Chapter 9
ตาย
“อันดับแรกคงต้องมาลองสู้กับ สไลม์ พวกนี้เหมือนเดิมล่ะนะ”
โจ๊กเอ่ยขึ้นขณะที่ก้าวเท้าเดินออกมาจากเมืองได้ในที่สุดเขาตรงปรี่เข้ามาที่ทุ่งหญ้าสไลม์ที่เคยมาเมื่อวานนี้กับรินมาก่อนอาจจะเป็เพราะว่าตอนนี้มันยังเช้าอยู่รึเปล่าก็ไม่ทราบได้ทุ่งหญ้าแห่งนี้จึงปราศจากผู้คนแวะเวียนเข้ามาตีเ้าเยลลี่สี่ฟ้ากันโดยสิ้นเชิงหรือไม่มันก็เป็มอนสเตอร์ที่ดูจะให้ค่าประสบการณ์ได้ไม่คุ้มเอาเสียเลยพวกเขาจึงไปพื้นที่ส่วนอื่นกันเสียหมด
เพราะฉะนั้นตอนนี้สไลม์ทั้งหมดที่กำลังะโดึ๋งดั๋งไปมาก็เลยกลายเป็ของเขาไปโดยปริยาย!
“ไหนดูซิ เควสมันบอกให้จัดการสไลม์ไปทั้งหมด20 ตัวสินะ แล้วก็มีเควสประจำวันให้ทดลองใช้สกิลการ์ดให้ครบ 40 ครั้งด้วย...ถ้าอย่างนั้นเริ่มทำสองเควสนี้ให้เสร็จๆ ไปตรงนี้น่าจะดีกว่า”
โจ๊กตัดสินใจทันทีเพราะว่าเท่าที่เขาลองดูมาเมื่อวานนี้ ก็ต้องยอมรับเลยว่าเ้า “สไลม์” พวกนี้นั้นจัดว่าเป็มอนสเตอร์ที่อ่อนแอกว่าตัวอื่นๆมาก หากจะใช้มันเป็ตัวเร่งทำเควส ก็น่าจะเรียกได้ว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว
“ถ้าอย่างงั้นก็ออกมาเลย ยูเรียซ่า!”
ไม่รอช้าโจ๊กทำการเรียกการ์ดใบเก่งในชุดเด็คของเขาขึ้นมือออกมาก่อนจะแตกสลายกลายเป็วงแหวนเวทเพื่ออัญเชิญ ฮาล์ฟ ตัวใหม่ขึ้นมาบนสนามร่างของหญิงสาวบอบบางโผล่พรวดออกมาจากเขตอาคมก่อนจะลงมาเหยียบพื้นพร้อมกับสะบัดผมไปด้านหลังเรือนผมสีเงินปลิวไสวไปกับสายลมดูงดงามราวกับเป็หิมะในห้วงรัตติกาลไม่มีผิดดวงหน้าหวานสวยที่มีรอยยิ้มเล็กๆ นั้นหันมายิ้มให้กับผู้เป็นาย เช่นเดียวกับชุดเดรสสีขาวที่สวมทับด้วยชุดเกราะโลหะนั้นให้ความรู้สึกว่าเป็นักรบและสตรีที่บอบบางไปในเวลาเดียวกันใบหน้าเข้ารูปและดวงตาม่วงลาเวนเดอร์นั้นดูงดงามไม่หยอก
ไม่ช้าเธอจึงยอบตัวลงน้อยๆราวกับเป็การทักทายเ้านายคนใหม่ของเธอ
เห็นแล้วโจ๊กจึงเผยรอยยิ้มจางๆ ให้
“ยินดีที่ได้รู้จักนะ ยูเรียซ่าจากนี้ไปก็ฝากตัวด้วยล่ะ” เขาส่งคำทักทาย
ซึ่งฮาล์ฟสาวนั้นไม่ได้พูดโต้ตอบอะไรกลับมาเธอเพียงยิ้มและพยักหน้าในคำกล่าวนั้น
“ไหนมาดูกันซิว่าความสามารถของเธอนั้นทำอะไรได้บ้าง?”
ว่าแล้วเขาก็เปิดหน้าต่างข้อมูลของยูเรียซ่าที่ถูกเซ็ตให้เป็“คู่หู” ปัจจุบันของเขาไปแล้ว
ยูเรียซ่า LV1 (ไฟ)
♦♦♦♦
เผ่า : นักรบ / ั
*ลด MP สำหรับการร่ายการ์ดัลง1 หน่วย*
*เพิ่มพลัง 1/1 ต่อัในสนามรบ*
โจมตี-3 ป้องกัน-3
พลังชีวิต 1,500 (DP-5)
ตรวจสอบเพียงคร่าวๆก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าแม่สาวคนนี้มีความสามารถโดดเด่นในด้านใดด้านหนึ่งกันแน่เพราะลังโจมตีกับป้องกันมันก็เท่ากันอยู่ที่ระดับ 3ส่วนพลังชีวิตก็ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ค่อนไปทางสูงแต่ก็ไม่ได้เท่ากับพวกสายนักรบเพียวๆ แบบคนอื่นเขาความสามารถที่มีก็ไม่ใช่การสนับสนุนพวก “การ์ดไอเท็มอาวุธ” เหมือนกับนักรบคนอื่นๆแต่จะเน้นไปในทางเกื้อหนุนพวกัเสียมากกว่า
“ยังไงก็คงต้องลองต่อสู้ดูถึงจะวัดได้ล่ะนะ”
โจ๊กพูดพลางหันไปสบตากับยูเรียซ่าด้วยซึ่งเธอก็พยักหน้าให้ด้วยรอยยิ้ม
“ถ้างั้นก็ ลองไปสู้ดูเลยจัดการสไลม์ตัวนั้นซะยูเรียซ่า!”
ซัมมอนเนอร์มือใหม่เริ่มต้นออกคำสั่งกับฮาลฟ์ของตนเองเป็ครั้งแรกดวงตาสีลาเวนเดอร์ตวัดฉับไปมองศัตรูตามคำสั่งของเ้านายเธอดึงเอาดาบเรเปียร์เล่มบางที่เหน็บอยู่ตรงเอวขึ้นมาถือไว้ก่อนจะพุ่งตรงดิ่งเข้าหาเ้าสไลม์ที่ะโดึ๋งดั๋งอยู่ใกล้ๆ
100
ตัวเลขดาเมจโผล่พรวดขึ้นมาตรงเหนือหัวของเ้าสไลม์ตัวฟ้าทันทีที่มันโดนดาบเรเปียร์แทงเข้าไปกลางลำตัวดูเหมือนเ้าเยลลี่จะไม่ได้ตายจากการโจมตีเพียงครั้งเดียว มันกระเด็นไปและหันมาจ้องมองศัตรูตัวแสบนั้นก่อนจะะโพุ่งเข้าใส่ร่างอัศวินสาวทันที!
“หลบไปทางซ้าย!”
โจ๊กร้องเตือน ส่งให้ฮาล์ฟสาวเพียงเอี้ยวตัวหมุนไปนิดๆจนเรือนผมสีขาวนั้นพลิ้วไสวราวกับกำลังเต้นรำส่งให้เ้าเยลลีนั้นพุ่งเข้าใส่พลาดเป้าไป สบโอกาสให้ยูเรียซ่าโจมตีใส่ด้านหลังอีกครั้งและทีนี่ดาเมจที่ได้มาก็โผล่ขึ้นมาที่ 140ซึ่งนั่นก็เพียงพอที่จะให้เ้าเยลลี่นั้นตัวแตกไปในทันทีพร้อมกันนั้นก็มีเหรียญเงินกับก้อนเยลลี่เล็กๆ ตกลงไปบนพื้นแทนที่ร่างของมัน
“ดูเหมือนจะไม่ได้โจมตีทีเดียวตายแบบตอนที่ใช้โอเบริกแฮะ”เขาพูด “ก็น่าจะอย่างนั้นล่ะ ก็ทางนี้เพิ่งจะเลเวล 1 เองนี่นะจะไปเทียบกับตัวที่เลเวลเต็ม 30 แล้วได้ยังไงกัน”
ว่าแล้วเขาก็เปิดหน้าต่างข้อมูลรายละเอียดของยูเรียซ่าอีกครั้งจึงได้เห็นว่ามันมีแถบค่าประสบการณ์อยู่ตรงด้านใต้ให้เห็นด้วยซึ่งตรงนี้น่าจะเป็แถบที่บอกว่าเลเวลของเธอจะเพิ่มขึ้นเมื่อไรและตอนนี้หลังจากที่ฆ่าสไลม์ไปได้หนึ่งตัวหลอดมันก็มีแถบสีฟ้าเพิ่มขึ้นมาพร้อมกับตัวเลข 3% กำกับอีกด้วย
“ฆ่าสไลม์ตัวหนึ่งได้สามเปอร์เซ็นงั้นสินะถ้าหากทำได้ครบร้อย เลเวลของเธอก็จะเพิ่มขึ้นใช่รึเปล่า?”
โจ๊กหันไปถามฮาล์ฟคู่หูของเขาซึ่งหญิงสาวก็เพียงยิ้มและพยักหน้าให้เป็การยืนยันเท่านั้นเองโจ๊กนึกอยากจะให้ฮาล์ฟของเขาสามารถพูดคุยตอบโต้ได้เหมือนกับ NPC ในเมืองจังเลยแต่ดูเหมือนฮาล์ฟทุกตัวจะไม่สามารถพูดได้นั่นเอง แต่ก็ยังดีที่อย่างน้อยพวกเขาก็สามารถมีท่าทีตอบโต้กับคำพูดและคำสั่งของซัมมอนเนอร์ได้
“ถ้าอย่างนั้นก็ลุยกันแบบต่อเนื่องไปเลยอย่างน้อยก็ขอเพิ่มเลเวลไปพร้อมๆ กับจบเควสกับสไลม์ให้ได้หน่อยละกัน”
พูดแล้วโจ๊กก็เรียกเอาการ์ดใบใหม่ขึ้นมาเตรียมพร้อมที่จะใช้งานอย่างรวดเร็ว
“ดราก้อนสเต็ป!”
รอบนี้เป็สกิลการ์ดที่มีอยู่ในเด็คที่ถูกเรียกขึ้นมาใช้งานซึ่งมันก็คือ....
ดราก้อน สเต็ป
♦♦
เงื่อนไข : คนคุมั
เรียกัที่มีค่าร่าย 2 หรือต่ำกว่า ลงสนามได้ 2 ตัว
สิ้นคำสั่งนั้นการ์ดในมือของโจ๊กก็สลายไปก่อนจะพุ่งไปรวมตัวกันตรงร่างของยูเรียซ่า เธอหยิบเอาแตรเขาัที่เหน็บเอาไว้ตรงเอวขึ้นมาก่อนออกแรงเป่าส่งเสียงที่แหลมสูงออกมาจากแตรที่ว่านั่นทันที
กี้!
ไม่ทันขาดคำจึงมีัสองตัวโผล่พรวดออกมาจากเขตอาคมวงกลมรอบตัวของยูเรียซ่าทันทีมันเป็ลูกัตัวเล็กๆ ที่มีหัวโตและร่างกายกับปีกที่เล็กมากๆจนดูไม่บาลานส์กันเสียเลย แต่ถึงกระนั้นปีกเล็กๆ ก็กระพือถี่ๆเพื่อให้ร่างของมันลอยขึ้นเหนือพื้นได้ไม่มากราวกับเหนือศีรษะของยูเรียซ่าเพียงนิดเดียวเท่านั้นซึ่งมันก็ดูน่ารักจนโจ๊กเห็นแล้วต้องยิ้มขำ
“อย่างนี้เองสินะสกิลการ์ดใบนี้สามารถเรียกัตัวเล็กๆ ลงมาในสนามได้เลยสองตัวแถมมันยังทำให้พลังของยูเรียซ่าเพิ่มขึ้นมาอีกสองหน่วยด้วย”
ัที่ถูกเรียกขึ้นมาแบบพิเศษนั้นก็คือ“เบบี้บลูดราก้อน” กับ “เบบี้เรดดราก้อน”ซึ่งทั้งคู่ก็เป็ัที่มีพลังโจมตีและป้องกันอยู่ในระดับ 1 เท่านั้นซ้ำยังไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไรเลย (นอกจากความน่ารัก)แต่พอมายืนอยู่กับคนคุมัแบบยูเรียซ่าแล้วมันก็จะส่งผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างคาดไม่ถึง
“เอาล่ะทั้งสามคน เออ...ตัว...เออช่างมันเถอะ จัดการสไลม์ตรงหน้าให้ครบ 20 ตัวเลย!”
โจ๊กลองออกคำสั่งแบบวงกว้างดูซึ่งฮาล์ฟทั้งสามตนของเขาก็รีบปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดทันควัน ยูเรียซ่าแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมากจริงๆ เมื่อมีัอยู่ในสนามรบ ดาบของเธอที่แทงใส่สไลม์ตัวหนึ่งนั้นสามารถสร้างค่าความเสียหายได้สูงถึง350 หน่วย ซึ่งมากกว่าเดิมถึงสามเท่าและสามารถโจมตีเ้าเยลลี่สีฟ้านั้นจนตายได้ในคราเดียว
ขณะที่ัน้อยทั้งสองเองก็จะเก้ๆกังๆ แม้จะโจมตีกันได้ไม่ค่อยรุนแรงเท่าไรแต่ก็อาศัยว่าตัวเองนั้นสามารถบินได้และช่วยกันรุมโจมตีใส่เ้าสไลม์นั้นด้วยการพ่นลูกไฟเล็กๆใส่ มันก็เลยพอจะสู้ได้ไหว
และเมื่อฮาล์ฟทั้งฮาล์ฟทั้งสามตัวเริ่มแยกย้ายไปต่อสู้กันเป็สองทางจำนวนสไลม์ก็เริ่มจะตายถี่ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับค่าประสบการณ์ที่เพิ่มสูงขึ้น
แป่นแปนแป๊นนน!
ไม่ทันไรมันจึงมีเสียงดนตรีแหลมๆดังแว่วขึ้นมาในโสตประสาทของโจ๊กจนเขาชะงักไปกระทั่งเห็นร่างของเ้าัน้อยสองตัวที่สว่างวาบขึ้นเล็กๆ พร้อมกับมีพลุย่อมๆจุดขึ้นมาตรงร่างของพวกมันเท่านั้นเองเ้าตัวจึงรีบเปิดหน้าต่างข้อมูลของเ้าัทั้งสองนั้นขึ้นมา
“อ่าว...เลเวลอัพแล้วแฮะ?”
ดูเหมือนว่าเ้าัทั้งสองนั้นจะเลเวลเพิ่มขึ้นเป็ระดับ2 ได้แล้ว
ดูเหมือนว่ายิ่งฮาล์ฟตัวนั้นมีระดับที่ต่ำกว่าหลอดค่าประสบการณ์ของพวกมันก็จะสั้นกว่าทำให้เก็บเลเวลได้ง่ายกว่าด้วยเพราะตอนนี้หลอดค่าประสบการณ์ของยูเรียซ่านั้นยังเพิ่มไปไม่ถึง 30% เลยด้วยซ้ำ ซึ่งหากดูจากระดับที่เธอเป็ “แรร์การ์ด”แล้ว มันก็คงจะต้องเก่งกว่า “คอมมอนการ์ด” อย่างเ้าัทั้งสองตัวนั้นอยู่แล้ว
“ไหนๆ ก็เลเวลอัพแล้วขอลองใช้สกิลหน่อยซิ!” โจ๊กพูดขึ้นก่อนจะเรียกการ์ดใบใหม่ขึ้นมาบนมือ“ลมหายใจแห่งเพลิง!”
ลมหายใจแห่งเพลิง
♦♦♦♦
เงื่อนไข : ัธาตุไฟ
ัทุกตัวบนสนามฝั่งตนเอง พ่นไฟใส่ศัตรู พลังโจมตี +1ต่อจำนวนัในสนามฝั่งตนเอง
สิ้นคำสั่งนั้นแล้วการ์ดในมือของโจ๊กก็สลายไปพร้อมกับเ้าัน้อยทั้งสองที่บินสูงขึ้นไปนิดหน่อยพวกมันสยายปีกขึ้นในระยะที่อยู่ใกล้ๆ กัน ก่อนจะโก่งคอจนมีเปลวไฟสว่างวาบขึ้นพริบตานั้นเองัทั้งสองก็พ่นเปลวไฟออกมาเป็เส้นยาวดิ่งลงใส่เ้าพวกสไลม์ที่วิ่งอยู่ตรงด้านล่างอย่างรุนแรงจนตัวแตกไปในทันทีซ้ำพวกมันยังเบี่ยงลำคอลากเปลวไฟกวาดไปโดนเ้าเยลลี่ตัวอื่นๆ จนตัวแตกไปตามๆกันนับสิบตัวเห็นจะได้
ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงนั้นทำให้โจ๊กต้องทึ่งเลยทีเดียว
“แรงใช้ได้เลยนะเนี่ยถึงจะเป็แค่สไลม์ก็เถอะ แต่ดูท่ายิ่งมีัอยู่เยอะสกิลนี้ก็จะยิ่งโจมตีได้แรงขึ้นสินะ”
และด้วยการโจมตีนี้เองที่ทำให้เ้าัน้อยสีฟ้าและแดงทั้งสองตัวนั้นเลเวลเพิ่มขึ้นเป็ระดับสามเรียบร้อยแล้ว
“ชักจะเข้าท่าแล้วแฮะ”
ยิงสู้ก็ยิ่งเริ่มติดลมบนขึ้นเรื่อยๆโจ๊กจึงยิ่งออกคำสั่งให้ฮาล์ฟทั้งสามตัวของเขาพุ่งออกไปเร่งฆ่าสไลม์รอบๆด้านที่ดูจะต่อต้านอะไรไม่ได้โดนฆ่าตัวแตกไปเรื่อยๆ ได้อย่างน่าเวทนาเป็ที่สุดชายหนุ่มเริ่มทดลองใช้สกิลการ์ดอีกหลายหลายชนิดที่มีเพื่อให้ทำเควสรายวันที่ต้องใช้สกิลการ์ดให้ครบ40 ครั้งให้เสร็จๆ ไปตรงนี้เสียเลย
ตอนนี้ยุทธการล้างบางพวกสไลม์จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดเป็ที่สุดภาพที่เห็นนั้นเกือบจะเป็การทารุณสัตว์ได้เลยด้วยซ้ำไปเพราะยิ่งนานเท่าไรโจ๊กก็จะยิ่งทดลองใช้สกิลการ์ดใหม่ๆ ที่รุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆทั้งไอเท็มที่ติดอาวุธดาบปราบัให้กับยูเรียซ่าจนทำให้เธอยิ่งแข่งแกร่งขึ้นไปอีก
เวลาจึงผ่านไปเกือบๆ 15 นาทีเลเวลของเ้าัทั้งสองตัวนั้นเพิ่มขึ้นไปสูงถึงระดับ 5ขณะที่ยูเรียซ่านั้นเลเวลเพิ่มขึ้นไปถึงระดับ 3 ได้เลยด้วยซ้ำแทบไม่ต้องนับจำนวนเลยด้วยซ้ำว่าเขาฆ่าสไลม์ไปทั้งหมดกี่ตัวซึ่งเควสฆ่าสไลม์นั้นมันเสร็จไปเป็ชาติจนมันกลายมาเป็การ์ดกลับมาอยู่ในมือของโจ๊กอีกครั้ง แต่เขาก็ยังติดลมบนไม่ยอมหยุดออกคำสั่งให้ฮาล์ฟของตัวเองไล่ฆ่าเ้าเยลลี่ที่น่าสงสารพวกนี้เสียที
“ดูเหมือนหลอดค่าประสบการณ์ของเ้าพวกนี้จะไม่ค่อยเพิ่มขึ้นแล้วแฮะ”โจ๊กพูดขึ้นขณะที่มองหน้าต่างข้อมูลตรงหน้า“สงสัยเ้าพวกนี้มันคงจะให้ค่าประสบการณ์น้อยเกินไปสำหรับยูเรียซ่ากับัสองตัวนี้แล้วสินะถ้างั้นคงต้องเปลี่ยนพื้นที่ไปทำเควสตรงอื่นแทนแล้วล่ะมั้ง...ยังไงซะก็ขอทำเควสรายวันอันแรกให้เสร็จตรงนี้ก่อนละกัน”
โจ๊กพูดขึ้นพลางใช้มือวาดหน้าต่างข้อมูลตรงหน้าเพื่อตรวจสอบเควสที่ต้องจัดการให้เสร็จซึ่งมันเหลือการใช้สกิลการ์ดีกราวๆ 10 ครั้งเควสมันก็จะสำเร็จพอดี
“ตอนนี้สกิลการ์ดก็คูลดาวน์เกือบทุกใบแล้วเสียด้วยสิสกิลที่เหลืออยู่ก็ไม่ใช่สกิลสำหรับต่อสู้เสียด้วย”โจ๊กพูดพลางไล่สายตาตรวจสอบเด็คของเขา“งั้นก็โจมตีเ้าพวกนี้เก็บค่าประสบการณ์รอไปพลางๆ ก่อนละกัน...”
ดึ๋ง
กระทั่งอยู่ดีๆ มันก็มีััหยุ่นๆนุ่มๆ กระทบเข้ากับแผ่นหลังของโจ๊กจนเขาต้องชะงักงันไปดวงตาสีสนิมเหล็กชำเลืองกลับมามองว่าอยู่ดีๆ มันมีอะไรเข้ามาชนเขาเท่านั้นเองเ้าตัวก็ต้องอ้าปากค้างไปวัตถุอะไรซักอย่างที่มีลักษณะเป็ก้อนน้ำเหลวๆ สีฟ้าขนาดใหญ่ั์เกือบ 3 เมตรชนิดที่เขาต้องแหงนคอมอง รูปร่างของมันอวบอ้วนตัวกลมซ้ำบนหัวของมันยังมีมงกุฎสีทองประดับไว้เด่นตระหง่านจนเตะตาอีกด้วย
“อ...อะไรเนี่ย?”
โจ๊กได้แต่รำพึงขึ้นมาอย่างประหลาดใจเขาไม่เคยเห็นไอ้ตัวบ้านี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ หากให้พูดชัดๆมันก็คือมีหน้าตาเหมือนกับสไลม์ตัวอื่นๆ ทุกอย่างเพียงแต่ขนาดมันใหญ่กว่าจนเทียบกันไม่ติด ซ้ำมันยังสวมมงกุฎไว้บนหัวอีกด้วย
มุกี้!!!!!
อยู่ดีๆเ้าสไลม์ั์ตัวนี้ก็แผดเสียงร้องออกมาดังลั่นจนโจ๊กสะดุ้งโหยง
ไม่เพียงเท่านั้นดวงตาสีลาเวนเดอร์ของยูเรียซ่าเองก็ตวัดหันมามองทันที เมื่อแลเห็นว่ามีมอนสเตอร์ที่ไม่คาดฝันบุกเข้าไปประชิดตัวผู้เป็เ้านายได้เธอจึงอ้าปากค้าง รีบหมุนตัววิ่งกลับเข้ามาหาโดยเร็ว
นักดาบสายจับดาบปราบัในมือเอาไว้มั่นก่อนจะพุ่งกระโจนตรงเข้าไปใส่เ้าสไลม์ั์ตัวนั้นโดยไม่ต้องรอคำสั่งใดๆของโจ๊กเลยแม้แต่น้อย ราวกับเป็การตอบสนองอัตโนมัติที่้าจะช่วยเ้านายของตนเอง
“หะ? ...ด...เดี๋ยวก่อนยูเรียซ่า...”
พลันจะรั้งห้ามเอาไว้ก็ดูจะสายไปเมื่อเ้าสไลม์ั์ตัวนั้นอ้าปากกว้างขึ้น ก่อนจะยืดวัตถุเหนียวๆ ที่คาดว่าคงจะเป็ลิ้นตวัดเข้าไปมัดตัวของยูเรียซ่าเอาไว้ก่อนจะตวัดลิ้นเข้าปากพร้อมกับอมร่างของนักดาบสาวเข้าไปด้วย!
“เฮ้ยๆ ...อะไรวะโดนกินเฉย!?”
โจ๊กร้องลั่นพยายามจะเรียกเอาการ์ดอะไรซักอย่างขึ้นมาช่วยฮาล์ฟของตัวเองเอาไว้แต่ดูจะสายเกินไป
ร่างของฮาล์ฟสาวที่โดนกลืนเข้าไปในตัวนั้นแตกสลายกลายเป็ละอองภายในปากของเ้าสไลม์ั์ตัวนั้นทันควันเล่นเอานายโจ๊กถึงกับเปิดตากว้างขึ้น
เมื่อเห็นดังนั้นเ้าัตัวน้อยอีกสองตัวก็รีบบินพุ่งเข้าใส่ศัตรูทันทีเพื่อปกป้องเ้านายของมันให้ได้แต่ขนาดยูเรียซ่าที่เป็เอสการ์ดยังตายภายในการโจมตี (กินเข้าไป) ทีเดียวเ้าหนูน้อยสองตัวนี้ก็คงไม่รอดสไลม์ั์ตัวนั้นทำการพ่นยางเหนียวหนืดใส่ัทั้งสองตัวนั้นจนปีกมันหนืดบินไม่ได้ร่วงตกลงไปบนพื้น
เท่านั้นเองโจ๊กก็ต้องร้อง “เฮ้ย!” ขึ้นมาเสียงดังลั่นเมื่อสไลม์ั์ตัวนี้ะโตัวลอยขึ้นไปสูงเกือบ 5 เมตรก่อนจะดิ่งลงไปทับใส่ร่างัน้อยทั้งสองตัวนั้นอย่างโเี้ชนิดที่ตูมเดียวก็เล่นเอาร่างเล็กๆ นั้นแตกสลายเป็ละอองตายไปในทันที!
การโจมตีแบบไม่คาดฝันนั้นทำเอานายโจ๊กต้องเผลออ้าปากค้างขึ้นมาแบบอึ้งๆ
อันดับแรกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้สไลม์ั์ตัวนี้มันโจมตีเข้ามาทำไมแถมระดับฝีมือของมันก็ร้ายกาจขนาดที่เขาไม่เคยเจอมาก่อนเลยไม่ทันขาดคำเ้าสไลม์ตัวนั้นก็หมุนตัวหันกลับมามองนายโจ๊กเขม็งก่อนที่จะขยับปากเหมือนกับจะแสยะยิ้มอย่างกวนอารมณ์เป็ที่สุด
ค่ามานาในตัวของโจ๊กตอนนี้น้อยเกินกว่าจะใช้เรียกเอาฮาล์ฟตัวไหนออกมาสู้ได้เขาเพลิดเพลินไปกับการทดลองใช้สกิลมากเกินไปจนไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีไอ้บ้าที่ไหนลอบโจมตีเข้ามาแบบนี้ได้....
“....หายนะแล้วไง” ว่าแล้วก็เบ้ปาก
“เอ้า!?ทำไมกลับมาในสภาพนี้ได้ล่ะไอ้หนุ่ม?!”
เสียงร้องอย่างในั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากตาลุงโทมัสชายร่างโตซึ่งมีหน้าที่คุมบาร์ในเควสเซ็นเตอร์ ซึ่งที่เขาต้องร้องขึ้นมาเสียงหลงขนาดนั้นก็ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกนอกเสียจากมันมีร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาในบาร์แห่งนี้พร้อมกับสภาพที่โทรมสุดๆพร้อมกับกลิ่นเหม็นเน่าที่ชวนให้ซัมมอนเนอร์คนอื่นๆ ต้องยกมือขึ้นปิดจมูกไปตามๆกัน
“ขอโทษที่มารบกวนนะครับ แต่ว่าผมจะแก้ไอ้สภาพแบบนี้ได้ยังไงเหรอครับ?”
เ้าของร่างโทรมนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากนายโจ๊กที่ตอนนี้ทั้งตัวของเขาเลอะไปด้วยเมือกเหนียวๆ สีฟ้าดูน่าขยะแขยง ผมตกลู่จนแทบไม่เป็ทรงส่วนใบหน้านั้นยังคงเรียบเฉยเสียจนน่าทึ่ง
“ไปโดนอะไรมาล่ะนั่นไอ้หนุ่มเอ๊ย?”โทมัสถามพลางยกมือขึ้นปิดจมูก
“มอนสเตอร์แถวๆ หน้าเมืองนี่ล่ะครับ”
“หน้าเมือง?” คนแก่กว่าเลิกคิ้วขึ้น“หน้าเมืองมันมีแต่สไลม์ไม่ใช่เหรอวะ เดี๋ยวๆ ไหนลองอธิบายหน้าตามอนสเตอร์ที่ฆ่าแกมาซิไอ้หนุ่ม”
“มันเป็สไลม์ตัวที่ใหญ่มากๆแล้วก็สวมมงกุฎด้วยน่ะครับ”
คำอธิบายนั้นส่งให้ตาลุงโทมัสเงียบไปพักใหญ่ๆเช่นเดียวกับซัมมอนเนอร์คนอื่นๆ ที่พอได้ยินคำตอบนั้นก็พลอยจะเงียบไปตามๆ กันกระทั่งสุดท้ายแล้วสิ่งที่ตามมาติดๆ ก็คือ....
ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เสียงหัวเราะที่ะเิออกมาดังลั่นทั่วทั้งเควสเซ็นเตอร์แห่งนี้กับใบหน้าของนายโจ๊กที่เจื่อนไปสนิทและจ้องมองผู้คนรอบด้านที่ไม่รู้ว่าจะตลกอะไรนักหนากับสิ่งที่เขาเพิ่งจะเผชิญหน้ามาหมาดๆ
ตัวเขานั้น “เกมโอเวอร์” แน่นอนล่ะว่าด้วยน้ำมือของไอ้เ้าสไลม์ตัวั์ที่อยู่ดีๆโผล่มาเล่นงานฮาล์ฟของเขาจนตายเรียบก่อนที่สุดท้ายมันจะทำกับเขาเหมือนกับที่ทำกับยูเรียซ่าหรือก็คือจับเขากินเข้าไปทั้งเป็ทันทีที่ถูกดูดเข้าไปในร่างของเ้าสไลม์น่าขยะแขยงนั้นแล้วกลิ่นเหม็นเน่าก็พุ่งอัดจมูกพร้อมกับความรู้สึกเหมือนตอนจมน้ำไม่มีผิดและกว่าจะรู้ตัวอีกทีร่างของเขาก็โผล่พรวดมาที่เมืองโลเวร่าอีกครั้งพร้อมกับสภาพที่เละเทะขนาดนี้ โดยมีหน้าจอขึ้นตำว่า “เกมโอเวอร์”เด่นหลาขึ้นมาตรงหน้า
“หัวเราะอะไรกันเหรอครับ?”
พอเห็นทุกคนหัวเราะอัดหน้าเสียขนาดนี้มันก็อดไม่ได้ที่จะต้องถาม
“ก็ขำแกนั่นแหละไอ้หนุ่ม!” โทมัสะโลั่น “มอนสเตอร์ที่แกเจอด้วยน่ะมันก็คือคิงสไลม์ เป็บอสเ้าถิ่นแถบนี้ยังไงล่ะให้เดาเลยนะว่าฮาล์ฟทุกตัวของแกคงจะตายคาที่โดยที่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรเลยล่ะสิท่า?”
“ก็...ใช่อยู่หรอกครับ”
โจ๊กได้แต่รับคำงงๆขณะที่มีเสียงของชายคนหนึ่งะโขึ้นมาจากทางด้านหลัง
“ไม่ต้องห่วงไอ้น้องชายนายไม่ใช่คนแรกหรอกที่ต้องมาตายด้วยน้ำมือของไอ้สไลม์นรกนั่นน่ะ”
“ใช่ๆ” ผู้ชายอีกคนเสริมขึ้น“คิงสไลม์น่ะมันเป็บอสเลเวล 40 ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับพวกเราในตอนนี้น่ะนะ เ้าบอสบ้าเนี่ยมันเป็เหมือนมอนสเตอร์ดักเล่นงานมือใหม่โดยเฉพาะปกติมันก็จะไม่โผล่หัวออกมาให้เห็นหรอก แต่ถ้ามีซัมมอนเนอร์ที่เลเวลน้อยๆไปไล่ฆ่าพวกสไลม์ในทุ่งหญ้าเยอะๆ แบบมันส์มือเกินกว่าเหตุน่ะมันก็จะโผล่ออกมาเล่นงานผู้เล่นคนนั้นในทันทียังไงล่ะ”
ได้ยินแล้วโจ๊กก็ถึงกับอ้าปากค้างแน่นอนว่าก่อนที่เ้า “คิงสไลม์” ที่ว่านั่นจะโผล่หัวออกมาเขาเองก็ดูเหมือนจะไล่ฆ่าสไลม์ตัวเล็กพวกนั้นอย่างมันส์มือจนแทบนับศพไม่ถ้วนเกือบๆยี่สิบนาทีเห็นจะได้ เพราะแบบนั้นน่ะเหรอ “ตัวพ่อ”มันถึงได้โผล่มาเล่นงานเขาแบบนี้น่ะ?!!
โจ๊กหันไปสบตากับตาลุงโทมัสเพื่อขอคำยืนยัน
“ก็อย่างที่เขาว่านั่นล่ะ”ตาลุงยิ้มกว้าง “ฉันก็เข้าใจน่ะนะว่าการได้ไปไล่ทุบสไลม์โง่ๆพวกนั้นทีเดียวจนตายมันก็รู้สึกสะใจอยู่หรอกก่อนหน้านี้มันก็มีหน้าใหม่หลายคนที่อยากจะทดลองสกิลการ์ดก็เลยไปใช้มันไล่ฆ่าสไลม์พวกนี้จนโดนคิงสไลม์ตบสั่งสอนตายคาที่มาตั้งมาก.....แต่สภาพเละขนาดแกนี่ฉันก็เพิ่งจะเคยเห็นเนี่ยแหละไอ้หนุ่ม”
ก็แหงล่ะเขาโดนมันกลืนทั้งเป็เลยนะเว้ย!
โจ๊กได้แต่ยกมือขึ้นเกาศีรษะแกรกๆคาดไม่ถึงเลยว่าเกมมันจะมีระบบแบบนี้ด้วย!
“ก็เป็ระบบกวนโอ้ยของ AOS นั่นแหละไอ้น้องชาย!”ซัมมอนเนอร์คนหนึ่งที่นั่งอยู่บนโต๊ะด้านหลังพูดพลางยกแก้วเบียร์ขึ้นชูให้เห็น“ในเกมมันมียังมีอะไรซ่อนอีกมากมายให้พวกเราไปสำรวจกันเยอะแยะไปหมดเลยน่ะนะโดยเฉพาะไอ้คิงสไลม์นี่บอกเลยว่ากวนประสาทสุดๆเพราะมันจะออกมาเล่นงานเฉพาะพวกมือใหม่ที่ฝีมืออ่อนกว่ามันเท่านั้นเองลองเป็พวกผู้เล่นระดับสูงๆ มาสิ ให้ถล่มสไลม์เป็ล้านๆตัวพี่แกก็ไม่โผล่หัวมาให้เห็นร๊อก!”
ว่าแล้วซัมมอนเนอร์พวกนั้นก็หันไปส่งเสียงหัวเราะชอบใจกันออกมายกใหญ่ชนิดที่โจ๊กนึกรู้เลยว่าที่พวกเขาหัวเราะกันออกมาเสียงดังได้ขนาดนั้น ก็น่าจะเป็เพราะว่าแต่ล่ะคนเองก็เคยผ่านประสบการณ์โดนไอ้“ตัวพ่อ” ที่ว่านั่นเล่นงานจนเกมโอเวอร์กันมาแล้วทั้งนั้น
“ถือซะว่าเป็การรับน้องใหม่จาก AOS ก็แล้วกันนะไอ้หนุ่ม”
ตาลุงโทมัสพูดพลางวางแก้วน้ำไม้ทรงสูงที่มีน้ำสีออกเหลืองทองฟองฟอดลงไปบนโต๊ะตรงหน้าของโจ๊กทันที
“อ่า...ผมไม่ดื่มเหล้าครับ”
“ไร้แอลกอฮอลน่ะมันเป็รูทเบียร์สูตรพิเศษของทางร้านเราเอง จิบเดียวจะช่วยให้ไอ้กลิ่นเหม็นรอบๆตัวของแกมันทุเลาลงไปได้บ้าง อย่างน้อยก็ดื่มหน่อยเถอะไม่งั้นลูกค้าคงหนีหมดร้านฉันแน่ๆ ....แก้วนี้ฟรีนะถือซะว่าเป็การรับน้องก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันไปเอาผ้าเช็ดตัวมาให้ตอนนี้ตัวนายติดสถานะสกปรกอยู่นะ ถ้าจะให้หายก็คงต้องอาบน้ำเท่านั้นล่ะเดี๋ยวไปใช้ห้องน้ำหลังร้านฉันได้เลย”
โจ๊กพยักหน้าและยิ้มให้เป็การขอบคุณไปในทีก่อนที่ตาลุงโทมัสคนนั้นจะเดินง่วนเข้าไปเพื่อที่จะเตรียมห้องน้ำให้แก่เขา ใจนึงก็อยากจะนึกขำอยู่หรอกที่ในโลกอาเคเดียนั้นมันต้องมีการอาบน้ำเพื่อชำระคราบสกปรกบนร่างกายกันด้วยว่าแล้วเ้าตัวจึงเอื้อมมือไปหยิบเอาแก้วน้ำที่ได้รับมาจิบน้ำลงคอรสชาติของมันนั้นซ่าๆ ฝาดๆ แต่ก็สดชื่นดีเป็ความรู้สึกเหมือนกับได้ดื่มรูทเบียร์ในโลกภายนอกไม่ผิดเพี้ยน
ซึ่งทันทีที่ดื่มมันเข้าไปกลิ่นเหม็นรอบๆ ตัวของเขาก็ดูจะทุเลาลงจนซัมมอนเนอร์คนอื่นๆในบาร์นั้นต่างเป่าปากโล่งอกและหันไปพูดคุยกันต่ออย่างสนุกสนานในที่สุด
ปล่อยทิ้งให้นายโจ๊กนั้นได้แต่นั่งอึนอยู่บนเก้าอี้ไม้ตรงหน้าเค้าท์เตอร์บาร์จ้องมองสภาพร่างกายของเขาที่โทรมสุดๆ กระทั่งเปิดหน้าต่างข้อมูลของฮาล์ฟคู่หูอย่างยูเรียซ่านั้นก็เห็นได้เลยว่าค่าประสบการณ์ของเธอนั้นลดลงไปมากหลังจากที่ต้องถูกเ้า“คิงสไลม์” บ้าอะไรนั่นฆ่าเอา
นึกมาถึงตรงนี้ได้แล้วจู่ๆเ้าตัวจึงเปิดหน้าต่างข้อมูลอีกบานหนึ่งขึ้นมา ซึ่งมันเป็บันทึกของมอนสเตอร์ที่เขาเคยต่อสู้ด้วยนั่นเองแม้จะมีข้อมูลอยู่ไม่เยอะนัก แต่หนึ่งในนั้นก็คือเ้ามอนสเตอร์ตัวนี้!
คิงสไลม์ LV40 (น้ำ)
เผ่า : เอเลเมนท์
โจมตี-7 ป้องกัน-9
พลังชีวิต 21,500
แค่เห็นหน้าตาของเ้าคิงสไลม์ตัวนั้นบนหน้าต่างข้อมูลก็รู้สึกหงุดหงิดชอบกลโดยเฉพาะอย่างยิ่งเลเวลของมันที่สูงถึง 40ซึ่งดูจะเยอะกว่าพวกการ์ดฮาล์ฟที่มีเลเวลสุดแค่ 30 ด้วยซ้ำไป ที่รู้ๆเลยก็คือเ้านี่มันเป็ตัวที่เก่งมากชนิดที่เขาไม่มีทางที่จะสู้กับมันได้เลย ขนาดฮาล์ฟตัวที่เก่งที่สุดของเขายังโดนบดขยี้เป็อาหารว่างภายในไม่กี่วินาที
แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังรู้สึกหงุดหงิดและไม่เห็นมันเป็เื่ตลกเลยซักนิด
สำหรับโจ๊กแล้ว...เขารู้สึกว่าตัวเองเป็ผู้แพ้ยังไงก็ไม่รู้!
“เอ้านี่ผ้าเช็ดตัวไอ้หนุ่ม!”
ไม่ช้าเสียงห้าวๆ ของลุงโทมัสก็ดังขึ้นพร้อมกับการโยนผ้าขนหนูสีขาวมาคลุมศีรษะของโจ๊กในที่สุดชายหนุ่มเพียงคว้ามันขึ้นมาและเช็ดใบหน้าที่เหนียวเหนอะหนะราวกับอยากจะเอาไอ้คราบเมือกเหนียวๆนี่ออกจากตัวจะแย่อยู่แล้วแม้กระนั้นตอนนี้มันกลับมีอะไรบางอย่างทำให้เขาสนใจเสียยิ่งกว่า
“อ่า คุณโทมัสครับ” โจ๊กเอ่ยเรียก
“หือ?”
“ผมอยากจะถามหน่อยว่าไอ้เ้า คิงสไลม์อะไรเนี่ย มันเป็มอนสเตอร์ที่มีเควสให้กำจัดมันรึเปล่าครับ?”
“หือ? ไอ้บ้านั่นน่ะเหรอ ไม่มีหรอก”ตาลุงโบกมือหย็อยๆ “มันเป็บอสลับที่ไม่ได้โผล่ออกมาให้เจอกันง่ายๆ น่ะสิปกติแล้วคนจะเลี่ยงที่ต้องปะทะกับมันมากกว่าน่ะไม่ใช่ว่าไม่เคยมีใครพยายามจะรวมตัวกันเพื่อจัดการไอ้เ้าคิงสไลม์นี่หรอกนะแต่เลเวลของซัมมอนเนอร์ที่อยู่ในเกาะเริ่มต้นแบบนี้น่ะสู้เ้าบ้านั่นไม่ได้หรอก พอเลเวลสูงจนน่าจะสู้ได้ เ้าคิงสไลม์นั่นก็ดันนกรู้ไม่โผล่ออกมาให้สู้ด้วยเสียนี่น่ะสิ....สุดท้ายเขาก็เลยปล่อยๆ ผ่านมันไปน่ะแล้วก็ไม่มีเควสอะไรที่เจาะจงให้ไปกำจัดมันซะด้วยจะเรียกว่าเป็บอสลับประจำถิ่นที่มีแต่คนรังเกียจก็ได้นะ”
ได้ยินดังนั้นแล้วโจ๊กจึงหรี่ตาลงนิดๆราวกับมีความคิดอะไรบางอย่างในหัวแล้ว ซึ่งนั่นก็ทำให้ตาลุงโทมัสที่มองอยู่เริ่มจะจับสังเกตได้เขาจึงถามออกไปว่า...
“เฮ้ยถ้าเกิดว่าคิดจะไปล่าเ้าคิงสไลม์นั่นล่ะก็ฉันบอกเลยนะว่าอย่าไปให้เสียเวลาจะดีกว่ามือใหม่แบบแกน่ะให้งัดทุกสิ่งทุกอย่างมาสู้ยังไงก็ไม่ไหวหรอกเสียเวลาไปเปล่าๆสู้รีบๆ เร่งทำเควสให้จบๆ ไปจะได้ออกไปจากเกาะเริ่มต้นดีกว่าน่า”
โจ๊กไม่ได้คัดค้านอะไรแต่เขาก็ไม่ได้รับปาก ซึ่งนั่นก็ทำให้ตาลุงโทมัสถอนใจเบาๆก่อนจะสะบัดนิ้วโป้งไปด้านหลัง
“ไป อาบน้ำอาบท่าล้างความฉิบหายออกจากตัวแกหน่อยไอ้หนุ่มแล้วก็ไปทำเควสที่อื่นเถอะ”
“ขอบคุณครับ”
โจ๊กพยักหน้ารับในความหวังดีจาก NPC คนนี้กระทั่งเขาลุกจากเก้าอี้นั้นโดยที่แขวนผ้าเช็ดตัวไว้บนคอร่างสูงเดินผ่านเค้าท์เตอร์บาร์ตรงไปด้านหลังร้าน เพื่อที่จะไปล้างคราบเมือกบ้าๆนี่ออกไปจากตัวเสียทีทว่าดวงตาสีสนิมเหล็กของเขานั้นตอนนี้กำลังส่องประกายแวววาวขึ้นมา
“รอก่อนเถอะไอ้บ้าคิงสไลม์อาบน้ำเสร็จเมื่อไรเรามีเื่ต้องคุยกันยาวแน่”