผมตวัดสายตาไปมองไอ้ดินทันทีที่รู้สึกว่าคำพูดของมันเหมือน้าให้ผมตาย
“สบายใจได้ กูยังไม่ตาย” ผมพูดยิ้ม ๆ แล้วพวกมันก็ยักไหล่ ก่อนจะย้ายตัวเองไปนั่งที่โซฟาคนละมุม
“ดีแล้ว ว่าแต่มึงทำใจได้” ไอ้พายุเป็คนถาม ผมส่ายหน้าให้มันพร้อมกับยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก
“ทำใจไม่ได้แล้วจะทำยังไง”
“ก็อย่างที่เคยบอกว่ายังไงซะ กูก็จะทวงของกูคืน ถึงเธอจะหมั้นแล้วก็ตามที”
“อืม ด้านดีสมเป็มึง”
“ไอ้พายุ! นี่มึงด่ากู”
“อืม” ผมถึงกับพูดอะไรไม่ออก ใครใช้ให้ไอ้บ้านี่พูดน้อยต่อยหนักล่ะ คนที่ปรามมันได้เห็นทีคงมีแค่น้ำมนตร์เท่านั้น
“พวกกูมีคำถาม” ผมมองหน้าไอ้ดินพร้อมกับเลิกคิวให้หนึ่งข้าง
“วันที่มึงเจอน้องทิพย์วันสุดท้าย มึงได้ขอโอกาสจากน้องเขารึเปล่า”
“แน่นอนสิ ถามอะไรโง่ ๆ”
“น้องเข้าไม่ให้ใช่ไหม”
“อืม แต่ว่า”
“แต่ว่าอะไร”
“เธอบอกว่าถ้าฉันยังไม่เลิกยุ่งกับน้องดา เธอก็ไม่มีวันกลับมา” ผมพูดพร้อมกับทำท่าคิดหนัก
“เหอะเห็นท่าทางมึงกูก็รู้แล้ว ว่ามึงยังตัดสินใจไม่ได้” ผมเหลือบสายตาไปมองไอ้วินเล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไร
“มึงลองเปิดหูเปิดตาอย่างที่พวกกูเคยบอก มึงจะเห็นในสิ่งที่พวกกูและน้อง ๆ เห็นว่าคนที่มึงรักและเอ็นดูเหมือนน้องสาวมันไม่ได้ใสอย่างที่พวกมึงคิด”
“...”
“เอาล่ะ พวกกูแค่มาดูมึงเท่านั้น จากนี้มึงก็ตัดสินใจเองแล้วกัน พวกกูกลับก่อน”
หลังจากที่เพื่อน ๆ ผมกลับไป ผมก็มาคิดตามคำพูดของไอ้พายุ และเพื่อเป็การไม่ปรักปรำหรือใส่ร้ายน้องดา ผมจะยังคงไม่เชื่อใครทั้งนั้น จนกว่าจะเห็นด้วยตาหรือได้ยินด้วยหูของตัวเอง
ผมพยักหน้าพอใจกับความคิดของตัวเอง แล้วกดเข้าไปอ่านข้อความล่าสุดในกล่องข้อความไลน์ที่น้องดาส่งมาทันที
ในข้อความบอกว่าให้ผมช่วยไปรับเธอที่ห้าง แถมยังบอกผมอีกว่ามีอะไรบางอย่างอยากให้ผมดู เห็นดังนั้นผมก็กดตกลงส่งไปหาเธอทันที
ก่อนจะวางโทรศัพท์และมาแต่งตัวให้ตัวเอง เมื่อตรวจดูความเรียบร้อยแล้วไม่มีอะไรผิดพลาด ผมจึงขับรถไปยังจุดนัดหมายที่ว่าทันที ทั้ง ๆ ที่มันยังไม่ถึงเวลนัดเลยด้วยซ้ำ
ห้างสรรพสินค้า
ตอนนี้ผมมาถึงห้างใหญ่ใจกลางเมืองที่ได้นัดกับน้องดาเอาไว้แล้ว รอไม่นานผมก็เห็นน้องดาเดินเข้ามากับเพื่อน ๆ ของเธอ แต่พวกเธอไม่เห็นผมหรอกนะครับ ผมหลบอยู่
ผมเดินตามทั้งคู่ไปเรื่อย ๆ จนทั้งคู่เข้าไปนั่งในร้านอาหาร ผมก็เข้าไปนั่งในมุมข้าง ๆ ที่สามารถได้ยินเสียงพวกเธอคุยกันได้
“นี่ยายดาพี่เหนือของแกจะมารับรึเปล่า”
“มาสิ พี่เหนือเขาตอบมาแล้ว”
“ฉันอิจฉาแกจริง ๆ เลย ที่มีพี่เหนือคอยไปไหนมาไหนด้วยและตามใจแกอยู่ตลอด แกอย่าพลาดเขาไปนะเว้ย ่นี้ยิ่งพึ่งเลิกกับแฟนแกยิ่งต้องทำคะแนน”
“ไม่ต้องห่วงหรอก เื่นี้ไม่ต้องให้แกบอกฉันก็รู้ว่าควรทำอะไร” มาถึงตรงนี้ ผมเริ่มจับประเด็นที่พวกเธอคุยกันได้คร่าว ๆ แล้ว ภายในใจได้แต่แอบหวังว่ามันคงไม่ใช่อย่างเช่นที่ผมคิด ไม่เช่นนั้นผมคงเสียใจแน่ ๆ
“เออ ว่าแต่แกมั่นใจนะยายดา ว่าพี่เหนือเขาจะไม่รู้ว่าแกใส่ร้ายอีพี่น้ำทิพย์อะไรนั่น”
“ไม่หรอก เขาไม่รู้หรอก และจะไม่มีวันรู้ด้วย”
“ระวังไว้ก็ดีนะ ฉันไม่คิดว่าพี่เหนือจะโง่ขนาดนั้น”
“ฉันรู้น่า และพี่เหนือเขาไม่ได้โง่หรอก เพียงแต่ว่าฉันและเขารู้จักมานาน รู้จักกันมาก่อนที่เขาจะเจออีพี่ทิพย์ซะอีก เพราะฉะนั้นแกคิดว่าน้องสาวที่น่ารัก ใสชื่อบริสุทธิ์อย่างฉันกับแฟนสาวที่แรงแสนแรงอย่างยายคนนั้น แกว่าพี่เหนือจะเชื่อใครล่ะ”
“ก็ต้องแกอยู่แล้วน่ะสิ ใช่ไหม”
“ใช่แล้วล่ะ คิกคิก คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะเลิกกันไวขนาดนี้ แต่ฉันก็ต้องขอบคุณแกนะ ที่คอยถ่ายรูปฉันกับพี่เหนือให้ ฉันถึงได้มีรูปส่งไปป่วนยายนั่นให้มันระแวงจนระหองระแหงและเลิกกับพี่เหนือในที่สุด” ได้ยินดังนั้น ผมก็แทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง น้องสาวที่ผมคิดว่าน่ารักแสนดี ทำไมถึงได้มีนิสัยแบบนี้กัน
ภาพที่ผมเคยต่อว่าน้ำทิพย์ ภาพที่ผมทะเลาะกับเธอเพราะปกป้องดารินแวบเข้ามาในหัว ความรู้สึกผิดกัดกินภายในใจผมอย่างรุนแรง
“แล้วเมื่อไหร่แกจะได้คบกับพี่เหนือแบบแฟนสักทีอะ ชักช้าเดี๋ยวก็มีคนมาคาบไปหรอก”
“ไม่มีทางหรอก มีใครเข้าใกล้พี่เหนือได้นอกจากฉัน ฉันจะใช้ความใสซื่อของตัวเองนี่แหละมัดพี่เหนือไว้ ให้เขาค่อย ๆ เปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อฉันไปอย่างช้า ๆ ระหว่างนี้ฉันก็จะยังคงทำหน้าที่ที่ปรึกษาที่ดีและน้องสาวที่น่ารักต่อไป รับรองว่าพี่เหนือไม่รอดไปจากมือฉันแน่”
ชัดเจนแล้วว่า ดารินที่ผมรู้จักกับดารินที่เวลาอยู่ลับหลังผม นิสัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่แปลกที่ผมไม่ได้เสียใจมากนักที่รู้แบบนี้ เพียงแต่รู้สึกผิดหวังมาก ๆ เท่านั้น เพราะไม่คิดว่าคนที่เอ็นดูเหมือนน้องสาว จะเป็คนปั่นป่วนความสัมพันธ์ของผมกับน้ำทิพย์เอง โดยที่ผมเป็ไอ้โง่ที่ไม่รู้อะไรเลย
“เลิกกันเถอะ ไม่อยากคบกับควาย!” ประโยคบอกเลิกที่น้ำทิพย์เคยพูดกับผม หรือคำพูดที่เพื่อนเปรียบผมกับควายลอยเข้ามาในห้วงแห่งความคิด
มาตอนนี้ผมไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมทุกคนถึงได้พูดแบบนั้นออกมา เพราะผมโง่เป็ควายจริง ๆ นั่นแหละที่ยอมให้คนอื่นมาปุกปั่นความคิดของตัวเอง
ความภูมิใจที่เคยรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมผู้หญิงหลายต่อหลายคนของผมพังทลาย เมื่อได้รู้จักนิสัยที่แท้จริงของดารินในครั้งนี้
ผมค่อย ๆ ปลีกตัวหลบออกมานอกร้าน และมุ่งตรงไปยังลานจอดรถและขับรถกลับคอนโดไป ทั้งยังไม่ลืมส่งข้อความไปหาดารินด้วยว่าไม่สะดวกแล้ว ให้เธอกลับเอง
ถึงแม้ว่าตอนนี้ผมจะได้รู้อะไรหลาย ๆ อย่างที่เป็ตัวตนของดารินแล้ว แต่ก็ยังไม่อยากทำอะไรรุนแรงกับเธออยู่ดี อย่างที่ผมเคยพูดไว้ ผมอยากมีน้องสาวมาตลอด ครั้นมีดารินผมรู้สึกว่าความฝันในวัยเด็กของผมเป็จริง พอได้มารับรู้แบบนี้มันจึงรับไม่ได้
เมื่อขับรถกลับมาถึงคอนโด ผมก็ตรงเข้าไปในห้อง และทบทวนสิ่งที่เห็นและได้ยินอีกครั้ง รวมถึงตัดสินใจว่าควรจะทำยังไงต่อไป
ข้อแรกเลยคือ ผมคงห่าง ๆ จากดาริน ผมคงทำใจที่จะสนิทสนมกับเธออีกต่อไปไม่ได้ เพราะผมคงเสแสร้งไม่เก่งหลังจากที่รู้ความจริงโดนเธอปั่นหัวมาหลายเดือน
ข้อสองคือ ผมจะต้องหาทางคืนดีกับน้ำทิพย์ให้ได้ ข้อนี้เป็ข้อที่สำคัญ ที่ผมควรทำที่สุด เพราะถ้ายิ่งปล่อยไว้นาน ความรู้สึกที่น้ำทิพย์มีต่อผมคงยากจะจูนติดแล้ว
เอาล่ะ นับจากนี้ต่อไป ผมจะปฏิบัติการทวงหัวใจของผมคืน! ผมเชื่อว่าผมต้องได้โอกาสอีกครั้งแน่นอน ครั้งนี้ผมจะทำมันให้ดีกว่าเดิม และจะไม่ยอมพลาดอีกเด็ดขาด
รอพี่หน่อยนะทิพย์ พี่จะทำทุกอย่างเพื่อให้เรากลับมาคบกันอีกครั้งให้ได้ พี่สัญญา...