สิ้นเสียงของผู้ใหญ่บ้านซินเหยาก็แสยะยิ้มร้ายออกมาเธอนึกอยู่แล้วว่าเขาต้องพูดกับเธอแบบนี้ดีที่เธอคิดคำพูดเอาไว้แล้วซินเหยาจึงตอบกลับอย่างสบายๆ
“เงินของสามีฉันที่ส่งมาให้ทุกเดือนยังไงล่ะคะพวกเขาต้องแบ่งมาให้ฉันครึ่งหนึ่งจนกว่าฉันจะได้เงินชดเชยครบถ้วน”
“อะไรนะ!!!ฝันไปเถอะ!”เหมียนจูพูดสวนขึ้นมาทันทีเงินที่เธอเคยได้ทุกเดือนก็แค่สี่สิบห้าหยวนถ้าต้องแบ่งให้ซินเหยาครึ่งหนึ่งครอบครัวเธอจะกินอะไรกัน
“เงียบ!!!ทำตามที่ซินเหยาบอกไม่อย่างนั้นก็ไปคุยกันที่สถานีตำรวจ”ผู้ใหญ่บ้านหันไปตวาดว่าเหมียนจูที่เอาแต่จะยึดเงินคนอื่นอย่างหน้าด้านๆ
“ตกลงครับผู้ใหญ่บ้านพวกเราจะทำตามที่ซินเหยา้า”ฟู่อ้ายโกวรีบตอบก่อนที่เมียของเขาจะทำให้ทุกคนในบ้านเดือดร้อนไปมากกว่านี้
“ฮึ!แค่พูดปากเปล่าฉันไม่เชื่อพวกคุณหรอกนะรบกวนลุงผู้ใหญ่บ้านช่วยเขียนสัญญาชำระหนี้ให้ฉันเอาไว้เป็หลักฐานด้วยค่ะถ้าพวกเขาไม่ยอมให้เงินฉันจะได้เอาหลักฐานไปแจ้งความในภายหลัง”ซินเหยารีบตีเหล็กตอนร้อนเธอไม่้าให้คนพวกนี้รอดไปได้ง่ายๆ ซินเหยารู้ดีว่าคนอย่างเหมียนจูคงไม่ยอมปล่อยให้เธอมีเงินแน่
“ตกลงฟู่อ้ายโกว ไปเอากระดาษกับปากกามาฉันจะเขียนสัญญาและลงชื่อเป็พยานให้กับซินเหยาถ้าพวกคุณไม่ทำตามสัญญาฉันจะเป็คนพาซินเหยาไปแจ้งความด้วยตัวเองครั้งนี้อย่าได้คิดตุกติกเชียว”ผู้ใหญ่บ้านคาดโทษ
ฟู่อ้ายโกวได้แต่บอกให้ฟู่หยางเซิงเข้าไปนำกระดาษกับปากกาออกมาเขาเห็นสายตาชาวบ้านที่จับจ้องครอบครัวอยู่ก็ไม่กล้าขัดขืนถึงแม้ว่าเหมียนจูจะยังพึมพำด่าทอซินเหยาให้ได้ยินเบาๆ อยู่ก็ตามที
เมื่อฟู่หยางเซิงนำกระดาษกับปากกามาให้ผู้ใหญ่บ้านก็เริ่มเขียนสัญญาจ่ายเงินค่าชดเชยกลับคืนให้ซินเหยาขณะที่ผู้ใหญ่บ้านกำลังเขียนอยู่นั้นซินเหยาก็เอ่ยบอกว่า
“ลุงผู้ใหญ่คะฉันขอให้พวกเขาส่งเงินให้ลุงเก็บไว้ได้ไหมคะฉันกลัวพวกเขาจะแอบมาขโมยเงินที่ฉันได้รับค่ะ”
“หืม?เธอแน่ใจนะว่าจะให้ลุงเก็บเอาไว้ให้”ผู้ใหญ่บ้านไม่คิดว่าซินเหยาจะเชื่อใจเขา
“แน่ใจค่ะคุณลุงฉันขอให้ลุงเก็บไว้ให้จนกว่าจะครบจำนวนของเงินชดเชยที่พวกเขาแย่งไปจากฉันค่ะหวังว่าลุงจะช่วยเหลือฉันนะคะ”ซินเหยาบอกอย่างนอบน้อม
“ตกลงลุงจะทำตามที่เธอ้า”ผู้ใหญ่บ้านพยักหน้ารับคำและเขียนต่อ
คนตระกูลฟู่ไม่คิดว่าซินเหยาจะรอบคอบถึงขนาดนี้ก่อนหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าจะเขียนสัญญาพวกเขายังคิดในใจกันอยู่ว่าจะหาวิธีเอาเงินกลับคืนมาพอได้ยินว่าซินเหยาให้ผู้ใหญ่บ้านเป็คนเก็บเอาไว้แต่ละคนต่างหน้าเสียไปตามๆ กัน หากว่าพวกเขาไม่ยอมส่งเงินให้ผู้ใหญ่บ้านทุกเดือนพวกเขาก็กลัวว่าผู้ใหญ่บ้านจะไปแจ้งตำรวจอีก
ผู้ใหญ่บ้านใช้เวลาเขียนต่อไม่นานก็เสร็จเขาให้คนตระกูลฟู่ทุกคนลงชื่อไว้เป็หลักฐานส่วนซินเหยากับผู้ใหญ่บ้านเองก็ลงชื่อด้วยเช่นเดียวกัน
“เอาล่ะในเมื่อเื่นี้คลี่คลายแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปเถอะต่อไปคนบ้านฟู่ห้ามรังแกซินเหยาอีกรู้ไหมถ้าฉันรู้ว่าพวกคุณยังไม่ฟังอีกฉันก็จำเป็ต้องแจ้งตำรวจ”ผู้ใหญ่บ้านยังคงคาดโทษคนตระกูลฟู่เอาไว้ก่อนเขากลัวจริง ๆ ว่าเหมียนจูจะคิดไม่ซื่อ
“พวกเราทราบแล้วครับ”ฟู่อ้ายโกวรีบรับคำทั้งที่เหมียนจูกำลังถลึงตาใส่ซินเหยาอย่างอาฆาตแค้นอยู่ในตอนนี้เขากลัวว่าเมียจะพูดอะไรไม่คิดจนเื่บานปลายอีก
“ขอบคุณลุงผู้ใหญ่และทุกคนด้วยนะคะ”ซินเหยาค้อมหัวคำนับทุกคนอย่างนอบน้อม
“ไม่เป็ไรๆ อาเหยามีอะไรก็มาหาป้านะรู้ไหมลูก”ป้าเพ่ยยิ้มกว้างบอกพร้อมกับชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ต่างพากันพยักหน้าตามป้าเพ่ยว่าให้มาหาพวกเขาก็ได้เช่นกัน
ซินเหยายิ้มรับคำทุกคนก่อนจะมองส่งพวกเขาที่กำลังเดินออกจากหน้าห้องเก็บฟืนซึ่งเป็ที่พักของเธอไปพร้อมกันตอนนี้ในลานบ้านเงียบสงบได้เสียทีเหมียนจูถูกฟู่อ้ายโกวลากเข้าไปในบ้านได้สักครู่หนึ่งแล้วซินเหยาจึงรีบกลับเข้าห้องและปิดล็อกประตูเก่าคร่ำคร่าเอาไว้อย่างแ่าเธอรีบไปนำเงินทั้งหมดมาเก็บใส่กระเป๋าเสื้อชั้นในที่เย็บติดเอาไว้เพื่อซ่อนเงินทันทีพอทุกอย่างเรียบร้อยซินเหยาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ในบ้านตระกูลฟู่ตอนนี้แต่ละคนต่างมีสีหน้าบูดบึ้งไม่ต่างกันพวกเขาไม่คิดว่าครั้งนี้จะเสียทีให้ซินเหยาจนต้องถูกแบ่งเงินอุดหนุนที่ฟู่จิงถิงส่งมาให้ทุกเดือน
“เพราะแกคนเดียวตาแก่ทำให้เราต้องเสียเงินที่จะได้จากฟู่จิงถิง”เหมียนจูถลึงตาใส่สามี
“ฮึ!ถ้าไม่ใช่เพราะเธอก่อเื่ขึ้นพวกเราจะต้องลำบากขนาดนี้ได้ยังไงกัน”ฟู่อ้ายโกวไม่ยอมให้เหมียนจูต่อว่าเขาอยู่ฝ่ายเดียวเื่ทั้งหมดก็เพราะเหมียนจูคิดจะหาเื่ซินเหยา
“พ่อกับแม่จะทะเลาะกันทำไมเนี่ยรีบช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะทำยังไงต่อไป”ฟู่โหรวพูดด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เื่มาถึงขนาดนี้แล้วพ่อแม่เธอยังจะทะเลาะกันอีก
“ใช่ๆ พวกเราไม่มีเงินแล้วจะอยู่กันยังไงครับผมยังไม่ได้แต่งงานเลยนะ”ฟู่หยางเซิงอดพูดเื่สำคัญของตัวเองขึ้นมาไม่ได้เขาเฝ้ารอที่จะได้แต่งงานอยู่ทุกวี่วัน
“หุบปากไปเลย!ในบ้านไม่มีเงินสักหยวนแกยังคิดเื่แต่งงานอีกหรือไง”เหมียนจูด่าว่าลูกชายเสียงดังอย่างโมโห
“เธอจะเสียงดังทำไมเหมียนจูรีบคิดเถอะว่าจะทำยังไงไม่ให้เงินของจิงถิงตกไปอยู่ในมือของซินเหยาน่ะ”ฟู่อ้ายโกวอดต่อว่าเมียไม่ได้เขากลัวว่าซินเหยาจะได้ยิน
“เฮอะ!จะทำยังไงได้นอกจากโกหกจำนวนเงินที่ได้รับน่ะถ้าบอกไปตรง ๆเงินครึ่งหนึ่งก็จะตกเป็ของนังนั่นน่ะสิฉันไม่โง่ขนาดนั้นหรอกนะ”เหมียนจูบอกด้วยสีหน้ามั่นใจ
“แน่ใจนะว่าเื่นี้ซินเหยาจะไม่รู้ถ้าเธอให้ผู้ใหญ่บ้านสอบถามกับฟู่จิงถิงจะทำยังไง”ฟู่อ้ายโกวกลัวว่าเื่นี้จะถูกคนอื่นจับได้จนเป็เื่ขึ้นมาอีก
“ชิ!แกจะไปกลัวอะไรหลายปีมานี้พวกเราก็ไม่เคยบอกใครว่าได้รับเงินจากไอ้จิงถิงเท่าไหร่ไม่ใช่หรือไงแค่แบ่งเงินให้ผู้ใหญ่บ้านนิดหน่อยแล้วบอกว่าจิงถิงมันส่งมาให้เราก็สิ้นเื่แล้วน่าแกอย่าทำตัวให้มันสงสัยก็พอ”เหมียนจูกลัวว่าคนในบ้านจะมีพิรุธ
ซินเหยาซึ่งกำลังจะไปเดินเล่นข้างนอกแสยะยิ้มร้ายเธอได้ยินเสียงพวกเขาคุยกันเบาๆ จึงมาแอบฟังที่ใกล้ประตูของพวกเขาแผนการเล็กน้อยพวกนี้ไม่ทำให้เธอลำบากเลยแม้แต่น้อยซินเหยาจะแวะไปบอกผู้ใหญ่บ้านให้เขาโทรหาฟู่จิงถิงและสอบถามจำนวนเงินที่เขาส่งมาให้เรียบร้อยก่อนที่เธอจะหนีไปหาเขาที่ค่ายทหารเื่ที่เธอจะจากไปนั้นซินเหยาจะบอกผู้ใหญ่บ้านกับป้าเพ่ยเอาไว้ก่อนเพื่อที่พวกเขาจะได้จัดการคนตระกูลฟู่ไม่ให้ติดตามไปขัดขวางการเดินทางของเธอซินเหยาวางแผนเอาไว้ว่าอีกสักสี่ห้าวันเธอก็จะแอบหนีออกไปั้แ่กลางดึกเพราะซินเหยาเชื่อว่าคนตระกูลฟู่ไม่มีใครตามเธอได้ทันก่อนขึ้นรถไฟเที่ยวแรกแน่
หลังผ่านเื่ยุ่งมาั้แ่เช้าในที่สุดซินเหยาก็เดินไปถึงอำเภอตอนบ่ายโมงพอดีเธอแวะทานอาหารที่ร้านอาหารของรัฐอย่างสบายอารมณ์วันนี้ซินเหยาจะไปหาซื้อกระเป๋าและเสื้อผ้าดีๆ สักชุดสองชุดเพื่อซ่อนเอาไว้ก่อนเปลี่ยนใส่ในวันเดินทางเพราะเสื้อผ้าของร่างเดิมนั้นมีเพียงแค่ชุดเก่าขาดที่ใช้มาตลอดสามปีเท่านั้นส่วนเสื้อผ้าดี ๆของร่างเดิมก็ถูกฟู่โหรวแย่งไปหมดนานแล้วั้แ่เธอแต่งเข้ามา
ค่ำวันนั้นซินเหยากลับไปถึงหมู่บ้านก็รีบนำกระเป๋าเสื้อผ้าไปฝากป้าเพ่ยเอาไว้ก่อนเพราะเธอกลัวว่าพวกตระกูลฟู่จะเห็นเข้าว่าเธอเตรียมตัวจะจากไปซินเหยาฝากฝังหลายเื่เอาไว้กับป้าเพ่ยหลังจากไปบ้านพ่อแม่ของซินเหยายังเป็สมบัติของเธออยู่ซินเหยาไม่้าขายมันออกไปเธอจึงคิดจะให้ลุงผู้ใหญ่นำเงินที่ได้จากบ้านฟู่จ่ายค่าจ้างให้ป้าเพ่ยดูแลบ้านแทนเธอหลายครั้งที่ซินเหยาอยากกลับไปนอนบ้านตัวเองแต่ด้วยกลัวว่าคนบ้านฟู่จะแย่งบ้านไปอีกเธอจึงไม่กล้าไปที่นั่นเงินจำนวนก่อนหน้านี้ซินเหยานำไปฝากไว้ในธนาคารและเหลือเอาไว้ใช้จ่ายเพียงหนึ่งร้อยหยวนเท่านั้นที่เธอทำแบบนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้พวกคนตระกูลฟู่ที่น่าจะแอบมาค้นห้องของเธอเวลาเธอไม่อยู่พบได้โดยง่าย
สายวันต่อมาซินเหยาออกจากบ้านฟู่ไปขอให้ผู้ใหญ่บ้านโทรถามจำนวนเงินที่ฟู่จิงถิงส่งกลับมาจากนั้นเธอก็ออกไปในตัวอำเภอเหมือนเมื่อวานนี้ซินเหยาไม่อยากวนเวียนอยู่ในหมู่บ้านให้พวกคนตระกูลฟู่พบเข้าเธอยังมีสิ่งที่ต้องตรวจสอบหลายอย่างไม่ว่าจะเป็เื่ค่าตั๋วรถไฟในการเดินทางไปหางโจวและเื่ใบรับรองการเดินทางออกจากหมู่บ้านที่ต้องให้ผู้ใหญ่บ้านออกให้ด้วยซึ่งซินเหยาตั้งใจจะรออีกสองวันจึงจะไปขอใบรับรองมาเตรียมเอาไว้ก่อนจากไป
ซินเหยายังคงนั่งกินอาหารที่ร้านอาหารของรัฐเช่นเคยเธอสอบถามพนักงานจนรู้ว่าต้องไปซื้อตั๋วรถไฟที่อำเภอข้างๆ เท่านั้นในการเดินทางไปยังหางโจว
หลังทานข้าวเสร็จซินเหยาจึงจ้างรถสามล้อไปยังสถานีรถไฟเพราะระยะทางจากอำเภอของเธอไปยังที่นั่นไกลมากถึงสี่สิบกิโลเมตรซินเหยาจึงเลือกนั่งรถรับส่งอย่างรถสามล้อประจำอำเภอแทนเพื่อความรวดเร็ว
การเดินทางบนถนนในยุคนี้ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนชีวิตก่อนของเธอซินเหยาได้แต่บ่นในใจถึงถนนหนทางที่ขรุขระและมีฝุ่นมากมายแทบจะตลอดทางมีเพียงตอนไปถึงอำเภอข้างเคียงเท่านั้นที่มีถนนลาดยางอีกทั้งความเจริญของอำเภอนี้ยังมากกว่าอำเภอของซินเหยาหลายเท่านักซินเหยารีบลงจากรถตอนถึงสถานีรถไฟและไปซื้อตั๋วรถไฟสำหรับเดินทางในวันมะรืนทันทีค่าตั๋วนั่งธรรมดามีราคาเพียงยี่สิบห้าหยวนโดยระยะเวลาเดินทางไปยังหางโจวใช้เวลาห้าชั่วโมงเลยทีเดียวซินเหยาเปรียบเทียบราคาตั๋วนอนซึ่งแพงกว่าเกือบสามเท่าก็เลือกที่จะซื้อตั๋วนั่งแทน
หลังจากจัดการเื่ตั๋วรถไฟเสร็จซินเหยาก็กลับไปยังจุดจอดรถสามล้อเพื่อเดินทางกลับไปยังอำเภอของเธอทันทีเธอยังซ่อนตั๋วรถไฟเอาไว้อย่างดีในกระเป๋าเสื้อชั้นในซินเหยาจะรอให้กลับถึงหมู่บ้านก่อนจึงจะนำตั๋วรถไฟไปใส่กระเป๋าเดินทางที่บ้านของป้าเพ่ยวันพรุ่งนี้ซินเหยายังต้องไปพบผู้ใหญ่บ้านเพื่อรับใบรับรองการเดินทางอีกซินเหยากลัวว่าจะมีคนปากพล่อยนินทาจนคนบ้านฟู่รู้ว่าเธอกำลังจะจากไปทุกอย่างที่เธอทำจึงต้องระมัดระวังเป็อย่างมากตอนนี้มีเพียงป้าเพ่ยเท่านั้นที่รู้เื่