Love Status : รัก..แบบไหน?

    Love Status : รัก..แบบไหน ?  |  EP. 4

    ​หลังจากเมื่อวานตอนเย็นที่ผมได้เจอไอ้พี่ควอตหน้าร้านอาหาร ก็มีการปรับเปลี่ยนแผนการฝึกงานของผมกับไอ้ก็อตกันเล็กน้อยครับ..

    ...อืมมม..ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้นแหละนะ ~...ซะที่ไหนกันล่ะห๊าาา!!!!! *0*//แว๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~ *พ่นไฟ*แบบนี้เค้าไม่เรียกว่าเล็กน้อยแล้วโว้ยยยยยยยยยย !!!โอ๊ยยย~ พูดไปก็ทึ้งหัวตัวเองไป ... ฮือออ.. T^T//...ก็ไอ้ก็อตน่ะสิครับ มันได้ย้ายไปอยู่แผนกเดียวกับพี่อาร์ตโคตรพ่อพระของพวกผมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนผมน่ะเหรอ..เซ็งจัดๆตรงที่ดันต้องมาอยู่ฝึกงานต่อกับแผนกไอ้พี่ควอตซ์มันเหมือนเดิมนี่แหละ เฮ้อออ~ ขอถอนหายใจแบบเฮือกใหญ่ๆ~ T^Tจริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้ผมอยากจะเคลียร์เรื่องเก่าๆที่ค้างคาในใจให้รู้แล้วรู้รอดไปซะ แต่ไม่รู้ทำไมพอเจอกับไอ้เจ้าคนต้นเรื่องเข้าจริงๆ ยอมรับแบบลูกผู้ชายเลยครับว่ามันก็พูดไม่ออกแล้วเหมือนกัน หรืออาจเป็นเพราะเรื่องที่ผมได้รู้จากพี่อาร์ตว่าไอ้พี่ควอตซ์มันไปเรียนต่อกันนะ? หรือว่ามันจะติดต่อใครไม่ได้เลยจริงๆ? แต่นี่มันก็สมัยไหนแล้ววะ เน็ตก็มี ถ้าอยากติดต่อกันจริงๆแม่งง่ายจะตาย หรือว่ามันอาจมีเหตุผลอื่นที่ผมยังไม่เข้าใจ? หรือว่า..ผมควรจะปล่อยเรื่องนี้ไปก่อนแล้วกัน.. ก็ต้องแบบนั้นน่ะเซ่ !!!!ก็มันเล่นกุมชะตาชีวิตนิสิตฝึกงานอย่างผมอยู่นี่นา ขืนทะเล่อทะล่าทำให้มันโกรธขึ้นมา คราวนี้ล่ะไอ้ดรีมเอ้ยยย~ ศพไม่สวย คงต้องฝึกงานซ้ำกันอีกรอบแน่ๆ ให้มันผ่านไปทีเดียวรอบเดียวนี่แหละ ยังไงก็ต้องใจเย็นๆเข้าไว้.. = =“แม่งงงง ตั้ง 3 ปี 3 ชาติ ไม่ยักจะเห็นมันอยากเจอผมเลยสักวินาทีเดียว ตอนนี้เกิดติสท์แตกแดกอะไรเข้าไปวะ ถึงมากักตัวผมไว้เนี่ยะ..? คะแนนฝึกงานที่ผมหวังยิ่งชีพว่ามันจะเป็นที่เชิดชูเกรดเฉลี่ยรวมของผมให้ดีขึ้น คงถึงกาลหัวทิ่มลงเหวแน่นอนก็คราวนี้.. ปริญญาเกียรตินิยมจ๋าาา.. ลาก่อนนะ.. บายยย~ T^T//“เซ็นตรงนี้เลยจ่ะ” เสียงพี่แนนนี่พูดขึ้นพลางก้มๆเงยๆชี้ตำแหน่งลงนามในหน้ากระดาษให้ไอ้คนตัวสูงที่นั่งอยู่หลังโต๊ะตัวใหญ่สีขาวเอาเถอะ.. บ่นในใจให้หงุดหงิดไปยังง้ายยย~ยังไง มันก็ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไรอยู่แล้ว แถมสถานะการณ์ของผมก็คงไม่เปลี่ยนแปลง เลยทำได้แค่รวบรวมเอาความหงุดหงิดทั้งหมดเปลี่ยนเป็นพลังงานจิตสังหาร กูจะจ้องให้ตัวมึงลุกเป็นไฟเลยคอยดู้ววว~ว์!!“ผมว่าวันนี้ห้องมันร้อนๆนะครับ” หรือว่าจะได้ผลจริงๆวะ? *0*//“ไฟอาคารขัดข้องน่ะจ่ะ พี่เห็นช่างไฟกำลังซ่อมกันอยู่ คงอีกสักพักน่าจะใช้งานได้” พี่แนนนี่ตอบกลับ ปัดโถ่ T^Tพี่แนนนี่ เธอเป็นเลขาผู้ดูคิวงานและเอกสารเบิกจ่ายทั้งหมดของแผนกโปรดักชั่นครับ แถมยังเป็นทราฟฟิคผู้กระจายชิ้นงานของแผนกโปรดักชั่นไปยังแผนกอื่นๆอีกด้วย เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆที่อารมณ์ดี ร่างเริง แถมบุคลิกของเธอก็ดูเข้ากับชุดสีเขียวที่เธอใส่ ถึงแม้ตัวเธอจะไม่สูงมากนัก แต่ดูๆแล้วก็น่ารักดีครับ ผมว่าเธอเหมือนตัวชิปมั้งในหนังเรื่อง Alvin เลยล่ะครับ แค่ต่างกันตรงที่ตอนนี้เธอไม่ร้องเพลงและเต้นไปด้วยเท่านั้นเอง“อ่อออ.. นี่ครับพี่” ไอ้พี่ควอตซ์พูดพลางยื่นแฟ้มเอกสารสีเข้มกลับไปให้เธอ ก่อนที่เธอจะยิ้มตอบกลับแล้วเดินออกจากห้องสี่เหลี่ยมนี้ไป ทิ้งให้เหลือไว้แค่ผมเท่านั้นที่ยังยืนเซ็งๆหัวโด่อยู่ตรงหน้าไอ้คนตัวสูง ณ ห้องทำงานชั้น 5 ฝ่ายบริหารนี่........“ไม่อยากฝึกงานกับกูขนาดนั้นเลย?” ก็ใช่น่ะเซ่!!! ถึงจะอยากตอบแบบนี้ไป แต่ผมก็ทำได้แค่คิดในใจเท่านั้นแหละครับ ป๊อดฉิบหายกู = =”“เปล่า.....ครับ” กูต้องใจร่มๆเข้าไว้~ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนผมกับคนตรงหน้าจะเคยถูกคอกันมาก็จริง แต่ตอนนี้ก็ชักไม่แน่ใจเท่าไหร่แล้วว่ามันอยากสนิทกับผมอยู่รึเปล่า.. อย่างน้อยผมต้องไม่ทำตัวดูก้าวร้าว สุภาพเข้าไว้ ยังไงมันก็แก่กว่า แถมเป็นผู้กุมชะตาเกรดฝึกงานผมอยู่หายใจเข้าาา~ หายใจออกกก~ =0=“เมื่อวานไอ้อาร์ตมันให้พวกมึงดูงานเก่าๆของที่นี่แล้วใช่มั้ย?”“ครับ”“ครับซะด้วย.. ก็ดี.. แล้วมึงอยากทำอะไร?”“อยากทำอะไร..?” ผมทวนคำถาม..“กูหมายถึง.. มึงมาที่นี่มึงอยากฝึกงานอะไร แนวไหน?”“อ๋อออ.. เอ่ออออ.. อะไรก็ได้.. ได้หมด.. ครับ” ไหนๆก็มาฝึกงานเพื่อหาประสบการณ์อยู่แล้ว ผมว่า..ถึงจะได้ทำแนวที่ไม่ถนัดดูบ้าง มันก็น่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดีเหมือนกันล่ะนะ“อะไรก็ได้.. ได้หมด.. งั้นเหรอวะ?” ไอ้พี่ควอตซ์ทวนคำ ทำไมเหมือนเห็นแม่งกระตุกยิ้มที่มุมปากเล็กๆด้วยวะ“คะ..ครับ” เอ่อ..ชักจะหวั่นๆละกู = ="“งั้นมึงเคย.. ทำงานอื่นบ้างมั้ย ?” มันพูดพลางพับพอตผลงานเก่าๆของผมที่แนบส่งให้พี่คิมเบอรี่ไปตั้งแต่ตอนยื่นสมัครขอเข้าฝึกงาน ก่อนจะเงยหน้ามองมาด้วยสายตาคมคายเชี่ยะ..รู้สึกเสียวสันหลังว้าบบบบบบ~!!“อะ.. อะไรนะครับ?” มันกำลังหมายถึงงานแบบอื่นงี้เหรอวะ ? แบบไหนวะ ? หรือนี่มันจะให้ผมไปทำอะไร ? แล้ว.. แล้ว.. แล้ว.. ทำไม.. แม่งถึงมองผมแบบนั้นล่ะวะ สายตาคมๆของแม่งค่อยสำรวจผมไล่ตั้งแต่เท้า ไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ.. เรื่อยๆ..เชี่ยะะ..หรือว่า.."เคยทำพาร์ทไทม์ร้านไก่ทอดตอนปิดเทอมครับ" = =“กูหมายถึง มึงเคยทำชิ้นงานอื่นๆนอกจากงานส่งอาจารย์บ้างมั้ย ? นี่มึงจะฝึกงานโปรดักชั่นอยู่ใช่มั้ยเนี๊ยะ ?”“อ่าววว..”  คิดไปถึงไหนวะเนี๊ยะกู T T//“มึงเคยส่งงานตัวเองลงแข่งบ้างมั้ย?”“แข่ง..?”“เออ..งานประกวดอ่ะ”“เอ่ออออ..” พยายามไล่นึก จริงๆก็มีอยู่บ้างนะครับ ถ้าจะให้พูดล่ะก็..“แล้วงานลูกค้าล่ะ..?” เชี่ยะ.. กูยังไม่ทันตอบเลย !!“มิ...”“งานฟรีแลนซ์ระหว่างมึงเรียน..?” กูกำลังจะตอบว่ามี !!“มิ...” “งานทำเล่น งานอดิเรก หรือ งานที่มึงทำลงเน็ตแล้วมีคนเห็นผลงานมึงมากกว่า 1 คนน่ะ .. สรุป.. นี่มึงไม่มีประสบการณ์อะไรเลยงั้นเหรอ..?” กูกำลังจะตอบว่ามีโว้ยยย~ !!.....อืมมม.. เอาที่มึงสะบายใจละกัน.....“เหอะ~ ไม่ได้เรื่องเลยว่ะ~” อ่าวไอ้เชี่ยควอตตต~ซ์ มึงจะมาทำหน้าเซ็งใส่กูแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย แล้วไง๋กูถึงกลายเป็นคนไม่ได้เรื่องไปได้เนี่ยะห๊าาา.. T^T//“ไม่ไหว.. รู้งี้กูเอาไอ้ก็อตมาแทนมึงน่าจะยังดีกว่า” มันพูดต่อ นาทีนี้ไม่อดทง อดทนอะไรแล้วโว้ยยย!!“พี่ก็ลองให้ผมทำก่อนสิ!” ผมพูดสวนไอ้นี่ออกไป“ให้มึงทำ ?”“พี่ก็ลองให้ผมทำ แล้วค่อยตัดสินว่ามันจะได้เรื่องมั้ย!!” นี่มึงจะตัดสินกูทั้งที่ไม่เจอกันมาตั้ง 3 ปีแบบนี้ไม่ได้หรอกนะเว้ยยย~!!!!“เหอะ.. เหรอะวะ ?” มันพูดพร้อมท่าทางเบื่อหน่าย มองผมอย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง แม่งทำเอาผมอึดอัดเป็นบ้าเลยครับ แต่สักพักมันก็ควักเงินออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นแบงค์พันมาให้ผม“…” ยื่นมาไมวะ?“งั้น.. มึงวิ่งลงไปซื้อน้ำแดงกระป๋องนึงมาให้กูภายใน 10 นาที” มันบอก“อะไรนะ..?” ตอนนี้หน้าผมคงแสดงออกชัดยิ่งกว่าอิโมชั่นงงในงงอีกล่ะมั้ง = =?“หรือแค่ 5 นาทีก็พอวะ?”“หะ..?”“นี่กูก็ลองให้มึงทำงานชิ้นแรกไง.. วิ่งไปซื้อน้ำแดงที่ตู้กดน้ำอัดลมชั้น 1 มาให้กู.. เร็วดิ ไม่ได้ยินเหรอ กูอยากแดกน้ำแดง แล้วกูก็ร้อนมากด้วย!!”“ดะ..เดี๋ยวก่อนนะ..” อะไรของเมิ้งงง~“หรือมึงมีปัญหา..? หรือแค่นี้มึงทำไม่ได้..? นี่กูเริ่มจับเวลาแล้วนะ!!”“เฮ้ยยย..!!”ผมคว้าแบงค์พันหมับ รีบพุ่งตัวออกจากห้องทำงานของไอ้บ้านี่เพื่อไปยังชั้นล่างแทบจะในทันที อะไรกันวะเนี่ยะ..มึงจะกวนตีนกูเพื่อออ~??? แล้วทำไมกูต้องวิ่งตาเหลือกขนาดนี้ด้วยวะห๊าาาา..!!!แล้วววว.. ความบันไลก็เพิ่มเข้ามาราวกับโชค 2 ชั้น~ เมื่อไฟอาคารที่พังอยู่ตอนนี้พลอยทำให้ลิฟท์ใช้การไม่ได้ไปด้วยน่ะสิครับ ผมเลยต้องวิ่งลงบันไดหนีไฟไปชั้นล่างจากชั้นที่ 5 ทั้งอย่างนี้ ถึงในหัวฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เมื่อไฟดับแล้ว ตู้กดน้ำมันจะกดได้เหรอวะเนี่ยะ?แต่เอาเถอะ กดไม่ได้ ข้างตึกก็ยังมีร้านสะดวกซื้ออยู่ดี คิดไปก็รีบวิ่งก้าวกระโดดลงบันไดไป ดีที่ไม่หน้าทิ่มซะก่อน เหงื่อนี่ซึมออกมาอย่างไวแทบจะไม่เหลือที่ว่างบนหน้าเลยครับ..ผลักกกกกกกกกก ~ผมผลักประตูหนีไฟออกมายังชั้นหนึ่ง ตามมาด้วยหลอดไฟกระพริบปริบๆ ไฟมาแล้วจ้าาา~ เออดีมาก~ ทำไมเมิงมาให้เร็วกว่านี้ล่ะห๊าาา..!!!! = =“ผมหอบแฮ็กๆ แล้ววิ่งต่อไปที่ตู้กดน้ำอัดลมที่อยู่ใกล้ๆทางเข้าโรงอาหาร สวนกับพี่พนักงานสองสามคนก่อนหยุดที่หน้าตู้พร้อมยัดเงินลงไป เชี่ยะะะะ.. แบงค์พัน ตู้ไม่รับ ตบกระเป๋ากางเกงตัวเอง ไม่ได้พกเป๋าตังมาอีก โว้ยยย..แม่ค้า ป้าแม่ค้าาาา.. วิ่งหาแลกตังกับป้าแม่ค้าในโรงอาหารที่เริ่มทะยอยเก็บร้านอย่างเลิกลั่กผมรีบกดปุ่ม รีบคว้ากระป๋องน้ำ รับเงินทอนแล้วออกตัววิ่งหน้าตั้งอีกรอบไปยังลิฟท์ กดปุ่มขึ้นเพื่อไปชั้นบน .. ยืนรอไป หอบแฮ็กๆไป มองดูนาฬิกาข้อมือไป .. ตัวเลขสีแดงเหนือประตูลิฟท์บอกว่ามันกำลังเลื่อนลงมาอย่างช้าๆ ตอนนี้ผ่านมากี่นาทีแล้ววะนับจากที่เริ่มวิ่งออกจากห้องทำงานไอ้สูงนั่นก็.. เอาวะ..น่าจะยังทัน ~ไม่นานลิฟท์ก็เปิดประตูออก ผมรีบก้าวเข้าไปพร้อมกดชั้นอย่างไว หางตาผมเห็นผู้หญิงคนนึงเดินเข้ามาพร้อมกับผมด้วยก่อนประตูลิฟท์จะปิดลง“เอ่อ..หวัดดี” เสียงผู้หญิงคนนั้นทักผม“หวะ..หวัด.. หวัดดี.. อ้าววว..” ผมพูดที งับอากาศเข้าไปที เมื่อกี้ตอนยืนซอยขารอลิฟท์อยู่ก็ไม่ทันได้มองเธอเลย จนตอนนี้ผมพึ่งจำเธอได้ เธอคือผู้หญิงใส่ชุดนักศึกษาที่ยืนอยู่ข้างๆเจ้ดาด้าเมื่อวานนั่นเอง“ทำไมหอบแบบนี้ล่ะ”“โดนใช้ให้วิ่งมาซื้อไอ้นี่อ่ะ” ผมตอบพร้อมกับชูกระป๋องน้ำแดงให้เธอดูในสภาพหน้ามีแต่เม็ดเหงื่อ“ฮ่าๆๆๆ อย่างกับโดนรับน้องแหนะ”“เออเนอะ เราชื่อดรีมนะ.. พึ่งฝึกงานที่นี่วันที่สองเอง แล้วเธอล่ะ?”“เราชื่อจิ๊บ ฝึกงานบัญชีที่นี่ได้สองอาทิตย์แล้วล่ะ”“อื้อออ.. ยินดีที่ได้รู้จักนะ”“ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกัน งั้น..เดี๋ยวเราไปก่อนนะ ไว้เจอกัน” ลิฟท์จอดแวะที่ชั้น 3 ก่อนจะเลื่อนขึ้นข้างบนอีกครั้ง"ไว้เจอกัน" ผมยิ้มตอบกลับไปพลางปาดเหงื่อไปด้วยผมยืนเท้าเอวหอบหายใจ ทันทีที่ประตูลิฟท์เปิดอีกครั้งในชั้นที่ 5 ฝ่ายบริหาร ผมก็รีบวิ่งไปที่ห้องไอ้พี่ควอตซ์ทันที เคาะประตูห้องสองโป๊ะเบาๆแล้วก็เปิดเข้าไปอ่าววว~ไอ้สูงเจ้าของห้องมันหายไปไหนวะเนี่ยะะะ..?“พี่แนนนี่ครับ.. ไอ้พี่คอ.. เอ่อ.. คุณควอตซ์เค้าไปไหนแล้วล่ะครับ” ผมเดินออกมาจากห้องทำงานนั้น ถามพี่แนนนี่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม“ก็ว่าจะบอกเมื่อกี้แต่เห็นวิ่งพรวดเข้าไป.. คุณควอตซ์ออกไปข้างนอกแล้วจ่ะ คงสวนกันเมื่อกี้ล่ะมั้ง”“อ่าวเหรอครับ…”“คุณควอตซ์ฝากบอกว่าของที่ให้หนูไปซื้อ คุณควอตซ์ไม่รับแล้วนะจ๊ะ ให้หนูเอาไปทานได้เลย”“เอ้ย…ผมไม่เอาดีกว่าครับ”“น่านงะเหมือนตาเห็น.. คุณควอตซ์บอกว่าถ้าเธอไม่เอาก็ให้เปิดทานต่อหน้าพี่ แล้วเอากระป๋องเปล่าวางไว้บนโต๊ะจ่ะ”“หาาาาาา..” เออ ชักจะเหมือนรับน้องจริงๆแฮะ = =““เอายังไง จะทานนี่หรือรับกลับดีจ๊ะ ฮ่าๆๆๆ~” พี่แนนนี่ถามพร้อมรอบยิ้มของเธอ"นี่ตังทอนครับ~"ยามเที่ยงวัน ~ !!!“ซื้อมาจ้องขนาดนี้เดี๋ยวกระป๋องแม่งก็ระเบิดขึ้นมาหรอก” ไอ้ก็อตเดินมาตบไหล่ผมขณะช่วงพักเที่ยง ตอนนี้พนักงานส่วนใหญ่ลงมาทานข้าวที่โรงอาหารกันบ้างแล้ว มันก็เป็นช่วงเวลาที่ผมกับไอ้ก็อตจะได้เจอกันล่ะนะ“ไม่ใช่ของกูไง..”“เอ้า..แล้วของใครวะ.. นี่มีคนให้มึงเหรอ?”“อืม ของไอ้พี่ควอตซ์มันน่ะ”“หาาา..แล้วเค้าจะให้มึงทำไมวะ หรือนี่มึงกลับมาคุยกันแล้ว ?” มันพูดก่อนวางจานข้าวแล้วนั่งลงตรงข้ามผม“เปล่าาาา.. ก็เมื่อเช้ามันสั่งให้กูวิ่งลงมาซื้อน้ำให้มันภายใน 5 นาที แล้วกูก็วิ่งไง ลิฟท์แม่งก็ใช้ไม่ได้ กูเลยต้องวิ่งหอบแดกลงบันไดหนีไฟมาจากชั้น 5 หน้ากูเกือบฟาดบันได แต่พอกูรีบเอากลับขึ้นไปให้ มันก็หายไปไหนไม่รู้”“แล้ว..?”“แล้วมันก็ฝากพี่แนนนี่บอกกูว่ามันไม่เอาแล้ว ให้กูเอาไปแดกเองซะ~”“ฮ่าๆๆๆ..” ไอ้ก็อตหัวเราะออกมาหน่อยๆ อะไรกันวะ นี่กูไม่ตลกนะเว้ย กูไม่เกตมันมึงเข้าใจกูมั้ยเนี่ยะะะะ~...“หรือว่ากูเอามาให้มันเกินเวลาวะ เชี่ยยย.. กูก็มัวแต่วิ่งไง ไหนจะหาที่แลกตังอีก ไม่ได้ดูเวลาตามที่มันบอกอ่ะ” ผมพูดไปก็นึกย้อนไป โอ้ยยย~T^T“เดี๋ยวๆ มึงนี่ก็จริงจังดีเนอะ แต่กูติดใจนิดนึงตรงที่พี่ควอตซ์แม่งแดกน้ำแดงด้วยเหรอวะ? กูก็เห็นมีแต่มึงปะที่แดกน้ำแดงเป็นเจ้าที่” ไอ้ก็อตทำท่านึก“เจ้าที่เชี่ยไร.. ใครก็ชอบแดกน้ำแดงปะ.. อร่อยจะตาย”“กูไงไม่แดก”“เออ งั้นเว้นมึงคนนึงละกัน..”“หรือว่า.. เค้าอาจจะอยากเลี้ยงมึงวะ แบบ..ด่านแรกของการง้อขอคืนดีไรงี้” ไอ้ก็อตพูดก่อนจะยิ้มกลับมา“ง้อเชี่ยอะไร.. นี่กูต้องบอกมึงอีกครั้งมั้ยว่ากู...วิ่ง ลง มา จาก ชั้น ห้าาา...เพื่อมากดน้ำกระป๋องนี้ให้มันอ่ะ ขากูยังสั่นอยู่เลยเนี่ยะ” ปัดโถ่ T^T///“เหอะนา..กูว่านี่อาจเป็นลางดี.. อย่างน้อย.. มึงก็ได้คุยกันมากขึ้นแล้วนะเว้ย”“คุยแล้วกวนตีนแบบนี้ กูเริ่มไม่อยากคุยกับแม่งละ..”“แหนะๆ มีประชดประชัน.. อย่าให้กูรู้นะว่ามึงแอบดีใจที่เค้าเริ่มมาง้อมึงน่ะ น้องดรีมครับ น้ำแดงป๋องนี้พี่ให้นะครับ”“สัสสสส.. แบบนี้เค้าเรียกว่าง้อมั้ยฮะ!!”...และหลังจากวันนั้น ผมกับไอ้พี่ควอตซ์ก็ดูเหมือนจะเจอกันบ่อยขึ้นจริงๆครับ ก็แหงน่ะเซ่..!!! มึงฝึกงานแผนกแม่งนี่นาไม่เจอก็บ้าแล้ว ~ แต่ช้าก่อน.. ถึงจะเจอกันบ่อยขึ้นยังไงก็ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่อยู่ดี~ ส่วนใหญ่ผมมักฝึกงานที่แผนกโปรดักชั่นชั้นล่างกับพี่ๆคนอื่นในทีมซะมากกว่า อย่างน้อยก็ได้หายใจหายคอโล่งขึ้นมาหน่อยล่ะนะ.. ฮ่าๆๆๆ~ ^^//แผนกโปรดักชั่นด้านล่างประกอบไปด้วย พี่พีร์ พี่ต่อ พี่วิน แล้วก็ พี่ปุ๊ก ครับ ในสายตาผมเปรียบได้กับ 4 จตุรเทพด้านการทำงานเลยจริงๆ พี่ๆเค้าทำงานเก่ง ถึกสุดๆ อะไรที่ผมทำมาในช่วงเรียนนี่แทบจะกลายเป็นผลงานอนุบาลหมีน้อยไปเลยเมื่อเทียบกับพวกพี่เค้า.. แบบนี้สินะที่เค้าถึงเรียกว่ามืออาชีพ..โลกแห่งการทำงานบางทีถึงเราจะรู้สึกว่าโตแล้วในรั้วมหาวิทยาลัยฯ แต่ข้างนอกยังไงก็แค่เด็กคนนึงจริงๆ พอนึกไป.. ก็มองพวกพี่เค้าไปด้วยสายตาชื่นชม~ว้าววว~ *0*//...“ทำหน้าอะไรของมึง โคตรตลก ฮ่าๆๆๆ” พี่พีร์พูดขึ้นตามมาด้วยเสียงหัวเราะหน่อยๆพี่พีร์ เป็นอีกหนึ่งในสมาชิกกลุ่มไอ้พี่ควอตซ์ที่ผมก็รู้จักมาตั้งแต่มหาลัยฯแล้วเหมือนกันครับ พี่แกอยู่คุมทีมด้านล่างแบบเดียวกับพี่อาร์ตที่อยู่แผนกใกล้ๆกัน ถึงจะหล่อกันคนละแบบกับไอ้พี่ควอตซ์และพี่อาร์ต แต่ผมว่าใบหน้าคมคายสไตล์ไทยๆนี่ก็เป็นที่ชื่นชอบของสาวๆอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ดูจากกองเสบียงขนมที่ได้จากบรรดาพนักงานสาวๆที่เอามาให้พี่พีร์แล้ว ก็น่าจะยังคงฮอตไม่ตกเหมือนอีกสองคนนั้นแน่ๆจริงๆผมก็ชื่นชมในความเด็ดเดี่ยวของพี่พีร์มาตั้งแต่มหาลัยฯแล้วเหมือนกันนะครับ แต่ติดที่นิสัยโคตรรรรรร..จะแมนของพี่แกในตอนโน้นนน~ ทำให้ทุกทีที่ผมเจอพี่พีร์มักจะได้เห็นรอยแผล รอยช้ำ ไม่ก็ได้เลือดอยู่บ่อยๆ ทำเอาหลอนอยู่เหมือนกัน ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่แกถึงห้าวได้ขนาดนั้น แต่ก็แปลกใจที่พอมาเจอกันตอนนี้อีกที กลับกลายเป็นคนหน้าคม ตัวใหญ่ มีกล้าม และบ้างานไปซะแล้ว ฮ่าๆๆๆ~ ^^” “ไม่มีอะไรครับ แหะๆ” ผมยิ้มตอบกลับไปด้วยตาหยีๆหลายวันที่ผ่านมาผมได้ฝึกงานกับพี่พีร์ซะเป็นส่วนใหญ่ ได้ลองทำงานทั้งภาพเคลื่อนไหวแอนิเมชั่น ภาพนิ่งโฆษณา ล่าสุดก็เน้นไปทำชิ้นงานกราฟฟิคโปรโมทเกม จะว่าไปอาทิตย์นี้พี่ๆพนักงานแต่ละคนก็ดูเคร่งเครียดเป็นพิเศษไม่ต่างจากไอ้ตัวสูงที่นั่งอยู่ชั้นบนเลยครับ แถมในออฟฟิตก็ไม่มีเรื่องหวื๋อหวาอะไรเท่าไหร่ด้วย“ดรีมเอาโปสเตอร์อันนี้ขึ้นไปให้พี่ควอตซ์ดูทีนะ ด่วนเลย!” เสียงพี่พีร์พูดบอกด้วยใบหน้าอิดโรยแถมขอบตาคล้ำโดยไม่ต้องเขียนเพิ่ม“ได้ครับ” เป็นอีกครั้งที่ผมรับบทเป็นคนส่งสารไปยังชั้นบริหารในช่วงใกล้การเปิดตัวเกมใหม่แบบนี้ เอานา..ก็คงมีผมคนเดียวล่ะมั้งในตอนนี้ที่ได้นอนหลับเป็นเวลามากกว่าใครเค้า เห็นแบบนี้แล้วก็ยิ่งอยากทำตัวให้เป็นประโยชน์ขึ้นมาเลยแฮะ..ผมเดินไปยังตรอกเล็กๆผ่านแผนกต่างๆเพื่อกดลิฟท์ขึ้นไปยังชั้นที่ 5 เหมือนทุกที การเข้าออกห้องไอ้พี่ควอตซ์ของผม กลายเป็นเรื่องชินตาของพี่แนนนี่ไปเสียแล้ว หลังๆมานี้เธอมักไม่ถามไถ่อะไรเท่าไหร่เวลาผมขึ้นมาที่ห้องไอ้พี่ควอตซ์ จะมีบ้างที่ส่งเสียงบอกว่าเจ้าของห้องอยู่หรือไม่ หรือมีแขกอยู่ในห้องมั้ยเพียงเท่านั้น.. แต่วันนี้.. แปลกแฮะ.. เธอไม่อยู่หน้าห้องเหมือนทุกที แล้วพี่แกหายไปไหนกันหว่าาา..?ผมเคาะประตูบานใหญ่สองสามครั้งก่อนผลักเข้าไปพบกับสองสายตาที่มองกลับมายังผู้ที่จะเข้าไปใหม่จนทำเอาสะดุ้งเฮือกกก.. *0*//"เอ่อ.. ขะ ขอโทษครับ" ผมรีบก้มหน้าขอโทษให้กับแขกที่อยู่ในห้องนั้น ก่อนจะปิดประตูและก้าวถอยหลังออกมาแต่ก็ได้ยินเสียงหนึ่งเรียกชื่อผมออกมาซะก่อน..“นั่นดรีมเหรอ..?”ผมเงยหน้ามองหาต้นเสียงที่ร้องเรียกชื่อผม มองเห็นสายตาคู่แรกที่ผมรู้จักดี เพราะเขาคือเจ้าของห้องทำงานที่ตอนนี้ยืนอยู่หลังโต๊ะตัวใหญ่ แต่เสียงที่เรียกผมไม่น่าจะใช่ของไอ้ตัวสูงโย่งนี่แน่ๆเพราะแหลมเล็กกว่ามาก ผมจึงมองไปยังอีกคนที่อยู่ในห้องนี้แทน..เธอเป็นหญิงสาวที่มีใบหน้าสวยสดงดงาม และชวนมอง ผมของเธอพลิ้วสวยยาวตรงจนถึงหลัง ผิวขาวๆของเธอก็เข้ากันดีกับสีชุดชมพูลายสตรอเบอรี่ที่เธอสวมใส่ และ ผมก็จำเธอได้ในทันทีเช่นกัน!!!“พี่แพร์รี่..?”