เกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 61 จุดเริ่มต้นของเรื่องราว

            คนที่อยู่ในห้องนั้นต่างก็เป็นเหล่ายอดฝีมือเหตุใดพวกเขาจะฟังนัยยะในคำพูดของผู้อาวุโสไม่ออกชายในเสื้อคลุมสีดำคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อรอรับคำสั่งในทันที “นายท่านโปรดอนุญาตให้พวกข้าน้อยกลับไปที่ซงเยวี่ยหนานลู่เพื่อรีบไปตามหาหญ้านิรันดร์ [1]พวกข้าน้อยจะต้องหากลับมาให้นายท่านได้อย่างแน่นอน”

            “ฝันไปเถอะพวกเจ้าก็เป็นแค่คนไม่รู้เรื่องที่สมควรตายแค่ไม่กี่คน!”ไม่ทันที่กงจื้อหมิงจะได้พูดอะไร ผู้อาวุโสอดไม่ได้ที่จะโมโหขึ้นมาอีกครั้ง“ข้าเองก็ไปหาแล้วมากกว่าครึ่ง ที่หาเจอก็มีแค่ร่องรอยของจิ้งจอกเงินเท่านั้นข้าจึงทำได้แค่รอเวลาที่ฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนผลัดเปลี่ยนจิ้งจอกเงินเหล่านั้นก็จะออกมาหาอาหารโดยดมกลิ่นตามหาหญ้านิรันดร์ดังนั้นข้าแค่ตามจิ้งจอกเงินไปก็จะเจอหญ้านิรันดร์ไปโดยปริยาย ปรากฏว่าพวกเจ้าสองคนไม่ทันพูดอะไรก็จับข้าวิ่งกลับมาที่นี่ไม่แน่ว่าตอนนี้หญ้านิรันดร์อาจเข้าไปอยู่ในท้องของจิ้งจอกเงินไปเรียบร้อยแล้วก็ได้”

            ชายในเสื้อคลุมสีดำทั้งสามมองหน้ากันด้วยความรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดแม้ว่าทุกคนในโลกจะรู้ว่าฝีมือการต่อสู้ของหมอหัตถ์เทวดานั้นจะเพียงพอแค่เอาชีวิตรอดทว่าคนที่แก้พิษได้ก็ย่อมที่จะวางยาพิษได้เช่นกันพวกเขาเองก็เกรงว่าจะต้องเสียสละพี่น้องไปโดยเปล่าประโยชน์ถึงได้ตกลงใช้แผนเหล่ยถิงซึ่งก็คือแอบดักซุ่มโจมตีและทำได้สำเร็จจากนั้นก็รีบจับตัวผู้อาวุโสกลับมาทันทีไหนเลยจะมีเวลาไปสนใจถามไถ่ว่าผู้อาวุโสมาทำอะไรท่ามกลางป่าเขาแห่งนี้กันแน่

            ท่านลุงอวิ๋นจ้องไปที่ทั้งสามอย่างดุดันแต่ท้ายที่สุดท่านลุงอวิ๋นก็รู้ดีว่าพวกเขาตั้งใจเต็มที่เพื่อจะคุ้มครองนายน้อยเช่นกันดังนั้นเขาจึงส่งสัญญาณให้ติงเหว่ยรีบพูดออกมาอย่างรวดเร็ว

            ติงเหว่ยมองไปที่ผู้อาวุโสที่มีน้ำโหแต่กลับยังไม่ได้มีท่าทีรีบร้อนแต่อย่างใดนางจึงยิ้มและพูดว่า “ท่านลุงโปรดวางใจหญ้านิรันดร์นั้นมิใช่ว่าต้องรออีกครึ่งเดือนถึงจะเติบโตได้เต็มที่หรือ?พรุ่งนี้เดี๋ยวเราค่อยรีบไปแต่เช้าก็ยังทันอีกอย่างสวรรค์ย่อมตอบแทนคนขยันหมั่นเพียรเกรงว่าสวรรค์จะรับรู้ถึงความจริงใจของท่านลุงบางทีอาจทำให้หญ้านิรันดร์นั้นเติบโตช้าไปอีกสักวันสองวันก็เป็นได้”

            ผู้อาวุโสเมื่อได้ฟังติงเหว่ยพูดเอาใจก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “สาวน้อยคนนี้ช่างเจรจาเสียจริง เอาเถอะอีกเดี๋ยวข้าจะไปวาดรูปมาให้ แล้วพวกเจ้าก็ออกไปตามหาหญ้านิรันดร์ขอแค่หากลับมาได้ข้าก็จะเริ่มเตรียมยาแก้พิษในทันที”

            ทุกคนมองไปที่กงจื้อหมิงหนึ่งปีกว่าแล้วที่พวกเขากระวนกระวายใจและวันนี้ในที่สุดก็ได้เห็นแสงสว่างทุกคนต่างก็กระสับกระส่ายราวกับว่าถ้าหายใจแรงกว่านี้สักนิดก็จะทำให้แสงแห่งรุ่งอรุณตกใจจนหนีไป

            กงจื้อหมิงใช้มือทั้งสองข้างสัมผัสไปที่เอวและขาที่ไร้ความรู้สึกเขานิ่งเงียบอยู่นานและก็ออกคำสั่งว่า “ยอดฝีมือเฟิงฮั่วชานหลินทั้งสี่กลุ่มเหลือคนเอาไว้สี่คนเพื่อคอยปกป้องที่นี่อย่างลับๆ ที่เหลือให้ไปที่ภูเขาทั้งหมด”

            “ขอรับนายท่าน”

            เขาจะลองทุ่มหมดหน้าตักเดิมพันด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มีและต่อสู้อย่างสุดกำลังสักตั้ง

            ในที่สุดใบหน้าของผู้อาวุโสก็ปรากฏรอยยิ้มออกมาจากนั้นเขาก็บิดขี้เกียจแล้วตะโกนว่า “เดินทางมายากลำบากกระดูกของคนแก่อย่างข้าแทบจะพังทลายไปแล้ว จัดสถานที่อยู่ให้ข้าด้วย”

            ติงเหว่ยรีบมองไปทางท่านลุงอวิ๋นแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า“ท่านลุงอวิ๋น ห้องฝั่งตะวันออกมิใช่ยังว่างอยู่หรอกหรือ?เดี๋ยวอุ่นตี้หรงสักหน่อยแล้วให้ท่านลุงอยู่ที่นั่นได้พอดีเลยวันก่อนข้าทำเสื้อให้ท่านพ่อชุดหนึ่ง เราเอาให้ท่านลุงใช้เปลี่ยนก่อนส่วนที่เหลือพรุ่งนี้ค่อยปรึกษากันเพิ่มเติม ดีหรือไม่?”

            ท่านลุงอวิ๋นเดาความคิดของติงเหว่ยออกอย่างง่ายดายเคยมีคนพูดประโยคหนึ่งเอาไว้ได้ดีว่า เมื่อวันเวลาผ่านไปนานๆก็จะเกิดความรู้สึกดีๆ ต่อกัน นี่ไม่ได้หมายถึงระหว่างชายและหญิงเท่านั้นต่อให้เป็นคนแปลกหน้าที่มาอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันและกินอยู่ที่เดียวกันอย่างไรก็ต้องทำให้ใกล้ชิดกันมากขึ้นถึงสามส่วนหากว่าอีกครึ่งเดือนยอดฝีมือเฟิงฮั่วชานหลินทั้งสี่กลุ่มไม่สามารถนำหญ้านิรนดร์กลับมาได้ไม่แน่ว่าบางทีหมอเทวดาท่านนี้อาจเห็นแก่ความรู้สึกดีๆและยื่นมือช่วยเหลือแก้พิษก็เป็นได้

            “ตกลงเช่นนั้นก็จัดให้อยู่ที่ห้องฝั่งตะวันออกเครื่องนอนและของใช้ล้วนเป็นของใหม่ทั้งหมดอีกอย่างตอนกลางวันก็ทำความสะอาดห้องไว้แล้วด้วย”

            ผู้อาวุโสได้ยินเช่นนั้นก็เดินเอามือไพล่หลังออกไปขณะที่กำลังจะเดินออกจากธรณีประตูไปแต่แล้วเขาก็หันกลับมามองที่ติงเหว่ย“แม่นางน้อยคนนี้ ต่อไปให้เจ้าเรียกข้าว่าลุงเหว่ยเดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะเตรียมตำรับยาเพื่อปรับสมดุลให้เจ้าให้นายของเจ้าออกเงินไปซื้อสมุนไพรมา วันนี้เจ้าลำบากเพื่อเขาไม่น้อย และนี่ก็เป็นสิ่งที่เจ้าควรได้รับตอบแทน”

            ติงเหว่ยได้ฟังแล้วก็หน้าแดงทันทีถึงแม้นางจะปฏิบัติต่อท่านผู้อาวุโสอย่างกระตือรือร้นและสนิทสนมแต่มากกว่าครึ่งก็เป็นเพราะคาดหวังให้เขาช่วยแก้พิษให้กงจื้อหมิงหากจะพูดขึ้นมาก็ขาดความจริงใจจริงๆ นางก้มตัวลงและคำนับเพื่อขอโทษแต่ท่านผู้อาวุโสเหว่ยกลับโบกมือไปมา แล้วก็ก้าวออกนอกประตูไป

            หลินลิ่วรีบตามออกไปและนำผู้อาวุโสไปที่ห้องตะวันออกในทันที

            เหลือไว้เพียงทุกคนในห้องที่ไม่มีใครพูดอะไรเป็นเวลานานจากนั้นก็มองไปยังติงเหว่ยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ เมื่อครู่ทุกคนพยายามทุกวิถีทางทั้งใช้ไม้นวมและไม้แข็งแต่อย่างไรผู้อาวุโสก็ไม่ยอมรับปากคาดไม่ถึงว่าติงเหว่ยแค่ทำอาหารและพูดจาอย่างนุ่มนวลไม่กี่ประโยคก็จัดการเกลี้ยกล่อมได้สำเร็จหรือว่านางกับผู้อาวุโสเหว่ยจะมีบุพเพสันนิวาสต่อกัน ทำให้ถูกชะตากันเช่นนั้นหรือ?

            ติงเหว่ยเก็บถ้วยกับตะเกียบเสร็จแล้วเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นสีหน้าของทุกคนก็เดาออกได้มากกว่าครึ่งนางคิดไปคิดมาแล้วก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าเคยได้ยินคนเล่าเรื่องหนึ่งว่ามีอยู่วันหนึ่งลมเหนือและพระอาทิตย์แข่งขันกันว่าใครจะทำให้คนที่ผ่านไปผ่านมาถอดเสื้อกันหนาวออกได้ลมเหนือออกแรงพัดอย่างสุดแรงจนแทบจะหอบต้นไม้ออกไปทั้งต้นแต่แล้วคนที่ผ่านไปผ่านมากลับกระชับเสื้อกันหนาวให้แน่นขึ้นไปอีกทว่าพระอาทิตย์กลับไม่ได้ทำอะไร เขาแค่ส่องแสงอยู่บนศีรษะของคนที่ผ่านไปผ่านมาอย่างเงียบๆผ่านไปไม่ทันไรคนเหล่านั้นก็ร้อนจนต้องถอดเสื้อกันหนาวออกมา ทฤษฎีเหล่านั้นข้าเองก็ไม่ได้เข้าใจอะไรมากมายข้าแค่รู้สึกว่าท่านลุงเหว่ยเดินทางมาตั้งไกลจะต้องเหนื่อยล้าและหิวโหยอย่างแน่นอน ข้าจึงทำอาหารต้อนรับจากนั้นค่อยขอร้องก็เท่านั้น”

            หลังจากพูดจบนางก็หยิบกล่องอาหารแล้วเดินออกไป…

            ……

            กงจื้อหมิงมองดูเงาหญิงสาวคนนั้นเดินอ้อมฉากกั้นลมและค่อยๆหายไป ดวงตาสีดำขลับทั้งคู่กลับร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆหรือว่าหญิงสาวคนนี้จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีมนต์ขลังอยู่จริงๆถึงแม้เขาจะรู้อยู่แล้วว่านางฉลาดเฉลียว แต่ยิ่งรู้จักกันนานเท่าไรก็ยิ่งค้นพบความพิเศษของนางแม้ว่านางจะใช้เวลาทั้งวันอยู่รอบเตาและตะกร้าเย็บผ้าเหมือนหญิงสาวทั่วไป แต่ความฉลาดเฉียบแหลมของนางก็น่ากลัวไม่เบาหากว่านางเป็นบุรุษเกรงว่าบางทีบนโลกใบนี้อาจไม่มีสกุลกงจื้อ และไม่มีสกุลซือหม่า!

            “ลุงอวิ๋นข่าวจากซีจิงบอกว่าซือหม่าเชวี่ยนได้บุกเข้าไปในจวนของขุนนางระดับสามหลายคนอย่างนั้นหรือ?”

            “ขอรับนายน้อย ข้าได้ยินมาว่าชายที่อายุเกินสิบแปดปีล้วนถูกตัดศีรษะ ญาติผู้หญิงของพวกเขาเข้าร่วมกับสำนักการสังคีตตอนนี้สถานการณ์ในซีจิงกำลังคับขัน มีเพียงไม่กี่คนที่ยังเดินไปเดินมาบนท้องถนน”ท่านลุงอวิ๋นไม่รู้ว่านายท่านจะถามเรื่องนี้ขึ้นมาแต่เขาก็ยังคงตอบอย่างระมัดระวังเช่นเดิม

            กงจื้อหมิงพยักหน้าสองสามครั้งและออกคำสั่งว่า“ส่งสารไปยังฝ่ายคลังและฝ่ายข่าวกรองทั้งสองกลุ่มให้รับเลี้ยงเด็กกำพร้าของแต่ละครอบครัวและหาสถานที่ปลอดภัยเพื่อเลี้ยงดูพวกเขาด้วย”

            ในที่สุดท่านลุงอวิ๋นก็เข้าใจในเจตนาของนายน้อยและเขาก็พูดยกย่องซ้ำไปซ้ำมาว่า “นายน้อยเป็นคนมีวิสัยทัศน์กว้างไกลจริงๆ”

            กงจื้อหมิงกลับส่ายหัวและดวงตาของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาอยู่ครู่หนึ่ง“ก็แค่หยิบยืมคำพูดของคนอื่นมาใช้ก็เท่านั้น ไปเตรียมพู่กันและหมึกมา ข้าจะเขียนจดหมายสักสองสามฉบับ”

            หลังจากพูดจบเขาหันไปหาเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาแล้วพูดว่า “ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้คงลำบากพวกเจ้าไม่น้อยพักผ่อนดีๆ สักคืนแล้วพรุ่งนี้ออกเดินทางแต่เช้า หลังจากยี่สิบวัน ต่อให้หาหญ้านิรันดร์ไม่เจอก็ต้องกลับมาข้าทำของเล่นบางอย่างไว้เมื่อไม่กี่วันก่อน เดี๋ยวจะให้หลินลิ่วเอามาให้พวกเจ้าในป่าในเขามีอันตรายรอบด้านจะได้มีอะไรช่วยให้เอาตัวรอดเพิ่มอีกสักอย่าง”

            “ขอบคุณนายท่าน”ชายทั้งสามคนในชุดดำคุกเข่าลงและคำนับอีกครั้ง จากนั้นก็ลุกขึ้นขอตัวออกไป…

            ……

            ช่วงเวลาที่สวยที่สุดในโลกนี้ก็คือเดือนสี่เนื่องจากมีบรรยากาศที่สดใสของฤดูใบไม้ผลิ ต้นหญ้าที่สูงชะลูด นกกระจิบบินไปมาภูเขาและป่าไม้เขียวขจีความหนาวเย็นของฤดูหนาวและความกังวลในฤดูใบไม้ผลิได้จางหายไปแสงแดดก็ส่องมายังผู้คนที่สัญจรไปมาด้วยความอบอุ่นเป็นพิเศษ แมลงหลากสีหลายชนิดที่มุมของลานบ้านแต่ละแห่งก็เริ่มส่งเสียงร้องออกมาด้วยเช่นกัน

            ทั่วทั้งบริเวณที่ราบลุ่มระหว่างภูเขาแห่งนี้ชาวไร่ชาวนาที่พักผ่อนมาตลอดทั้งฤดูหนาวได้ทยอยกันออกจากบ้านไปกระจายอยู่ตามที่นาของตนเองที่นาของบางคนก็อุดมสมบูรณ์ บางคนก็แห้งแล้ง พวกเขายุ่งไม่น้อย ทั้งหมักปุ๋ยขุดร่อง และหว่านเมล็ด ในใจก็ภาวนาให้สวรรค์ทำให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลความอบอุ่นและอิ่มท้องของคนแก่และเด็กทั้งครอบครัวได้ถูกฝังลงไปในดินรอเวลาเติบโต

            สกุลอวิ๋นไม่ได้ซื้อที่นาบริเวณใกล้เคียงดังนั้นจึงไม่ต้องยุ่งกับการเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ผลิแต่อย่างใด ทว่าทั้งนายทั้งบ่าวต่างก็ไม่มีใครแอบขี้เกียจเลยแม้แต่น้อยทุกคนต่างก็ทำหน้าที่ของตนเอง ยุ่งอยู่กับการทำงานแต่ก็ยังคงเงียบสงบอย่างมีระเบียบ

            ติงเหว่ยมองดวงอาทิตย์ที่อยู่สูงเสียดฟ้าทำให้ใต้ชายคาอบอุ่นเป็นอย่างมากอวี้ฉือตะโกนเรียกเฉิงเหนียงจื่อให้หยิบเสื่อน้ำมันและผ้าห่มเก่าๆ มาวางคลุมทับด้วยผ้าห่มอีกชั้นจากนั้นก็วางอันเกอเอ๋อร์และเอ้อร์หวาลงไปด้านบนทำให้พวกเขาคลานเล่นไปมาได้อย่างอิสระ

            ต้าหวาเป็นพี่ชายที่ดีหลังจากฟังคำสั่งของมารดาแล้ว เขาก็เฝ้าอยู่ข้างๆ น้องชายและนายน้อยอย่างตั้งใจหากว่าพวกเขากลิ้งไปถึงขอบผ้าห่มก็จะช่วยหมุนตัวกลับไปอีกฝั่งให้

            เอ้อร์หวาบางทีอาจเสียเปรียบตอนที่อยู่ในครรภ์ของมารดาไปหน่อยเดิมทีหน้าตาดูอ่อนแอราวถั่วงอกไม่มีผิด ผ่านไปสองเดือน ยามนี้ถูกเลี้ยงดูจนอ้วนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและเขายังสวมชุดเล็กๆ สีน้ำเงิน ดูเซ่อซ่าและน่ารักไม่เบา

            ส่วนอันเกอเอ๋อร์มีพื้นฐานร่างกายดีมาตั้งแต่แรกกินได้เยอะและนอนหลับได้ดีเมื่อเทียบกับเอ้อร์หวาแล้วเขาสูงและตัวใหญ่กว่าหนึ่งเท่าเขาสวมชุดทำจากผ้าดิ้นสีแดงที่แม่นางหลี่ว์เย็บด้วยตนเองที่คอของเขาใส่สร้อยคอเงินที่ท่านลุงอวิ๋นให้และที่สร้อยคอมีจี้สีเงินที่แกะสลักคำมงคลว่าอายุมั่นขวัญยืนห้อยอยู่ข้อมือเล็กของเขาก็ใส่กำไลเงินข้างละหนึ่งเส้นบางทีหัวเราะและขบกัดหมัดของเขาไปด้วยท่าทางอ้วนตุ๊ต๊ะของเขาในขณะนั้นเหมือนเหนียนฮว่าหวาหว้า [2] ไม่มีผิดทำให้ติงเหว่ยที่นั่งเด็ดผักอยู่ด้านข้างก้มหน้าลงมาและหอมแก้มลูกชายของนางอย่างหมั่นเขี้ยว

            อันเกอเอ๋อร์กำลังคลานอย่างมีความสุขทันใดนั้นจู่ๆ ก็ถูกท่านแม่กอดอย่างไม่ทันตั้งตัวเขาจึงเตะเท้าไปมาด้วยความไม่พอใจ เมื่อเอ้อร์หวาที่อยู่ด้านข้างเห็นเข้าก็สงสัยและยกไม้ยกมือไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน

            เมื่อเฉิงเหนียงจื่อที่กำลังเย็บผ้าอยู่เห็นดังนั้นนางจึงรีบเข้าไปอุ้มลูกชายกลับไป ติงเหว่ยพูดพร้อมรอยยิ้มว่า“เจ้าทำอะไรทำไมต้องระมัดระวังขนาดนั้น? พวกเขาล้วนแต่เป็นเด็กไม่ประสีประสาปล่อยให้พวกเขาเล่นกันไปเถอะ”

            เฉิงเหนียงจื่อหน้าแดงและยิ้มออกมานิดหน่อยแต่อย่างไรนางก็ไม่อาจปล่อยผ่านลูกชายไปได้ ในใจของนางรู้สึกว่าต่อให้นายหญิงจะดีกับพวกเขาทั้งครอบครัวสักแค่ไหนแต่อย่างไรก็เป็นเจ้านายพวกเขาไม่สามารถที่จะไม่เคารพได้ต่อให้คุณชายน้อยจะยังเป็นเด็กตัวน้อยที่น้ำลายไหลอยู่ก็ตาม

            ติงเหว่ยยิ้มและส่ายหัวนางไม่พูดอะไรมากจากนั้นก็มองไปที่บานหน้าต่างที่กำลังเปิดอยู่ครึ่งหนึ่งในห้องหลักดูเหมือนว่าชายคนนั้นจะเขียนหนังสืออยู่ที่โต๊ะเกือบทั้งเช้าหากเป็นอย่างนั้นต่อไปเอวและขาที่เดิมทีก็ไร้ความรู้สึกของเขาจะต้องทนไม่ไหวอย่างแน่นอน

            เมื่อคิดได้เช่นนี้นางจึงลุกขึ้นและเดินเข้าไปยกมือเพื่อเปิดบานหน้าต่าง และทักทายด้วยรอยยิ้มว่า “นายน้อยวันนี้อากาศแจ่มใส ออกไปเดินเล่นกันสักรอบสองรอบเถอะ!”

            กงจื้อหมิงกำลังขมวดคิ้วและเขียนจดหมายดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและเย็นชาทันใดนั้นเขาก็ได้ยินใครบางคนทักทายจึงหันกลับไปมองราวกับว่าแสงแดดที่เต็มลานบ้านตกกระทบลงไป ที่ร่างกายและมือของนางโดยตรงดูแล้วรู้สึกอบอุ่นเป็นพิเศษ

            เขามองหญิงสาวที่ถูกอาบไปด้วยแสงแดดอีกครั้งรู้สึกราวกับว่าทั้งตัวของหญิงสาวคนนั้นกำลังเปล่งประกายออกมารอยยิ้มที่มีความสุขและสดใสของนางทำให้เขาพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว “ตกลง”

            ติงเหว่ยยิ้มพลางโบกมือให้เฟิงจิ่วที่อยู่ที่มุมห้อง“รีบไปช่วยนายน้อยเตรียมไม้ค้ำยันมาเร็วเข้าออกไปเดินเล่นสักรอบสองรอบก็จะถึงเวลากินข้าวแล้ว ผักป่าวันนี้สดมากเป็นพิเศษ ข้าจะห่อเกี๊ยวน้ำหลายๆชามแล้วก็แบ่งให้เจ้าชามหนึ่งด้วย”

            เฟิงจิ่วตกตะลึงไปครู่หนึ่งและในที่สุดก็วิ่งไปเอาไม้ค้ำยันออกมา หลังจากนั้นก็ช่วยพยุงนายท่านของเขาออกจากห้องเมื่อเห็นว่าติงเหว่ยเข้ามารับช่วงต่อแล้ว เขาก็ยกมือปาดเหงื่อเย็นๆ ออกจากศีรษะ

            นายท่านเป็นคนที่เกลียดเวลาถูกคนอื่นรบกวนตอนกำลังใช้ความคิดที่สุดเมื่อก่อนตอนยังอยู่ที่ซีจิงเคยมีสาวใช้คนหนึ่งที่พอจะมีหน้ามีตาอยู่บ้างถูกไล่ทุบตีออกไปด้วยเหตุผลนี้เมื่อครู่เขายังตกใจจนเกือบจะไปขอความเมตตาแทนคิดไม่ถึงว่านายน้อยไม่เพียงแต่ไม่โกรธทั้งยังวางมือจากหน้าที่และออกไป

            นี่หมายความว่าอาจารย์ชอบพี่ติงขึ้นมาจริงๆนิดหน่อยใช่หรือไม่...

            ติงเหว่ยไม่รู้ว่าเฟิงจิ่วกำลังแอบเริ่มนินทาอีกครั้งนางพากงจื้อหมิงไปเดินสองรอบจากนั้นก็ตะโกนสั่งให้เฉิงเหนียงจื่อพาอันเกอเอ๋อร์ไปปัสสาวะ และติงเหว่ยก็ไปเตรียมอาหาร

            ……

            ปรากฏว่าประตูไม้แกะสลักของห้องตะวันออกกลับเปิดออกและมีเสียง“แอ๊ด” ผู้อาวุโสเหว่ยเดินออกมาจากด้านในห้อง เมื่อเปรียบเทียบกับเมื่อวานเขาเปลี่ยนชุดใหม่ หวีผม และตัดหนวดเคราในชั่วพริบตาเดียวจากขอทานก็เปลี่ยนเป็นหมอเทวดาอาวุโสในตำนาน

            -----------------------------------------

            [1] หญ้านิรันดร์ 不老草หมายถึงพืชสมุนไพรหายากที่ส่วนใหญ่เป็นกาฝากบนรากของต้นไม้ชนิดหนึ่งบนหน้าผาสูงชันกลีบดอกเป็นสีม่วงแดงเข้ม ช่อดอกแหลมและซ้อนกันเป็นทรงพุ่มอย่างเป็นระเบียบจัดได้ว่าเป็นพืชสมุนไพรหายากในภูเขาฉางไป๋ซึ่งมีชื่อเสียงไปทั่วโลกในด้านผลทางเภสัชวิทยาที่เป็นเอกลักษณ์อย่างไรก็ตาม ตามความเชื่อจากนิทานพื้นบ้าน “หญ้านิรันดร์”มีผลมหัศจรรย์ในการบำรุงไตและเสริมสร้างหยางเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับลำไส้และเป็นยาระบาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีอายุยืนยาวและเป็นอมตะ เนื่องจากมีวิธีการเจริญเติบโตแบบพิเศษ มีระยะการกระจายตัวที่แคบและเป็นพืชกาฝาก

            [2] เหนียนฮว่าหวาหว้า 年画娃娃หมายถึงเด็กผิวขาวตัวอ้วนที่ถือปลาคาร์ปในรูปตอนปีใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความมงคลโดยมีความหมายว่ามีกินมีใช้ทุกปี

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663