ตอนที่ 37 คนนินทาลับหลัง
มู่เจ๋ออวี่หันไปมองโต๊ะหนังสือด้านข้าง เห็นบนโต๊ะมีถุงใบหนึ่งวางอยู่
เขารีบลงจากเตียงเดินไปเปิดถุงพลาสติกดู พบว่าของที่อยู่ด้านในเป็นครีมบำรุงผิว เขาหยิบกล่องออกมาดู เป็นชุดครีมบำรุงผิวของผู้ชาย ในถุงยังมีกล่องอีกหนึ่งกล่อง เป็นครีมกันแดดขวดหนึ่ง
มู่เจ๋ออวี่ชะงักเล็กน้อย มุมปากขยับโดยไม่รู้ตัว คิดไม่ถึงว่าหมอนั่นก็มีตอนที่ใส่ใจคนอื่นด้วย รู้ว่าผิวของเขาตากแดดไม่ค่อยได้ก็ซื้อครีมกันแดดให้เขา
และที่บังเอิญมากคือ แบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่เขาใช้เป็นประจำ
ราคาค่อนข้างแพงเลยทีเดียว หมอนี่กลับยอมซื้อ ในตำบลต้องไม่มีแน่นอน ไม่รู้ว่าเขาไปซื้อมาจากไหนกันแน่
ตอนที่เขามาถึงที่นี่ไม่ได้เอาอะไรมาเลย มีแค่ชุดผู้หญิงติดกายก็มาอยู่ที่นี่แล้ว ย่อมไม่มีทางมีของพวกนี้ ยังดีที่พกกระเป๋าติดตัว โทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ก็ยังอยู่ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีเงินให้กัวเทียนยืม
เดิมทีเขาต้องบำรุงผิวหน้าทุกวัน แต่ครีมบำรุงที่มีในตำบลเหล่านั้นเขาไม่ชอบ ดังนั้นจึงไม่ได้บำรุงผิวเลย
เวลานี้เขาตากแดดจนผิวคล้ำลงไม่น้อย แต่ถ้าเทียบกับกัวเทียนเขาก็ยังขาวอยู่
ในฐานะที่เป็นนักแสดงคนหนึ่ง รูปลักษณ์สำคัญมาก ก่อนที่จะยกเลิกสัญญา เขาต้องใช้เวลากับใบหน้าทุกวัน แต่ความจริงแล้วเขาไม่ชอบทำเรื่องพวกนี้ ดังนั้นช่วงที่อยู่ที่นี่ พอเขาทิ้งของที่ยุ่งยากพวกนั้นไปกลับใช้ชีวิตได้สบายขึ้นมาก
แต่การบำรุงขั้นพื้นฐานก็ยังจำเป็น ตอนนี้กัวเทียนซื้อมาให้เขาแล้ว งั้นเขาก็จะไม่เกรงใจ
มู่เจ๋ออวี่เปิดฝาครีมกันแดด บีบออกมานิดหน่อย ทาไปบนใบหน้า ลำคอ และมือ พอทาเสร็จเขาจึงออกจากบ้าน
หมอนั่นเสียเงินไปมากขนาดนี้ เขาก็ต้องทำงานให้ดีสักหน่อย
ทว่าพอเขาไปถึงสวนผัก ถึงนึกได้ว่าก่อนกัวเทียนจะออกจากบ้านได้บอกเขาไว้ว่าจะขึ้นไปบนเขา
ระหว่างที่ยืนมองอยู่ตรงนั้น เขาก็ไม่รู้ว่าต้องทำอะไร จึงตัดสินใจไปดูสถานการณ์ของที่ดินแต่ละที่ ขณะนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงคนพูดดังมาจากด้านข้าง เพราะอีกฝ่ายพูดถึง ‘เสี่ยวเทียน’ เขาจึงสนใจขึ้นมา
หลังฟังอยู่พักหนึ่ง สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ทีแรกอยากดูว่าเป็นใครกันแน่ แต่เขามองไม่เห็น ผนวกกับมีลมพัดทำให้มีเสียงใบไม้ไหวดังเกรียวกราว จึงได้ยินไม่ชัดว่าเป็นเสียงใคร แต่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นคนคุ้นเคย หมู่บ้านก็เล็กแค่นี้ถ้าจะบอกว่าใครเป็นคนแปลกหน้าจริงๆ ก็คงมีแค่เขา
ตอนแรกเขาคิดจะเดินออกไปดูว่าใครพูดอยู่ แต่ถ้าทำแบบนั้นจริง ต่อไปตอนทุกคนรวมตัวกันก็คงไม่ดีเท่าไร ดังนั้นเขาจึงยืนอยู่พักหนึ่งก่อนหันหลังเดินจากไป
หลังจากกลับถึงบ้าน มู่เจ๋ออวี่ก็นั่งอยู่ในห้องคนเดียว คิดถึงคำพูดของคนเมื่อครู่ไม่หยุด ที่นั่นมีแค่สองคน ถึงแม้จะมองไม่ชัดว่าเป็นใคร แต่เขามั่นใจว่ามีแค่สองคน ดูจากเบื้องหลังน่าจะเป็นผู้หญิงกับผู้ชาย
คนที่พูดเป็นผู้หญิง ถ้อยคำที่ใช้ค่อนข้างใจดำ เขาอยู่ในหมู่บ้านนานขนาดนี้ คนที่เจอก็ดูเหมือนจะเป็นมิตรทุกคน ถ้าไม่ใช่เพราะคำพูดที่ได้ยินเมื่อกี้ เขาก็คงไม่รู้ว่าชาวบ้านที่ใจดีจะทำต่อหน้าอีกอย่างลับหลังอีกอย่าง
เขาไม่รู้ว่ามีแค่ผู้หญิงคนนั้นที่ใจดำคนเดียว หรือคนอื่นก็มีความคิดเหมือนกับผู้หญิงคนนั้นด้วย
แน่นอนว่าเขาอยากให้เป็นแบบแรก เพราะความทรงจำที่มีต่อชาวบ้านดีมากจริงๆ เขาไม่อยากให้ความเป็นมิตรเหล่านั้นเป็นเพียงการเสแสร้ง
มู่เจ๋ออวี่สูดหายใจลึกๆ คิดไปคิดมาก็ตัดสินใจจะไม่บอกสิ่งที่เพิ่งได้ยินกับกัวเทียน อีกฝ่ายจะได้ไม่ต้องอึดอัดใจเพิ่ม เขาลุกไปห้องครัว เปิดตู้เย็นออกกวาดตามองแล้วพูดขึ้น
“พรุ่งนี้ต้องไปซื้อของแล้ว”