ที่แอดแก๊งเอเจนซีทีมของไอฝนที่รับผิดชอบทำภาพยนตร์โฆษณาสามตอนให้กับน้ำอัดลมยี่ห้อดังกำลังประชุมกันอีกครั้ง หลังจากที่ใน่เช้าเธอและครีเอทีฟประจำโพรเจกต์นี้ได้เข้าไปพบลูกค้ามาข้อมูลที่ได้รับมาเพิ่มเติม ทำให้เธอและทีมงานสามารถกลับมาทำงานกันต่อได้ซึ่งลำดับต่อไปเป็หน้าที่ของทางครีเอทีฟที่จะต้องนำข้อมูลความ้าของลูกค้าทั้งหมดมาประมวล คิด และวาดออกมาเป็สตอรีบอร์ดเื่ราวของภาพยนตร์โฆษณาเพื่อนำกลับไปเสนอลูกค้า หากลูกค้าเห็นชอบด้วย ก็จะไปขั้นการถ่ายทำและการตัดต่อ ในลำดับถัดไปซึ่งงานนี้ลูกค้าได้วางตัวพรีเซนเตอร์เอาไว้แล้ว ครีเอทีฟมีหน้าที่สร้างเื่ราวที่จะสามารถดึงความสดใสของพรีเซนเตอร์ออกมาเพื่อให้ตรงกับคอนเซปต์ที่วางเอาไว้ของน้ำอัดลม
งานนี้เออีอย่างไอฝนก็ได้เข้าร่วมในการประชุมของเหล่าครีเอทีฟด้วยเริ่มแรกเป็การบรีฟข้อมูลให้ครีเอทีฟทุกคนเข้าใจข้อมูลตรงกันซึ่งเป็สิ่งที่สำคัญ เพราะหากครีเอทีฟได้รับข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน หรือไม่ได้รับทราบความ้าของลูกค้าอย่างกระจ่างชัดความคิดที่จะเสนอกันออกมา ก็อาจจะไปกันคนละทิศทางกับที่ลูกค้า้าได้ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดความผิดพลาดและล่าช้า
นอกจากการให้ข้อมูลแล้วไอฝนยังได้มีส่วนในการเสนอแิของเธออีกด้วยซึ่งความคิดของเธอก็นับว่าไม่เลวเลยทีเดียว เหล่าครีเอทีฟ ต่างก็พยักหน้ารับทึ่งในความคิดของเธออยู่ไม่น้อย อาจจะเป็เพราะพวกเขาไม่ได้คาดหวังอะไรกับเออีที่ทั้งใหม่ทั้งเด็กในสายตาของพวกเขา หรือจะออกแนวปรามาสเอาไว้ด้วยซ้ำไปแต่เมื่อได้รับรู้ถึงวิธีการทำงานและแนวความคิดของเธอจึงรู้สึกว่าเธอทำได้ดีเกินกว่าที่คาดคิดไว้ โดยเฉพาะชัยยศ ซึ่งเป็หัวหน้าครีเอทีฟและได้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วยจนทำให้เขาได้เห็นศักยภาพที่อยู่ในตัวของผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้จนถึงขนาดเอาไปเอ่ยชมกับซีอีโอหนุ่ม ในตอนที่มีโอกาสได้พูดคุยกัน ซึ่งนั่นเป็การตอกย้ำให้วุฒิวัฒน์ซีอีโอหนุ่มแน่ใจว่า เขาตัดสินใจไม่ผิดที่รับเธอเข้ามาทำงาน
แต่แน่นอนว่ามีคนพอใจก็ย่อมมีคนไม่พอใจด้วยเป็ธรรมดา
“แคทไม่คิดจะรับน้องหน่อยเหรอ?”เสียงมุกสุดากระซิบถามเพื่อนร่วมงานสาวที่นั่งทำงานอยู่ข้างกัน หลังจากที่เห็นไอฝนเดินหัวร่อต่อกระซิกออกมาจากห้องประชุมกับเพื่อนร่วมงานที่เป็ผู้ชายเกือบทั้งหมด
“ไม่ต้องหรอกมั้งดูแล้วไม่น่าอยู่ได้นาน งานเออีไม่ได้สบายเหมือนที่เด็กนั่นนั่งฝันอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์หรอกบางทีอาจจะไม่พ้นโพรเจกต์แรกเลยด้วยซ้ำ”แคทรียายักไหล่ตอบเพื่อนร่วมงานสาวที่เดินออกมาจากห้องทำงานด้วยกัน ก่อนจะเดินแยกไปเข้าห้องน้ำเพียงลำพังจึงทำให้มุกสุดาไม่ทันได้เห็นสีหน้าของคนพูดที่มุมปากซ้ายยกขึ้นพร้อมกับดวงตาที่หรี่ลง แต่ก็ยังคงปิดแววตามาดร้ายไว้ไม่มิดอยู่ดี
ไอฝนเดินกลับมาถึงโต๊ะทำงานของตนเอง ก็พบว่ามีกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก ๆ วางไว้ว่าให้โทรกลับลูกค้าน้ำอัดลม มีระบุเบอร์โทรไว้เสร็จสรรพ แต่ไม่ได้บอกชื่อผู้ติดต่อเอาไว้ด้วยสาวเออีคนสวยหันมองซ้ายขวาเหมือน้าหาตัวคนที่เอากระดาษโน้ตมาวางไว้ให้แต่ก็เห็นว่าทุกคนยุ่งกับงานของตัวเองกันหมด
“เอ…เบอร์ใครหว่า ไม่คุ้นเลย” เออีน้องใหม่พึมพำกับตัวเองก่อนจะหยิบสมุดใส่นามบัตรขึ้นมาเปิดดูนามบัตรของคุณวาสนาลูกค้าบริษัทน้ำอัดลมที่ตนไปพบมาเมื่อเช้าขึ้นมาเทียบดูเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งก็ปรากฏว่าไม่ใช่เบอร์ของคุณวาสนาจริงๆ
แต่ถึงเบอร์ที่เขียนไว้จะไม่ตรงกับเบอร์ของผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดของลูกค้าที่เธอรับผิดชอบแต่ไอฝนก็คิดว่าเธอสมควรโทรกลับไป เพราะอย่างน้อยในโน้ตก็ระบุไว้ว่าเป็ลูกค้าในความรับผิดชอบของเธอดังนั้นเพื่อจะรู้ว่าลูกค้ามีเื่อะไรที่้าจะเพิ่มเติมหรือไม่ เธอจึงต้องโทรกลับ
เออีคนใหม่ส่ายสายตามองดูเบอร์โทรที่อยู่ในมือทั้งสองข้างซ้ายเป็กระดาษโน้ต ขวาเป็นามบัตร ก่อนจะตัดสินใจโทรหา...
“สวัสดีค่ะคุณนา ฝนจากแอดแก๊งเอเจนซีนะคะ”ไอฝนตัดสินใจโทรหาคนที่เธอคุยด้วยเมื่อเช้า ในเมื่อคุณวาสนาเป็ตัวแทนจากบริษัทลูกค้าเพื่อมาติดต่อกับเธอ เธอก็ควรให้เกียรติคนผู้นี้ก่อน
(ค่ะคุณฝน มีอะไรอัปเดตนาเพิ่มเติมรึเปล่าคะ?)
“อ๋อบ่ายนี้ฝ่ายครีเอทีฟประชุมกันเรียบร้อยแล้วค่ะ นี่ฝนก็เข้าประชุมกับพวกเขาด้วยเพิ่งจะออกมาจากห้องประชุมเลยค่ะ ได้ข้อสรุปว่าเราจะทำเป็เื่ราวของเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนานภาคแรกเป็วัยเรียนประมาณ่มัธยมภาคสองก็จะโตขึ้นมาอีกหน่อยต้องแยกย้ายกันไปเรียนตามฝันเป็่อุดมศึกษาภาคสามได้กลับมาเจอกันแล้วก็รักกันค่ะโดยทั้งสามภาคก็จะมีน้ำอัดลมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ขอเวลาให้ทางพี่ ๆ ครีเอทีฟทำสตอรีบอร์ดสักหน่อยนะคะไม่เกินกลางอาทิตย์หน้าทางคุณนาได้เห็นแน่นอนค่ะ”
(ดีจังเลยค่ะแล้วนาจะรอดูนะคะ)
“ได้เลยค่ะว่าแต่ก่อนหน้านี้คุณนาได้โทรหาฝนรึเปล่าคะ”
(ไม่นะคะ)
“อืม...พอดีว่าฝนออกจากห้องประชุมมาก็มีโน้ตเขียนวางไว้บนโต๊ะว่าให้ติดต่อกลับเบอร์ 081-828xxxx บอกไว้ด้วยว่าจากบริษัทคุณนา ฝนเลยนึกว่าเป็คุณนาซะอีก”
(ไม่ใช่ค่ะ)เสียงที่ตอบกลับมาขึ้นสูงเล็กน้อย เหมือนออกอาการแปลกใจหรือใอยู่หน่อย ๆก่อนที่จะปรับโทนเสียงให้เบาลง เหมือนกระซิบส่งมาแทน (ดีนะคะที่คุณฝนโทรหานาก่อนเบอร์นั้นเป็เบอร์ของผู้จัดการนาเองค่ะ ถ้าคุณฝนโทรไปเบอร์นั้นนาอาจจะถูกมองว่ารับผิดชอบงานไม่ดี หรืองานที่นาดูอยู่มีปัญหาน่ะค่ะผู้จัดการของนายิ่งไม่ค่อยเหมือนคนอื่นอยู่ด้วย)
สิ่งที่ปลายสายพูดมาทำให้ไอฝนรู้ว่าตนเองตัดสินใจไม่ผิด แต่ว่าใครกันนะ ที่มาทิ้งโน้ตนี้เอาไว้...
“ถ้าอย่างนั้นแล้วผู้จัดการของคุณนามีเื่อะไรจะคุยกับฝนหรือปล่าคะ ถึงได้โทรมาบอกให้โทรกลับ”
(หืมไม่น่าจะมีนะคะ เดี๋ยวนาเข้าไปถามให้เลยดีกว่า คุณฝนถือสายรอสักครู่นะคะ)
เสียงกริ๊กที่ดังเข้ามาในสายทำให้ไอฝนพอจะเดาได้ว่าคนที่อยู่ปลายสายคงวางโทรศัพท์แล้วไปถามเ้านายให้อย่างที่พูด
ไอฝนยกโทรศัพท์ค้างแนบหูอยู่ครู่หนึ่งก็มีเสียงจากปลายสายตอบกลับมา (ไม่มีนะคะคุณฝน เ้านายนาไม่ได้โทรไปนะคะ)
“อืมงั้นคงมีการเข้าใจผิดอะไรกันแน่เลย ฝนไม่รบกวนเวลาทำงานของคุณนาแล้วดีกว่าค่ะเอาไว้กลางสัปดาห์หน้า เจอกันพร้อมกับสตอรีบอร์ดค่ะ”
ไอฝนวางสายไปแล้วแต่สีหน้ายังไม่หายงุนงง ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากเธอโทรกลับไปเบอร์นั้นจนเป็เหตุให้ต้องกินแหนงแคลงใจกับผู้ประสานงานฝ่ายลูกค้าั้แ่เริ่มต้นแล้วงานของเธอจะราบรื่นได้อย่างไร ก่อนจะคิดว่า ‘หรือนี่จะเป็การรับน้องใหม่’ สายตาสอดส่องไปรอบ ๆ เพื่อมองหาความผิดปกติที่อาจจะมีจากใครสักคนแต่ก็ไม่พบว่ามีใครผิดปกติ
แต่นั่นเพราะไอฝนไม่ได้หันไปทางประตูที่มีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของเธอ ที่แสร้งทำเป็ยืนหาแฟ้มอยู่ตรงชั้นเก็บเอกสารที่อยู่ข้างประตูแต่หูแทบจะแปลงเป็เรดาร์ ดักจับเสียงของคนที่เพิ่งวางสายโทรศัพท์ไปด้วยใบหน้าเซ็งเบอร์สุดเหมือนผิดหวังกับบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ได้เป็ไปอย่างที่้า
‘นับว่าวันนี้แกยังโชคดีอยู่แต่มันคงไม่ตลอดไปหรอก’
หนึ่งวันทำงานหมดไปอย่างรวดเร็วสำหรับไอฝนและเย็นนี้เธอมีนัดกับทองชมพูนุชที่ร้านทองคอฟฟี่ ซึ่งเป็ร้านกาแฟของพี่ชายเพื่อนรักนั่นเองการเดินทางก็สุดแสนจะง่ายดาย ด้วยวิธีการที่เธอเลือกไว้สำหรับวิถีชีวิตคนอย่างเธอถึงแม้ว่าบนสถานีรถไฟฟ้ายามนี้จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากไปเสียหน่อยแต่ว่าก็ไม่เป็ปัญหาสำหรับไอฝน จากที่ทำงานของเธอต่อไปอีกสองสถานีก็ถึงที่หมาย ถึงแม้ว่าจะต้องเดินต่อไปอีกสักสองสามซอยแต่ก็ถือว่าเป็การออกกำลังกายไปในตัว
ในที่สุดไอฝนก็มาถึงที่นัดหมายโดยสวัสดิภาพโดยมีทองชมพูนุชมาชะเง้อคอรอต้อนรับเธออยู่ที่หน้าร้านอยู่แล้ว
“ฝน ทางนี้ ๆ”สาวร่างใหญ่ใบหน้ากลมอิ่ม ยืนฉีกยิ้มโบกมือหย็อย ๆ เรียกเพื่อนสาวที่กำลังเดินตรงมาทางเธอ“เป็ไง หาร้านยากมั้ย?”
“ไม่ยากก็แถวนี้มีร้านกาแฟอยู่ร้านเดียวเลยนี่ แถวนี้ทำเลดีนะ พี่แกฉลาดหาที่อะ”ไอฝนกวาดตามองไปรอบ ๆ ร้านกาแฟไม่เล็ก ไม่ใหญ่แต่มีการจัดตกแต่งให้มีพื้นที่สีเขียวอยู่หน้าร้าน จัดเป็สวนเล็ก ๆ ดูร่มรื่นมีพื้นที่ตั้งโต๊ะให้ลูกค้านั่ง สำหรับคนที่้าบรรยากาศแบบโอเพนแอร์ ชมสวนเล็กๆ และมองผู้คนที่เดินไปเดินมา แต่ด้วยพื้นที่ที่มีจำกัดจึงจัดโต๊ะไว้ได้เพียงแค่สองโต๊ะเท่านั้น พื้นที่สำหรับลูกค้าส่วนใหญ่จึงเป็พื้นที่ในร้านกระจกที่อยู่ด้านใน
“แน่นอนอยู่แล้วปะ...เข้าไปในร้านกันดีกว่า”ทองชมพูนุชตอบรับด้วยความภาคภูมิใจในตัวของพี่ชายสุดที่รัก ก่อนจะเดินไปเปิดประตู เชิญให้เพื่อนรักเข้าไปในร้าน
กรุ่นกลิ่นกาแฟหอมอบอวลคละคลุ้งลอยกระทบเข้ากับจมูกของหญิงสาวร่างเล็กทันทีที่เดินเข้ามาในร้านทองคอฟฟี่เสียงจากเซนเซอร์ที่ติดไว้กับประตู บอกให้รู้ถึงการมาของลูกค้ารายใหม่ทำให้เ้าของร้านและพนักงานที่กำลังง่วนอยู่กับการชงกาแฟหันไปเอ่ยทักทายต้อนรับเป็เสียงเดียวกันตามความเคยชิน