ตอนที่ 7 คนจากกระทรวง!
ชายหนุ่มก็หันไปจ้องสบตากับบุรุษวัยกลางคนที่พึ่งมาถึงพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “นั่นน่ะสิเราไม่ได้เจอกันนานเลยนะ…ว่าแต่ลมอะไรหอบลุงมาถึงที่นี่ได้ล่ะ?”
ภาพลักษณ์ที่คุ้นเคยซึ่งดูมีมาดสุขุม อีกทั้งดวงตาที่เปื้อนรอยยิ้มคู่นั้น แลดูคล้ายว่าจะมีเมตตาเอ็นดูบุคคลรุ่นหลังอย่างตนอยู่ไม่น้อย
เพียงแต่เขากลับไม่ได้ตอบคำถามชายหนุ่มหากแต่กลับบอกกล่าวสิ่งที่ตนอยากจะพูดออกมา “เื่ที่พวกเธอทำที่‘สามเหลี่ยมทองคำ’ ดังเข้าหูพวกคนในกระทรวงกันหมดแล้วนะก่อเื่ไว้ไม่เบาเลยจริงๆ” เขาถอนหายใจเล็กน้อย
ชายหนุ่มแกล้งเมินเฉยเื่ที่อีกฝ่ายเลือกจะไม่ตอบคำถามตน เขายิ้มหรี่ตาพร้อมตอบกลับไปว่า“แสดงว่าคนในกระทรวง…ส่งลุงมาหาผมหรือครับ?”
“เปล่าเลย…อันที่จริงแล้วเธอก็รู้ดีว่าฉันทำหน้าที่อะไร เป็แค่ผู้คุมตัวเล็ก ๆ เพียงแต่ว่าที่เรามาเจอกันก็เพราะฉันต้องพาเด็กใหม่มาออกสนาม และเผอิญมาเจอเธอก็เท่านั้นเอง…”
“แล้วไหนล่ะเด็กใหม่…นี่ลุงไม่ได้พาพวก‘ม้าสนาม’ ออกมาด้วยงั้นหรือครับ?”ชายหนุ่มถามต่อ
บุรุษวัยกลางคนยิ้มกล่าว“อ๋อ…พอดีฉันรีบร้อนออกมาน่ะ เหตุการณ์ฉุกละหุกจึงไม่ได้พาใครมาด้วยเพียงแค่แวะมาดูสถานการณ์ก่อนแน่ะพอดีว่าได้ยินเสียงต่อสู้ดังสนั่นไปทั่วทั้งขุนเขา”
ชายหนุ่มยิ้มแย้มรับฟังคำพูดอีกฝ่ายอย่างตั้งอกตั้งใจ ภายในใจครุ่นคิดอะไรต่อมิอะไรไปเรื่อย…
ใน่เวลาเดียวกันนั้นเองศพของควายเพลิงก็ลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ โดยที่มีแสงสีขาวขุ่นซึ่งโอบอุ้มร่างมันอยู่ค่อย ๆ ลากมันเข้ามาใกล้ ๆ บริเวณที่ทั้งสองคนยืนอยู่
ชายวัยกลางคนจุปาก“เก็บตกของดีได้ไม่น้อยเลยนี่คุณเพียรเขาของมันดูท่าจะหวนคืนสู่รูปลักษณ์ของบรรพบุรุษมันอยู่รอมร่อแล้วเลี้ยงดูด้วยเวทคาถาอีกสักนิดอีกสักหน่อย รับรองว่าขายได้ราคาดีเป็แน่!”
“ถ้าอย่างนั้น…ลุงทศไม่ลองช่วยผมดูหน่อยล่ะว่าส่วนไหนควรที่จะเอาไปใช้ทำอะไร?” เพียรเอ่ยปากถามขณะเดียวกันก็ลูบไล้เขาควายทั้งสองข้างที่ส่งแสงมลังเมลืองนี่เพียงแค่มองดูก็สามารถััได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์แล้ว
“ฮ่าฮ่าฮ่า”ทศหัวเราะร่วน ก่อนตอบกลับไป“ระดับคุณเพียรเนี่ยนะ…ถามความเห็นฉันว่าเอาส่วนไหนไปใช้ทำอะไร?” ชายวัยกลางคนคล้ายได้ยินเื่ตลกใหญ่ ด้วยเพราะฉายาของคนหนุ่มตรงหน้านี้นามของเขาเื่ระบือไปทั่วทุกกรมกอง
“โบราณว่าไว้ฟังผู้รู้ ดูผู้เฒ่า ได้ผลนักแล เหตุใดผมจะถามลุงไม่ได้เล่า?” ชายหนุ่มไม่มีท่าทีหยิ่งผยอง กลับตอบด้วยท่าทีสำรวมตน
“เอา ๆฉันจะลองช่วยดูให้…” จากนั้นตัวเขาก็เริ่มทำการคลำศพของควายป่าในทันทีโดยไม่อิดออด
เขาเริ่มใช้ ‘เวทดึงิญญา’ดึงเอาดวงิญญาออกมาก่อนเป็อย่างแรก เพื่อให้ดวงิญญาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์
เพียรยืนกุมเป้ายิ้มแย้มมองดูคนด้านหน้า ที่กำลังคลำซากศพอย่างชำนิชำนาญ
ทว่ายามเมื่อดวงิญญาของมันปรากฏก็ส่งเสียงร้องดังคำรามกึกก้องไปทั่วทั้งป่าเขา ทำเอาบรรดาสัตว์น้อยใหญ่เป็ลมหมดสติไปในทันที
“โอ้ว…ดูสิเ้าควายตัวแสบนี่ถ้าเป็พวกหน้าใหม่ก็คงสลบเหมือดไปแล้วล่ะ ฉันคิดว่าพวกเราน่าจะบรรจุหลักสูตร‘การคว้าิญญา’ เข้าไปในวิชาเรียนนะ คุณเพียรเห็นว่าไง?” ในกำมือของเขามีิญญาควายป่าที่เปลี่ยนรูปลักษณ์ไปจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมแล้ว
มันกลับกลายเป็ควายป่าตัวน้อยที่พ่นไฟได้แลดูแล้วเกรี้ยวกราด เ้าอารมณ์ไม่เบา…
ชายหนุ่มยิ้มรับ“ก็ดีนะครับลุงทศ ไม่สู้ลองไปปรึกษากับทางกระทรวงดูสิ ให้พวก ‘ม้าสนาม’ทั้งหลายได้ลองของจริงดูสักหน่อยก็ดี!”
ทศเพียงแค่สะบัดมือเล็กน้อยก็ส่งดวงิญญาที่ห้อมล้อมไปด้วยพลังเวท บินตรงไปยังจุดที่เพียรยืนอยู่
ซึ่งขณะนี้เ้าตัวก็ได้เรียก‘ของวิเศษ’ ออกมาเตรียมการไว้เป็ที่เรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือ ‘กรงไม้’ของวิเศษชิ้นนี้มีรูปทรงกลม ลักษณะคล้ายกับตะกร้อสาน มองดูแล้วมีมนต์ขลังหากเพ่งให้นาน ๆ เข้า จะััได้ถึงความอันตรายที่แผ่ซ่านออกมา…
เพราะบนพื้นผิวของมันได้แกะสลักสัตว์ประหลาดทั้งน้อยใหญ่ มองดูแล้ว ทั้งดุร้าย และน่าเกรงขามยามเมื่อดวงิญญาเข้าใกล้ ‘กรงไม้’ มันก็ถูกของวิเศษที่เปล่งแสงสีเืดูดกลืนเข้าไป
กรงไม้นี้ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าและมันก็หายไปทั้งอย่างนี้!
แน่นอนว่ายามที่กรงไม้ปรากฏดวงตาของทศก็จับจ้องมันมองอย่างสนอกสนใจ จนเห็นเพียรเก็บของวิเศษเข้าไปแล้วถึงค่อยลงมือต่อ
ชายหนุ่มย่อมััได้ถึงดวงตาคู่นั้นจึงพูดสัพยอก “เอ่อ…ว่าแต่มีของที่ลุงอยากได้อยู่หรือเปล่าครับ?” โดยประโยคหลังเขาพูดเน้นคำเป็พิเศษ
“อ้อ…ฉันหรือจะกล้ารบกวนคุณเพียรได้มาพบก็ถือเป็เกียรติอย่างยิ่งแล้วเพียงหวังว่าจะได้เอาเื่ที่พบเจอกันไปคุยข่มกับพวกเพื่อนฝูงบ้างก็เท่านั้นถ้าเป็เื่นี้คุณเพียรก็อย่าว่าฉันเลย” สองมือของทศก็จัดการชำแหละศพไปปากก็พูดยกยออีกฝ่ายไปพลาง ๆ
“ได้สิ…เื่เล็กน้อยเท่าขี้เล็บใครบ้างไม่เคยคุยโวโอ้อวด” เพียรพยักหน้ารับ ยามที่พูดจบชายหนุ่มก็ยืนนิ่งไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรเสริม ยืนยิ้มรอดูท่าทีของแขกผู้มาเยือน
บรรยากาศที่เงียบผ่านไปได้ไม่นานเนื่องจากทศลงมือถอดชิ้นส่วนสำคัญ ๆ เช่น เล็บ ฟัน ิั ในส่วนจุดอื่น ๆเขาไม่ได้แตะต้อง
เพราะว่าไม่มีความจำเป็แล้วจุดสำคัญนั่นก็คือ ดวงิญญาและเขาแหลมคู่นั้น
ทศพูดขึ้นหลังจากลงมือเก็บกวาดเล็กน้อย“คงจะหมดแล้วล่ะ คุณเพียร”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ“รวดเร็วสมกับที่อยู่วงการนี้มานาน”
“คลื่นลูกใหม่ย่อมแซงคลื่นลูกเก่าเป็ธรรมดานี่ถ้าคุณเพียรลงมือ ฉันว่าคงไม่กี่ทีหรอกกระมัง?” เขาเอามือไพล่หลังพูดกลั้วหัวเราะ