ฮูหยินของข้า มาจากหอนางโลม
ผู้แต่ง ดาวเหนือจะอยู่ทิศเหนือเสมอ
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
ห้ามคัดลอก เลียนแบบ หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่ง รวมทั้งการจัดเก็บแบบสแกน บันทึก ถ่ายทอดสด ถ่ายภาพ ไม่ว่าจะในรูปแบบหรือวิธีการใดๆ ในกระบวนการอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็ลายลักษณ์อักษรจากเ้าของลิขสิทธิ์เท่านั้น หากฝ่าฝืนมีโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฎหมาย
สำหรับเื่นี้ไรท์จะอัพให้อ่านฟรีจำนวน 5 ตอน
ั้แ่ตอนที่ 6 เป็ต้นไปจะเป็การอัพให้อ่านฟรี 5 วัน
หลังจากนั้นจะติดเหรียญรายตอนนะคะ
********************************************************************
1
ท่านพ่อมีน้องสาวให้ข้าอีกสักคนสิเ้าคะ
“ลูกไม่แต่งค่ะท่านพ่อ” สตรีรูปร่างบอบบางในชุดอาภรณ์สีม่วงอ่อนพลิ้วไหวเหมาะกับฤดูคิมหันต์ใบหน้างดงามหมดจดมีร่องรอยความเอาแต่ใจอยู่หลายส่วน บนโต๊ะทรงกลมมีเทียบทาบทามสู่ขอจากแม่สื่อของหลี่จื้อ เ้าเมืองลั่วหยางวางอยู่ซึ่งตระกูลซ่งไม่ควรหลีกเลี่ยงเสียด้วย
ผู้เป็บิดาถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม
“โธ่ หนิงเอ๋อร์ เ้าลองคิดทบทวนดูหน่อยเถิด เป็ฮูหยินเ้าเมืองหลี่ไม่ดีตรงไหนกัน” ซ่งจินเหลียงผู้เป็บิดาโอดครวญ
“ถึงอย่างไรข้าก็ไม่แต่งค่ะ ท่านพ่อก็รู้ข้ากับคุณชายเกาเรารักใคร่กันอยู่” นางหมายถึงเกาหย่งอี้ คุณชายใหญ่สกุลเกา ตระกูลร่ำรวยที่มีฐานะพอกับกับสกุลซ่งของตนเอง พวกนางรักกันมาได้เกือบปีแล้วและเมื่อไม่นานมานี้เกาหย่งอี้ก็เปรยกับนางเื่แต่งงานแล้วด้วย
“ข้าจะแต่งให้กับเกาหย่งอี้เพียงผู้เดียว” ซ่งจินเหลียงได้ฟังก็สะบัดแขนเสื้ออย่างไม่พอใจ
“แล้วเ้าจะให้บิดาของเ้าปฏิเสธเ้าเมืองหลี่อย่างนั้นหรือ” ร่างบางปรายตามองสิ่งของจากแม่สื่อที่มาพร้อมเทียบทาบทาม ก่อนจะหยิบมาอ่านอย่างครุ่นคิดเพียงไม่นานริมฝีปากบางก็ยกยิ้มออกมา
“ในเทียบนี้ไม่ได้บอกนี่คะว่าเ้าเมืองหลี่ทาบทามบุตรสาวคนใดของท่านพ่อ”
“ตะ แต่...พ่อมีเ้าคนเดียวนี่” ซ่งจินเหลียงบอก เขามีบุตรชายและบุตรสาวอย่างละหนึ่งคนเท่านั้น ถึงในจดหมายไม่ได้ระบุชื่อของเ้าสาว แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ล้วนเป็นางทั้งสิ้น
“แล้วหากท่านพ่อมีน้องสาวให้ข้าอีกสักคนเล่า”
“เ้าว่าอะไรนะ” ซ่งจินเหลียงใ
“ท่านพ่อก็หาสตรีสักคนรับนางเป็น้องสาวบุญธรรมของข้า และส่งนางไปแต่งงานกับเ้าเมืองหลี่ก็ได้นี่เ้าคะ”
“ขืนทำแบบนั้นแล้วสกุลหลี่ไม่พอใจเล่า”
“หากเราหาหญิงสาวที่มีหน้าตากิริยางดงาม ข้าคิดว่าบางทีท่านเ้าเมืองคงยินดี” ซ่งจินเหลียงหรี่ตาอย่างใช้ความคิด แต่ไหนแต่ไรมาเขาตามใจลูกสาวจนเสียนิสัย ไม่สามารถบังคับนางได้แม้แต่อย่างเดียว อีกทั้งข้อเสนอที่ลูกสาวกล่าวมายังน่าสนใจมากเสียด้วย
“เชิญนายท่านนั่งรอที่ห้องนี้สักครู่ ข้าจะรีบไปตามเถ้าแก่เนี้ยให้เ้าค่ะ” ยามเมื่อประตูปิดลงซ่งจินเหลียงก็ลอบถอนหายใจ เขาไม่เคยย่างกรายเข้ามายังสถานที่อย่างหอโคมเขียวนี้มาก่อน เมื่อแต่งภรรยาเขานั้นยิ่งรักและเคารพนางจนไม่กล้ามายังสถานที่แห่งนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาอยากได้หญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาสะสวย กิริยามารยาทอ่อนหวานอีกทั้งยังพอรู้หนังสือและศิลปะการดนตรีอยู่บ้างไปเป็บุตรบุญธรรมแต่งกับสกุลหลี่ละก็ เขาก็คงไม่ได้มีโอกาสเข้ามายังหอคณิกานี้เป็แน่
“นายท่าน วันนี้มีอะไรให้เจียวเจียวรับใช้หรือเ้าคะ” เสียงหวานเต็มไปด้วยจริตจะก้านของเถ้าแก่เนี้ยสาวในชุดฮั่นฝูสีแดงสดใสปักลวดลายสวยงามเอ่ยทักทันทีที่ก้าวเข้ามา
“ข้ารู้มาว่าที่หอนางโลมของเ้ามีคณิกามากความสามารถอยู่หลายคน พอจะมีหญิงสาวแรกรุ่นหน้าตาสวยงามที่ได้รับการอบรมอย่างดีหรือไม่”
“ท่านมาถูกที่แล้วล่ะเ้าค่ะ หอบุปผาของข้าเป็หอนางโลมที่มีชื่อเสียงในลั่วหยางมีคณิกาขายเรือนร่างและศิลปะ ข้าล้วนอบรมพวกนางมาอย่างดีทั้งสิ้น นายท่านชื่นชอบแบบใดเล่าข้าจะได้จัดหาให้”
“ข้าอยากฟังเพลงสักหน่อย”
“นายท่านรอข้าประเดี๋ยวเดียวนะเ้าคะ” เพียงไม่นานนักเถ้าแก่เนี้ยนามว่าเจียวเจียวก็กลับมา ข้างกายมีหญิงสาวรูปร่างบอบบาง ดวงหน้า
ใสกระจ่างผิวขาวดุจหิมะ ท่าทางอ่อนหวานในชุดฮั่นฝูสีเขียวอ่อนสบายตาเข้ากับบุคลิกของนางเป็อันมาก
“นี่คือเหลยเหลยเ้าค่ะ นางอยู่กับข้ามาหลายปีั้แ่อายุไม่กี่ฤดูหนาวเท่านั้น ข้าเฝ้าอบรมนางอย่างดีราวกับนางเป็บุตรสาวของข้า กิริยางดงามทั้งนางยังเชี่ยวชาญการดีดฉินเป็ที่สุดเ้าค่ะ” เจียวเจียวรุนหลังจ้าวเหลยเหลยให้นายท่านตรงหน้าได้ชื่นชม
ถึงนางจะมีอาชีพที่ไม่ค่อยขาวสะอาดนักแต่นางก็รักและเอ็นดูจ้าวเหลยเหลยเป็พิเศษราวกับเป็บุตรีของตน จำได้ว่าปีนั้นบิดาของเหลยเหลยจูงนางเข้ามาทั้งคู่เนื้อตัวมอมแมมผมเผ้ายุ่งเหยิง กลิ่นสุราคละคลุ้งจากร่างของบุรุษผู้นั้น เขาบอกว่า้าขายบุตรสาวของตนแลกกับเงินไม่กี่ตำลึง ยามนั้นกิจการของเจียวเจียวเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่นานแต่ก็พอมีกำไรอยู่มาก อีกทั้งยามสบตากับเด็กหญิงหน้าตากระดำกระด่างแล้วนางเกิดถูกชะตาจนรู้สึกเมตตาสงสารจับใจ ั์ตาเฉี่ยวของเด็กหญิงฉายแววสิ้นหวัง ท้ายที่สุดเจียวเจียวก็ตกลงทำการซื้อขายกับบิดาของเหลยเหลยแถมยังให้เงินไปมากกว่าที่เขาร้องขออีกจำนวนหนึ่ง
“นายท่าน” จ้าวเหลยเหลยยอบกายทักทาย ดวงตาคมกริบประดุจเหยี่ยวของซ่งจินเหลียงสังเกตท่าทางของนางอย่างพึงพอใจ เขาพยักหน้าให้นางเริ่มทำการแสดง สตรีตรงหน้ายอบกายลงอีกครั้งก่อนนั่งประจำที่บนตั่งไม้ตัวใหญ่ภายในห้อง เจียวเจียวเห็นดังนั้นจึงขอตัวไปดูแลงานอื่นในหอบุปผาเปิดโอกาสให้ซ่งจินเหลียงเพลิดเพลินกับเสียงดนตรีต่อไป
เสียงฉินของนางเพราะจับใจตามที่เถ้าแก่เนี้ยว่าไว้จริงๆดวงหน้าใสกระจ่างดุจหยกแย้มยิ้มเล็กน้อยยามเล่นดนตรี ส่งผลให้ใบหน้านั้นงดงามขึ้นอีกหลายส่วน ดวงตาของนางสุกสกาวแจ่มใสมีแววเฉลียวฉลาด ซ่งจินเหลียงพอใจในตัวนางอยู่หลายส่วน
เมื่อจบการแสดงซ่งจินเหลียงก็เชิญชวนให้เหลยเหลยมานั่งจิบชาสนทนากันเพื่อทดสอบความรู้ เขาพบว่านางพอรู้หนังสืออยู่บ้าง
เถ้าแก่เนี้ยเลี้ยงดูนางมาอย่างดีตามที่อ้างไว้จริงๆ
“เ้าอยู่ที่นี่อึดอัดหรือไม่ คิดถึงชีวิตที่เป็อิสระหรือครอบครัวที่จากมาหรือไม่” นายท่านสกุลซ่งถามขึ้น
คำถามนี้ส่งผลให้ดวงตาเฉี่ยวของนางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยริมฝีปากบางรูปกระจับอ้าแล้วก็หุบลงอย่างใ แต่ไหนแต่ไรมาเหลยเหลยไม่เคยคิดถึงการไถ่ถอนตัวเองมาก่อน ถึงนางจะมีครอบครัวให้คิดถึงแต่ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ถูกขายมาก็ขาดการติดต่อถามไถ่สุขทุกข์กัน ถ้านางกลับไปที่นั่นไม่แน่ว่าอาจไม่พบพวกเขาแล้วก็เป็ได้ ถ้าพบ...บิดาอาจนำนางมาขายอีกครั้งก็เป็ได้ หรือนายท่านจะรับนางเป็อนุกันนะ
“ข้าอยากไถ่ตัวเ้าสักหน่อยแต่ข้าไม่ได้จะแต่งเ้าเป็อนุหรอกนะ เ้าสบายใจได้ เมื่อไม่นานนี้ลูกสาวของข้าได้รับเทียบสู่ขอแต่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ยืนกรานที่จะไม่แต่งงานทำให้ข้าจนปัญญา จึงคิดหาหนทางออกมาได้ทางหนึ่ง นั่นก็คือรับบุตรบุญธรรมสักคนแล้วให้นางแต่งออกไปแทน” ซ่งจินเหลียงอธิบายยาวเหยียด เหลยเหลยนิ่งฟัง นายท่าน้าให้นางไปแต่งงานแทนสินะ
“เ้าวางใจเถิดตระกูลที่เ้าจะได้แต่งเข้าไปนั้นไม่ได้เลวร้ายอะไร ถึงอย่างไรเ้าก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็บุตรบุญธรรมของข้าซ่งจินเหลียง ข้าไม่มีวันให้ลูกบุญธรรมของข้าแต่งกับสกุลไม่ดีหรอก” เขาให้คำมั่น แท้จริงแล้วสกุลหลี่ของท่านเ้าเมืองนั้นดีเกินไปสำหรับฐานะของนางโลมแบบนางเสียด้วยซ้ำไป
เหลยเหลยเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อยอย่างใช้ความคิดสิ่งที่ได้ฟังนั้นไม่ได้แย่ การเป็คณิกาในหอบุปผาแห่งนี้ช้าเร็วก็ต้อง
โรยราเสื่อมโทรมไปตามสังขารกาลเวลา ไม่เว้นแม้แต่คณิกาขายศิลปะอย่างนางก็มีวัฏจักรเช่นเดียวกัน ไม่มีบุรุษคนใดอยากหาความสำราญกับสตรีสูงวัยหรอก เมื่อถึงตอนนั้นถึงนางอยากประกอบอาชีพอย่างอื่นก็ไม่แน่ว่าจะมีปัญญาแล้ว แต่เมื่อคิดถึงเถ้าแก่เนี้ยนางก็เกิดความลำบากใจขึ้นมาหลายส่วน หลายปีมานี้นางได้เถ้าแก่เนี้ยอบรมเลี้ยงดูฟูมฟักด้วยความรักความเมตตา นางจากบ้านเกิดมาั้แ่ยังเยาว์ความทรงจำเกี่ยวกับบิดามารดารวมถึงพี่น้องช่างเลือนราง มีเพียงความอบอุ่นอ่อนโยนจากเถ้าแก่เนี้ยเท่านั้นที่อุ่นซ่านในหัวใจของนาง แล้วนางจะตัดใจไปจากที่นี่ได้อย่างไร
“นายท่าน ข้าขอเวลาตัดสินใจได้หรือไม่”
“อีกสองวันข้าจะมาเอาคำตอบ” ซ่งจินเหลียงทิ้งท้ายก่อนเดินออกจากห้องไป
**************************************************************
สวัสดีค่ะนักอ่านทุกท่าน ดาวเหนือนะคะ เื่นี้เป็นิยายเื่แรกของนามปากกานี้ค่ะ แถมยังเป็เื่ที่ค่อนข้างท้าทายความสามารถของเรามากค่ะเพราะโดดมาลองเขียนจีนโบราณครั้งแรก เป็อะไรที่ไม่เคยอยู่ในแพลนมาก่อน ไม่ใช่แนวที่ถนัดเลย ภาษามันอาจจะตะกุกตะกักไปบ้าง ต้องขออภัยนักอ่านทุกคนด้วยจ้า
แรกเริ่มคิดเอาไว้ว่าจะเป็นิยายสั้น ไม่เกิน15ตอน แต่ตอนนี้เขียนไปได้ประมาณนึงแล้วแต่มีรู้สึกว่าตอนมันต้องงอกแน่ ???? มาลุ้นกันว่าจะไปจบที่กี่ตอน
ฝากนักอ่านทุกท่านเปิดใจ ท่องโลกจินตนาการไปกับดาวเหนือนะคะ ⭐
ที่สำคัญฝากกดใจ กดเข้าชั้น กดติดตามเป็กำลังใจให้ดาวเหนือกันด้วยนะคะ
ขอบคุณมากค่ะ