บทที่14
“ในอาหารมีพิษ”สิ้นคำของทรงกลด อลิสาใปล่อยตะเกียบหลุดมือ เธอมองชายหนุ่มรอให้เขาตัดสินใจ
ทรงกลดเหลียวมองรอบๆลูกค้าในร้านโต๊ะข้างๆต่างกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ไม่มีจุดไหนผิดปกติหมายความว่าศัตรูเฉพาะเจาะจงเล่นงานเพียงเขา
“เด็กเสริฟทางนี้ครับ” ทรงกลดหันไปพูดกับหนุ่มร่างเล็กที่เดินมาใกล้ๆ “เรียกกุ๊กมาคุยหน่อยอาหารรสชาติแบบนี้ใครจะกินลง” คำพูดที่เปี่ยมไปด้วยอุบายก็เพื่อเรียกคนที่้าออกมาและเป็การปิดบังไม่ให้คนประสงค์ร้ายรู้ตัวด้วย
สักพักชายร่างท้วมใหญ่ในชุดกุ๊กเดินหน้าตาถมึงทึงเข้ามาในมือยังเพิ่มตะหลิวใบใหญ่ติดมือมาด้วย ท่าทางเอาเื่เต็มที่ “มีปัญหาอะไรไอน้อง พี่ทำงานที่นี่มาสิบห้าปีแล้ว ไม่เคยมีใครบ่นเื่อาหาร” น้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดดังพอให้โต๊ะข้างๆหยุดมองเคยเห็นแต่แขกตีกัน วันนี้อาจได้เห็นกุ๊กตีแขกบ้าง
“พี่ทำเป็ดจานนี้เหรอ”ทรงกลดไม่ใส่ใจในท่าทางของกุ๊ก เขายิงคำถามทันที
“แล้วเป็ไงมีปัญหาอะไร เป็ดกรอบยอดผัก โต๊ะนั้นก็สั่ง” เสียงแข็งรัวบ่งบอกว่าเป็ชายหัวร้อนเขาตะคอกพร้อมกับชี้ไปโต๊ะมุม
หลายคนมองตามมือที่ชี้ภาพประหลาดก็เกิดขึ้น ชายหญิงห้าคนกำลังหลับคาโต๊ะ พวกเขาหลับ หลับกันหมดทั้งโต๊ะ ชายร่างอ้วนหัวโต๊ะยังกรนเสียงดัง
“อ้าวเฮ๊ย ง่วงก็กลับไปนอนซะ มาหลับอะไรที่นี่” ชายวัยกลางคนข้างๆกุ๊กส่งเสียงดังะโบอก
ทรงกลดกวักมือเรียกกุ๊กให้เอียงหูมาใกล้ๆคำพูดที่กระซิบบอกทำให้เขาถึงกับใจนผงะ หันไปกระซิบกับชายคนที่ยืนอยู่ข้างๆ
“อย่ามาล้อเล่นกับพี่พี่เอาตาเลยนะไอน้อง” เสียงเ้าของร้านหันมาขู่ทรงกลด เขาคือชายคนข้างๆกุ๊กนั่นเองไม่มีไครเชื่อในสิ่งที่เด็กแปลกหน้าคนนี้พูด
ดีที่ทรงกลดไม่ได้เปิดโปงกับลูกค้าทั้งร้านไม่งั้นคงเกิดความโกลาหลวุ่นวาย เ้าของร้านเองก็ไม่คิดจะลงมือกับเด็กหนุ่มเพื่อเป็การดีกับทุกฝ่าย จึงขอให้เก็บเงินพร้อมกับห่ออาหารทุกจานบนโต๊ะ เพื่อเอากลับไปกิน
ขณะที่ทั้งสองเดินออกจากร้านทรงกลดพยายามสแกนหาสิ่งผิดปกติรอบบริเวณ มีผู้คนสัญจรไปมามากมายเขาไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆเลย
ส่วนทางร้านอาหารพวกที่โดนพิษจนนอนหลับ ดูไม่น่าจะร้ายแรงอะไร พวกนั้นไม่ใช่เป้าหมายของเฒ่าพิษเมื่อทรงกลดจากมา พวกเขาคงได้รับการแก้ไขในไม่ช้า หากไม่เป็เช่นนั้นชายหนุ่มสาบานว่า จะเอาคืนเฒ่าพิษเป็ร้อยเท่า มีอะไรมาเล่นกันตรงๆอย่าทำร้ายผู้บริสุทธิ์ แค่ที่ผ่านมาก็มากพอแล้วทรงกลดกำลังข่มอารมณ์ตัวเองเต็มที่ พยายามจะไม่โกรธ
“ยังหิวอยู่มั๊ย”เขาหันไปใส่ใจกับสาวน้อยข้างๆ เธอเดินตามมาเงียบๆสงบเสงี่ยมเวลานี้ไม่ควรรบกวนสมาธิชายตรงหน้า
“นิดหน่อยแต่ก็ทนได้”
เป็ครั้งแรกที่ทรงกลดได้เห็นรอยยิ้มหวานจากอลิสาชายหนุ่มถึงกับตะลึงไปชั่วครู่ เขารีบเรียกสติกลับคืนมา หันไปมองทางอื่น
“ให้พ้นเื่นี้ไปก่อนจะหาของอร่อยให้กิน”
อลิสาลอบยิ้มในมุมที่ทรงกลดไม่เห็นหัวใจเธอพองโต เกิดริ้วสีชมพูระเรื่อข้างแก้มใสทั้งสอง ใครจะคิดว่าเด็กสาวที่ร้ายแสนร้ายถึงขนาดลงมือฆ่าคนตายอย่างเืเย็น(จากภาคที่แล้ว) สาวน้อยคนที่เย่อหยิ่งเข้าถึงยากจะมีด้านที่เปลี่ยนไป
ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์อันคลุมเครือของทั้งสองได้พัฒนาไปอีกระดับหนึ่ง
ภายในแผงขายไม้กวาดพ่อค้ากำลังเย็บไม้กวาดอันใหม่ สายตาที่สับสนสงสัยจ้องมองหนุ่มสาวทั้งสอง แววตาครุ่นคิดทำไมพิษเขาไม่สามารถทำอะไรกับหนุ่มสาวคู่นี้ได้
แม้นลูกค้าจะแน่นร้านแต่เขากลับไม่สนใจโปรโมทสินค้าเลยแม้แต่น้อยสมาธิยังคงเพ่งตรงไปที่เหยื่อทั้งสอง
‘เก่งนี่ไอเด็กน้อย ดูว่าจะรอดไปได้สักกี่วัน’ ความคิดหนึ่งพุ่งพล่านอยู่ในสมองของพ่อค้าลึกลับคนนี้คงต้องยกระดับการโจมตี เขาคือ เฒ่าพิษ เทพพงไพร อัมดาฮัมนั่นเอง
ทรงกลดกับอลิสากลับขึ้นเรือตอนใกล้ค่ำ หลังออกจากร้านอาหาร เขาพาอลิสาแวะไปสวนสมุนไพรยายชู กินอาหารกันที่นั่นและฝากคนไข้หนุ่มทั้งสามไว้กับยายชู สามหนุ่มร้องขอติดตามกลับมาด้วยแต่ทรงกลดปฏิเสธ เื่นี้คนยิ่งน้อยยิ่งง่ายต่อการโต้ตอบแก้ไข เขาเตรียมของบางอย่างเพื่อกลับมารักษารรินทรา
“อยู่ใกล้ๆไว้อย่าหายไปใหน”
“ค่ะ”อลิสากระซิบเสียงแ่
การให้อลิสาอยู่ใกล้ๆเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดมีเพียงเธอที่ยังไม่ถูกพิษเล่นงาน เขาจึงต้องเฝ้าระวังเป็พิเศษเพราะไม่ใช่เป้าหมายของเฒ่าพิษหรือสาวน้อยมีร่างกายพิเศษสามารถต้านพิษชายหนุ่มไม่อาจรู้ได้ท่ามกลางความสงสัยคงต้องรอให้เวลาเป็เครื่องพิสูจน์
ภายในห้องส่วนตัวของสองสาวทรงกลดกำลังเก็บตัวอย่าง น้ำลาย น้ำมูก เสมหะ เืของรรินทราใส่แก้วใบเล็กๆที่ซื้อมาวันนี้เพื่อนำไปค้นหาว่าหญิงสาวโดนพิษชนิดใดกันแน่ พร้อมกันนั้นก็ได้เก็บตัวอย่างจากอลิสาด้วย เพื่อเปรียบเทียบหาความแตกต่าง
เครื่องมือที่ใช้สแกนหารายละเอียดส่วนผสมของตัวอย่างก็แสนจะง่ายสายตาของทรงกลดนั่นเอง ดวงตาพิศษที่สุดแสนจะแม่นยำเที่ยงตรงยิ่งกว่าเครื่องมือใดๆ
ใช้เวลาไม่นานเขาก็สแกนพบพิษในแก้วตัวอย่างของรรินทราถึงห้าชนิด บางชนิดมีอายุถึงหนึ่งเดือนนั่นย่อมหมายความว่า รรินทราได้รับพิษมานาน ก่อนที่จะรู้จักพวกเขาเสียอีก
หรือเฒ่าพิษวางแผนปล่อยให้หญิงสาวขึ้นเรือมาเพื่อเป็พาหะคอยแพร่เชื้อหากเป็เช่นนั้นจริงถือเป็การกระทำที่โเี้อำมหิตมาก อภัยให้ไม่ได้
ส่วนตัวอย่างของอลิสายิ่งสร้างความประหลาดใจเซลล์หลายตัวมีความรู้สึกคุ้นเคยมากเซลล์เหล่านี้ยังทำหน้าที่กำจัดเซลล์แปลกปลอมที่หลงเข้ามานี่คงเป็เหตุผลที่ไม่พบพิษใดๆในตัวอลิสาเลย
วิเคราะห์ย้อนกลับถึงตัวทรงกลดเขามีไมโครจั๊มพ์เป็ตัวแอนตี้สิ่งแปลกปลอม อันนี้เขาเข้าใจดี และหลายวันมานี้ยังได้กินยาแก้พิษนานาชนิดที่ตัวเองสกัดได้ เช่นนั้น พิษหรือกลายเป็ขนมหวานวัยเด็กของชายหนุ่มไปเสียแล้ว
ในความคิดที่แล่นวิเคราะห์ไปมาเหมือนฮาร์ดดิสค์ตัวใหญ่ในสมองมีสิ่งหนึ่งได้ตกผลึกขึ้น นั่นคือ เือลิสาเคยได้รับเืจากทรงกลดครั้งที่เธอป่วยหนัก เพราะเืเ่าั้ มันได้ผสมผสานกลมกลืนกับร่างกายของเด็กสาวหากสังเกตให้ดีจะเห็นว่า หน้าตาอลิสาสดใส ผิวพรรณผ่องผุดนวลใยแววตาเป็ประกายเจิดจ้า ทั้งหมดทั้งมวลเป็ผลจากการให้เืในครั้งนั้นทั้งสิ้น
หวนคิดถึงกะปุกสาวน้อยหน้าหวานั์ตาชวนฝันผู้มีรอยยิ้มที่แสนตรึงใจ เขามักจะรู้สึกประหลาดๆกับเธอครั้งเมื่อเกิดเื่ที่อิมพีเรียลฮอลล์คราวนั้น ความรู้สึกช่างเด่นชัด เขามักรู้สึกอบอุ่นเหงา โดดเดี่ยว หัวใจชุ่มชื่น นั่นคือความรู้สึกเฉพาะของสาวน้อยนามกะปุกไม่ใช่เหรอ
เมื่อรู้ว่าเพราะเืของเขาเป็เซลล์ที่พิเศษที่สุดในโลก ท่านกลางความยินดีกับมีความกังวลชายหนุ่มต้องเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับ จะต้องไม่มีใครรู้เขาจะเล่าเื่นี้ให้ใครฟังไม่ได้ อันตรายอาจมาถึงชีวิตพวกประสงค์ร้ายอาจจับเขาสูบเืจนหมดตัวเลยก็ได้แค่คิดชายหนุ่มถึงกับสยิวกายด้วยความหวาดเสียว
คิดถึงคนสามคนที่ชายหนุ่มเคยให้เืกะปุก ผู้บัญชาการสูงสุดธาดาแห่งกรีนแลนด์ และอลิสา พวกเขายังไม่รู้ความลับนี้
ต่อไปจะไม่คิดให้เืกับใครอีกแล้วชายหนุ่มสัญญากับตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือปล่าว
“พี่เป็ไงบ้างพี่รินจะหายมั๊ย” อลิสาถามด้วยความเป็ห่วงเมื่อเห็นทรงกลดนิ่งไปนาน
ชายหนุ่มยิ้มให้เด็กสาว“เจอวิธีรักษาแล้ว”
วิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดคือใช้เืของตัวเองอันนี้ไม่ได้ เสี่ยงเกินไปที่จะทำเช่นนั้น
วิธีที่สองเืของอลิสา ก็ไม่ได้อีก หากทุกคนสงสัยถามขึ้นมาเื่ราวคงไม่พ้นตัวเขาวิธีนี้ก็เลิกคิดซะ ทำไม่ได้เช่นเคย
เหลือวิธีสุดท้ายความรู้ทางการแพทย์ เป็วิธีที่เนียนที่สุดเขาได้เตรียมยาสกัดจากสวนยายชูมาหลายตัวและได้เห็นตัวอย่างของพิษแล้วจากของเหลวทั้งหมดที่เก็บมา มีอลิสาคอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆการแก้พิษจึงกลายเป็เื่ง่ายดาย
กว่าทรงกลดจะเสร็จสิ้นการรักษาก็กินเวลาล่วงเลยไปถึงเที่ยงคืนทั้งหมดพากันหลับใหลไปด้วยความอ่อนเพลีย
เช้าวันใหม่ บริเวณท่าเรือรอบเรือสำเภาของทรงกลด นายทหารเรือและกลุ่มผู้คุ้มครองเรือนอนหมดสภาพอยู่บนพื้นใกล้ๆ ชายหญิงจำนวนมากนอนดิ้นทุรนทุรายหายใจรวยรินส่งเสียงครางอือ อือ ดังไปทั่วท่าใหญ่
ทางการฯนำเทปกั้นเขตมาปิดล้อมมีเ้าหน้าที่ชุด PPE สะพายปืนกลเบาดูเหมือนนักรบเคมีจำนวนหนึ่งยืนเฝ้าระวังประกาศพื้นที่บริเวณนี้เป็เขตโรคติดต่อห้ามผู้ใดเข้าใกล้คนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า
บนผืนน้ำทะเลใสปลาหลากหลายชนิดลอยตัวตายเกลื่อนเป็วงกว้าง บนท่ายังมี สุนัข แมว หนู นอนดิ้นหายใจแ่ๆรอเวลาสิ้นใจกระจายไปทั่ว จุดศูนย์กลางเหตุร้ายครั้งนี้อยู่ที่เรือสำเภาลำใหญ่
ด้านนอกมีกลุ่มม็อบเล็กๆถือป้ายประท้วงขับไล่สำเภาต่างถิ่นให้ออกไปจากเมืองนี้เสียงโห่ไล่กับคำปราศรัยของกลุ่มผู้นำดังมาเป็ระยะๆ
เื่ที่ควรจะจบลงั้แ่เมื่อคืนกลับปะทุใหญ่ขึ้นนี่คงเป็อีกผลงานของเฒ่าพิษ ครั้งนี้เล่นใหญ่ซะด้วยถึงกับใช้ผู้บริสุทธิ์เป็ตัวปะกัน
ทรงกลดยืนดูเหตุการณ์อยู่บนดาดฟ้าเรือเขาหวนนึกถึงเหตุวินาศกรรมที่อิมพีเรียลฮอลล์ ที่นั่นเหมือนฝันร้ายของเขาหรือมันจะย้อนกลับมาเกิดขึ้นอีกที่นี่
“มันมากเกินไปแล้ว ไม่รู้จักหยุดใช่มั๊ยงั้นได้เลย ข้าจะเป็ผู้หยุดมันเอง” เด็กหนุ่มคำรามเสียงดังด้วยความคั่งแค้นเหมือนจะให้ได้ยินไปถึงคนกระทำ