ตอนที่ 12
ป้ายคำสั่งปราบมาร
“พี่ซิงซินมีอะไรหรือขอรับ” ระหว่างไป๋ซิงซินกำลังมองเหตุการณ์ภายในลานฝึกของสำนักราชสีห์คู่อยู่นั้นชุนหยางผู้ไม่ทราบเนื้อหาในจดหมายข่าวกรองของสำนักปราบมารพลันเดินเข้ามาที่ริมหน้าต่างเพื่อมองดูตามทิศทางที่ไป๋ซิงซินกำลังมองอยู่และภาพที่ชุนหยางได้เห็นก็เป็ภาพของคนกลุ่มหนึ่งกำลังรุมล้อมคนเพียงคนเดียวเอาไว้ราวกับกำลังหาเื่กันไม่มีผิด
“ผู้ต้องสงสัยว่าเป็ผู้ฝึกฝนวิชามารในครั้งนี้อยู่ในสำนักราชสีห์คู่คราวนี้เลยไม่เหมือนตอนบ้านสกุลซูที่มีแค่นายหญิงคนเดียวที่เป็ผู้ฝึกฝนพลังิญญาแต่ในสำนักนั่นอย่างน้อยก็ต้องมีศิษย์และอาจารย์ราวกับยี่สิบคนเป็อย่างน้อย”ไป๋ซิงซินตอบพลางจับตามองเหล่าศิษย์ของสำนักราชสีห์คู่อย่างตั้งใจ สำนักราชสีห์คู่เป็สำนักเล็กๆที่ก่อตั้งโดยสองพี่น้องผู้ฝึกฝนพลังิญญาที่มีชื่อเสียงระดับหนึ่งโดยในสำนักมีอาจารย์ทั้งสิ้น 2 คนซึ่งก็คือ 2 ราชสีห์แห่งเมืองฉางเจานั่นเอง ส่วนผู้ฝึกฝนพลังิญญาคนอื่นๆในสำนักที่เหลือก็คือศิษย์ของทั้งสองคนนั่นเอง
“ผู้ต้องสงสัย? หมายความว่าเรายังไม่รู้สินะขอรับว่าใครเป็ผู้ฝึกฝนวิชามาร”ชุนหยางยังไม่เข้าใจวิธีการทำงานของสำนักปราบมารเสียเท่าไหร่ ดูเหมือนพวกเขาจะรับเื่และเบาะแสจากเหล่าผู้คนภายในเมืองแล้วค่อยส่งคนของสำนักมาจัดการอีกทีแถมอำนาจของสำนักปราบมารยังสูงมากด้วยดูจากการยื่นตราให้ทหารเฝ้าประตูก็ทำเอาพวกเขาแทบจะรีบเชิญเข้าเมืองทันที
“ใช่ สำหรับผู้ฝึกฝนพลังิญญาธรรมดาไม่สามารถตรวจจับไอมารได้หรอกแต่พวกเราสำนักปราบมารมีวิธีแยกแยะได้ว่าใครมีไอมารในร่าง” ไป๋ซิงซินตอบพลางมองการต่อสู้ระหว่างศิษย์สำนักราชสีห์คู่ด้วยใบหน้านิ่งเฉยดูเหมือนภายในสำนักตอนนี้จะไม่มีอาจารย์ของสำนักอยู่เลย แถมท่าทีของเหล่าศิษย์ที่กำลังรุมล้อมศิษย์อีกคนนั้นก็ดูเอาจริงเอาจังเป็อย่างมากราวกับจะเล่นกันให้ถึงตายเลย
“แยกแยะไอมารหรือขอรับ”ชุนหยางเพิ่งจะได้ยินเื่นี้เป็ครั้งแรกก็ได้แต่นึกฉงนในใจความจริงั้แ่เริ่มใช้วิชามารมาชุนหยางก็ััถึงพลังในร่างได้แล้วเพียงแต่ชุนหยางทั้งปลุกพลังิญญาและใช้วิชามารได้ในเวลาไล่เลี่ยกันก็เลยยังแยกไม่ออกว่าพลังแบบไหนคือไอมารพลังแบบไหนคือพลังิญญาแต่ถึงอย่างนั้นชุนหยางก็พอจะทราบความแตกต่างระหว่างพลังทั้งสองอย่างนี้อยู่บ้าง
โครม!!
ชุนหยางยังไม่ทันถามอะไรต่อการต่อสู้บนลานฝึกฝนของสำนักราชสีห์คู่ก็เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆยิ่งดูเท่าไหร่มันก็ยิ่งไม่เหมือนการฝึกซ้อมเลยแม้แต่น้อยเพราะชายหนุ่มร่างสูงที่ถูกรุมล้อมอยู่ตรงกลางกำลังโดนศิษย์คนอื่นๆใช้ดาบจริงๆรุมโจมตีจนเสื้อผ้าขาดวิ่นแต่ฝ่ายที่กำลังเสียเปรียบกลับเป็พวกรุ่นพี่ที่กำลังรุมล้อมอยู่ต่างหาก เพราะหนึ่งในพวกเขากลับโดนหมัดของคนตรงกลางส่งไปนอนอยู่ข้างกำแพงเสียแล้ว
“เป้าหมายในครั้งนี้ระบุว่าต้องสงสัยจะเป็ผู้ฝึกฝนวิชามารคลุ้มคลั่งผู้ฝึกวิชานี้จะมีร่างกายแข็งแกร่งทนทาน แต่หากต่อสู้ไปแล้วจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งและกระหายเือย่างรุนแรงต่อให้เป็ศิษย์ร่วมสำนักก็คง..”
โครม!!
ไป๋ซิงซินยังพูดไม่ทันจบร่างของชายคนหนึ่งก็โดนศิษย์ร่วมสำนักเหวี่ยงกระแทกลองกับพื้นก่อนที่ชายหนุ่มผู้ถูกรุมล้อมเอาไว้จะรีบวิ่งเข้ามาซ้ำชายคนนั้นด้วยกำปั้นที่ทั้งหนักทั้งรุนแรงอย่างไม่ยั้งมือยามนี้ถึงจะโดนเพื่อนร่วมสำนักคนอื่นๆพยายามขวางก็ไม่อาจหยุดการโจมตีของชายคนนั้นได้เลยแถมดาบที่โจมตีเข้าไปก็ทำได้เพียงตัดเสื้อผ้าภายนอกเท่านั้น
“ท่าทางจะไม่ผิด ข้าจะเข้าไปตรวจสอบไอมารของมันหน่อยเ้ารออยู่ที่นี่ก็แล้วกัน”ไป๋ซิงซินเห็นท่าทีของชายที่ถูกรุมเหมือนจะควบคุมตัวเองไม่ได้แล้วก็รู้สึกมั่นใจอยู่หลายส่วนว่าชายคนนั้นจะต้องเป็ผู้ฝึกวิชามารที่ได้รับเบาะแสมาอย่างแน่นอนที่เหลือก็แค่เข้าไปยืนยันว่าชายคนนั้นมีไอมารหรือไม่ ขอเพียงตรวจพบไอมารนางก็ต้องสังหารตามหน้าที่ทันที
“เดี๋ยวก่อนขอรับพี่ซิงซิน ทางนั้นมีคนของสำนักกำลัง...”ชุนหยางบังเอิญเห็นคนของสำนักราชสีห์คู่กลุ่มหนึ่งกำลังจะเดินกลับเข้าไปในสำนักก็พยายามจะห้ามไป๋ซิงซินเอาไว้เพียงแต่เสียงของชุนหยางนั้นกลับช้ากว่าตัวของไป๋ซิงซินมาก เผลอเพียงครู่เดียวไป๋ซิงซินก็ะโข้ามจากฝั่งโรงเตี๊ยมเข้าไปที่กำแพงของสำนักราชสีห์คู่เสียแล้ว
“ช่วยศิษย์พี่รองเร็วเข้า”ไป๋ซิงซินเข้ามาถึงระยะที่ได้ยินเสียงของเหล่าศิษย์สำนักราชสีห์คู่แล้วเพียงแต่คำแรกที่นางได้ยินกลับเป็เสียงของกลุ่มศิษย์ที่เข้าไปรุมล้อมผู้ฝึกฝนวิชามารเอาไว้นั่นเองพวกเขาพยายามช่วยกันหยุดผู้ฝึกฝนวิชามารเอาไว้ไม่ให้มันทุบตีชายที่ถูกเรียกว่าศิษย์พี่รองจนตายคามือ
“ไอ้พวกโง่ ในเมื่อพวกเ้ารักศิษย์พี่ใหญ่นักข้าจะส่งพวกเข้าไปอยู่กับมันให้หมดก่อนอื่นก็เ้าเป็คนแรก” ชายผู้ฝึกฝนวิชามารหัวเราะอย่างสะใจระหว่างทุบตีศิษย์พี่รองของคนกลุ่มนั้นจนใบหน้าของศิษย์พี่รองแทบจะย้อมไปด้วยสีแดงอยู่แล้ว
“ไอ้ปีศาจ...ข้าจะฆ่าเ้า” ถึงชายที่อยู่ด้านหลังจะแสดงความโกรธแค้นและใช้ดาบในมือโจมตีใส่ผู้ฝึกฝนวิชามารแค่ไหนร่างกายของมันก็ไม่ระคายเคืองแม้แต่น้อยดาบในมือของศิษย์คนอื่นๆไม่อาจฟันเข้าิัอันแข็งแกร่งของผู้ฝึกฝนวิชามารได้เลย
“เป็วิชามารคลุ้มคลั่งจริงๆ”ไป๋ซิงซินยามเข้ามาใกล้ก็ััไอมารจากตัวชายที่ถูกรุมได้จริงๆเสียด้วย
“เ้าเป็ใคร...”ระหว่างทุบตีร่างของชายที่นอนอยู่บนพื้นอยู่ๆจิตสังหารของไป๋ซิงซินก็แล่นวาบเข้าใส่ร่างของผู้ฝึกฝนวิชามารอย่างกะทันหันทำเอาผู้ฝึกฝนวิชามารผู้นั้นชะงักมือที่ใช้ทุบตีเพื่อนร่วมสำนักลงก่อนจะหันไปมองไป๋ซิงซินด้วยท่าทีดุร้าย
ฟุบ!!
ไม่ต่างจากตอนเข้าไปโจมตีซูเยว่เซียงเท่าไหร่เมื่อทราบแล้วว่าอีกฝ่ายคือผู้ฝึกฝนวิชามารไป๋ซิงซินก็ไม่มีท่าทีลังเลแม้แต่น้อยแถมครั้งนี้ยังเป็ผู้ฝึกฝนวิชามารคลุ้มคลั่งเช่นเดียวกับคนที่สังหารคนในตระกูลของนางอีกด้วยทำเอาจิตสังหารของไป๋ซิงซินนั้นรุนแรงเป็พิเศษ
“อะไรกัน คิดว่ากระบี่เล่มบางแค่นั้นจะทำอะไรข้าได้”ผู้ฝึกวิชามารหัวเราะออกมาก่อนจะลุกขึ้นจากร่างของศิษย์ร่วมสำนักเพื่อรับมือกับไป๋ซิงซินเพียงแต่ความเร็วของไป๋ซิงซินนั้นก็ไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อยชายผู้ฝึกฝนวิชามารยังไม่ทันจะได้ลุกขึ้นยืนดีๆไป๋ซิงซินก็เข้าถึงตัวเสียแล้ว
ฉึก!!
หนังที่ทั้งหนาและเหนียวจนดาบของเหล่าศิษย์โจมตีไม่เข้ากลับถูกกระบี่ของไป๋ซิงซินแทงทะลุร่างอย่างง่ายดายราวกับเสียบเข็มเข้าแผ่นหนังไม่เหมือนกับการต่อสู้กับมารราคะไป๋ซิงซินนั้นฝึกฝนวิชาต่อสู้เพื่อรับมือกับมารคลุ้มคลั่งมามากที่สุดแถมชายคนนี้ยังฝึกวิชามารคลุ้มคลั่งได้ไม่นานเท่าไหร่ด้วยเรียกได้ว่าระดับพลังิญญาต่ำกว่าซูเยว่เซียงหลายเท่าเลยก็ว่าได้
“อะไรกัน...”ไม่ใช่แค่ผู้ฝึกฝนวิชามารเท่านั้นที่ใ แม้แต่เหล่าศิษย์รอบๆเองต่างก็ไม่อยากจะเชื่อสายตากันทั้งนั้นชายที่ไป๋ซิงซินเพิ่งจะสังหารไปคือบุตรชายของเ้าสำนักคนพี่ที่เพิ่งเข้าสำนักได้ไม่นานแต่เดิมฮุ่ยหวงเป็บุตรชายของเ้าสำนักก็จริงแต่กลับปลุกพลังิญญาภายในร่างไม่ได้ก็เลยไม่ได้เข้าเป็ศิษย์ในสำนักแต่เมื่อครึ่งปีก่อนอยู่ๆฮุ่ยหวงก็ปลุกพลังิญญาสำเร็จและได้เข้าเป็น้องเล็กในสำนักในที่สุดในยามนั้นเหล่าศิษย์ร่วมสำนักต่างร่วมยินดีและชื่นชมในความพยายามของฮุ่ยหวง เพียงแต่ความยินดีนั้นก็อยู่ได้ไม่นานนักวันหนึ่งระหว่างศิษย์พี่ใหญ่กำลังทำหน้าที่ช่วยฮุ่ยหวงฝึกฝนวิชา อยู่ๆฮุ่ยหวงก็เริ่มต่อสู้อย่างจริงจังจนกระทั่งสังหารพี่ใหญ่ตายคามือเหตุการณ์นั้นสร้างความแตกตื่นใจให้กับเหล่าศิษย์เป็อย่างมากแต่เ้าสำนักกลับปิดเื่นี้เอาไว้และสั่งห้ามไม่ให้เหล่าศิษย์แพร่งพรายเื่นี้ออกไปสุดท้ายด้วยการกดดันของเ้าสำนักทำให้พี่ใหญ่ตายเพราะอุบัติเหตุระหว่างฝึกเท่านั้นแต่ถึงเหล่าศิษย์จะไม่กล้าต่อต้านเ้าสำนักแต่ความแค้นที่มีกลับไม่อาจลบเลือนหลังจากวางแผนกันมานานพวกเขาก็ตัดสินใจจะล่อเ้าสำนักทั้งสองออกไปแล้วล้อมสังหารฮุ่ยหวงกันเองแต่ใครจะไปคิดว่าฮุ่ยหวงจะแข็งแกร่งถึงขึ้นมาอย่างก้าวะโถึงขั้นอาวุธของพวกเขาไม่ระคายผิวมันเลยเล่า
“ฮ้าๆ... กรรมตามสนองแล้ว” ศิษย์คนหนึ่งที่อยู่ไม่ห่างจากศพของฮุ่ยหวงนักแสยะยิ้มออกมาก่อนจะหัวเราะราวกับคนเสียสติอยู่ๆก็มีหญิงสาวสวมหน้ากากโผล่มาสังหารฮุ่ยหวงแทนพวกตนเช่นนี้ช่างเป็เื่ที่น่าใจริงๆ
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”ไม่ใช่เพียงเหล่าศิษย์เท่านั้นที่ตื่นใกับสถานการณ์ตรงหน้าเพราะเ้าสำนักทั้งสองที่เพิ่งกลับมาถึงสำนักเองต่างก็ใเช่นเดียวกันหนึ่งคือบิดาของฮุ่ยหวงนามฮุ่ยซันกง อีกหนึ่งคืออาของฮุ่ยหวงนามว่าฮุ่ยจินอวิ๋นทั้งสองยืนตะลึงเบื้องหน้าประตูสำนักแถมฮุ่ยซันกงยังโกรธจัดเสียจนตัวสั่นเสียอีก
ฉึบ...
ไป๋ซิงซินดึงดาบออกจากร่างของฮุ่ยหวงก่อนจะหยิบป้ายแสดงตัวของสำนักปราบมารขึ้นมาให้เ้าสำนักทั้งสองดูเมืองฉางเจาแห่งนี้ไม่เหมือนเมืองบ้านนอกอย่างเมืองจินซุย เ้าสำนักทั้งสองย่อมรู้จักป้ายคำสั่งปราบมารเป็แน่
“สำนักปราบมาร...” ทันทีที่ฮุ่ยซันกงเห็นป้ายคำสั่งปราบมารก็ชะงักเท้าที่กำลังจะพุ่งเข้ามาไป๋ซิงซินไปทันทีถึงจะไม่ใช่เ้าสำนักในเมืองใหญ่อะไรแต่ฮุ่ยซันกงก็รู้จักป้ายคำสั่งปราบมารดีเมื่อศิษย์ของสำนักปราบมารสังหารผู้ต้องสงสัยว่าฝึกวิชามารตามคำสั่งขององค์จักรพรรดินอกจากคนของทางการแล้วไม่มีผู้ใดสามารถขัดขวางศิษย์ของสำนักปราบมารได้นั่นถือเป็ความรู้พื้นฐานที่คนของสำนักต่างๆทราบดีต่อให้เห็นบุตรชายตนเองนอนสิ้นใจอยู่ตรงหน้าภายใต้คมกระบี่ของศิษย์สำนักปราบมารก็ต้องยอมปล่อยผู้ลงมือสังหารไปเท่านั้น และหากสงสัยว่าการตัดสินใจของศิษย์สำนักปราบมารผู้นั้นผิดพลาดฮุ่ยซันกงก็ต้องไปร้องเรียนกับทางการอีกทีถึงจะถูกต้องตามขั้นตอนแต่...พ่อคนไหนมันจะไปใจเย็นเมื่อเห็นบุตรชายตายต่อหน้าต่อตาได้กัน
“สำนักปราบมารแล้วอย่างไรกัน...”ฮุ่ยซันกงปลดปล่อยพลังิญญาออกมาอย่างรุนแรงทำเอาเหล่าศิษย์ถึงกับหน้าซีดเผือดถึงจะเป็เพียงสำนักเล็กๆแต่ระดับเ้าสำนักก็ไม่ได้กระจอกเลยแม้แต่น้อย