แน่นอนว่าศกุนตลาไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อน นอกจากน้ำเสียงที่เธอแอบฟังในวันนั้น หญิงสาวขยับมาที่ริมหน้าต่างมองชายหนุ่มอย่างสำรวจจดจำ เพราะคิดว่าหากเจอหน้ากันตรงๆ เธอคงจะไม่เงยหน้ามองเขาเป็แน่
หญิงสาวพบว่าเขาเป็ผู้ชายที่รูปร่างดี ใบหน้าหล่อเหลา ไม่ขี้ริ้วขี้เหร่แต่อย่างใด จะติดเพียงแค่ปากร้ายและใจไม่หล่อเหมือนหน้าตาก็เท่านั้น
แขกที่อยู่หน้าบ้านต่างเดินไปรอรับขบวนขันหมาก ประตูเงินประตูทองเริ่มครื้นเครงตั้งแถวยาวเหยียดรอต้อนรับเ้าบ่าวเช่นกัน
ศกุนตลาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ถึงเวลาของการเผชิญกับความจริง จังหวะเดียวกันกับเสียงเคาะประตูหน้าห้องเรียกสติของหญิงสาวให้หันกลับไปมอง ในขณะที่เสียงแห่ขันหมากก็ยิ่งดังขึ้นเพราะขบวนเริ่มเข้ามาใกล้ขึ้น
“คุณตลาเตรียมตัวนะคะ ฉันขอซับหน้าอีกนิด เหลือเวลาอีกนิดหน่อยที่เราจะต้องเดินลงไปข้างล่าง” ช่างแต่งหน้าบอกหลังจากบานประตูเปิดออก หญิงสาวสองคนเดินเข้ามาหาเธอพร้อมกับหยิบชุดเครื่องสำอางที่วางอยู่ใกล้ๆ ติดมือมาด้วย
หญิงสาวส่งยิ้มให้ช่างแต่งหน้า เดินตรงมาที่โต๊ะและย่อตัวลงนั่งพร้อมกับเอียงตัวให้พวกเธอแต่งหน้า ช่างแต่งหน้าใช้เวลาจัดการเก็บรายละเอียดเล็กน้อย จากนั้นเธอก็ถูกสองสาวช่วยพาไปยืนรอที่เชิงบันได้าของตัวบ้าน ตรงที่สามารถมองเห็นแขกด้านล่าง
ศกุนตลาตั้งข้อศอกขึ้นเล็กน้อย ผ้าสไบของเธอถูกยกขึ้นมาพาดบนแขนดูสง่า แม้ว่าเธอจะงดงามเหมือนดั่งธิดาเ้าเมือง แต่ในหัวใจของหญิงสาวก็เต้นตึกตัก เธอมองขบวนขันหมากที่กำลังผ่านซุ้มประตูเงินประตูทองทีละชั้นเข้ามาเรื่อยๆ
มารดาของเธอและนางวรากุลยืนอยู่ด้านหน้า ไม่มีใครรู้ว่าบุคคลที่เดินนำหน้าขบวนไม่ใช่เ้าบ่าวนอกจากนางวรากุลมารดาของเขา หากแต่ความเบียดเสียดของผู้คนทำให้นางมองเห็นใบหน้าของเขาไม่ชัด
จนกระทั่งผ่านซุ้มสุดท้าย ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นและส่งยิ้มให้นาง…
“หมอนนท์” นางวรากุลหลุดชื่อของชายหนุ่มออกมา คนอื่นๆ อาจจะไม่ได้ยิน แต่ทว่านางทิพย์สกุลได้ยินชัดเจน ความสงสัยก่อตัวขึ้น
หมอนนท์ หรือ นายแพทย์ธนานนท์ บวรกิจ เป็สูตินรีแพทย์ประจำโรงพยาบาลชื่อดังในกรุงเทพฯ เขาเป็เพื่อนสนิทสมัยเรียนมัธยมของป้องเขต และด้วยรูปร่างลักษณะที่คล้ายกันทำให้คนที่รู้จักเพียงผิวเผินหลายคนมองว่าเขาเป็ป้องเขต เหตุผลอย่างหนึ่งอาจเป็เพราะว่าป้องเขตไม่ค่อยได้อยู่ในเมืองไทยให้ผู้คนได้พบเห็นบ่อยนัก ผ่านไปหลายปีความทรงจำอาจจะเลือนรางลงบ้าง
ชายหนุ่มยิ้มให้มารดาของเพื่อนรัก และยื่นซองที่เพื่อนรักฝากมาให้นาง “ป้องเขตฝากซองนี้มาให้คุณแม่ครับ”
คราวนี้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นก็รู้ว่าชายหนุ่มไม่ใช่เ้าบ่าว เสียงซุบซิบนินทาเกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว นางวรากุลรีบแก้สถานการณ์ จับข้อมือชายหนุ่มบอกอย่างหยอกเย้า
“เล่นอะไรก็ไม่รู้นะป้อง อำซะแเื่ใหมดแล้ว ไปเถอะ เดี๋ยวน้องรอนาน จะได้ฤกษ์แล้วด้วย” นางวรากุลบอกกับนายแพทย์หนุ่ม ส่งสายตาเว้าวอนให้เขาและจูงมือเข้าไปข้างใน
หลังจากนั้นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็เงียบลง เพราะไม่มีใครรู้ว่าเ้าบ่าวที่แท้จริงหน้าตาเป็อย่างไร งานในวันนี้มีเฉพาะแขกที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ ไม่มีแขกจากที่ทำงานของชายหนุ่ม และเ้าสาวเองก็ไม่ได้บอกใครเช่นกัน นอกจากคนในตลาดพี่นางวรากุลเป็คนเชิญ
ในจังหวะที่นางคล้องแขนชายหนุ่มเดินเข้าไปข้างใน นางก็กระซิบถามนายแพทย์หนุ่มถึงสาเหตุที่ลูกชายตัวแสบหนีงานแต่งงานในครั้งนี้ เขาคงจะตั้งใจทำให้นางเสียหน้า
“ป้องเขตไปไหนหมอนนท์”
ชายหนุ่มหยิบซองอันเดิมที่เขาเพิ่งเก็บในกระเป๋าเสื้อของตัวเอง ส่งให้มารดาของเพื่อนรักอีกครั้ง “ทุกอย่างอยู่ในซองนี้ครับคุณแม่ ป้องเขตเดินทางไปเยอรมนีั้แ่เที่ยวบินเช้าที่สุดของวันนี้แล้ว”
นางวรากุลร้องอ๋ออยู่ในใจ นางไม่ทันได้เอะใจ ตอนเช้านางยังได้คุยโทรศัพท์กับลูกชาย เขายังรับปากและถามกำหนดการอย่างละเอียดจากนาง มันทำให้คนเป็แม่อย่างนางคลายกังวล แต่คาดไม่ถึงว่าลูกชายจะมีแผนร้ายแบบนี้
เมื่อได้ยินอย่างนั้นนางวรากุลก็รีบแก้ไขสถานการณ์ ยกมือขึ้นแตะแก้มทั้งสองของชายหนุ่มและบอกออกมา “ยังเหลือเวลาอีกราวสิบนาทีกว่าจะถึงฤกษ์ แม่ว่าลูกควรไปซับหน้าอีกสักหน่อยนะ เดินตากแดดมาหน้ามันเชียว”
นางบอกให้แเื่ที่อยู่ตรงนั้นได้ยิน จากนั้นนางก็หันมามองกับทีมงานเบาๆ “ขอเวลาสักครู่นะคะ”
หลังจากที่บอกขอตัวกับทุกคน นางวรากุลจูงแขนชายหนุ่มเดินเข้ามาถึงในห้อง นางต้องรีบแก้ไขสถานการณ์ให้ผ่านพ้นไปก่อน เื่ของป้องเขตค่อยไปแก้ไขทีหลัง
หลังจากประตูถูกปิดลงนางก็รีบเอ่ยขอร้องชายหนุ่มทันที “หมอนนท์เข้าพิธีแทนป้องได้ไหมลูก”
“คุณแม่ว่าอะไรนะครับ” ชายหนุ่มถามย้ำ
“เข้าพิธีแต่งงานแทนตาป้องได้ไหม ถือว่าแม่ขอร้องสักครั้ง” นางวรากุลย้ำอย่างชัดเจน
ชายหนุ่มรีบยกมือโบกปฏิเสธทันที “ใจเย็นๆ นะครับคุณแม่ ผมคิดว่าทางออกที่ป้องเขตเลือกเอาไว้น่าจะเป็ทางเลือกที่ดีที่สุด คุณแม่ลองอ่านเอกสารในซองนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจดีกว่านะครับ”
นางวรากุลเปิดเอกสารในซองออกอ่าน ข้อความในจดหมายบอกรายละเอียดและขั้นตอน รวมไปถึงความคิดของลูกชายเอาไว้อย่างชัดเจน เขาได้ทำการฝากสเปิร์มเอาไว้ที่โรงพยาบาลที่นายแพทย์ธนานนท์ทำงานอยู่ไว้เรียบร้อยแล้ว และหมอหนุ่มคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านางจะเป็หมอเ้าของไข้และดูแลหญิงสาวจนกว่าเธอจะคลอด
มือเหี่ยวย่นของหญิงสูงวัยที่จับกระดาษแผ่นนั้นสั่นระริกราวกับว่ามันมีน้ำหนักหลายสิบกิโลกรัม นางค่อยๆ เงยหน้ามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“นี่เป็เหตุผลของป้องเขต แม่ยอมรับในเหตุผลของเขา และไม่เคยคิดสักครั้งว่าจะให้ทั้งคู่มีทายาทโดยวิธีทางธรรมชาติ แม่ไม่อาจใช้ความ้าส่วนตัวฝืนใจทั้งป้องเขตและหนูศกุนตลา หากว่าทั้งคู่ไม่ได้รักกันคงเป็เื่ยากที่จะทำแบบนั้น” นางวรากุลเว้นระยะสักครู่ สบตาชายหนุ่มนิ่ง
“หากแต่เหตุผลของแม่ลึกซึ้งมากไปกว่านั้น หนูศกุนตลาเสียสละมาอุ้มท้องหลานของแม่ แม่คงยอมไม่ได้หากเธอต้องเผชิญกับคำครหาว่าเป็ผู้หญิงท้องก่อนแต่ง และไม่มีการแต่งงาน แม่อยากให้เกียรติเธอ ให้สมกับที่เธอเสียสละ” นางเว้นระยะพ่นลมหายใจออกจากปลายจมูก
“แล้วความรู้สึกของหลานแม่ล่ะ ถ้าหากวันหนึ่งเขาถามว่าแม่เขาเป็ใคร ภาพของงานวันนี้จะตอบคำถามได้ทุกอย่าง แม่สามารถตอบหลานของแม่ได้อย่างเต็มปากว่าเขาเกิดขึ้นมาจากความรัก ที่ผ่านการแต่งงานของคู่บ่าวสาว” น้ำเสียงของนางเบาลงและสั่นเครือ
“แต่เหตุผลนี้คงตกไป เพราะจะไม่มีภาพงานแต่งงานไว้บอกเล่าเื่ราวความรักของคนทั้งคู่ให้หลานของแม่ฟัง แต่แม่ขอร้องหมอนนท์ได้ไหม ช่วยรักษาเกียรติผู้หญิงดีๆ คนหนึ่งแทนป้องเขตด้วย อย่างน้อยก็ไม่เป็ที่อับอายแเื่ที่อยู่ในงาน และตอนเธอตั้งท้องจนกว่าจะคลอด”
“เอ่อ” ชายหนุ่มเหมือนสำลักน้ำลายตัวเอง พูดไม่ออก จนมุมกับเหตุผลที่นางวรากุลยกขึ้นมาอ้าง
“หนูศกุนตลาเองก็คิดไม่แตกต่างจากป้องเขต แต่เพราะว่าเธอมีความกตัญญูและไม่สามารถปฏิเสธคำขอร้องของแม่ได้เธอจึงยอม แม้ว่าจะเสี่ยงต่อคำครหาของคนรอบข้างก็ตาม เพราะเหตุนี้แม่ถึงจัดงานแต่งงานขึ้นเพื่อปกป้องชื่อเสียงของเธอ” นางวรากุลบอกรายละเอียดต่อ
“ช่วยสักครั้งนะหมอนนท์ แค่พิธีการ่เช้าไม่ถึงชั่วโมง ถือว่าเห็นใจคนแก่อย่างแม่ที่อยากได้หลาน และไม่้าให้คนอื่นเดือดร้อน แค่หมอนนท์นั่งร่วมพิธีจนเสร็จ” น้ำเสียงเศร้าสร้อย แววตาเว้าวอนของนางวรากุลทำให้เขาปฏิเสธไม่ลง
“ครับ” ชายหนุ่มยอมรับปากอย่างจำยอม เพราะเขาก็ไม่สามารถทนเห็นแววตาเศร้าสร้อยได้ ในชีวิตของเขาต้องช่วยเหลือชีวิตผู้คนมากมาย ไม่เคยคิดลังเลสักครั้งหากเขาช่วยได้ และสิ่งที่นางวรากุลกำลังขอร้องก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงและสร้างความเดือดร้อนให้เขา
นางวรากุลจูงมือเ้าบ่าวมานั่งในพิธี พร้อมกับเ้าหน้าที่พาตัวเ้าสาวเดินลงมาจากบันได เพียงแค่ชายหนุ่มหันกลับไปมองก็ไม่สามารถละสายตาออกจากร่างระหงได้
‘เป็เ้าบ่าวคนไหนก็ต้องเสียดาย’ ชายหนุ่มคิดในใจ
วันนี้นิยายเสียงเริ่มอัพในยูทูปวันแรก อัดไว้จนจบเื่ ทยอยลงทุกวันนะคะ
เริ่มก่อนสองเื่ คุณแม่ฝากรัก กับ HUg บริษัทจำกัดรักค่ะ
ฝากติดตามด้วยนะคะ
อ่านฉบับเต็มๆ แบบไม่ค้างคา
มีรูปเล่มนะคะ
อีบุ๊กจิ้มที่ลิงค์ได้เลยค่ะ
สำหรับนักอ่านที่ไม่มีเวลาอ่าน ฝากติดตามเสียงอ่านในช่องนิยายเสียงด้วยนะคะ
บันทึกเสียงจบเล่มแล้ว ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการตัดต่อ กด Sub รอได้เลยค่ะ
ประเดิมเื่แรก คุณแม่ฝากรัก คุณพ่อรับฝากและเชตสลัดคานค่ะ
ช่อง BaanRarisa Story คลิกที่รูปภาพได้เลยค่ะ