ตอนที่3 ต้องระดับนางงามจักรวาลเท่านั้น
เขาแอบอธิษฐานอย่างมีความหวังโดยขอให้ตัวเลขหยุดอยู่เพียงเก้าภารกิจเท่านั้น เพราะกังวลว่ายิ่งได้ตัวเลขมากจะยิ่งลำบากในการดำเนินชีวิตต่อไปเนื่องจากต้องเร่งรัดทำภารกิจให้ทันตามเงื่อนไข ไม่เช่นนั้นเขาคงตายจากการลงโทษของระบบโกลาหลก่อนได้เสวยสุขในโลกใหม่
ติ๊ง !
ตัวเลขในกรอบที่สามพร้อมเสียงราบเรียบของระบบดังขึ้นว่า“ภารกิจตลอดชีวิตคือยี่สิบเก้า ขอให้โอนเนอร์โชคดี”
“อะไรนะ?! ยี่สิบเก้า!ครึ่งหนึ่งเชียวนะ! แก.....”
เสิ่นอี้พลันนึกถึงบทลงโทษจากระบบทำให้เขารีบเอามือปิดปากตัวเองอย่างรวดเร็วก่อนที่จะพ่นคำหยาบใส่ระบบจนทำให้มันลงโทษเขาอีก
เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าระบบไม่มีเสียงสั่งลงโทษแล้ว ทำให้เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกทันทีพลางเอามือทาบหน้าอกอย่างหวาดเสียวแล้วพูดพึมพำว่า
“เกือบไปแล้วไหมละชอบพูดไม่คิดดีนัก”
เขาบ่นให้ตัวเองอย่างไม่พอใจพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างจำยอมที่ตนรับระบบโกลาหลโดยไม่ยั้งคิด
จากนั้นลุกขึ้นนั่งขอบเตียงพลางคิดฮึดสู้อย่างมีความหวัง เขามั่นใจว่าฝีมืออย่างตนย่อมปฏิบัติภารกิจพิเศษสำเร็จได้แน่นอนถึงแม้ว่าในอดีตบนดาวเอวานั้น เขาจะเป็เพียงพลเมืองชั้นที่ห้าโดยทำหน้าที่เป็คนเก็บอึสัตว์เลี้ยงประหลาดของนักปราชญ์จอมเพี้ยนที่มีชื่อว่า“พิชญ์เรอาที่สาม”
เขาได้ยินข้อมูลลับจากการสนทนาในกลุ่มนักปราชญ์ที่ต่อต้านสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของพิชญ์เรอาที่สามโดยเชื่อว่าสิ่งประดิษฐ์ที่มีชื่อว่า “ระบบโกลาหล” จะนำความวุ่นวายมาสู่จักรวาลตามชื่อที่ตั้งไว้
อย่างไรก็ตามมูลค่าของสิ่งประดิษฐ์นั้นมีราคาสูงลิบลิ่วและเป็ที่้าขององค์กรลับที่มีชื่อว่า “คิลล์แองเจิล” ทำให้เขาเกิดความโลภอยากยกฐานะพลเมืองให้สูงขึ้นอย่างน้อยกลายเป็พลเมืองชั้นที่สี่หรือสามก็ยังดี จึงเป็ที่มาของการขโมยสิ่งประดิษฐ์ระบบโกลาหลจนนำมาสู่การตายและเกิดใหม่ในครานี้
เขาเพ่งมองฮอโลแกรมในหัวอีกครั้งซึ่งพบปุ่มหนึ่งที่ยังไม่ถูกปลดล็อก โดยมีคำเตือนเขียนไว้ว่าปลดล็อกได้ต่อเมื่อปฏิบัติภารกิจพิเศษเสร็จสิ้นทำให้เขากระหายใคร่รู้เป็อย่างยิ่งว่าปุ่มนั้นจะหมายถึงทักษะพิเศษใด
“เอาก็เอา.....ไหนๆ ก็กดยืนยันรับภารกิจพิเศษไปแล้ว ให้มันรู้ไปสิว่าจะตามหาเทเลพอร์ตไม่ได้”
เขาลุกขึ้นยืนพลางกำหมัดสองข้างแน่นอย่างมีความหวังโดยที่ยังไม่คิดสอบถามระบบเกี่ยวกับเื่ที่เขาสงสัยอีก ก่อนกวาดสายตามองห้องที่สกปรกรกรุงรังอย่างขัดใจ
“เอาไว้ค่อยมาเก็บทีหลังแล้วกันว่าแต่เงินที่ได้มาจะเข้าบัญชีเสิ่นอี้เลยใช่ไหม?”
เขารู้สึกสงสัยว่าระบบจะทำการจ่ายเงินห้าล้านหยวนให้เขาช่องทางใดเนื่องด้วยเขาเพิ่งเข้ามาอยู่ในร่างใหม่นี้ไม่นานนักจึงคาดเดาว่าระบบคงจะทำการโอนเงินที่เป็ทรัพย์สินของโลกนี้ผ่านบัญชีของร่างเดิมแน่นอน
จากนั้นเขาไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ที่มีกลิ่นเหม็นน้อยที่สุดเพราะทุกตัวสกปรกและมีกลิ่นเหม็นเหงื่อผสมกลิ่นเหล้าเต็มไปหมดซึ่งเขาไม่สามารถใส่ได้ จึงเหลือเพียงเสื้อยืดสีเขียวเข้มและกางเกงยีนขาสั้นเท่านั้นยังดีที่มีรองเท้าผ้าใบสีขาวใกล้ขาดซึ่งดูไม่ย่ำแย่เกินไป
เขาเดินลงบันไดหอพักชั้นห้าลงมาโดยตั้งใจเดินผ่านชั้นล่างสุดที่อยู่ติดกับบันได ซึ่งเป็ห้องทำงานของเจ้ไฝที่มีกระจกบานใหญ่อยู่ด้านหน้าเขาเดินเชิดหน้าผ่านห้องกระจกเมื่อเหล่ตามองเห็นอีกฝ่ายกำลังจ้องมองตนอย่างอวดดีเพราะมั่นใจแล้วว่ามีเงินมาชำระหนี้อย่างแน่นอน
เมื่อเสิ่นอี้เดินผ่านไปไม่นานนักเจ้ไฝเปิดประตูห้องทำงานออกมาพลางยืนเท้าเอวจ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มลูกหนี้ด้วยความแปลกใจ
“เอ! ปกติเสี่ยวอี้หลบหน้าฉันตลอดคราวนี้ยังกล้าเชิดใส่ฉันอีก หรือว่าจะมีเงินมาจ่ายแล้ว แต่ก็ดี...ฉันจะได้เอาเงินไปสั่งซื้อเสื้อตัวใหม่ให้แฟนสะหน่อย”
เจ้ไฝพยักหน้าอย่างพึงพอใจเมื่อนึกถึงแฟนหนุ่มรุ่นน้องคนล่าสุดซึ่งเธอพยายามเอาใจอีกฝ่ายเพื่อให้เขายินยอมเป็แฟน โดยจะได้มีหนุ่มหล่อไว้ควงอวดหญิงสาวทั้งหลายในหอพักและที่ทำงานพิเศษ
..........
เสิ่นอี้จำเป็ต้องนั่งรถเมล์ไปธนาคารเพราะเขาเหลือเงินติดตัวเพียงหนึ่งร้อยหยวนเท่านั้น ในขณะที่บัญชีธนาคารมีเงินติดบัญชีเพียงหนึ่งร้อยห้าหยวนตามที่ระบบวิเคราะห์ได้เขาไม่กล้าไปปิดบัญชีเพราะมีเงินเหลือน้อยเกินไปจึงเกิดความอับอายอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อมาถึงธนาคารเอสแอนด์ดีสาขาเมืองหลวงแล้วเขาลังเลที่จะเข้าไปเพราะยังกังวลเกรงว่าเงินจะไม่เข้าบัญชี กระทั่งยามของธนาคารเดินมาสอบถามเขาอย่างดูแคลนว่า
“เฮ้! พ่อหนุ่ม!มายืนขวางอะไรที่นี่?ธนาคารไม่ใช่สถานสงเคราะห์นะ ไปยืนที่อื่นเลย.....ไป๊!”
ชายวัยกลางคนในเครื่องแบบรักษาความปลอดภัยโบกมือไล่พร้อมก้าวเข้ามาประชิดตัวเสิ่นอี้เพื่อกดดันชายหนุ่มให้ถอยห่างออกไปจากหน้าประตูทางเข้าธนาคารทำให้ชายหนุ่มรีบหยิบสมุดบัญชีธนาคารออกมาจากกระเป๋าเป้ใบเล็กที่สะพายอยู่อย่างรวดเร็วพร้อมบอกอีกฝ่ายว่า
“อย่าเพิ่งไล่สิ.....ผมกำลังจะมาถอนเงินที่นี่”
ยามชะงักการขับไล่แวบหนึ่งก่อนโบกมือให้ชายหนุ่มเข้าไปในธนาคารเพราะเหลือบมองเห็นสมุดบัญชีของธนาคารแห่งนี้พอดีถึงอย่างนั้นเขายังไม่วายบ่นพึมพำเสียงดังให้เสิ่นอี้ได้ยินว่า
“ชิชะ! ทำเป็จะมาถอนเงินมีเงินในบัญชีหรือเปล่าก็ไม่รู้ คนหนุ่มสมัยนี้ช่างโกหกเก่งเสียจริง”
เสิ่นอี้ได้ยินพลันควันออกหูด้วยความโมโหเขาเงื้อกำปั้นขึ้นเพื่อหมายจะต่อยยามที่เดินหันหลังให้ตนอยู่ตรงหน้าทว่าคิดได้ทันว่าเป็การกระทำที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งเกรงจะได้รับโทษจากระบบจึงลดมือลง
บังเอิญเป็จังหวะเดียวกับที่ยามหันหลังกลับมาดูชายหนุ่มด้วยความสงสัยพลางถามว่า“จะทำอะไร?!”
“เปล่า!.....ผมแค่อยากเกาหัวเท่านั้น”
เสิ่นอี้ตอบเสียงสูงอย่างคนมีชนักติดหลังเขาเกาหัวแกรก ๆ พลางลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ไม่ได้ทำร้ายอีกฝ่ายจนก่อความวุ่นวายให้เกิดขึ้น
เมื่อเข้ามาในธนาคารที่มีลูกค้าประปรายเขาเดินตรงเข้าไปยังเคาน์เตอร์บริการทันทีพร้อมยื่นสมุดบัญชีให้กับพนักงานธนาคารที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์โดยบอกจำนวนเงินคร่าว ๆ ที่้าใช้ในภารกิจพิเศษอย่างกังวลใจว่า
“ถอนเงินหนึ่งแสนหยวน”
พนักงานสาวเหลือบมองเสิ่นอี้อย่างไม่พอใจเพราะชายหนุ่มไม่ได้กดบัตรคิวทว่าพุ่งเข้ามาหาเธอโดยตรง หางตาเธอมองเห็นผู้จัดการธนาคารกำลังเดินมายังทิศทางตนพอดีจึงจำเป็ต้องทำหน้าที่ให้บริการลูกค้าด้วยดี ถึงแม้ว่าภายในใจจะรู้สึกขุ่นเคืองชายหนุ่มตรงหน้าเป็อย่างมากก็ตาม
“รอสักครู่นะคะขอตรวจสอบเงินในบัญชีก่อน”
พนักงานสาวกล่าวกับเสิ่นอี้อย่างดูแคลนก่อนที่จะส่ายหน้าแล้วแอบเบ้ปากเล็กน้อยเนื่องด้วยสภาพของชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะหน้าตาดีแต่การแต่งกายใกล้เคียงกับขอทานหรือคนเร่ร่อนทำให้หญิงสาวละความสนใจจากเขาทันที
อย่างไรก็ตามเมื่อเธอเหลือบมองเห็นตัวเลขในบัญชีที่เพิ่งมีเงินโอนเข้ามามากถึงห้าล้านหยวนทำให้เธอรีบเปลี่ยนท่าทีตนเองพร้อมพูดกับเสิ่นอี้ด้วยน้ำเสียงสุภาพอย่างมีมารยาว่า
“ได้ค่ะคุณลูกค้าว่าแต่คุณลูกค้ามีเบอร์โทรหรือวีแชตไหมคะ? เผื่อทางธนาคารมีโปรโมชันพิเศษเราจะได้ติดต่อกันโดยตรงเลยค่ะ ดีไหมคะ?”
เสิ่นอี้ไม่ได้สนใจเสียงอ่อนหวานอย่างจงใจจากพนักงานสาวเขากำลังตาโตอย่างตกตะลึงเพราะมั่นใจแล้วว่าระบบโกลาหลไม่ได้หลอกลวงเขาเหล่ตามองพนักงานหญิงตรงหน้าที่ตั้งใจปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนออกเพื่อให้มองเห็นเนินอกขาวผ่องถนัดตา
เขาคิดอย่างดูแคลนหญิงสาวทันทีว่า‘ชิ!ทีตอนแรกมองฉันด้วยหางตา พอเห็นว่ามีเงินเยอะก็อ่อยเชียว อย่างหล่อนฉันไม่สนหรอกหากฉันจะมีแฟนใหม่ทั้งที ต้องระดับนางงามจักรวาลเท่านั้น’
เขาไม่ปฏิเสธภาพหน้าอกคัพซีสวยงามตรงหน้าจึงมองอย่างสบายตาทว่าภายในใจเขานั้นได้ตั้งความหวังไว้สูงเพราะมั่นใจในระบบโกลาหลแล้วว่าสามารถพลิกชีวิตได้จริงโดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความโกลาหลกำลังคืบคลานเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งในชีวิต
กระทั่งเขาได้รับเงินหนึ่งแสนหยวนหนึ่งห่อพร้อมบัตรธนาคารใหม่เอี่ยมโดยเขาเก็บเงินไว้ในกระเป๋าเป้อย่างกังวลใจเนื่องด้วยเป็ครั้งแรกของร่างเก่าที่เคยพกเงินมากขนาดนี้รวมทั้งิญญาใหม่ที่ได้ทำอะไรแปลกใหม่เป็ครั้งแรกเช่นกัน
อนึ่งบนดาวเอวานั้นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดกลับกลายเป็หินพลังงาน ไม่ใช่กระดาษหรือบัตรพลาสติกอย่างโลกนี้
พนักงานสาวยังคงอยากสร้างสัมพันธ์กับชายหนุ่มหล่อเหลาและมีเงินมากเช่นนี้จึงแนะนำอย่างใจดีว่า
“คุณลูกค้าคะไม่ทราบว่าได้ติดตั้งแอปธนาคารหรือยัง?คุณลูกค้าสามารถใช้จ่ายเงินผ่านแอปได้เลย ดีกว่าการพกเงินสดไว้กับตัวนะคะมันเป็อันตรายสำหรับคุณลูกค้าค่ะ ให้ฉันช่วยติดตั้งแอปและแนะนำวิธีใช้ดีไหมคะ?”
เสิ่นอี้กระแอมไอเพื่อกลบเกลื่อนความอับอายของตนทันทีเขาตอบกลับเสียงราบเรียบว่า
“ไม่เป็ไรครับผมจะจัดการเอง ขอบคุณมาก”
เขารีบหันหลังเดินออกจากธนาคารทันทีโดยคิดที่จะไปเปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่บางอย่าง ซึ่งอยู่ในรายละเอียดของภารกิจแรกด้วยก่อนที่เขาจะไปหาเถ้าแก่เพื่อทวงเงินชดเชยซึ่งเป็สิทธิพึงได้สำหรับลูกจ้างอย่างตน
เสิ่นอี้เดินเข้าห้างสรรพสินค้าใกล้ธนาคารทันทีเพราะเป็สถานที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างโดยเขาตัดสินใจที่จะซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่เพื่อใช้งานในยุคการสื่อสารห้าจี