ตำนานเรื่องเล่าแห่งยูยาน

    พบเจอเพรชในโคลนตม


         
         "เอาล่ะวันนี้จบเพียงเท่านี้ หวังว่าทุกคนจะหมั่นฝึกฝนให้มากไว้จะได้เข้าใจถึงพลังจิตวิญญาณอย่างแท้จริง" ครูผู้สอนเอ่ยเพื่อเป็นการปิดคาบเรียนสำหรับวันนี้
         "กาเล็ท กาเล็ท นี่กาเล็ท!" แชลเทียที่ด้านข้างเอ่ยเรียกกาเล็ทซึ่งดูเหมือนว่ากำลังหลับไหลอยู่ในท่านั่งตัวตรง          "มีอะไรหรือ" กาเล็ทที่ถูกเรียกลืมตาขึ้นขึ้นแกล้งเอ่ย
         "คาบเรียนจบแล้ว! กาเล็ทนี่ล่ะก็เหลือเกินจริงๆที่มาแอบหลับระหว่างคาบเรียนได้แบบนี้" แชลเทียเอ่ยในเชิงตำหนิต่อว่า
         "อ้อ..พอดีว่าเมื่อคืนข้าช่วยเหลือท่านแม่ทำความสะอาดบ้านจนดึกดื่นก็เลย.." กาเล็ทเอ่ย
         "แม่หนูเจ้าถูกเด็กน้อยนี่หลอกเข้าแล้ว" เสียงของชายที่ดูมีอายุดังขึ้นขัดจังหวะคำเอ่ยแก้ตัวของกาเล็ท
         กาเล็ทได้ยินอย่างนั้นหันไปมองยังต้นเสียงและพบว่าผู้ที่พูดขัดจังหวะตนขึ้นเป็นชายวัยกลางคนซึ่งบนศีรษะปราศจากเส้นผม
         เทลเลอเห็นอย่างนั้นก็ส่งเสียงกระแอมไอออกมาครั้งหนึ่ง "เมื่อครู่มันไม่ได้หลับไหล..หากแต่กำลังเข้าสู่ห้วงสมาธิจิตว่างเปล่าต่างหาก" เทลเลอเอ่ยเปิดโปงกาเล็ทออกมาตรงๆ
         กาเล็ทที่ถูกเปิดโปงเลิกคิ้วสูงขึ้นอย่างรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าน "ตัววุ่นวายโผล่มาอีกแล้วสินะ"
         แชลเทียซึ่งได้ยินอย่างนั้นก็เกิดความรู้สึกงุนงงไม่เข้าใจขึ้น
         "... ท่านลุง..ท่าน" กาเล็ทไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรออกมาต่อ 
         "กาเล็ทเขาคือผู้พิทักษ์ประจำราชวงศ์ของโรฮานและมีตำแหน่งเป็นครูอวุโสในสถานบันแห่งนี้" แชลเทียเอ่ยอธิบาย
         ได้ยินคำอธิบายจากแชลเทียกาเล็ทก็พอที่จะทำความเข้าใจได้ "คิดอยู่แล้วเชียว" กาเล็ทนึกคิดพร้อมกับที่แอบถอนหายใจออกมา
         "ถูกอย่างที่แม่หนูบอก..ข้าชื่อว่าเทลเลอ เป็นครูอาวุโสของสถาบันแห่งนี้" เทลเลอเอ่ยแนะนำตัวอย่างเป็นทางการจากนั้นจึงเอ่ยต่อ"ตามข้ามา...หากต้องพูดคุยกันที่นี่เกรงว่าเจ้าคงไม่สะดวกใจ" 
         ได้ยินอย่างนั้นกาเล็ทก็หันไปเอ่ยขอตัวกับแชลเทียจากนั้นจึงพกความรู้สึกสงสัยใจเดินตามเทลเล่อออกจากห้องเรียนไป เมื่อเดินทางมาถึงบ้านพักของเทลเลอซึ่งอยู่ภายในส่วนลึกของสถาบันผู้ฝึกพลัง กาเล็ทก็สังเกตุเห็นว่าร่างของโจดานนอนหมดสติอยู่บนเตียงไม้ภายในห้องทำงานของเทลเลอ  เห็นอย่างนั้นกาเล็ทก็เลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างรู้สึกแปลกประหลาดใจ "ทำไม.." กาเล็ททำท่าเหมือนจะเอ่ยถาม
         เมื่อได้ยินว่ากาเล็ทเหมือนจะเอ่ยถามบางอย่าง ใบหน้าของเทลเลอก็ปรากฎสีแดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย "ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร เพียงแค่เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันเล็กน้อย" อธิบายจบเทลเลอก็เดินนำกาเล็ทเข้าสู่ห้องด้านใน
         "เป็นเจ้าสินะที่คลาร่าเอ่ยถึง" เทลเลอเอ่ยถาม
         "ผู้อำนวยการคลาร่าเล่าเกี่ยวกับเรื่องของข้าให้กับท่านฟัง?" กาเล็ทเอ่ยถาม
         เทลเลอส่งเสียงกระแอมไอออกมาอีกครั้ง "คลาร่าเพียงแค่บอกข้าว่าปีนี้มีคนน่าสนใจอย่างเจ้าผ่านการทดสอบเข้ามาหากแต่ไม่ได้เจาะจงระบุตัว  ที่ข้ารู้ว่าเป็นเจ้าสาเหตุก็เพราะเรื่องบังเอิญเมื่อสักครู่ต่างหาก สามารถเข้าสู่ห้วงสมาธิจิตว่างเปล่าได้ทุกเวลา...จะเป็นคนปกติทั่วไปได้อย่างไร?" เทลเลอเอ่ยอธิบาย
         "อ้อ..." กาเล็ทส่งเสียเอ่ยในเชิงว่าเข้าใจออกมา
         "เด็กน้อยจะว่าไปแล้วเจ้ากลับปกปิดได้อย่างแนบเนียนนัก มองดูเจ้าแล้วข้าแทบที่จะสัมผัสถึงรัศมีพลังของเจ้าไม่ได้เลย...ถ้าหากเจ้าไม่ได้เข้าสู่ห้วงสมาธิขั้นจิตว่างเปล่าภายในห้องเรียนนั่น แม้แต่ข้าเองก็คงไม่สามารถที่จะรับรู้ถึงความสามารถของเจ้าได้" เทลเลอเอ่ยอย่างรู้สึกชื่นชมพอใจขณะที่เพ่งพินิจมองดูกาเล็ทอีกครั้ง "อายุเพียงเท่านี้กลับสมารถพัฒนาแก่นจิตวิญญาณมาขึ้นมาได้ถึงระดับเช่นนี้เจ้าช่างมีพรสวรรค์ที่อัศจรรย์นัก มาเถอะกราบข้าเป็นอาจารย์ ข้าจะขัดเกลาเจ้าเอง" เทลเล่อเอ่ยอย่างคาดหวัง
         "ท่านเรียกข้ามาด้วยเรื่องนี้? ถ้าอย่างนั้นเกรงว่าข้าคงจะไม่สะดวก" กาเล็ทพยายามกล่าวปฎิเสธอย่างสุภาพ
         ได้ยินอย่างนั้นเทลเลอก็แค่นเสียงออกมา "เด็กน้อย..เจ้าคงคิดว่าข้าไม่มีความสามารถพอจะสั่งสอนเจ้ากระมัง?  บอกมาว่าแก่นจิตวิญญาณของเจ้าสามารถที่จะเข้ากันได้กับสสารธาตุใด" เทลเลอเอ่ยถาม
         กาเล็ทซึ่งรู้ว่าวันนี้ยากที่จะปิดบังชายแก่หัวล้านคนนี้ได้จึงเลือกที่จะบอกออกไปตามตรง "ข้าสามารถแปลงคุณสมบัติไฟ น้ำ ลม ดินได้ทั้งสี่ธาตุ"
          หลังจากได้ยินคำพูดของกาเล็ทร่างของเทลเลอก็หยุดชะงักไปทันที "สี่ธาตุหรือ! เด็กน้อยอย่าได้ล้อข้าเล่น" 
         ถึงแม้น้ำเสียงของเทลเล่อจะแสดงออกถึงความเข้มงวดจริงจังทว่ากาเล็ทกลับเกิดความรู้สึกว่าชายหัวล้านตรงหน้าตนเองนี้ไม่ได้มีความประสงค์ร้ายต่อตัวเองกลับกันกาเล็ทนั้นสัมผัสได้ถึงความเมตตาเอ็นดูอย่างที่นีน่ามีให้กับตนจากชายหัวล้านตรงหน้า ตระหนักรู้ได้อย่างนั้นกาเล็ทก็ทยอยแสดงการแปลงคุณสมบัติให้กับเทลเลอดู
         "ปาฎิหารย์..นี่มันปาฎิหารย์แล้ว ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าจะมีผู้ซึ่งแก่นจิตวิญญาณเข้ากับธาตุทั้งสี่ได้อย่างเจ้า.....นี่... มันเกิดขึ้นได้อย่างไร... ไม่เพียงแต่มีระดับแก่นจิตวิญญาณสูงถึงระดับเจ็ดหากแต่เจ้ากลับมีพรสววรค์สูงล้ำจนสามารถเรียนรู้การแปลงคุณสมบัติด้วยตัวเองได้อีกทั้งยังสามารถแปลงคุณสมบัติได้ครับทั้งสี่ธาตุ...ไม่น่าเชื่อ ไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็นเรื่องจริง... เร็วเข้า เร็วกราบข้าเป็นอาจารย์" เทลเลอเอ่ยอย่างรู้สึกตื่นเต้นยินดี ในตอนนี้สีหน้าของเทลเลอนั้นแสดงออกถึงความรู้สึกยินดีและปรากฎรอยยิ้มอย่างที่ยากจะมีใครได้เห็นขึ้น      "นี่..." กาเล็ทลังเล
         "เด็กน้อย...ด้วยระดับแก่นจิตวิญญาณของข้าที่อยู่ในระดับราชา นี่ยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะสั่งสอนเจ้า?" เทลเลอเอ่ยเร่ง
          "ครับท่าน..อาจารย์" กาเล็ทที่ตัดสินใจได้แล้วก็คุกเข่าลง จะยังไงการมีคนซึ่งแข็งแกร่งกว่าอย่างเทลเลอคอยหนุนหลังก็ไม่ได้เสียหายอะไร
         เห็นอย่างนั้นเทลเลอก็ส่งเสียงหัวเราะแห่งความยินดีออกมาอย่างไม่อาจควบคุม "ดี ดี..มีความหวังแล้ว..มีความหวังแล้ว ข้าจะขัดเกลาเจ้าเองเด็กน้อย" เทลเลอเอ่ยจากนั้นจึงนึกคิดถึงเรื่องสำคัญบางอย่างได้ "เจ้า...อย่าได้แพร่งพรายเรื่องที่สามารถแปลงคุณสมบัติได้ถึงสี่ธาตุให้ใครรู้เข้าใจหรือไม่"
         กาเล็ทที่ได้ยินอย่างนั้นก็เหลือบมองไปยังเทลเลอด้วยสายตาที่อยากจะสื่อว่า "ท่านพึ่งบังคับให้ข้าบอกออกมาเอง"
         "นี่มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้..หากเจ้าไม่บอกออกมาข้าจะขัดเกลาเจ้าได้อย่างไร..ว่าแต่เจ้าฝึกฝนด้วยตัวเองมาจนถึงตอนนี้?" เทลเลอเอ่ยถามออกมาในช่วงท้าย
         "ครับท่านอาจารย์" กาเล็ทตอบ
         "มีอะไรติดขัดหรือมีเรื่องอะไรสงสัยอยากจะถามหรือไม่?" เทลเลอรีบเอ่ยถามเนื่องเพราะความต้องการที่อย่างจะแสดงความสามารถของตัวเองให้กับผู้เป็นลูกศิษย์หมาดๆได้เห็นบ้าง
         "จะว่ามีก็มี...อย่างนั้น..อืม ข้าได้ยินเกี่ยวกับการผสมการแปลงคุณสมบัติมาบ้างว่าสามารถกระทำได้..ทว่าพอลองพยายามทดสอบดู ไม่ว่าจะกี่ครั้งล้วนแต่พบกับความล้มเหลว..ไม่รู้ว่าเรื่องนี้ท่านอาจารย์จะให้คำแนะนำกับข้าได้หรือไม่?" กาเล็ทเอ่ยถาม
         ได้ยินคำถามของกาเล็ท เทลเลอก็เผยรอยยิ้มไม่เชิงยิ้มออกมา "เป็นคำถามที่ดีและเกรงว่าคำถามนี้ทั่วทั้งโรฮานจะมีก็เพียงข้าเท่านั้นที่จะสามารถตอบคำถามเจ้าได้เด็กน้อย" ส่งเสียงกระแอมไอออกมาพอเป็นพิธี เทลเลอก็อธิบายต่อ "ก่อนอื่นพลังจิตวิญญาณนั้นสามารถนำมาประยุกข์ใช้โดยการแปลงคุณสมบัติได้หลักๆทั้งสิ้นสี่ธาตุตามที่เจ้ารู้มา แต่ขั้นที่สูงกว่านั้นมีน้อยคนนักที่จะล่วงรู้ ถ้าหากมีความชำนาญมากพอเราก็สามารถผสมกลมกลืนการแปลงคุณสมบัติเข้าด้วยกันทำให้สามารถที่จะสรรสร้างธาตุซึ่งทรงพลังขั้นมาใหม่ได้" เทลเล่อเอ่ยอธิบายขณะที่แสดงให้กาเล็ทได้เห็นเองกับตา      ชั่วพริบตาต่อมารอบตัวของเทลเลอก็เกิดประกายของสายฟ้าวูบวาบขึ้น "สายฟ้าพงกนี้ก่อเกิดจากการผสานคุณสมบัติลมกับน้ำเข้าด้วยกัน  แต่ด้วยความสามารถของข้านั้นมีอยู่อย่างจำกัดทำให้การผสานคุณสมบัติขั้นที่สูงกว่านี้ยังไม่แตกฉานพอ" เทลเล่อเอ่ยพร้อมกับที่บนใบหน้าปรากฎเค้าลางของความรู้สึกผิดหวังในตัวเองขึ้น "แต่เจ้านั้นแตกต่างจากข้า เจ้าสามารถแปลงคุณสมบัติได้ถึงสี่ธาตุ ถึงแม้จะสามารถส่งเจ้าได้เพียงระยะทางสั้นๆ ข้าเชื่อว่าด้วยพรสวรรค์ของเจ้าจะทำให้เจ้าสามารถขึ้นไปยืนอยู่บนจุดที่ไม่มีใครสามารถไปถึงมาก่อนได้" 
         ได้ยินถึงคำพูดของเทลเลอ กาเล็ทก็เกิดความรู้สึกเคราพยกย่องขึ้น "ไม่คิดเลยว่าในวันนี้ข้าจะได้มีโอกาสมาเห็นการผสานคุณสมบัติทั้งสองเองกับตา ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ชี้แนะ"
         "ถือว่านี่เป็นบทเรียนสำหรับเจ้าก็แล้วกัน.....ตอนนี้ข้าคงมีความสามารถมากพอจะขัดเกลาเจ้าแล้วกระมังเด็กน้อย?" เทลเลอเอ่ยอย่างเล่นตัวถือดีอยู่บ้าง
         กาเล็ทเห็นอย่างนั้นก็นึกขำกับตัวเอง "ขอท่านอาจารย์รับการขออภัยจากข้า" เอ่ยจบกาเล็ทก็คุกเข่าลงอีกครั้ง "ข้ากาเล็ท บุสโซ่ ขออภัยที่ล่วงเกินท่านอาจารย์อย่างไม่ตั้งใจ" 
         "ลุกขึ้น..ลุกขึ้น" เทลเลอเห็นอย่างนั้นก็รีบเข้ามาประคองกาเล็ทให้ยืนขึ้น พร้อมกับความรู้สึกถูกชะตาที่ค่อยๆเพิ่มพูนขึ้น "เด็กน้อยนี่ไม่เลวเลยจริงๆ..มีความสามารถถึงเพียงนี้หากแต่ไม่แสดงออกถึงความก้าวร้าวถือดีเลยแม้แต่น้อย...ช่างแตกต่างกับมันนัก"   มันที่เทลเลอนึกถึงในที่นี้ย่อมเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากโจดาน
         รีไรท์ 2020