บทที่ 6 มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?
คนตระกูลซูมองไปที่ลู่เฉิงเฟิงอีกครั้ง
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มอย่างสดใสท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่จับจ้อง เขาคิดว่าตระกูลซูคงจะถามว่าตัวเองทำอาชีพอะไร? ครอบครัวมีกี่คน? ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ได้ถามอะไรเลย
ซูหนานชิงมองเขา “เสี่ยวลู่ วันนี้ก็ดึกแล้ว อีกอย่างอี้จวินก็คงใไม่น้อย พวกเราจะพาเธอกลับบ้านก่อน พรุ่งนี้ถ้านายมีเวลาก็ค่อยมาที่บ้านเราก็ได้”
ลู่เฉิงเฟิงพยักหน้า “ตกลงครับ คุณลุง”
“ให้ฉันสั่งคนไปส่งนายไหม?”
“ขอบคุณครับลุง แต่ไม่เป็ไรครับ บ้านผมอยู่ไม่ไกล”
ซูหนานชิงพยักหน้า จากนั้นพวกเขาก็จากไปเขาพร้อมครอบครัวและซูอี้จวิน
เมื่อเห็นขบวนรถของตระกูลซูจากไป ลู่เฉิงเฟิงก็เดินไปที่ริมถนน หยิบโทรศัพท์รุ่นเก่าออกมา พิมพ์ตอบกลับด้วยตัวเลขชุดหนึ่ง
ระหว่างทาง เขาแอบส่งข้อความรายงานสถานการณ์ ให้กับผู้คนที่อยู่เหนือเขา
จากนั้นก็เรียกรถไปที่เทียนซือกรุ๊ป
ตอนนี้บริษัทว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่คนเฝ้า ทุกครั้งที่มีภารกิจรปภ. จะถูกสั่งให้ถอนตัว
ลู่เฉิงเฟิงหยิบบัตรพนักงานออกมา บัตรนี้ดูคล้ายกับบัตรของพนักงานคนอื่น ๆ แต่ความจริงแล้วข้างในมีชิปพิเศษที่สามารถนำไปสู่ฐานใต้ดินได้โดยตรง
หลังจากเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัวของประธานบริษัท ลู่เฉิงเฟิงก็กดปุ่มชั้นใต้ดินที่สอง แล้วรูดการ์ด
ลิฟต์ลงไปจนสุด และจะไม่หยุดหากยังไม่ถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งก็คือชั้นใต้ดินที่สอง มันเลื่อนลงไปอีกประมาณเจ็ดหรือแปดชั้นก่อนที่จะหยุดลง
‘ติ๊ง’ เสียงประตูลิฟต์เปิดออก
ลู่เฉิงเฟิงก้าวออกจากลิฟต์ นี่คือพื้นที่ใต้ดินลับขนาดประมาณสนามฟุตบอล มีแสงสว่างเหมือนตอนกลางวันไม่มีผิดเพี้ยน
นี่คือสาขาขององค์กรนักฆ่าในเหยียนเฉิง
มีนักฆ่าประจำสาขานี้ทั้งหมด 24 คน ไม่รวมฮาเดสกับพรรคพวกอีก 4 คนที่ตายไป ตอนนี้ก็เหลือนักฆ่าเพียง 20 คนเท่านั้น
นักฆ่าที่กำลังฝึกซ้อมหันมามอง แววตาเย็นเยียบ
ตามปกติแล้วนักฆ่าคนอื่น ๆ รู้จักลู่เฉิงเฟิงว่าเป็นักฆ่าระดับ SSS เท่านั้นเช่นเดียวกับฮาเดส นับว่าเป็ระดับสูงสุดของวงการนักฆ่า
แต่ในวงการนักฆ่ามีกฎที่ไม่ได้เขียนไว้ ว่ากันว่าถ้า ‘ฆ่านักฆ่าที่ระดับสูงกว่าตัวเอง’ ได้ ก็สามารถ ‘แทนที่’ เขาได้
ดังนั้น คนที่นี่จึงทั้งเกรงกลัวและชื่นชมลู่เฉิงเฟิง
ลู่เฉิงเฟิงเดินตรงไปยังห้องที่อยู่ไกลออกไป ไม่แม้แต่จะชายตามองนักฆ่าคนอื่น ๆ
เมื่อมาถึงประตู ลู่เฉิงเฟิงก็เคาะประตูเบา ๆ
“เข้ามา” ด้านในมีเสียงผู้ชายตอบรับภาษาจีนอันไพเราะ บอกให้เขาเข้าไป
ลู่เฉิงเฟิงผลักประตูเปิดแล้วเดินเข้าไป เฟอร์นิเจอร์ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย เหมือนกับสำนักงานทั่วไป
ภายในห้องมีชายชาวจีน รูปร่างท้วมใหญ่จนเหมือนหมูนั่งอยู่หลังโต๊ะ ผมบางศีรษะล้าน กินอาหารบนโต๊ะเต็มไปของที่มีแคลอรี่สูง ชายคนนั้นกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย
นี่คือหัวหน้าสาขาประจำเหยียนเฉิงขององค์กรนักฆ่า ชื่อ ‘ฟรานซิส’ แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ชื่อจริงของเขา
ฟรานซิสไม่ใช่นักฆ่า แต่เป็คนที่สำนักงานใหญ่ส่งมา ผู้ชายคนนี้เก่งเื่การโน้มน้าวคนมากที่สุด
เมื่อฟรานซิสเห็นลู่เฉิงเฟิง รอยยิ้มที่น่าขยะแขยงก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา และใบหน้าที่อ้วนท้วนและมันเยิ้มของเขาก็สั่นสะท้านขณะที่พูดว่า “ว่ายังไงั? ภารกิจสำเร็จแล้วใช่ไหม? โอ้ ขอโทษ ฉันไม่น่าถามแบบนั้นเลย นายไม่มีทางทำภารกิจล้มเหลวอยู่แล้วใช่ไหม?”
ลู่เฉิงเฟิงเดินไปที่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะแล้วมองอีกฝ่าย “ภารกิจล้มเหลว”
ทันใดนั้นสีหน้าของฟรานซิสก็แข็งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะลั่น เขาคิดว่าลู่เฉิงเฟิงกำลังล้อเล่น เพราะตราบใดที่ัะเืเวหาลงมือ ไม่เคยมีภารกิจไหนที่ไม่สำเร็จ
ลู่เฉิงเฟิงมองดูเขาด้วยท่าทีเบื่อหน่าย “ฮาเดสกับคนอื่น ๆ ตายแล้ว ฉันฆ่าพวกมันเอง”
ฟรานซิสตัวแข็งทื่อราวกับไก่ที่โดนบีบคอ เสียงหัวเราะหยุดชะงักลงทันที และเขามองด้วยสีหน้าตกตะลึง
“ั นายกำลังล้อเล่นกับฉันอยู่ใช่ไหม?”
ลู่เฉิงเฟิงยังคงสีหน้าไร้ความรู้สึก และนิ่งเงียบ
ดวงตาของฟรานซิสเบิกกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นก็ตระหนักได้ว่าลู่เฉิงเฟิงไม่ได้กำลังล้อเล่น สีหน้าของชายอ้วนก็มืดหม่นลงทันที
ลู่เฉิงเฟิงพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เป้าหมายของการลอบสังหารครั้งนี้ เป็ผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตฉันไว้ ฉันจะปกป้องเธอ ฆ่าใครก็ตามที่แตะต้องเธอ”
“ส่วนเื่ที่ฮาเดสกับคนอื่น ๆ ตาย ฉันจะรับผิดชอบเอง ส่วนความเสียหายที่เกิดกับสำนักงานใหญ่ ฉันจะชดใช้เอง อยากให้จ่ายเท่าไหร่ก็ว่ามา?”
“อีกอย่าง ฉันอยากรู้ว่าครั้งนี้ใครเป็คนจ้างวาน”
หลังจากพูดจบ ลู่เฉิงเฟิงก็หยิบแฮมเบอร์เกอร์จากบนโต๊ะมากัดคำหนึ่ง ก่อนจะพูดอย่างจริงจัง “ก่อนที่ฉันจะกินเบอร์เกอร์นี้เสร็จ ฉันอยากได้ยินคำตอบที่้า”
ฟรานซิสจ้องเขาด้วยแววตาแข็งกร้าว พูดด้วยน้ำเสียงเ็า “ั นี่นายรู้ตัวไหมว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่? รู้ไหมว่าต้องใช้เงินและกำลังคนเท่าไหร่ในการฝึกฮาเดสที่สำนักงานใหญ่?”
“และที่สำคัญที่สุด เราไม่อนุญาตให้ฆ่าเพื่อนร่วมทีมระหว่างภารกิจโดยเด็ดขาด ถ้านายทำแบบนั้น นายก็ถูกล่าโดยทั้งองค์กร นาย...”
ลู่เฉิงเฟิงขัดจังหวะอย่างเ็า “ฉันไม่อยากฟังเื่ไร้สาระ รู้ไหมว่าฉันหาเงินมาให้สำนักงานใหญ่ได้มากขนาดไหนใน่หลายปีที่ผ่านมา? ซื้อชีวิตฮาเดสได้เป็ร้อย ๆ ชีวิตเลยด้วยซ้ำ”
“ถ้าสำนักงานใหญ่้าจะฆ่าฉันจริงๆ ก็เชิญ ฉันรออยู่ แต่ฉันกลัวว่าพวกมันจะไม่มีความกล้าซะมากกว่า... ทีนี้ บอกฉันมา ผู้ว่าจ้างคือใคร”
ฟรานซิสจ้องเขากลับอย่างเคียดแค้น “นายกำลังข่มขู่ฉัน? ข่มขู่สำนักงานใหญ่?”
“ใช่ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?”
ฟรานซิสะโออกมา “ั นายคิดว่าตัวเองสามารถต่อกรกับสำนักงานใหญ่ได้จริง ๆ เหรอ? ฉันรับรองเลยว่า ถ้าสำนักงานใหญ่รู้เื่นี้ ภายในครึ่งเดือน นายต้องตายแน่!”
“งั้นก็อย่าเพิ่งให้สำนักงานใหญ่รู้ ฉันจะถามเป็ครั้งสุดท้าย ใครคือผู้ว่าจ้าง?”
“ั นายจะแหกกฎเหรอ? ข้อมูลของผู้ว่าจ้างเป็ความลั…”
‘ฉัวะ!!!’
แสงเย็นวาบปรากฏขึ้น
เสียงของฟรานซิสหยุดลงทันที
ลู่เฉิงเฟิงกินแฮมเบอร์เกอร์เสร็จพอดี เขาหยิบกระดาษทิชชู่บนโต๊ะมาเช็ดมือ เดินไปดึงมีดบินที่ปักอยู่ที่หว่างคิ้วและลำคอของฟรานซิสออก เช็ดเืบนมีดบินด้วยเสื้อผ้าของเขา
ฟรานซิสถูกจัดการก่อนจะได้กระพริบตาด้วยซ้ำ เืไหลออกมาจากหว่างคิ้วของเขาผสมกับเืที่พุ่งออกมาจากลำคอ หยดลงบนเสื้อสูทสีขาว ค่อย ๆ กระจายออกเป็วงกว้าง
“ฉันบอกแล้วว่าอย่าเพิ่งให้สำนักงานใหญ่รู้ แต่แกพล่ามไร้สาระไม่หยุด คิดว่าฉันไม่รู้เื่สกปรกของแกกับฮาเดสหรือไง? อยากจะฆ่าฉันมานานแล้วใช่ไหม? แต่น่าเสียดายที่พวกแกไม่มีโอกาสนั้นแล้ว”
ลู่เฉิงเฟิงแสยะยิ้มอย่างน่าขนลุก ดึงสร้อยคอที่คอของฟรานซิสออกมา จี้เป็ลูกะุยาวประมาณนิ้วกลาง เมื่อคลายเกลียวจากตรงกลาง ก็จะเผยให้เห็นแฟลชไดรฟ์อยู่ด้านใน
เขาเปิดคอมพิวเตอร์ เสียบแฟลชไดรฟ์ ปลายนิ้วทั้งสิบขยับไปมาบนแป้นพิมพ์
ไม่นาน ลู่เฉิงเฟิงก็พบสิ่งที่เขา้า
เมื่อเขาเห็นบุคคลในภาพ ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็หรี่ลงอย่างรวดเร็ว เสียงหายใจหอบถี่เร็วรัว รังสีสังหารแผ่ภายในร่างของชายหนุ่มแผ่ออกจนแทบจะเห็นได้ด้วยตาเปล่า
แม้ว่าภาพถ่ายจะถูกถ่ายแบบลับ ๆ ทั้งยังเบลอจนแทบมองไม่ออก อีกทั้งบุคคลในภาพก็เปลี่ยนไปมากหากเทียบกับเมื่อก่อน ทว่าลู่เฉิงเฟิงจำคนในภาพได้ในทันที
“เหยียนเจี้ยนตง ในที่สุดก็เจอแกแล้ว”
ลู่เฉิงเฟิงยิ้มเยาะสยดสยอง ดวงตาเ็า หมัดกำแน่นจนเกือบเห็นกระดูกนิ้วชัดเจน
เขาเหลือบมองศพฟรานซิสที่ตายไปแล้ว “ฉันเคยบอกให้แกช่วยตามหาคน ๆ นี้ให้ แต่แกกลับทำให้เขากลายเป็ผู้ว่าจ้าง แถมยังให้ฉันไปฆ่าผู้มีพระคุณของตัวเองอีก ฉันไม่น่าปล่อยให้แกตายง่าย ๆ แบบนี้เลย”
ลู่เฉิงเฟิงแผ่รังสีสังหารที่น่ากลัวออกมา เก็บแฟลชไดรฟ์ไว้ ข้างในมีข้อมูลลับสำคัญมากมาย เก็บไว้เผื่อมีประโยชน์ในวันหลัง
ทันใดนั้นเขาก็ใช้คอมพิวเตอร์ของฟรานซิสส่งเมลล์ไปยังผู้บริหารระดับสูงทุกคนในบริษัท ในนั้นเขียนไว้คร่าว ๆ ว่า ‘ฉันกำลังจะไปต่างประเทศและคงไม่อยู่สักพัก ใน่ที่ฉันไม่อยู่ ฉันขอแต่งตั้งลู่เฉิงเฟิงเป็ผู้จัดการทั่วไป รับผิดชอบทุกอย่างในสาขา’
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ลู่เฉิงเฟิงก็หยิบปืนพร้อมกระบอกเก็บเสียงออกมาจากใต้โต๊ะ ฟรานซิสเก็บมันเอาไว้เพื่อใช้ป้องกันตัว แต่น่าเสียดายที่ต่อหน้าลู่เฉิงเฟิง ชายอ้วนไม่มีโอกาสได้ััปืนด้วยซ้ำ
ลู่เฉิงเฟิงถือปืนพกเดินออกไปข้างนอก