ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 24 คิดว่ามันคือผักกาดขาวงั้นหรือ

            “หว่านหนิงเธอกำลังจะเข้าเมืองใช่ไหม ช่วยไปส่งฉันได้หรือเปล่า ฉันอยากไปซื้อของบางอย่างที่สหกรณ์”

            สวีหว่านหนิงปรายตามองหยวนซินก่อนจะเห็นความพยายามอดกลั้นของอีกฝ่ายทว่าสีหน้าและแววตากลับเต็มไปด้วยความดีใจที่ล้นเอ่อ

            เธอคงค้นพบความลับที่อยู่ใต้โต๊ะตัวนั้นแล้วสินะ

            “ขึ้นมาสิ” สวีหว่านหนิงตบเบาะหลังบอกหยวนซินให้ขึ้นมานั่ง

            จากหมู่บ้านต้าเจียงไปที่ตำบลเหอตงจะต้องเดินทางผ่านพื้นที่ป่ารกร้างแม้จะเป็๲เวลากลางวัน แต่ตอนขี่จักรยานตัดผ่านผืนป่าสวีหว่านหนิงก็อดหวั่นใจไม่ได้

            บริเวณนี้เกิดเ๹ื่๪๫ไม่คาดฝันขึ้นได้ง่าย

            ทว่าหยวนซินที่นั่งซ้อนท้ายกลับสะกิดเอวเธอ“หว่านหนิง หยุดตรงนี้ก่อนได้หรือเปล่า ฉันมีเ๱ื่๵๹สำคัญอยากคุยด้วย”

            “ไม่ได้!” สวีหว่านหนิงปฏิเสธทันที ก่อนจะเพิ่มความเร็วในการปั่นจักรยาน

            ตอนมาถึงตำบลเหอตง เธอรู้สึกเหมือนขาทั้งสองข้างใกล้จะหักอยู่แล้ว

            “พวกเราแยกกันตรงนี้เถอะอีกสองชั่วโมงฉันจะมารอเธอตรงนี้ ถ้าเกินเวลานัดสิบนาทีแล้วเธอยังไม่มาฉันคงต้องกลับก่อน”

            เธอต้องกลับไปเตรียมเมนูอาหารเพื่อต้อนรับเ๽้าหน้าที่ระดับสูง!

            หยวนซินคว้าข้อมือของสวีหว่านหนิงเอาไว้“ใจเย็นก่อน ฉันมีของอยากจะให้เธอ”

            เธอหยิบห่อผ้าออกมาจากกระเป๋าสะพายข้างแล้วยัดมันใส่อ้อมอกของสวีหว่านหนิงทันที

            “ฉันให้เธอ”

            “อยู่ดีๆให้ของฉันทำไม”

            สวีหว่านหนิงบีบของในห่อผ้า๱ั๣๵ั๱ที่มือทำให้คิ้วของเธอขมวดมุ่น

            หยวนซินแกะห่อผ้าออกต่อหน้าสวีหว่านหนิงตามคาด ในห่อผ้าคือทองคำแท่งสามก้อน

            “นี่มัน...”

            หยวนซินรีบเอามือปิดห่อผ้าพลางชะเง้อมองรอบกาย เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสังเกตเห็นพวกเธอถึงโล่งอกก่อนจะพูดเสียงเบาว่า “เมื่อวานที่ร้านซื้อขายของเก่า โต๊ะตัวนั้นที่ฉันซื้อมา เธอยังจำได้ไหมสิ่งนี้หล่นออกมาจากรูใต้โต๊ะ”

            สวีหว่านหนิงประหลาดใจ

            ที่เธอประหลาดใจไม่ใช่เ๱ื่๵๹หยวนซินเจอความลับที่ซ่อนอยู่ใต้โต๊ะตัวนั้นแต่เป็๲การนำเ๱ื่๵๹นี้มาบอกกับเธออย่างไม่ปิดบัง!

            เธอไม่เข้าใจความคิดของนางเอกว่าแล้วจึงยัดห่อผ้ากลับคืนไป

            “ในเมื่อเธอเป็๲คนซื้อโต๊ะของพวกนี้ก็ควรเป็๲ของเธอ เธอจะให้ฉันทำไม”

            “เฮ้อ!” หยวนซินกระทืบเท้าเล็กน้อย ก่อนจะยัดห่อผ้าใส่มือสวีหว่านหนิงอีกครั้งและใช้สองมือกดมือของสวีหว่านหนิงไว้เพื่อไม่ให้เธอปฏิเสธ “เธอเป็๞คนถูกใจโต๊ะตัวนั้นก่อนฉันเป็๞ฝ่ายแย่งซื้อมาจึงควรแบ่งมันให้กับเธอบ้างตามความเหมาะสม”

            “แต่จะว่าไปโต๊ะตัวนั้นฉันเป็๲คนจ่ายเงินซื้อ และจ่ายเงินจ้างเกวียนขนมันกลับไปที่หมู่บ้านเพราะฉะนั้นของส่วนใหญ่จึงสมควรเป็๲ของฉัน ฉันคงแบ่งให้เธอได้เท่านี้”

            “เดี๋ยวนะ...” สวีหว่านหนิงหลุดขำ “เธอไม่ต้องบอกฉันก็ได้นี่”

            เธอไม่เคยคิดจะแย่งโอกาสรวยจากนางเอกเลยสักครั้ง

            ทำไมเธอยิ่งไม่อยากได้นางเอกกลับยิ่งพยายามยัดเยียดให้กับเธอ?

            หยวนซินส่ายหน้าอย่างหนักแน่น“ไม่ได้หรอก คนเราไม่ควรทำแบบนั้น เอาละ ฉันไม่คุยกับเธอแล้วฉันต้องหาวิธีจัดการกับของที่เหลือ”

            พูดจบเธอก็โบกมือลาสวีหว่านหนิงแล้วเดินหายลับไปในซอย

            สวีหว่านหนิงมองทองคำแท่งในมือแล้วยิ้มอย่างอ่อนใจ

            ทว่าเ๹ื่๪๫นี้ทำให้เธอรู้จักนิสัยของหยวนซินชัดเจนและลึกซึ้งขึ้น

            ตอนอ่านนิยายเธอชอบคาเเรกเตอร์ของนางเอกมาก นางเอกเป็๲คนหนักแน่น มองโลกในแง่ดี กระตือรือร้นจิตใจงดงาม อีกทั้งยังเป็๲คนใจกว้างและร่วมฝ่าฟันอุปสรรคอยู่เคียงข้างพระเอกอย่างแท้จริง

            แต่หลังข้ามมิติมาแล้วเจอกันครั้งแรกเพราะคำพูดไม่กี่ประโยคของหยวนซิน ทำให้เธอแอบแปะป้าย ‘จอมเสแสร้ง’ให้กับอีกฝ่ายในใจ

            ทว่าตอนนี้...

            สวีหว่านหนิงถอนหายใจอย่างแรงเธอเข็นจักรยานไปจอดที่จุดรับฝากรถ ก่อนจะเดินไปที่ห้างสรรพสินค้า

            ทุกเดือนตระกูลสวีจะส่งตั๋วเงินและข้าวของจำนวนมากมาให้เธอแม้พวกเขาจะกินข้าวในที่ทำงานได้ แต่ก็คงมีวันที่อยากกินอาหารมื้อใหญ่สักมื้อแต่ถ้าไม่มีตั๋วแลกซื้อสินค้าหรือเงินทอง ทุกอย่างคงเป็๲ได้แค่ความฝัน

            ร่างเดิมน้อมรับความเสียสละจากคนในครอบครัวอย่างสบายใจส่วนเธอคงทำแบบนั้นไม่ได้

            แต่เธอไม่อาจปฏิเสธข้าวของที่ทางบ้านส่งมาให้หนึ่งเพราะมันย้อนแย้งกับตัวตนของร่างเดิมเกินไปสองเพราะมันคือวิธีการแสดงความรักของครอบครัวที่มีให้เธอ เธอคงปฏิเสธไม่ได้

            ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงการส่งของกลับไปให้พวกเขา

            มณฑลเฮยห่างไกลจากความเจริญเดิมทีสินค้าที่วางขายในห้างก็ไม่ได้มีอย่างครบครัน คงจะเทียบกับกรุงปักกิ่งไม่ได้

            เพราะฉะนั้นการเข้ามาในห้างสรรพสินค้าจึงเป็๞เพียงฉากหน้าเป้าหมายที่แท้จริงของเธอคือการเอาของออกมาจากช่องมิติ

            หลังเข้าไปในห้างสวีหว่านหนิงก็ตรงไปที่เคาน์เตอร์ขายอาหารแห้ง

            ของขึ้นชื่อของมณฑลเฮยคือโสมเขากวางอ่อน เห็ดหัวลิง เป็๞ต้น โสมคงไม่ต้องพูดถึงโสมป่าที่เก็บได้จากบนเขาล้วนวางขายอยู่ในร้านขายยาส่วนโสมเลี้ยงต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะโตพอกินได้ เขากวางอ่อนยิ่งหายากเข้าไปใหญ่แต่ที่นี่มีขายสินค้าประเภทเห็ดตากแห้งจำนวนไม่น้อย

            “เห็ดหัวลิงเห็ดหยวน และเห็ดโคน อย่างละห้ากิโลกรัมค่ะ”

            เธอคิดไม่ถึงว่าพนักงานจะกลอกตาใส่เธออย่างหงุดหงิด “สาวน้อยเธอคิดว่ามันคือผักกาดขาวงั้นหรือ อยากซื้อเท่าไรก็ได้?”

            สวีหว่านหนิงยิ้มแก้เก้อ“พี่สาว ฉันมาเยี่ยมญาติจากต่างถิ่น ได้ยินว่าเห็ดของที่นี่อร่อยมากเลยอยากซื้อกลับไปให้คนที่บ้านลองชิมดูสักครั้งพี่มีเท่าไรคะ ห่อให้ฉันหมดเลยได้ไหม”

            “ของพวกนี้ไม่ต้องใช้ตั๋วแลกซื้อแต่ราคาสูง เห็ดหัวลิงครึ่งกิโลสามหยวนสองเหมา เห็ดหยวนหนึ่งหยวนแปดเหมาเห็ดโคนสองหยวนหนึ่งเหมา มีอย่างละหนึ่งกิโลครึ่ง แน่ใจหรือว่าอยากได้ทั้งหมด?”

            ต้องรู้ว่าเหล้าเหมาไถในยุค70 ราคาขวดละ 7-8 หยวนเท่านั้นเห็ดพวกนี้ถือว่าราคาไม่ถูก มิน่าพนักงานขายถึงใช้สายตาแบบนั้นมองสวีหว่านหนิง

            สวีหว่านหนิงมีเห็ดหลายชนิดอยู่ในช่องว่างมิติเห็ดสามชนิดนี้ก็มีเช่นกัน แต่พวกมันเป็๞เห็ดเพาะ เทียบกับเห็ดป่าไม่ได้

            “ฉันเหมาหมดเลยค่ะ!”

            “ทั้งหมดยี่สิบเอ็ดหยวนสามเหมา”

            สวีหว่านหนิงควักเงินจ่ายอย่างไม่อิดออดแต่เพราะไม่มีบรรจุภัณฑ์มาด้วยเธอจึงจ่ายเงินเพิ่มอีกสองเหมาเพื่อซื้อถุงผ้าใบหนึ่ง

            เธอซื้อของจิปาถะอีกหลายอย่างและยัดพวกมันใส่เอาไว้เต็มถุง ก่อนจะเดินออกจากห้างสรรพสินค้า

            ตอนเลี้ยวเข้าไปในซอยเล็กสวีหว่านหนิงได้ยินเสียงกรีดร้องที่คุ้นหู

            “อย่าหนีนะรังแกคนอื่นแล้วควรขอโทษ หยุดนะ!”

            สวีหว่านหนิงมองไปตามเสียงก่อนจะเห็นหยวนซินวิ่งไล่ตามชายหน้าแหลมแก้มตอบคนหนึ่ง

            ชายคนนั้นวิ่งผ่านหน้าสวีหว่านหนิงพอดีเธอยื่นเท้าออกไปทำให้ชายคนนั้นล้มคะมำ ก่อนจะออกแรงกดตัวเขาลงกับพื้น

            ชาติที่แล้วอาจารย์อยากให้เธอมีร่างกายที่แข็งแรงเพื่อศึกษาค้นคว้าเทคนิคการทำอาหารจึงส่งเธอไปฝึกวิชาที่โรงฝึกศิลปะการต่อสู้ของเพื่อนเก่า

            แม้เธอจะไม่ได้เชี่ยวชาญศาสตร์นี้แต่เรี่ยวแรงเยอะกว่าผู้หญิงทั่วไปและรู้ว่าต้องโจมตีจุดไหนถึงจะสร้างความเสียหายได้มากที่สุดโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันสังเกต

            และเวลานี้ผู้ชายคนนี้ก็กำลังถูกเธอกดตัวไว้จนขยับไปไหนไม่ได้