“โธ่ ฮูหยิน ล้อเล่นอะไรอีกเ้าคะ ก็ฮูหยินพูดเองว่าต้องไปคุยกันให้รู้เื่กับท่านนายกอง พวกเราจึงได้เดินทางมาที่นี่อย่างไรเล่าเ้าคะ ฮูหยินลืมไปแล้วหรือ”
‘ข้าไม่เข้าใจที่นางพูดสักคำ แต่หากนางจะไปที่กองทัพ บางทีข้าควรไปดูสักครั้ง ที่ที่ชิงถิงเคยอยู่’ เสี่ยวเหอครุ่นคิด เมื่อตัดสินใจเช่นนั้น จึงได้ออกเดินทางไปกับสาวใช้
ทั้งสองคนรีบออกเดินทาง ระหว่างทางสาวใช้ก็พูดไปเรื่อยๆ เสี่ยวเหอจับใจความได้ว่าที่จริงทั้งสองคนเดินทางมาด้วยรถม้า แต่รถม้าเสีย ฮูหยินของสาวใช้ร้อนใจอย่างมากจึงยอมเดินเท้าต่อลำพัง
ไม่นานก็ถึงค่ายกองทัพ สาวใช้เข้าไปพูดกับทหารยาม แม้กฎกองทัพไม่ให้สตรีเข้าไป แต่ทหารยามก็พาสองสาวเข้าไปรอในกระโจมหลังหนึ่งนอกค่าย ไม่ได้ใหญ่มากแต่ก็ไม่เล็ก ทั้งยังดูแลเอาน้ำเอาอาหารมาให้อย่างดี
เสี่ยวเหอแปลกใจเล็กน้อย ปกติกองทัพดูแลต้อนรับอย่างดีเช่นนี้หรือ แต่เพราะหิวมากนางจึงรีบกิน ไม่ได้ใส่ใจคิดให้มากความ นางคิดว่าจวนท่านตาของชิงถิงจะต้องมีอำนาจมากเลยทีเดียว นางและสาวใช้จึงได้รับการต้อนรับที่ดีมากเช่นนี้
ระหว่างกำลังหยิบซาลาเปาไส้เนื้อกวางลูกที่สาม เสี่ยวเหอรู้สึกว่ามีคนเข้ามาในกระโจมเลยหันไปดู
“!!!!..” เสี่ยวเหอใค้างชะงักไปทันที ทำซาลาเปาตกพื้นโดยนางไม่แม้แต่จะใส่ใจ
“ชิง....ชิงถิง!!” คนที่เข้ามาเป็เขา ใส่ชุดทหาร แม้จะมีหนวดเคราขึ้นบางๆ แต่ก็คือเขาจริงๆ
“เ้ามาหาถึงที่นี่มีอะไร?” เสียงก็ยังเป็เสียงของเขา
เสี่ยวเหอได้แต่ตะลึงจนทำสิ่งใดไม่ถูก มือสั่นจนตะเกียบในมือหล่น หัวใจบีบรัดจนคล้ายจะหายใจไม่ออก ปากสั่นตาแดงน้ำตาใกล้จะไหล
สาวใช้รีบขอตัวออกไปข้างนอกอย่างรู้หน้าที่ ปล่อยให้เ้านายทั้งสองคนได้พูดคุยกัน ชิงถิงยังยืนอยู่ตรงทางเข้า ด้วยท่ายืนที่นางคุ้นเคย เสี่ยวเหอค่อยๆ ยืนขึ้น พยายามอ้าปากแต่ไม่มีคำพูดเล็ดลอดออกมา น้ำตารื้นเต็มสองตาใกล้จะหลุดร่วง
ชายหนุ่มเห็นอาการแข็งทื่อพูดไม่ออกเช่นนั้นของอีกฝ่ายจึงเข้ามาใกล้เพื่อมองให้ชัด ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายเป็อะไร แต่เมื่อเห็นว่านางกำลังจะร้องไห้ก็ชะงักไป
“เ้าเป็อะไร?” เขาถามเสียงไม่มั่นใจ
แต่เสี่ยวเหอที่ได้ยินเสียงของเขา เห็นท่าทางของเขากำลังทับซ้อนกับภาพในหัวยามที่เขาถูกแทงทะลุอก นางเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้
“ชิงถิง...อึก....ฮือ” หญิงสาวน้ำตาก็ไหลราวกับสายน้ำ พยายามกลั้นเสียงร้องไห้ไว้ เดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม
นางยื่นมือสั่นๆ ออกไปจับอกของชิงถิงข้างที่เคยถูกแทง ลูบคลำไปทั่วอย่างไม่แน่ใจ สายตาพร่ามัวเพราะน้ำตา แต่ชิงถิงเหมือนชะงักไปครู่หนึ่ง ทำอะไรไม่ถูก ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่เข้าใจที่นางกลายเป็เช่นนี้
เสี่ยวเหอเข้าไปให้ใกล้กว่าเดิม พยายามเช็ดน้ำตา มองให้ชัดว่าตรงอกของเขา ตรงที่มือของนางกำลังลูบคลำไม่ได้มีดาบทะลุออกมา
“ยังไม่ตาย!” นางพูดออกมาเสียงสั่นๆ ได้ประโยคหนึ่ง ก่อนจะพยายามใช้ทั้งสองมือลูบตรงอกซ้ายอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ พร้อมกับเสียงสะอื้นไห้ที่ฟังไม่ออกว่าพูดอะไรต่อจากนั้น
“เ้า..ทำอะไร” เขาถาม
ท่าทางของนางทำชิงถิงใไม่น้อย ก่อนจะพยายามแกะมือของนางออก แต่หญิงสาวไม่ยอมปล่อย ใช้ทั้งสองมือจับสาบเสื้อของเขาจนแน่น และร้องไห้โฮไม่สนใจใดๆ อีก
“ชิงถิง..ฮือ ๆ ๆ ๆ ..ยัง..ไม่ตาย..ฮือ ๆ ๆ ๆ ๆ”
เขาใมาก ขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะใช้สองมือพยุงหน้านางให้เงยขึ้นมองสบตา แต่เมื่อเสี่ยวเหอเห็นหน้าของเขาก็ร้องไห้หนักกว่าเดิม สองมือกอดเอวเขาเอาไว้
“ยังไม่ตาย...ยังไม่ตาย เ้ายังไม่ตาย” นางและพูดปนเสียงร้องไห้ซ้ำไปมา พร้อมกับกอดแน่นขึ้น
ชิงถิงตาโต ความทรงจำบางอย่างวิ่งเข้าไปในหัว เขาเริ่มเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ั์ตาเปลี่ยนเป็มองดูเสี่ยวเหออย่างรักใคร่ ก่อนจะกอดตอบ จูบซับน้ำตาไปมา จุมพิตหน้าผากและแก้มของนางอย่างรักใคร่
“ใช่แล้ว ข้ายังไม่ตาย ข้าอยู่นี่แล้ว” ชายหนุ่มปลอบประโลม
สองคนกอดกันกลม อีกคนร้องไห้โฮราวกับคนบ้า อีกคนปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน ตอบคำถามของนางซ้ำไปมาหลายต่อหลายครั้ง เพื่อให้นางแน่ใจว่าเขายังไม่ตายจริงๆ
เสี่ยวเหอดีใจแทบสิ้นสติ ร้องไห้จนเหนื่อย ร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง พยายามกอดคว้าชิงถิงเอาไว้ และหมดสติไปในที่สุด..
เสี่ยวเหอลืมตาตื่นในกระโจมผ้าใบ เริ่มจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
‘เขายังไม่ตาย ไม่มีดาบที่อก’ หญิงสาวจำได้แล้ว นางลุกขึ้นนั่งยิ้มอย่างโง่งม จากนั้นก็มองสำรวจไปรอบห้อง เห็นไม้เสียบเนื้อย่างและน้ำแกงเย็นชืดวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอน
เสี่ยวเหอคิดว่าชิงถิงน่าจะเป็คนเตรียมไว้ให้ ด้วยความหิวและคอแห้งผากจึงหยิบน้ำแกงมาดื่ม หยิบเนื้อย่างที่วางอยู่ใกล้ขึ้นมากิน ครั้งนางเห็นเนื้อย่างก็นึกถึงชิงถิง จึงรีบร้อนพรวดพราดออกไปข้างนอก เพื่อตรวจสอบว่าเื่เมื่อวานตัวเองไม่ได้ฝันไป นางเพียงอยากตรวจสอบให้แน่ใจเท่านั้น
ด้านนอกฟ้าเริ่มสาง เห็นทหารหลายคนเดินไปเข้าแถว
เสี่ยวเหอยืนสับสนไม่แน่ใจว่าต้องเดินไปทางใด พอดีกับที่ทหารคนหนึ่งหันมาสบตานางเข้า
“มีผู้หญิงอยู่ในค่าย!!” ทหารคนนั้นร้องะโ
ทุกคนก็โกลาหลทันที เสี่ยวเหอก็ใทำอะไรไม่ถูก รีบวิ่งไปซ่อนตัว แต่สุดท้ายยังคงถูกจับจนได้ นางถูกนำตัวไปซักถามต่อหน้านายกองทหาร ถามไปมาเสี่ยวเหอจึงบอกว่ามาหาชิงถิง ให้ถามเขาว่าเกิดอะไรขึ้น เขาสามารถยืนยันได้ว่านางไม่ได้แอบเข้ากองทัพ
นายกองจึงเรียกชิงถิงมาสอบถาม
“เขามาแล้วขอรับนายกอง” ทหารรายงาน
“ให้เข้ามา” นายกองบอก
เสี่ยวเหอหันไปมองที่ทางเข้ากระโจม ชิงถิงกำลังเดินเข้ามา นางดีใจมาก ยิ้มกว้างแก้มแทบปริ เขายังไม่ตายจริงๆ หญิงสาวมองเขาไม่วางตา สังเกตทุกการเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าของเขา
แต่เมื่อสังเกตดีๆ อีกครั้ง คล้ายว่าชิงถิงจะยังเด็กมาก อายุไม่น่าเกินสิบสี่สิบห้าปี แตกต่างจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง นางสับสนจนทำอะไรไม่ถูก แต่ชิงถิงใมากกว่า เพราะจู่ๆ ก็มีผู้หญิงมาหาถึงในค่ายทหาร ทั้งยังแอบเข้ามา
เสี่ยวเหอยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก พยายามนึกว่าเกิดอะไรขึ้น หลายสิ่งเกิดขึ้นพร้อมกันจนสับสนไปหมด
‘เขายังดูเด็กมาก แล้วมาเป็ทหารได้อย่างไร’ หญิงสาวสงสัย
“เ้ารู้จักนางหรือไม่” นายกองถามชิงถิง
“ขอรับ นางเป็บุตรสาวของท่านอาข้างบ้าน รู้จักกันั้แ่เด็ก แต่..ไม่รู้ว่าเหตุใดนางจึงมาอยู่ที่ค่ายทหารได้ขอรับ”
“เ้าไม่ได้พานางเข้ามาหรือ แน่ใจหรือว่านางไม่ได้เป็คนรักของเ้า”