อดีตสาวตกอับขอเจิดจรัสในฐานะเศรษฐินียุค 80

    บทที่ 75-76

    บทที่ 75 ยิ้มมา ยิ้มตอบ

     

    พี่เป้า!

    ทั้งเล่อเวยและเล่อตงต่างก็ตื่นตัว

    หมอนี้เป็นลูกพี่ของพวก ‘อันธพาล’ ไม่ใช่เหรอ

    ตอนแรกเธอสงสัยว่าเป็นคนชื่อซ้ำกันหรือเปล่า แต่พอเห็นรอยสักขนาดใหญ่บนแขนของเขา เล่อเวยก็มั่นใจในทันทีว่า คนคนนี้คือนายเป้าอย่างแน่นอน!

    และไม่ใช่แค่พวกเธอ พี่ชายที่ขายน้ำเต้าหู้ร้านข้างๆ ซึ่งกำลังพิงกำแพงอย่างเกียจคร้าน ก็เด้งตัวขึ้นนั่งหลังตรงทันทีที่เห็นนายเป้าเดินเข้ามาใกล้ ทำราวกับกำลังเผชิญหน้าคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขาม!

    ในทางกลับกัน ยายเฉินคนขายไข่ต้มใบชากลับไม่แยแสพวกอันธพาลนั้นเลย เธอพ่นลมออกทางจมูกอย่างหงุดหงิดแล้วเมินหน้าหนี ไม่แม้แต่จะมองคนพวกนั้น

    เล่อเวยกังวลกับท่าทีของยายเฉิน แต่โชคดีที่พวกเขาสองสามคนไม่ได้ใส่ใจหญิงชรา แค่มารวมตัวกันที่หน้าร้านขายซาลาเปาเท่านั้น

    นักเลงคนหนึ่งถึงกับผลักลูกค้ารายอื่นที่กำลังเข้าแถวรออยู่ แล้วพูดว่า “หลีกไป! ไม่เห็นเหรอว่าใครมา!”

    “หยุดนะ” เล่อเวยขมวดคิ้ว เธอเดินออกมาจากหลังแผงขายซาลาเปา ช่วยลูกค้าที่โดนผลักแล้วดุนักเลงพวกนั้นด้วยความโมโห “ถ้าอยากซื้อซาลาเปา ก็ช่วยไปต่อแถวด้วย”

    “ต่อแถว? เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร รู้หรือเปล่าว่าคนคนนี้เป็นใคร จะบอกให้นะ เราอยู่เจิ้นซีมานาน และเราไม่เคยต้อง...”

    “ถอยไป!” นักเลงลูกกระจ๊อกคนนั้นถูกผลักไปอีกทางก่อนจะทันได้พูดจบ

    เล่อเวยผงะ เมื่อเห็นนายเป้าซึ่งมีรอยสักใหญ่บนแขนเดินเข้ามาใกล้ ท่าทางที่เขามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจ แต่ก่อนที่จะได้พูด นายเป้าก็ยกมุมปากยิ้มประจบแล้วบอกว่า “ได้ เราจะไปต่อแถวเดี๋ยวนี้!”

    พูดจบ เขาก็ตบหัวลูกน้องที่ตัดแถวอีกครั้ง แล้วดึงตัวไปต่อแถวที่ด้านหลัง

    เล่อเวยมองคนเหล่านั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ก่อนจะหันไปเห็นเล่อตง ปกติเล่อตงจะทักทายลูกค้าด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอ แต่ตอนนี้รอยยิ้มนั้นกลับหายไป เขาสังเกตเห็นสายตาของเล่อเวย เลยยกเข่งใส่มือเธอก่อนจะบอกว่า “ซาลาเปาไส้เนื้อหมดแล้ว กลับบ้านไปให้แม่ทำเพิ่มสักสองเข่งเถอะ ฉันว่าน่าจะขายได้อยู่”

    เธอรู้ว่าเล่อตงต้องการให้เธอหลีกเลี่ยงคนพวกนั้น แต่เล่อเวยกลับส่ายหน้าปฏิเสธ ในสถานการณ์เช่นนี้ เธอไม่กล้าทิ้งเล่อตงไว้ตามลำพัง ถึงเล่อตงจะมีนิ้วทองคำมากมาย แต่เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะใช้มันกลางตลาดที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะไม่มีทางรู้ว่าจะมีใครเห็นบ้าง หากเขาหยิบออกมาใช้!

    “เรื่องนั้นไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ มาจัดการเรื่องวันนี้ก่อน”

    ถึงเธอไม่รู้ว่านายเป้ากำลังคิดจะทำอะไร แต่เขาไม่ได้แซงแถวและรออย่างว่าง่าย เล่อเวยจึงค่อนข้างโล่งใจ เธอทยอยขายซาลาเปาให้ลูกค้าทีละคนจนถึงคราวของนายเป้า

    พวกอันธพาลที่แซงคิวเมื่อครู่เปลี่ยนท่าทีแล้วเช่นกัน แถมยังพูดด้วยรอยยิ้มขี้เล่นว่า “ขอซาลาเปาไส้เนื้อห้าลูกจ้ะ”

    “ขอโทษด้วย” เพราะอีกฝ่ายยิ้มมา คนทำมาค้าขายอย่างเล่อเวยจึงยิ้มตอบอย่างเป็นธรรมชาติ “วันนี้ซาลาเปาไส้เนื้อขายหมดแล้ว”

    ทันทีที่ได้ยินว่าขายหมด ลูกกระจ๊อกคนนั้นก็เปลี่ยนสีหน้าทันที “ขายหมดเหรอ รู้ไหมว่าเราต่อแถวนานแค่ไหน ทำไมถึงขายหมดตอนเราจะเอา อย่ามาพูดทุ...”

    ลูกน้องคนนั้นถูกผลักออกไปอีกครั้งก่อนจะพูดจบ

    “ไอ้นี่ พูดแล้วไม่ฟัง เอาตัวมันไปสั่งสอน พูดจาไม่เป็นภาษาคนเลย” มีคนเข้ามาลากตัวนักเลงคนนั้นออกไปทันทีที่นายเป้าบอก คนแถวนั้นไม่กล้าส่งเสียง และไม่แม้แต่จะมองไปทางทิศนั้น

    จากนั้นนายเป้าก็เผยรอยยิ้มประจบเอาใจเล่อเวยอีกครั้ง “วันนี้ขายหมด แล้วพรุ่งนี้จะมีมาอีกไหม”

    พรุ่งนี้ยังจะมาอีกเหรอ

    เล่อเวยรู้สึกคับข้องอยู่ในอก เธอไม่รู้ว่านายเป้าตั้งใจจะทำอะไร เธอคงจัดการเขาได้ง่ายกว่านี้ ถ้าเขาทำตัวเกกมะเหรกเกเรเหมือนนักเลงคนอื่นๆ แต่เพราะเขาไม่ได้ทำ มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเธอที่จะตอบโต้ อย่างไรก็ตาม เล่อเวยยังต้องตั้งแผงขายของที่นี่ การกระทำที่รุนแรงอาจทำให้คนอื่นคิดว่าเธอเป็นตัวปัญหา

    “พรุ่งนี้...” เล่อเวยหยุดคิดครู่หนึ่ง เธออยากจัดการกับนายเป้าก่อนจะตั้งแผงขายของอีกครั้ง แต่เธอก็ต้องการเงิน ถ้าวันนี้ก็หยุด พรุ่งนี้ก็หยุด แล้วเธอจะหาเงินได้อย่างไร “พรุ่งนี้มี แต่ถ้าจะซื้อ ต้องต่อแถว และห้ามวุ่นวายกับลูกค้าคนอื่น”

      

    บทที่ 76 ประธานเล่อเป็นมืออาชีพ

     

    “ไม่มีปัญหา!” นายเป้ารับปาก เขาซื้อซาลาเปาไส้ผักสองสามลูกแต่กลับไม่ยอมเดินออกไปและปักหลักยืนกินอยู่ข้างแผง พอมีคนที่ดูท่าทางเหมือน ‘นักเลงใหญ่’ ยืนคุมอยู่ ลูกค้าคนอื่นๆ ก็เลยไม่กล้าเข้ามาซื้อ

    เล่อเวยอดทนอยู่พักใหญ่

    ไม่ใช่ว่าเธออยากจะทน แต่หลักๆ แล้วเธอไม่รู้ว่าจะจัดการกับเขายังไง ซื้อซาลาเปาแล้วกินที่หน้าร้านทันทีมันผิดตรงไหน

    ที่นี่เป็นแผงขายอาหารเช้าในตลาด ใครๆ ก็กินกันแบบนี้ทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าให้คนอื่นกินได้ แต่ห้ามคนมีรอยสักกินสักหน่อย

    นายเป้ากับลูกน้องของเขาไม่ได้ตะโกนไล่หรือทำอะไร แค่ยืนกินซาลาเปาอยู่เท่านั้น

    แต่ลูกค้าคนอื่นกลับไม่กล้าเข้ามา!

    เล่อเวยทำอะไรได้บ้าง

    ถ้าไม่ยอมให้พวกเขากิน เธอก็ดูจะไม่มีเหตุผล

    แต่ถ้าปล่อยให้พวกเขากิน เธอก็ไม่มีลูกค้า

    เล่อเวยแค่หวังให้นายเป้ากินเร็วๆ กินให้หมดๆ แล้วรีบออกไป!

    ช่วงเวลาสำคัญในการขายอาหารเช้านั้นสั้นมาก ช้าไปห้านาที อาจจะส่งผลให้เธอขายซาลาเปาได้น้อยลงนับสิบลูก!

    เล่อเวยกำลังหงุดหงิด ก่อนจะเห็นผู้ชายตัวใหญ่สองคนเดินมาแต่ไกลและตรงมาที่แผงขายซาลาเปาของเธอ หนึ่งในนั้นพูดด้วยรอยยิ้มว่า “น้องสาว ที่นี่มีซาลาเปาไส้ผักถึงห้าสิบลูกไหม”

    อีกคนถามว่า “แล้วมีซาลาเปาไส้เนื้อด้วยหรือเปล่า”

    ลูกค้ารายใหญ่!

    เล่อเวยหยิบซาลาเปาให้พวกเขาอย่างรวดเร็ว และตอบด้วยรอยยิ้ม “ไส้เนื้อหมดแล้วจ้ะ วันนี้ฉันทำมาน้อยไปหน่อย”

    “แล้วพรุ่งนี้จะมีหรือเปล่า”

    เล่อเวยตื่นเต้น รีบพูดว่า “มีจ้ะพี่ชาย สั่งไว้ล่วงหน้าได้เลย อยากได้เท่าไหร่ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะไปส่งให้”

    “ดีเลย พรุ่งนี้เช้าสักตีห้าครึ่ง ไส้เนื้อห้าสิบลูก ไส้ผักแปดสิบลูก เธอไปส่งได้ใช่ไหม”

    “ได้จ้ะ!” ถึงแม้เธอจะต้องตื่นตีสามมาส่งของตอนตีห้าครึ่ง แต่คำสั่งซื้อมากขนาดนี้ เล่อเวยทำให้ได้อยู่แล้ว!

    ดูเหมือนว่าเธอจะต้องไปซื้อไก่สดเอาไว้เลยสองตัว เพราะถ้ารอไปซื้อไก่ตอนตีสี่ จะทำน้ำสต๊อกไม่ทัน!

    “ให้ไปส่งที่ไหนคะ แล้วฉันจะติดต่อคุณได้ยังไง”

    “เดินลงใต้จากประตูตะวันออกของตลาดเจิ้นซี มีโรงเรียนพรรคอยู่ไม่ไกล ไปส่งของที่นั่นแหละ”

    โรงเรียนพรรค!

    นั่นเป็นที่ตั้งของสมาคมขนส่ง ‘มือสะอาด’ ไม่ใช่เหรอ

    เล่อเวยเหลือบมองชายสองคนที่กำลังสั่งซาลาเปา ทั้งคู่สวมสูทเหมา[1]สีกรมท่า คนหนึ่งอายุราวห้าสิบมีหนวดเคราเต็มหน้า ส่วนอีกคนอายุสามสิบต้นๆ ผมสั้นเกรียน ใบหน้าของชายทั้งสองแสดงให้เห็นถึงความหยาบกร้านจากสภาพอากาศ อย่างคนที่โดนลมและแดดเป็นประจำ

    คนขับรถเช่า!

    เล่อเวยดีใจ คิดแล้วว่าซาลาเปาไส้เนื้อห้าสิบลูก ไส้ผักแปดสิบลูก ได้กำไรมากกว่าสี่สิบหยวน! แถมหลังจากส่งของช่วงหลังตีห้าเศษๆ เธอยังมีเวลาขายซาลาเปาต่อได้อีกสองสามชั่วโมง!

    เล่อเวยตัดสินใจแล้ว เมื่อเธอเก็บเงินได้ถึงห้าร้อยหยวน เธอจะไปที่กวางโจวเพื่อเอาเสื้อผ้ามาขาย ทุกวันนี้เวลาเล่อเวยขายซาลาเปา เธอคอยสังเกตเป็นพิเศษว่าผู้คนใส่เสื้อผ้าแบบไหน และวาดโครงการของตัวเองเอาไว้ในใจ

    จากฉางผิงไปกวางโจวใช้เวลาขับรถสี่ชั่วโมงกว่าๆ ซึ่งไม่นับว่าไกลเกินไป ข้อดีคือความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้า แต่ข้อเสียก็คือ...ความสะดวกในการเลือกซื้อสินค้าเช่นกัน

    แม้เล่อเวยจะสังเกตแค่ในตลาดเจิ้นซี แต่มองแวบเดียวก็รู้ได้ว่า ร้านเสื้อผ้าส่วนใหญ่ในฉางผิงรับสินค้ามาจากกวางโจว

    ถ้าเธออยากจะเอาสินค้าจากกวางโจวมาขายที่นี่ เธอคงต้องคิดให้รอบคอบมากขึ้น

    เล่อเวยไม่ใช่คนทะเยอทะยานเกินตัว ดังนั้นเธอจึงวางแผนที่จะจับตลาดเจิ้นซีให้ได้ก่อน และเก็บเงินให้มากพอเพื่อไปกวางโจวในเวลาหนึ่งปี!

    เล่อเวยไม่ได้เก็บเงินมัดจำจากพวกเขา เธอเพียงแค่ฉีกกระดาษมาเขียนใบสั่งซื้อสองใบ ก่อนจะยื่นให้ชายคนที่มีหนวดเคราเป็นคนลงนาม “หลี่หราน...พี่หลี่ พรุ่งนี้ฉันจะไปที่นั่นพร้อมกับใบสั่งซื้อ ไว้พี่จ่ายเงินตอนนั้นได้เลย”

    หลี่หรานยิ้มแล้วรับใบสั่งซื้อมา “ไม่เก็บค่ามัดจำ ไม่กลัวพวกเราเบี้ยวจ่ายเหรอ”

    เล่อเวยยิ้ม ใบสั่งซื้อมีประโยชน์มากกว่า เพราะถ้าเก็บเพียงเงินมัดจำ บางคนอาจจะอ้างได้ว่าจ่ายเต็มจำนวนไปแล้ว และปฏิเสธที่จะจ่ายเพิ่ม นั่นต่างหากคือกับดักอย่างแท้จริง!

    ใบสั่งซื้อนั้นครบถ้วนดีมาก หลี่หรานอาจไม่ได้อ่านอย่างละเอียด มันระบุไว้อย่างชัดเจนว่าจะมีการเรียกเก็บเงินเมื่อส่งมอบสินค้า และการชำระเงินจะต้องมีการลงนามเมื่อได้รับสินค้า ซึ่งหมายความว่า วันที่เล่อเวยไปส่งสินค้า ลูกค้าจะต้องชำระเงินและลงนามยืนยันก่อน เธอถึงจะส่งมอบสินค้าให้

    หนีพระได้ แต่หนีวัดไม่ได้[2] ลงนามแล้ว ใบสั่งซื้อถือว่ามีผลทางกฎหมาย!

     


     


    [1] ชุดสูทเหมา หรือชุดสูทจงซาน เป็นชุดแต่งกายประจำชาติที่ซุนยัดเซ็นคิดค้นขึ้นหลังสิ้นสุดการปฏิวัติเมื่อปี 1912 คำว่าจงซานมีที่มาจาก ซุนจงซาน ซึ่งเป็นอีกชื่อหนึ่งของซุนยัดเซ็น ในเวลาต่อมาถูกเรียกว่า ชุดสูทเหมา โดยมีที่มาจากการที่เหมาเจ๋อตงมักใส่ชุดสูทนี้จนเกิดเป็นภาพติดตา ชุดสูทนี้ได้รับความนิยมจากชายชาวจีนในช่วงเวลานั้น (หลังปี 1949) ในฐานะสัญลักษณ์ของความเป็นเอกภาพ และความเป็นหนึ่งเดียวกันของชาวจีน

    [2] หนีพระได้ แต่หนีวัดไม่ได้ เป็นสำนวนแปลว่า หนีไม่พ้น แม้ว่าจะหลบซ่อนได้ชั่วขณะ แต่เป็นเพราะปัญหาและภาระผูกพัน สุดท้ายจึงไม่สามารถหนีพ้นได้

    คล้ายกับเรื่องอดีตสาวตกอับขอเจิดจรัสในฐานะเศรษฐินียุค 80 ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111