4
เมษากัดริมฝีปากน้ำตาคลอมองแผ่นหลังกว้างอย่างปวดร้าวแม้จะเปรยๆ เื่แต่หนหลัง เขาก็ยังอคติอยู่ดีหญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ ไล่น้ำตาที่มันเอ่อล้นคลอเบ้า ร้องไห้ไปก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นถ้าอยากจะเข้าใกล้ใจเบนนิโต้ เธอจะต้องมีความพยายามมากกว่านี้
“เป็ไงบ้างหนูเมย์อีตาพี่บีทำอะไรแกหรือเปล่า”กานพลูวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องพร้อมกับถามเมษาเสียงสั่น เมื่อเห็นว่าเบนนิโต้เดินหน้าแดงตาแดงราวกับไฟออกไปข้างนอกแล้วสายตาที่ตวัดมองมายังเธอเมื่อครู่นี้ เหมือนกับอยากจะบีบคอเธอให้หักคามือด้วย
กานพลูโอบแขนรอบกายเมษาอย่างปลอบโยนเมื่อเห็นคนเป็เพื่อนสีหน้าและแววตาเศร้าสร้อยระคนท้อใจ
เมษาส่ายหน้ายกมือปาดน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมาพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดและหันไปยิ้มให้กานพลู“เปล่าหรอกกาน พี่บีไม่ได้ทำอะไรฉัน แต่ก็คงจะโมโหฉันมากเหมือนกัน”
“แล้วนี่จะเอาไงต่อ จะกลับบ้านหรือว่าจะไปเที่ยวต่อ”กานพลูถาม ความจริงเธออยากที่จะเห็นหน้าเรียบเฉยของคาร์เมนอีกสักครั้ง แต่ก็ไม่กล้าจะบอกเมษาหญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างใช้ความคิด ก่อนจะสะดุดกับร่างสูงใหญ่ของคาร์เมนที่เดินกลับเข้ามาในโรงแรม
กานพลูหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างแปลกใจทำไมคาร์เมนถึงได้กลับจากไปส่งศรีอัปสรเร็วนัก ก็ในเมื่อคอนโดที่พักของาม่ายสาวกับโรงแรมนี้ก็ไกลแถมรถก็ติดด้วยเขาไม่น่าจะกลับมาเร็วขนาดนี้ ก่อนจะนึกได้ว่าเธอเคยดูรายการทีวีแต่จำไม่ได้แล้วว่ารายการอะไร
วันนั้นเขาเชิญศรีอัปสรไปเป็แขกและม่ายสาวก็บอกว่าเธอติดการใช้บริการสปามากไม่ว่าจะไปที่ไหนถ้าเห็น เธอจะต้องเขาไปแวะชมจะว่าไปใกล้กับโรงแรมนี้ก็มีร้านสปาชื่อดังอยู่สองสามร้านคาร์เมนคงจะส่งศรีอัปสรไม่ร้านใดก็ร้านหนึ่ง
“มาหาเื่แกล้งคนกันดีกว่าหนูเมย์”
“แกจะแกล้งใครกาน”เมษามองตามมือเรียวยาวของกานพลูก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นสูง
“หมายความว่าไงกาน”
“แกก็เห็นใช่ไหม วันนี้ฉันแต่ตัวสวยจะตายแกก็ยังชมเลย แต่อีตาบ้านั่นกลับไม่มองสักนิดเลย ฉันอดหงุดหงิดใจไม่ได้นะหนูเมย์” กานพลูกลบเกลื่อนทั้งที่ความจริงแล้วเธออยากจะเอาตัวเข้าไปใกล้ชิดกับคาร์เมนสักนิดอยากจะรู้ว่าเขาจะทำอย่างไรเมื่อต้องมานั่งกินข้าวกับเธอ
“จะดีเหรอกาน คาร์เมนไม่เหมือนกับพี่บีนะฉันไม่เคยเดาอารมณ์เขาถูกเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะโกรธหรือว่าดีใจ คาร์เมนไม่เคยแสดงออก”เมษามีสีหน้ากังวลและหันมองกานพลูอย่างแปลกใจก่อนที่จะถามไปตรงๆ
“แกสนใจคาร์เมนหรือไงกาน”
“จะบ้าหรือไงหนูเมย์”กานพลูปฏิเสธแต่หน้าแดงเป็ลูกเชอร์รี่สุกดวงตาเป็ประกาย
“อย่ามาโกหกฉันดีกว่ากานถ้าไม่ใช่จริงๆ แล้ว หน้าแกจะแดงเป็ผลท้อแบบนี้หรือไง แกตัดใจดีกว่าไหมเพื่อนฉันไม่อยากที่จะเห็นแกเป็ทุกข์ใจเหมือนกับฉัน อีกอย่างคาร์เมนเองไม่เคยมีเื่เกี่ยวกับผู้หญิงเลยไม่รู้ว่าอีตานี่เป็เกย์หรือเปล่า”
เมษาเตือนกานพลูด้วยความหวังดีแต่เธอไม่รู้หรอกว่าได้เตือนกานพลูช้าไปเสียแล้ว เพราะเพื่อนรักได้หลงรักคาร์เมนเข้าเต็มเปาและหมดหัวใจทีมีเสียแล้ว
กานพลูพยักหน้ารับช้าๆ“ฮือ ฉันคงจะหลงรักอีตานั่นเข้าให้แล้วจริงๆ แหละหนูเมย์ แต่ทำไงได้ล่ะ จะให้ตัดใจตอนนี้มันก็คงจะสายเกินไปเหมือนกับแกนั่นแหละ ที่ทำยังไงก็ตัดใจจากพี่บีไม่ได้”
กานพลูมองไปที่ร่างสูงใหญ่ใบหน้าคม ดวงตาดุ จมูกโด่งเป็สันรับกับริมฝีปากหนาสีแดงอมชมพูเหมือนกับปากผู้หญิงไหล่กว้างผึ่งผาย ่ตัวที่ไม่เล็กและหนาเกินไปรับกับความสูงยิ่งพิศยิ่งมองหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอก็ยิ่งเต้นตามจังหวะเสียงกลอง
“อีกอย่างนะ แกไม่ต้องห่วงหรือเป็กังวลกับเื่ของฉันหรอกหนูเมย์ เพราะฉันรู้ว่าควรจะวางตัวยังไงและฉันก็จะไม่ยอมให้คาร์เมนล่วงรู้ความรู้สึกของฉันที่มีต่อเขาเด็ดขาด”
กานพลูบอกเมษาให้คลายความกังวลใจแต่ก็อดที่จะหันไปมองคาร์เมนไม่ได้ ยิ่งได้เห็นร่างสูงใหญ่เดินตรงมายังจุดที่เธอนั่งอยู่
อีกไม่กี่ก้าวก็ถึงกานพลูอายจนหน้าแดง จนเผลอบิดมือไปมาอยู่บนตัก ก็รู้อยู่เต็มอก คาร์เมนไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยแต่หัวใจเธอกลับไม่เชื่อฟัง ดันมอบให้ชายหนุ่มไปจนหมดทั้งดวง
“ขอโทษครับคุณเมษา”
เมษาและกานพลูสะดุ้งกับน้ำเสียงเยือกเย็นที่ดังจากทางด้านหลังสองสาวหันไปมองพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย
“มีอะไรคาร์เมน”เมษาถามน้ำเสียงเกรี้ยวกราดสะกดกลั้นอารมณ์น้อยเนื้อต่ำใจจากการกระทำของเบนนิโต้ไว้ในอก
“นายอยากจะเชิญคุณสองคนเป็เกียรติร่วมรับประทานอาหารแสดงความยินดีกับการหมั้นอย่างไม่เป็ทางการของนายกับคุณมีนาครับ”
น้ำเสียงเรียบๆที่ออกจากปากคาร์เมน ทำเอาเมษาถึงกับเืขึ้นหน้า ใจหนึ่งก็โกรธคนที่พูดหน้าตาเฉยเห็นเธอเป็ท่อนไม้หรือไง ถึงไม่เ็ปกับสิ่งที่พวกเขาสองคนร่วมกันทำ
ดวงตาที่มองคาร์เมนเป็ประกายวาววับถ้าเปลี่ยนเป็มีดอันแหลมคมได้ เมษาก็อยากจะให้เป็ มันจะได้ทิ่มแทงชายตรงหน้าที่เห็นความเ็ปของเธอเป็เื่สนุกแต่อีกส่วนก็น้อยใจในตัวเบนนิโต้ ไม่รักก็ไม่ว่า แต่ทำไมจะต้องทำให้เธอต้องเ็ปใจครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้
อยากรู้นักว่าใจชายหนุ่มทำด้วยอะไรทำไมถึงไม่นึกถึงความหลังครั้งเก่า ไม่ยอมรับรู้ความรู้สึกรักที่เธอมอบให้ไปบ้างถึงจะไม่รักตอบแต่เพียงแค่เขาแสดงท่าทางดีๆ ไม่เฉยชาและพูดจาจิกกัดทุกครั้งที่เจอแค่นี้เธอก็พอใจแล้ว ดูซิเมื่อครู่ใหญ่เริงร่าอยู่กับศรีอัปสร มาตอนนี้ก็บอกว่าจะเลี้ยงฉลองงานหมั้นกับมีนาอีกแล้วนี่เขา้าให้เธอตายไปต่อหน้าเลยใช่ไหม ถึงจะพอใจ!
เมษากัดปากจนห้อเื มองคาร์เมนที่ยืนเลิกคิ้วมองเธออยู่ดวงตาเรียบเฉยและไร้ความรู้สึกมือที่ถูกกานพลูจับไว้กำเข้าหากันแน่น อยากจะเอ่ยพูดอะไรออกไปให้ชายตรงหน้าเ็ปบ้างแต่ตอนนี้เธอพูดไม่ออก
“ขอบคุณนะคะคุณคาร์เมนแต่คงต้องขอโทษด้วยพอดีว่ากานกับหนูเมย์มีโปรแกรมที่ดีกว่านี้อีก กานกลัวว่าถ้าเราสองคนร่วมรับประทานอาหารด้วยทั้งพี่บีและคุณคาร์เมนจะรับกระเดือกอาหารไม่ลงคอเสียมากกว่า ถ้าต้องทนเห็นผู้หญิงที่คุณสองคนแต่มองแต่เปลือกนอกฟังแต่คำพูดของคนอื่นแล้วนำมาประณามว่าเขาเป็เช่นนั้นนั่งร่วมโต๊ะด้วย”
กานพลูประชดแม้อยากจะนั่งร่วมโต๊ะเดียวกับคาร์เมน แต่เห็นว่าเวลานี้ไม่เหมาะสมเพราะตอนนี้เมษาไม่อาจทนฟังคำพูดและการกระทำที่หยามเหยียดของเบนนิโต้ได้ เชื่อเถอะการชวนร่วมทานอาหารในครั้งนี้จะต้องมีอะไรทำให้เพื่อนเธอเ็ปจนน้ำตาตกในต้องไปนอนช้ำกับอกเธอเป็แน่
กานบีบมือเมษาเบาๆให้เมษาฮึดสู้
“ให้คุณเมษาตัดสินดีกว่าไหมครับคุณกาน”คาร์เมนถามเพราะจำชื่อผู้หญิงตรงหน้าได้
“เอายังไงหนูเมย์ ถ้าแกไหวฉันยังไงก็ได้นะ ไม่หวั่นต่อคนที่คิดว่าตัวเองแสนจะเก่ง แต่กลับมองบางคนไม่ออกหลงเชิญชูว่าเป็นางหงส์สูงค่า แต่ความจริงก็เป็ได้แค่อีกาที่คุ้ยเขี่ยอาจมกิน”
“พูดไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกกานบางคนเขาฝังหัวไว้แล้ว ตัวเองถูกเสมอ ไม่เคยมองหรอกว่ามันมีความจริงอยู่อีกด้านหนึ่ง”
ฟังคำพูดของสองสาวแล้วคาร์เมนถึงกับส่ายศีรษะอย่างระอาใจว่าแต่คนอื่นเขา หากตัวเองก็ไม่ต่างกัน ทับถมคนอื่นเป็แค่กรวดเยินยอตัวเองเป็นางฟ้านาง์ หากความจริงแล้วตัวเองนั่นแหละเป็ได้แค่ดินที่อยู่ในโคลนตม
“คุณสองคนอยากจะพูดให้ตัวเองดูดีแค่ไหนก็ได้แต่ผมว่ายิ่งพูดไปแบบนั้น ยิ่งทำให้ผมมองว่าคุณสองคนมีแต่ความอิจฉาริษยาคุณมีนาไม่อยากเห็นเธอได้ดีกว่าคุณสองคน”
คำพูดของคาร์เมนทำให้เมษาและกานพลูหัวเราะขึ้นมาพร้อมๆกัน
กานพลูกลอกตาพลางสะบัดศีรษะส่ายไปมา“ฉันว่าอย่างนี้...กู่ไม่กลับแล้วละหนูเมย์ หน้าตาก็หล่อดี แต่ไม่คิดว่าสมองจะ...เฮ้อ! น่าเสียดายจริงๆ ”
“ตกลงคุณสองคนจะเอายังไงไปทานอาหารกับนายผมไหม”
“ก็อยากทานอยู่หรอกนะแต่กลัวจะโดนรุมกัดแทะจนเนื้อหนังไม่มีเหลือติดกระดูก ตอนนี้สมองฉันก็ยังเบลอๆคิดอะไรไม่ค่อยจะออกอยู่ ควรอย่างที่ยิ่งจะไปผ่อนคลายสมองให้ปลอดโปร่งเสียก่อนจะได้คิดออกสักที ควรทำอีท่าไหนให้พี่บีตกอยู่ในอุ้งมือ...มาร”
กานพลูหัวเราะ“โธ่ อย่าพูดอย่างนั้นซิหนูเมย์ ตอนนี้มีคนเห็นเราสองคนเป็ยายปีศาจที่คอยรังควาญจนต้องหาทางไปเอาน้ำมนตร์มาขับไล่ให้ไปไกลๆอยู่”
“ช่างหัวซิยังไงในสายตาเขาสองคน เราก็เป็ยายปีศาจเน่าเฟะอยู่ดี งั้นก็ทำให้เป็ไปเลย ราตรีนี้ยังอีกยาวนักยังมีเวลาให้พวกเราสองคนได้เที่ยวกันอีกนาน” เมษาพูดประชด เพราะคาร์เมนก็เป็คนหนึ่งที่เชื่อว่าเธอทำตัวเหลวไหลทำตัวไร้สาระไปวันๆ
“ได้เลยเพื่อนคืนนี้ไม่รุ่ง เราไม่ต้องกลับบ้านกัน” กานพลูรับคำเพื่อน“เอาไว้โอกาสหน้านะคะคุณคาร์เมนฉันกับหนูเมย์ไม่พลาดการร่วมรับประทานอาหารกับคุณและเ้านายของคุณแน่แต่ฉันก็อยากจะเตือนเอาไว้ล่วงหน้า...ไปหัดฝึกระงับสติอารมณ์เอาไว้เพราะฉันกลัวคุณจะทนไม่ไหว ฉีกทึ้งกัดแทะฉันกับหนูเมย์จนเหลือแค่กระดูก”
“ผมไม่ใช่หมานะ”
“อ้าว...ฉันก็นึกว่าใช่จะเชื่อฟังกันก็ไม่ว่า แต่ควรมีสติคิดไตร่ตรองด้วยคนที่ถูกกล่าวหาเขาเป็อย่างนั้นจริงๆ หรือเปล่า”
“ถ้าไม่เจอกับตัวเองจังๆยังไงเขาก็ไม่เชื่อหรอก พูดไปก็เปลืองน้ำลายเปล่าๆสู้เอาเวลาไปผ่อนคลายอารมณ์แล้วจบลงด้วยการหิ้วผู้ชายกลับบ้านด้วยน่าจะง่ายกว่ายังไงในสายตาเขา เราก็เป็ยายร่านราคะอยู่แล้วนี่”
“นั่นซินะ”กานพลูพยักหน้ารับคำเพื่อน เธอลุกขึ้นยืน ยกแขนขึ้นกอดอกเลิกคิ้วมองคาร์เมนอย่างกวนๆแล้วเหมือนกับว่ามีเ้าซาตานตัวน้อยในสมองยั่วยุให้เธอทำอะไรสักอย่างเพื่อให้คาร์เมนจดจำเธอได้และอีกอย่างจะได้เป็การเอาคืนที่เขาไม่สนใจกันด้วย
ขอเอาคืนด้วยการให้เขาต้องเจ็บตัวเล็กๆน้อยๆ ก็แล้วกัน
“อ๋อ...คุณคาร์เมนค่ะถ้ากานจะขออะไรจากคุณสักอย่างไม่ทราบว่าคุณจะว่าอะไรหรือเปล่า”กานพลูถามเสียงหวานพร้อมกับยิ้มหวานให้ชายหนุ่มด้วย
“อะไรครับ” คาร์เมนถามอย่างเสียไม่ได้
กานพลูยกเท้าขึ้นเตะที่น่องคาร์เมนเต็มแรงก่อนที่จะดึงแขนเมษาให้รีบวิ่งไปที่รถอย่างรวดเร็วพร้อมกับหัวเราะเสียงใสฝากกับสายลมให้คาร์เมนได้ยิน
คาร์เมนลูบปลีน่องเบาๆสายตามองตามร่างกานพลูไปอย่างสนใจนิดๆ ปกติแล้วจะไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าที่จะพูดคุยหรือเข้าใกล้เขามีเพียงแค่ส่งสายตาและรอยยิ้มหวานๆ ให้ ผิดกับผู้หญิงคนเมื่อกี้ ที่ไม่มีท่าทีเกรงกลัวแม้แต่น้อยมิหนำซ้ำยังกล้าที่จะทำร้ายเขาอีกด้วย
“เฮ้อ...” กานพลูถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะมองหน้าเมษาและหัวเราะขึ้นพร้อมๆ กัน
“รีบขึ้นรถเถอะแก กลับไปหาข้อมูลและวางแผนกำจัดนังปีศาจมีนาดีกว่าตอนนี้ปล่อยให้สองหนุ่มนั่นดีใจตีปีกพับๆ กันก่อน แล้วจะรู้ว่าหัวเราะที่หลังดังกว่า”
กานพลูเปิดประตูรถขึ้นนั่งก่อนจะสตาร์ทเครื่องขับออกไปอย่างรวดเร็วแต่ไม่วายหันมองดูด้านหลังหวังว่าจะมีเงาของคาร์เมนมาดูเธอกับเมษาบ้าง แต่ก็ไม่มีแม้เงา
“แกมีแผนแล้วใช่ไหมหนูเมย์”
“ใช่ อ้าว....เมื่อกี้แกไม่ได้ฟังที่ฉันบอกเลยใช่ไหมกาน”
กานพลูทำหน้าเหรอหนูเมย์บอกเมื่อไหร่หว่า“แกบอกฉันตอนไหนหนูเมย์”
“เออ...ช่างเถอะ ฉันบอกแกใหม่ก็ได้ เพราะแกจะต้องช่วยฉันหาข้อมูลด้วยเหมือนกัน”เมษาเล่าแผนการอีกครั้ง กานพลูพยักหน้ากับแผนการของเพื่อน
“แกจะให้ใครเป็คนแสดงว่ามีอะไรกับมีนาล่ะหนูเมย์”
กานพลูถามอย่างเป็กังวลและคิดหนักกับแผนการที่ได้ฟังมาถ้าแผนสำเร็จก็ไม่เป็ไร ยิ่งได้เห็นได้พบเจอตัวจริงๆ ของคาร์เมน เธอก็ว่าน่ากลัวจะตายถ้าเป็เบนนิโต้ล่ะ โอ๊ย...ไม่อยากจะคิดเลย ถ้าแผนไม่สำเร็จ เธอกับเมษาจะโดนอะไรบ้างแล้ว นี่เพื่อนรักถึงกับวางแผนทำร้ายยายปีศาจแฟนสาวสุดที่รักของเบนนิโต้อีกมีหวังเธอกับเมษาคงจะตายหาศพไม่เจอเป็แน่
“ฉันก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกันแล้วแกมีความคิดไหม เราจะใช้ใครดีคนที่เขาจะไม่มาแบลกเมย์กันทีหลัง”เมษาทำหน้านิ่วคิ้วขมวด นึกหาผู้ชายมาแสดงละครตบตามีนา เบนนิโต้ และคาร์เมนยังไงดีละครเื่นี้ที่ทุกคนจะต้องเชื่อสนิทว่ามีนามีความสัมพันธ์อันแแ่กับผู้ชายคนนั้น
“คิดไม่ออกจริงๆ หนูเมย์”กานพลูหยุดรถให้เมษาลงไปเปิดประตูบ้าน สมองครุ่นคิดหาทางช่วยเหลือเพื่อน ขณะมือกำพวงมาลัยรถแน่นก่อนจะเลี้ยวเข้าไปจอดในโรงรถ
“พี่ต้น”กานพลูโถมตัวเข้ากอดพี่ชายอย่างดีใจเมื่อเห็นพี่ชายยืนอยู่ตัดแต่งกิ่งกุหลาบพร้อมกับรอยยิ้มอย่างใจดีอยู่เป็นิจ
“พี่ต้น” เมษาร้องอุทานอย่างดีใจใบหน้าที่เบื่อหน่ายหม่นหมองเปลี่ยนเป็ยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกถึงใบหู ดวงตาเป็วาววับอยากจะวิ่งเข้าไปกอดต้นรักษ์เหมือนที่กานพลูทำ แต่ทำไม่ได้เพราะเธอไม่ใช่น้องสาวหรือคนในครอบครัวจึงได้เพียงแค่ส่งยิ้มหวานๆไปให้แทน
“ว่าไงสาวๆดีใจมากหรือที่เจอพี่” ต้นรักษ์ทักทายน้องสาวเลยไปถึงหญิงคนเดียวที่อยู่ในใจเขา เพียงแค่เห็นรอยยิ้มหวานของเมษาที่ส่งมาให้ทำเอาเขาใจเต้นแรง อยากจะเดินเข้าไปใกล้ สวมกอดร่างบางให้สมกับความคิดถึงแต่ก็ต้องหักห้ามใจเมื่อรู้ว่าเมษาให้เขาได้เพียงแค่พี่ชาย
“มากๆ เลยคะพี่ต้น ใช่ไหมกาน”เมษาหันไปพยักพเยิดกับเพื่อนรัก
เพียงแค่นี้...ได้ยินเสียงหวานๆเขาก็รู้สึกมีความสุขแล้ว เวลาที่ต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด เขาจึงเร่งทำงานให้เสร็จเพื่อที่จะได้กลับมาเห็นใบหน้าที่สดใส รอยยิ้มหวานละมุน กำลังใจส่วนหนึ่งให้เขาทำงานได้จนประสบความสำเร็จทุกครั้ง
ต้นรักษ์ยิ้มหวานให้เมษาตอนที่บอกรักแล้วถูกเธอปฏิเสธ เขากลัวว่าจะมองหน้ากันไม่ติด แต่หญิงสาวกลับบอกว่าขอให้เขาเป็เพื่อนเป็พี่ชายที่แสนดีดูแลน้องสาวอย่างเธอเหมือนกับที่ดูแลกานพลูได้หรือเปล่า
ตอนนั้นเขาก็อยากจะดื้อแพ่งทำตามความ้าของตัวเองอยู่เหมือนกันแต่พอเห็นใบหน้าเศร้าๆ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของเมษาแล้ว มันทำให้เขาใจอ่อนต้องพยายามตัดใจแต่ทุกครั้งที่เห็นหน้าหญิงสาว ใจเขาร่ำๆ อยากให้เธอรับรักเสมอ แต่ก็คงทำได้แค่แอบรักแอบมองอยู่อย่างนี้ยินดี เมื่อน้องน้อยคนนี้มีสุข คอยปลอบใจและอยู่ใกล้ๆ เมื่อเธอมีความทุกข์
“มีอะไรกันหรือเปล่า” ต้นรักษ์เอ่ยถามเขาเสียววูบที่แผ่นหลังอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเห็นรอยยิ้มหวานปะเหลาะของเมษา
“แกคิดเหมือนอย่างฉันคิดไม่กาน”เมษากระซิบถามกานพลู เมื่อหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟารับแขกสีดำกลางเก่ากลางใหม่มองไปยังต้นรักษ์อย่างมีความหวัง
“คิดอะไรของแกหนูเมย์”คิ้วกานพลูผูกโบเข้าด้วยกันมองเมษาก่อนจะหันไปมองพี่ชายที่ยืนยิ้มและส่งสายตาหวานๆ ให้เพื่อนรักไม่ยอมหุบ
“ก็คนที่จะมาทำหน้าที่เป็ผู้ชายที่มีความสัมพันธ์กับมีนาไงที่สำคัญไม่ต้องกลัวว่าความลับจะรั่วออกไป ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนแบลกเมย์กลับ แล้วเรายังได้กุนซือตัวฉกาจอีกด้วย”เมษากระซิบข้างๆ ใบหูกานพลูสลับกับมองต้นรักษ์อย่างมีความหวัง
กานพลูคิดตามคำพูดเมษา“ใช่! แกพูดถูกทุกอย่างหนูเมย์แต่ว่าพี่ต้นจะร่วมมือด้วยหรือเปล่า แกก็รู้ใจพี่เขาไม่ใช่หรือไง”
กานพลูยังมีคำถามตามมาพี่ชายเธอจะยอมเฉือนหัวใจตัวเอง เพื่อทำให้รักของเมษาสมหวังหรือ ไม่...ไม่น่าจะเป็ไปได้
“เออน่า...ถ้าแกเห็นด้วย เดี๋ยวฉันกล่อมพี่ต้นเอง ไว้ใจฉันละกัน เมษาซะอย่าง” เธอเชื่อมั่น...ความรักที่ต้นรักษ์มีให้คือ้าให้คนที่รักมีความสุขแม้จะต้องกล้ำกลืนฝืนใจตัวเอง เขาก็จะทำให้เธอมีความสุข
กานพลูมองหน้าเมษาอย่างใช้ความคิดเธอไม่อยากดึงพี่ชายมาร่วมเล่นเกมความรักของเพื่อน แค่เมษาไม่รักต้นรักษ์ก็เจ็บมากพอแล้วนี่ยังจะต้องมาเป็ตัวช่วยให้เมษาและเบนนิโต้สมรักกันอีกพี่ชายเธอจะรับได้หรือเปล่า
“แต่ว่าหนูเมย์ คือพี่ต้น...”
“ฉันรู้เธอจะพูดอะไรกาน”เมษาดักคอดึงกานพลูเข้ามากอด
“ฉันรู้ว่าพี่ต้นรักฉัน แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งฉันรู้ ความรักของพี่ต้นเป็ความรักที่มีแต่เสียสละ้าเห็นคนที่รักมีความสุข ไม่ว่าจะเ็ปแค่ไหนพี่ต้นก็ยินดี”
เมษายิ้มให้กานพลูเธออยากจะเปลี่ยนใจที่รักมั่นต่อเบนนิโต้มาให้กับต้นรักษ์ที่คงจะทำให้เื่ราวทุกอย่างดีขึ้นเธอก็จะมีความสุขกับรักที่สมหวัง แต่ทำอย่างไรใจนี้ก็ไม่เคยเห็นผู้ชายคนอื่นอยู่ในสายตา
“มันก็จริงของแกนะหนูเมย์เวลาแกทุกข์ พี่ต้นจะคอยปลอบใจให้แกคลายทุกข์ เวลาแกมีความสุขใบหน้าพี่ชายฉันก็แย้มยิ้มอย่างยินดีและมีความสุขไปด้วยเสมอ”
“ฉันก็เสียดายนะกาน ทำไมฉันถึงไม่รักพี่ต้นจะได้ต้องมาทุกข์ เพียงเพราะ้าให้รักของตัวเองสมหวังจนต้องหาเื่ทำร้ายคนอื่นแบบนี้”
“ความรักมันไม่เข้าใครออกใครไงหนูเมย์ถ้าเราหักห้ามความรักได้ โลกนี้คงน่าอยู่ขึ้นเป็กองแล้วล่ะ เพราะไม่มีใครคอยแก่งแย่ง่ชิงของคนอื่นกันไง”
กานพลูพูด‘เหมือนกับใจฉันนี่ไงหนูเมย์ที่ดันแอบหลงรักอีตาจอมเ็าหน้าเต้ารีดคาร์เมนอยู่ข้างเดียวเพียงแค่เห็นจากรูปที่แกเอามาให้ดูไม่กี่ครั้งเองนะหนูเมย์ เฮ้อ...คิดแล้วเซ็งดันไปเป็เหมือนกับอิเหนาหลงรักรูปบุษบาอีตาคาร์เมนเองก็ไม่เห็นจะมีท่าว่าจะสนใจฉันสักนิดเลยคิดแล้วก็อยากจะเอาค้อนทุบหัวอีตาจอมเ็าหน้าเตารีดนั่นเสียจริง’
เมษายิ้มกานพลูพูดถูก ความรักไม่เข้าใครออกใคร อย่างเธอนี่ไง ดันไปหลงรักเบนนิโต้อย่างหัวปักหัวปำรู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ได้้าความรักของเธอสักนิดเดียว แต่ก็ยังตะบึงตะบันดื้อรั้นดันทุรังรักเขาอยู่ได้แต่กับคนที่รักอย่างจริงใจเช่นต้นรักษ์ เธอกลับไม่เหลียวมอง
เมษาถอนหายใจสะบัดศีรษะดึงความคิดมายังปัจจุบัน สายตาก็จับจ้องไปที่ชายร่างสันทัดสูงประมาณ 165 ซม. ผมดกดำที่ก้มๆ เงยๆตัดแต่งกิ่งกุหลาบหน้าบ้านอย่างทะนุถนอมและหวงแหงน
ต้นรักษ์หันมากลับมามองเมื่อรู้สึกเหมือนมีมองเขาอยู่ใบหน้าค่อนไปทางกลม ผิวพรรณและใบหน้าผ่องใส หน้าผากกว้าง คิ้วหนาดวงตาฉายแววใจดีและมีรอยยิ้มอยู่เป็นิจเหมือนกับดวงตาจะว่าไปเมื่อมองรวมๆแล้วต้นรักษ์ก็ใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่แต่ไม่ถึงกับหล่อมากเหมือนเบนนิโต้ ชายหนุ่มยังมีความอบอุ่นอ่อนโยนให้กับคนที่อยู่ใกล้ๆเสมอ
เมษาส่งยิ้มไปให้ต้นรักษ์มองกุหลาบพุ่มใหญ่ที่ออกดอกชูช่ออย่างสวยงาม เพราะได้คนดูแลรักษาอย่างดีกุหลาบพวกนี้ไม่เคยมีใครตัดได้เลยแม้แต่กานพลู ที่จะต้องได้รับคำอนุญาตจากเ้าของแต่เมื่อไหร่ที่เธอ้าต้นรักษ์จะเป็คนยื่นกรรไกมาให้ซ้ำยังบอกอย่างใจดีว่า
“น้องเมย์ชอบดอกไหนก็ตัดได้เลยจ้ะ” ตอนนั้นเธอไม่เข้าใจเหมือนกัน ทำไมต้นรักษ์ถึงยินยอมให้เธอตัดกุหลาบแสนรักแสนหวงของเขาได้จนเมื่อเขามาสารภาพรักด้วยนั่นแหละ เธอถึงได้เข้าใจ
ต้นรักษ์เห็นสองสาวนั่งหัวชนกันอย่างใช้ความคิดทำให้เขาเกิดความสงสัย เมษากับกานพลูคงไม่หาเื่ให้ตัวเองเดือนร้อนและลำบากหรอกนะแต่ว่าไอ้ท่าทางแบบนี้คง้าตัวช่วยละมั้ง
“สาวๆมีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า บอกได้นะ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงพี่ช่วยเต็มที่”
“บอกแล้วพี่ต้นจะช่วยน้องเมย์จริงๆนะคะ” เมษาทำตาใสใส่ต้นรักษ์ส่งยิ้มให้อย่างอ่อนหวานน่ารัก
“ถ้าช่วยได้พี่ก็จะช่วยว่าแต่น้องเมย์มีอะไรให้พี่ต้นช่วยครับ” ต้นรักษ์ถามอย่างเอาใจ
ยิ่งพิศยิ่งมองเมษายิ่งน่ารักและสวยวันสวยคืนใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตแวววาวระยิบระยับ จมูกโด่งเป็สันรับกับปากรูปกระจับสีชมพูระเรื่อล้อมด้วยผมหนาดกดำเป็เงางามไม่ว่าจะกินจะนั่งจะนอนหรือว่าจะทำอะไรเขาจะต้องได้ยินเสียงหวานใสของเมษาถามอยู่เสมอ
“พี่ต้นเหนื่อยไหมคะ”
พอเขาบอกว่าเหนื่อยเธอก็จะเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับผ้าเย็นคอยเช็ดตามใบหน้าและลำคอให้
ต้นรักษ์ถอนใจเฮือกใหญ่ทุกการกระทำของเมษา ไม่ว่าจะนั่งจะกินจะเดินมันซึมลึกอยู่ในจิตใจ จนเขาคิดว่าตัวเองเหมือนกับคนบ้าที่ทึกทักเอาเองเสมอว่าหญิงสาวเป็คนรัก
“น้องเมย์อยากให้พี่ต้นแสดงละครว่ามีอะไรกับผู้หญิงสักคนพี่ต้นทำให้น้องเมย์ได้หรือเปล่าค่ะ” เมษาเอ่ยโพล่งออกไปอย่างไม่กลั่นกรองคำพูดให้ดี
“เฮ้ย! น้องเมย์ทำไมให้พี่ไป...ไป…” ต้นรักษ์ใจนหัวใจหล่นกองปลายเท้าดวงตายิบหยีเบิกกว้าง ซวยแล้วไหมล่ะเรา ชายหนุ่มแอบถอนหายใจเฮือกใหญ่
“น้องเมย์อยากให้พี่ต้นช่วยแสดงละครว่ามีอะไรกับมีนาค่ะจากนั้นน้องเมย์กับกานก็จะช่วยกันถ่ายรูปส่งไปให้พี่บีก็แค่นั้นเองค่ะพี่ต้น”เมษาพูดเสียงอ่อย
“พี่ต้นช่วยน้องเมย์นะคะ”เมษาออดอ้อน ส่งยิ้มหวานใบหน้าเป็สีชมพูระเรื่อขณะดวงตาคู่สวยกระพริบปริบๆมองต้นรักษ์เหมือนกับว่าเขาเป็พระเอกขี่ม้าขาวไปช่วยนางเอกจากผู้ร้าย
“นะคะ น้องเมย์รู้ว่าพี่ต้นเป็คนเก่งแค่รับปากว่าจะช่วย งานนี้ก็ประสบความสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง”เมษายังพูดเหมือนกับว่าเื่นี้เป็เพียงเื่เด็กเล่นขายของ ที่เธอกำลังเล่นอยู่กับต้นรักษ์และมีนา
ต้นรักษ์ปวดใจอย่างแรงยังรับได้ที่เมษาให้เป็พี่ชาย ที่เมื่อเจอคำขอร้องของเมษาที่้าให้เขาช่วยเหลือให้เธอมีความสุขกับคนที่รัก...เขาก็แทบกระอักเืไปเหมือนกัน
ดวงตาต้นรักษ์ฉายแววเ็ปจนต้องรีบหันหน้าหนีเมษาและกานพลูเพราะกลัวว่าทั้งคู่จะเห็นมือใหญ่กำแน่นจนปูดโปน ขบฟันจนกรามนูนเด่น ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดผ่อนคลายความเ็ปที่เกิดขึ้นและหันมายิ้มให้เมษาแทน
“น้องเมย์นึกถึงผลของการกระทำครั้งนี้ไว้บ้างหรือเปล่าถ้าคุณเบนนิโต้จับได้ว่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็แผนของน้องเมย์เขาจะต้องโกรธแล้ว...แล้ว...”
ต้นรักษ์ถามอย่างเป็กังวลเมื่อรู้ว่าเมษารักใคร เขาจึงหาข้อมูลเพื่อหวังจะ
เขารู้ว่าเมษารักเบนนิโต้มากเขาก็จำต้องหาข้อมูลของผู้ชายที่เมษารักไว้บ้างเพราะคิดว่าหากได้รู้ เขาอาจจะหาทางทำให้หญิงสาวหันกลับมามองได้ แต่เอาเข้าจริงๆสิ่งที่ได้รู้มาทำให้เขากลัวแทนเมษา
กิตติศัพท์ความร้ายกาจของเบนนิโต้ไม่ได้หยุดอยู่แม้กระทั่งเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดก็ยังมีคนเอ่ยถึง ใครที่กล้าลูบคมชายหนุ่มจะต้องเตรียมตัวรับศึกหนักด้วยเช่นกันเพราะเมื่อไหร่ที่เบนนิโต้โกรธจัด ไม่ว่าใครก็ตามที่กล้าขัดขวางเขาจะต้องเจอกับเื่ร้ายอย่างคาดไม่ถึงจนสาสมสาแกใจนั่นแหละเขาถึงจะหยุด
ต้นรักษ์ได้ภาวนาขอให้เมษาคิดใหม่ตัดสินใจใหม่เลิกคิดที่จะทำร้ายมีนาเสีย แต่เขาก็รู้ว่าไม่มีทางห้ามปราบหญิงสาวได้ คงรอฟังคำตอบของหญิงสาวที่ตัวเองแอบรักด้วยความเ็ป
“น้องเมย์ไม่กลัวคะพี่ต้นไม่ว่าจะต้องเจอกับอะไรน้องเมย์ก็พร้อมจะรับมัน”
น้ำเสียงมั่นใจเด็ดเดี่ยวจากปากรูปกระจับสีชมพูกับสายตาอ้อนวอนทำให้ต้นรักใจอ่อนยวบและเขาก็ต้องยอมแพ้อย่างหมดรูปแม้ตัวเองจะต้องพบกับความเ็ปก็ตาม มีทางเดียวคือทำใจให้ชินชาและทำให้คนที่รักมีความสุขที่สุด เพราะนั่นก็คือความสุขของเขาเช่นกัน
“แผนที่น้องเมย์กับกานวางไว้มีอะไรบ้างล่ะจะให้พี่ช่วยยังไงตอนไหน” ต้นรักษ์นั่งลงบนเก้าอี้ไม้หัวโล้นใกล้กับเมษาที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เพราะสามารถเกลี้ยกล่อมให้เขาช่วยได้
“ว่าไงแผนเป็ยังไงจะให้พี่ช่วยตอนไหน”
ทั้งเมษาและกานพลูต่างส่ายศีรษะและหัวเราะแห้งๆ
“หนูเมย์คิดได้แค่ว่าจะหาคนมาเล่นละครว่ามีนามีอะไรกับผู้ชายคนอื่นแล้วหนูเมย์กับกานก็จะถ่ายรูปส่งไปให้พี่บีดูก็แค่นั้นเองค่ะ” เมษาพูดง่ายๆ
กานพลูมองพี่ชายยิ้มแหยๆตาปริบๆ
“ตกลงว่ายังไม่มีแผน”
“ค่ะ”เมษาและกานพลูตอบประสานกันอย่างกับนักร้องประสานเสียงในงานโรงเรียนมัธยมที่เขาเคยร้องเมื่อตอนเป็เด็ก
“เื่ที่จะหลอกล่อให้มีนามาถึงที่นัดหมาย ไม่เป็ปัญหาเลยคะน้องเมย์พอรู้วิธี แต่แผนการอื่นๆ นี่...ยังคิดไม่ออกเลยคะคิดว่ารอให้พี่ต้นเป็คนวางน่าจะดีกว่า พี่ต้นของน้องเมย์เก่งที่สุดเลย”
ต้นรักษ์ส่ายศีรษะอย่างระอาใจลุกเดินไปเดินมา พลางครุ่นคิดหาแผนการช่วยเหลือเมษาให้สมหวังในรัก แม้อกตัวเองจะต้องกลัดหนองก็ยอม
“อาทิตย์หน้าเพื่อนพี่จะไม่อยู่สองสามวัน พี่สามารถขอยืมห้องให้พวกเธอทำตามแผนได้เื่หลอกมีนาให้มาที่ห้อง น้องเมย์คงจะไม่พลาดใช่ไหม”
“ค่ะ”เมษาพยักหน้ารับ
“ส่วนยายกาน เป็คนหายานอนหลับ หน้าที่สำคัญคือเธอสองคนจะต้องหาทางทำให้มีนากินให้ได้หลังจากนั้นพี่จะเป็คนจัดการเอง”
ที่ต้นรักษ์ก็ไม่รู้เหมือนกันไอ้ที่คิดไว้กับการกระทำมันจะไปในทิศทางเดียวกันหรือเปล่าใจเขาหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูกแต่...เมื่อคิดจะเดินหน้าแล้วก็ไม่ต้องคิดถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างน้อยมีเขาคอยดูแล ยังดีกว่าให้เมษาและกานพลูไปจัดการกันเองสองคนที่เห็นจะมีแต่เสียมากกว่า
“ค่ะ น้องเมย์ทำได้”เมษารับคำ
“กานก็เหมือนกันค่ะ”กานพลูรับคำเช่นกัน
“เราจะใช้เื่อะไรหลอกมีนาให้มาตามนัดล่ะหนูเมย์” กานพลูโพลงถามอยากอดปากไม่อยู่
“เื่นี้ไม่มีปัญหามีนาต้องหลงกลฉันอยู่แล้วย่ะคุณหนูกานพลูคนสวย”เมษายิ้มกริ่ม เมื่อมีนาได้รับฟังเื่เธอพูด จะต้องร้อนรุ่มเป็ไฟเผาแม้จะไม่เชื่อนักแต่จะต้องคลางแคลงใจ จะต้องรีบมาเพื่อจะได้เห็นกับตาตัวเอง
“ทำไงล่ะหนูเมย์ บอกหน่อยซิ”กานพลูเขย่าตัวเมษาอย่างอยากรู้
“แกดูนี่ซิกาน”เมษายื่นโทรศัพท์มือถือให้กานพลูดู เป็ภาพการกอดจูบของเบนนิโต้กับศรีอัปสรในห้องอาหารดาวดารา
“ไม่ใช่เพียงแค่ภาพเท่านั้นแต่ฉันยังจำคำพูดที่พี่บีพูดกับยายแม่ม่ายผัวตายได้ คิดดูซิกาน ถ้ามีนาได้เห็นได้ยินเข้า จะทนไหวไหม ยั่วไม่นานยายปีศาจนั่นก็ของขึ้น รีบวิ่งมาค้นหาความจริงจนตัวสั่นล่ะแก”
ถึงจะเข้าหาเบนนิโต้เพราะ้าเอาชนะเธอแต่เชื่อเถอะ อย่างมีนาถ้าไม่มีใจให้ คงไม่ทำแบบนี้แน่ถ้ายายปีศาจนั่นได้เห็นภาพที่เธอส่งให้กับคำพูดยั่วยุอีกสักหน่อย...
เมษาคลี่ยิ้มั์ตาวาวจ้า มีนาคงแทบจะคลั่งเมื่อได้เห็นภาพนี้ ใบหน้าที่ยิ้มเยาะเย้ยจะต้องเปลี่ยนเป็ซีดเผือดที่เธออยากจะหัวเราะใส่หน้ายายปีศาจนั่นบ้าง แต่ถ้าทำอย่างนั้น แผนก็จะเสีย รอหัวเราะทีหลังสะใจกว่ากันเยอะเมื่อถึงวันที่เบนนิโต้ประกาศแต่งงานกับเธอ วันนั้นมีนาจะต้องเป็คนร้องไห้เสียใจ
“ภาพแค่นี้ ยายปีศาจมีนามันจะเชื่อหรือหนูเมย์”กานพลูยังถามต่ออย่างสงสัย ภาพที่อาจจะใช้เทคนิคตัดต่อเอาก็ได้ แค่นี้เป็เธอก็ไม่เชื่อหรอกนะว่าพี่บีจะคิดจริงจังกับศรีอัปสรในเมื่อพี่บีเองก็มีผู้หญิงล้อมหน้าล้อมหลังตั้งหลายคน แต่ล่ะคนก็สวยๆ ทั้งนั้น
“เอาน่ากานแกเชื่อมือฉันเถอะแกรอดูมีนาวิ่งพล่านไปที่คอนโดวันอาทิตย์นี้ล่ะกัน”
เมษายิ้มตาเป็ประกายเพราะสมใจที่หาทางเอาคืนมีนาได้ เธอลืมคิดไปว่า ถ้าเบนนิโต้จับได้ เธออาจจะต้องเจ็บกว่าที่มีนาเจ็บเป็ร้อยเท่าพันเท่า
มีนากดลิฟต์อย่างใจร้อนเร่งรีบให้ถึงที่หมายเร็วๆ ถึงเธอจะไม่เชื่อคำพูดเมษาสักเท่าไหร่แต่ภาพที่เห็นก็ทำให้ใจร้อนเป็ไฟลนได้เหมือนกัน
ถ้าเมษาพูดจริงเธอจะต้องเสียเบนนิโต้ให้แม่ม่ายผัวตายอย่างศรีอัปสรนะเหรอ คนอย่างเธอมีนา สินอัครกุล รับไม่ได้ เธอจะต้องชนะผู้หญิงทุกคนที่หวังในตัวเบนนิโต้รวมไปถึงนังเมษาตัวแสบด้วยเหมือนกัน
หากภาพเบนนิโต้กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับศรีอัปสรมันติดตาจนเธอนอนไม่หลับอยากคลั่งแล้วอาละวาด เพราะโกรธจนเืขึ้นหน้า ไหนยังจะมีคำพูดเจ็บๆ แสบๆ คันๆจากปากเมษาอีก
“ที่พี่บีบอกว่าจะหมั้นกับเธอ จริงแน่หรือมีนา ทำไมแค่ผ่านไปคืนเดียวพี่บีก็ไปควงม่ายสาวพราวเสน่ห์อย่างแม่ศรีอัปสรนี่ได้ล่ะฉันยังรู้มาอีกนะ พี่บีถึงกับเช่าคอนโดให้อยู่ ไปหากันไม่เว้นแต่ละวันบางวันไปั้แ่บ่ายกลับอีกทีก็ตอนเช้าของอีกวันโน่นแนะ”
“อิจฉาฉันอยู่ละซิเมษา”
“ใช่!” เมษาพูดอย่างคนเปิดเผย “ที่ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะสมเพชหรือสงสารเธอดีโดนพี่บีหลอกให้ดีใจว่าจะแต่งงานด้วย แต่ลับหลังเขากลับไปหายายศรีอัปสรยายแม่ม่ายผัวตายนั้นไม่เว้นวัน”
“ฉันไม่เหมือนเธอหรอกนะที่เห็นพี่บีที่ไหนก็วิ่งเข้าหาอย่างกับหมาเจอเ้าของพอเขาไม่สนใจก็หาเื่อาละวาดอย่างกับหมาโดนน้ำร้อนลวกตอนนี้ยังคิดจะแพร่เชื้อบ้าๆ นั่นมาให้ฉันอีก”
เมษาหน้าหงิกพยายามท่องเอาไว้...อดทนเพื่อแผนการกระชากหน้ายายปีศาจของมีนาให้เบนนิโต้เห็น
“ฉันรู้ว่าเธอไม่เชื่อคำพูดฉันหรอก เพราะคิดว่าฉันจะต้องทำทุกอย่างทุกทางเพื่อแย่งพี่บีที่ฉันก็ไม่คิดจะปฏิเสธเลยว่า...ไม่จริง!จะยิ่งสะใจมากที่สุดถ้าเธอแพ้ยายแม่ม่ายศรีอัปสรผัวตายที่ด้อยกว่าทุกทาง”
แม้จะสงวนท่าทีเอาไว้แต่เมษาก็ดูออก ตอนนี้ใจมีนาร้อนดั่งไฟเผา ที่ไม่ควรกระตุ้นมากไปกว่านี้เพราะอาจจะถูกมีนาจับไต๋ได้
“เชื่อคำพูดฉันหรือไม่ก็แล้วแต่เธอนะมีนา ยังมีเวลาให้เธอนั่งคิดนอนคิดอยู่อีกหน่อย วันอาทิตย์ตอนเที่ยงฉันจะรอเธออยู่ที่นี่” เมษายื่นกระดาษสีขาวส่งให้มีนา
“พบกันที่ห้อง1107 จนถึงบ่ายสอง ถ้าเธอไม่ไปก็เตรียมตัวสูญเสียพี่บีให้กับยายศรีอัปสรนังแม่ม่ายผัวตายนั่นได้เลยแต่ถ้าเป็ฉัน จริงไม่จริงยังไง ก็ขอพิสูจน์ให้เห็นกับตาตัวเอง” พูดจบเมษาก็สะบัดหน้าหนีไปในทันที
แม้ปากบอกว่าไม่เชื่อคำโป้ปดมดเท็จของเมษาแต่เพราะเธอรู้ถึงกิติศัพท์ความเ้าชู้ของเบนนิโต้ดี จึงได้ตัดสินใจมายังสถานที่ซึ่งเมษาบอก
มีนาเดินครุ่นคิดไปตลอดทางเมษาจะมีแผนการอะไรหรือเปล่า มันมีอะไรบางอย่างทำให้เธอฉุกใจ ไม่ควรไว้ใจเมษา เธอยังมาคนเดียวด้วยถ้าเกิดเื่อะไรขึ้นละ ใครจะช่วยเหลือให้รอดปลอดภัยได้ไม่น่าเลย...เธอไม่น่าประมาทอย่างนี้ น่าจะคิดได้ก่อนที่จะมาถึงที่นี่
มีนาเดินมาไปยังห้องที่เมษาบอกด้วยใจที่หวาดหวั่นเอาน่ามีนา ยังไงก็มาแล้ว ลองดูสักตั้งละกัน ยายเมษาจะมีพิษสงอะไรนักหนาแค่ยายเด็กเล่นขายของเท่านั้น!
มีนายกมือจะเคาะประตูห้องแล้วยกลงอยู่สองสามครับครั้ง ถ้าเคาะประตูแล้วศรีอัปสรมาเปิดล่ะ เธอจะพูดว่าไงดีถ้าเกิดว่า...พี่บีอยู่กับยายแม่ม่ายผัวตายในตอนนี้ล่ะ เธอจะทนไหวหรือเปล่า
มีนาตัดสินใจหันหลังกลับก็พอดีที่ประตูของอีกห้องเปิดออกมา
“นึกว่าจะไม่มาเสียแล้วมีนา”เมษาทักยืนพิงประตูห้องดวงตาเป็ประกาย ‘ในที่สุดเธอก็หลงกลฉันจนได้นังพี่สาวเ้าเล่ห์’
มีนาข่มใจกัดริมฝีปาก สายตาที่เมษามองมาราวกับว่ากำลังยิ้มเยาะ“ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาเหมือนกัน แต่เผอิญผ่านมาแถวนี้ นึกขึ้นได้ก็เลยลองแวะมาดู ไหนพี่บีล่ะเมษาฉันว่าแล้ว เธอต้องโกหก คนอย่างเธอพูดอะไรเชื่อไม่ได้อยู่แล้วนี่” หญิงสาวถามพร้อมกับยิ้มหยันเพราะคิดว่าเมษาคงคิดไม่ถึงว่าเธอจะกล้ามา เลยไม่มีหลักฐานระหว่างเบนนิโต้และหญิงอีกคนที่ยายน้องสาวตัวมารกล่าวอ้าง
สองสาวต่างจ้องมองกันอย่างจะกินเืกินเนื้อไม่มีใครยอมใคร
“จะยืนอยู่หน้าห้องรอพี่บีมาเห็นหรือไงกันเข้ามาในห้องนี้ก่อนซิคะ” กานพลูขัดจังหวะการจ้องจะกินเืของสองพี่น้องที่ไม่เคยถูกกันเลย
เมษาขยับกายหลีบให้มีนาเข้าไปในห้องหากผู้เป็พี่สาวคนละแม่กลับยืนมองเธอเฉย เหมือนจะล่วงรู้ความคิดในหัวสมองเธอ
“จะเข้ามาหรือเปล่ามีนา ถ้ากลัวก็กลับไปได้นะ พวกเราจะก็จะกลับด้วยเหมือนกัน”
“อย่าให้จับได้ละกันว่าเธอสองคนรวมหัวกันเล่นงานฉัน”
“ใครจะกล้าละคะพี่มีนามีพี่บีคอยปกป้องอย่างกับจงอางหวงไข่ ไม่มีใครกล้าทำให้พี่บีโกรธหรอกค่ะ”กานพลูเอ่ย “ว่าแต่พี่มีนาจะเข้ามาหรือเปล่าละคะ”
“สงสัยมีนาจะกลัวเราสองคนเล่นไม่ซื่อล่ะกานถ้าอย่างนั้นก็ช่างเถอะ เราเก็บของกลับบ้านกันดีกว่า ไปคิดกันว่าจะมีทางไหนให้ฉันเข้าใกล้พี่บีเอาแบบ...ลากขึ้นห้องแล้วข่มขืนเสร็จสรรพเลยนะแก” เมษาพูดพร้อมกับหัวเราะตาวาวเมื่อมีนาเดินลงส้นเท้าเข้ามาในห้อง
“ฉันกลัวเธอเล่นไม่ซื่อต่างหากละเมษาหาเื่ให้ฉันโดนพี่บีโกรธเอา เพราะไม่ยอมเชื่อใจกัน แล้วไหนพี่บีล่ะ”เธอรู้ว่าเบนนิโต้มีหญิงสาวมากมายรายล้อม แต่เขาก็ยกให้เธอเป็หนึ่ง จะไม่ใช่สิ่งที่เธอ้าใครๆ ก็อยากเป็หนึ่งไม่มีสอง เป็คนเดียวในชีวิตที่ได้ทั้งตัวและหัวใจของคนที่รัก
เธอเชื่อมั่นในตัวเบนนิโต้เสมอแต่ไม่ไว้ใจเมษา อยากรู้ว่าเมษาคิดทำอะไรอยู่กันแน่ นี่เป็หนึ่งในแผนของน้องสาวที่คิดขึ้นมาเพื่อจะล้มเลิกงานหมั้นของเธอกับเบนนิโต้หรือเปล่าเพราะถ้าใช่ เธอจะได้ระวังตัวและหาทางป้องกันไว้ จะไม่มีใครแย่งชายหนุ่มไปจากเธอได้ถ้าใครกล้า มันก็ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง แม้ว่าคนนั้นจะมีสายเืเดียวกันก็ตาม
“เธอมาช้าไปหน่อย พี่บีกับยายแม่ม่ายศรีอัปสรควงกันออกไปจากห้องได้สักครู่ใหญ่แล้วล่ะสงสัยว่าจะไปหาอะไรกิน” เมษาตอบก่อนจะแอบหันไปยิ้มให้กับกานพลู
มีนามองหน้าเมษาอย่างไม่ค่อยจะเชื่อเท่าไหร่
“ฉันไม่ได้โกหกเธอหรอกน่ามีนา ถ้าไม่เชื่อจะกลับไปก็ได้นะ”เมษาทำท่าทางไม่สนใจสาวเท้าเดินไปนั่งใกล้ๆ กานพลู แต่กลับแอบลุ้นด้วยใจระทึกขอให้มีนาอยู่
“ตัดสินใจให้ดีๆ นะมีนา”
มีนาเดินไปเดินมา ตาก็เหลือบมองเมษาที่นั่งอ่านหนังสือดาราบนโต๊ะอย่างสบายอารมณ์ไม่มีท่าทีว่าจะสนใจเธอเลยด้วย
เมษาแอบมองมีนาและยิ้มอย่างเยาะเย้ยเป็ระยะๆด้วยไม่อยากจะทำให้เหยื่อที่แสนจะฉลาดแต่กลับโง่ในคราวนี้ เพราะหวงและห่วงเบนนิโต้จนเกินไป
“ฉันจะอยู่ เพราะอยากรู้เหมือนกัน ที่เธอพูดมา มีความจริงสักกี่คำกัน หรือว่ามันไม่มีความจริงเลย”มีนาทรุดกายนั่งบนโซฟาอย่างกระแทกกระทั้น
“จะดื่มน้ำส้มเย็นๆสักแก้วไหม” เมษาถาม
มีนามองแก้วน้ำส้มที่เริ่มละลายอย่างไม่ไว้ใจ
“ตามใจ จะนั่งรอจนคอแห้งเป็ผงก็ตามใจ” เมษาหยิบน้ำส้มในแก้วขึ้นมาดื่ม
“ดื่มน้ำส้มก่อนจ้ะกาน” เมษาป้อนน้ำส้มให้ถึงปากสีแดงของกานพลูสองสาวหยอกล้อกันไปมาอย่างไม่สนใจมีนาที่นั่งหันรีหันขวางรอว่าเมื่อไหร่เมษาจะพาไปยังห้องพักของเบนนิโต้กับศรีอัปสรเสียที
มีนาหยิบแก้วน้ำส้มที่อยู่ตรงหน้าเมษามาถือไว้ดื่มจากแก้วที่เมษาดื่มนี่แหละดีที่สุดแล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นเมษาและกานพลูจะต้องเป็ก่อน
มีนาทานน้ำไปได้สักแป๊บก็รู้สึกง่วงนอนจนตาแทบจะปิดมือเรียวยกปิดปากกลั้นหาวหลายครั้งดวงตาหรี่ลงเรื่อยๆ สมองเริ่มเบลอ มึนงงและทรงตัวไว้ไม่อยู่ ร่างโปร่งบางค่อยๆเอนหลังบนโซฟา ขณะเดียวกันก็ได้เห็น ร่างสัดทันที่คุ้นตาคุ้นใจ ผู้ชายที่ไม่เคยมองเธอเลยสักครั้ง
มีนาได้ยินคำพูดจากปากเมษาดังแ่มา
“ในที่สุดนังแม่มดอย่างแกหลงกลฉันจนได้มีนา!”
เมษาพูดปนหัวเราะยกมือขึ้นตบใบหน้ามีนาเบาๆ มองหน้าคนที่หลับไม่ได้สติอย่างดีใจ ไม่คิดว่าแผนที่วางไว้จะสำเร็จอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้
“คิดหรือว่าแกดื่มน้ำส้มแก้วเดียวกับฉันแล้วจะไม่เป็อะไรมีนาในเมื่อฉันกับยายกานดื่มจากหลอดดูดที่ไม่มียานอนหลับเคลือบอยู่ส่วนแกปากแตะยานอนหลังที่เคลือบไว้เต็มๆ “
เมษารู้นิสัยมีนาดีว่าไม่ชอบใช้ของปะปนกับใครการที่มีนากล้าดื่มน้ำส้มจากแก้วเดียวกับเธอในวันนี้ ก็คงจะกลัวว่าเธอจะเล่นไม่ซื่ออยู่บ้างนั่นแหละแต่วันนี้เธอฉลาดกว่าและวางแผนได้รัดกุมกว่า มีนาเลยพลาดท่าหลงกล