เล่ห์ภารดี

    บทที่ 8 เที่ยวทะเล (1)

      “พรุ่งนี้พ่อแกจะมารับกี่โมง?” ขจรรัฐถามขณะนั่งมองเพื่อนเก็บกระเป๋า ความจริงถ้าไม่ติดธุระกับทางบ้านเขาคงจะไปด้วย แต่มานัดตรงกันพอดี

                “ก็น่าจะสาย ๆ แหละ ดีแล้วจะได้ไม่ต้องรีบตื่น เสียดายแกไม่ได้ไปด้วยกัน” เขาอยากให้เพื่อนไปด้วยอย่างน้อยก็จะได้มีเพื่อนคุยเวลาอยู่กับสาว ๆ ตัวปัญหาพวกนั้น

                “ไว้คราวหน้าแกบอกล่วงหน้านะ ฉันไม่พลาดแน่นอน” ขจรรัฐนั่งเล่นอยู่สักพักแล้วเขาก็กลับไปแถวนอนของตัวเอง นพคุณจัดกระเป๋าไม่นานเพราะเขาเอาเสื้อผ้าไปแค่สองชุดกับของใช้ส่วนตัวอีกนิดหน่อย จัดกระเป๋าเสร็จวางไว้ปลายเตียงเตรียมพร้อมไว้พอพ่อมารับเขาก็ลงไปขึ้นรถได้เลย

                ขจรรัฐและเพื่อน ๆ คนอื่นที่กลับบ้าน...กลับไป๻ั้๫แ๻่เช้าแล้ว เหลือแต่เพื่อน ๆ ที่สุดสัปดาห์นี้ไม่ได้ กลับบ้านและนพคุณที่รอพ่อมารับ นพคุณลงไปวิ่ง๻ั้๫แ๻่เช้า เขาตื่นเช้าเดินไปส่งขจรรัฐที่หน้าโรงเรียน     และไปวิ่งออกกำลังกายตามปกติ ตุ๊ดเด็กและตุ๊ดสาวบางส่วนก็ไม่ได้กลับบ้าน พวกหล่อนรวมตัวกัน      ออกลีลาเต้นแอโรบิคกันอยู่ข้างสนามฟุตบอลที่นพคุณวิ่งอยู่ มีเด็กผู้ชายบางคนเข้าร่วมวงเต้นด้วยเป็๞ที่สนุกสนานอย่างยิ่ง พวกหล่อนส่งเสียงหัวเราะสดใสจนนพคุณต้องหันไปมองเพราะเสียงหัวเราะของพวกหล่อนก็ถูกดัดแปลงจนฟังเผิน ๆ ก็เหมือนผู้หญิงอยู่เหมือนกัน...เพียงแต่มันอาจจะดูขำเกินจริงมากกว่าผู้หญิงที่หัวเราะจริง ๆ ไปซักหน่อย วิ่งเสร็จแล้วเขาก็กลับเข้าหอไปอาบน้ำแต่งตัวรอ นอนเล่นอ่านหนังสือไปจน 10 โมงเช้าพ่อก็โทรมาบอกให้เขาลงไปรอได้เลย

            ที่พักที่คุณนพรักษ์จองไว้เป็๲บ้านไม้ริมทะเล แบ่งเป็๲สามห้องพอดี ห้องนอนใหญ่เป็๲ของภารดีกับคุณนพรักษ์ ส่วนอีกสองห้องมีขนาดเท่ากัน พริมาจะเลือกห้องด้านหน้าที่อยู่ติดกับห้องแม่ แต่นพคุณตัดหน้าเข้าไปนั่งเรียบร้อยพร้อมของของเขาตอนที่หล่อนลงไปเอากระเป๋าของตัวเอง...ไม่รู้เขาตั้งใจแย่งหรือว่าไม่รู้จริง ๆ กันแน่ ตอนแรกมาถึงก็เห็นเปิดประตูเข้าไปอีกห้องหนึ่งทันที หล่อนก็นึกว่าเขาจะจองห้องด้านหลังไปแล้ว เลยเดินมาด้านหน้า พอลงไปเอากระเป๋าตัวเองข้างล่างกลับขึ้นมาก็เปิดมาเจอพี่ชายที่น่ารักนั่งอยู่กลางห้องแถมส่งสายตารำคาญว่าหล่อนเปิดประตูเข้ามารบกวนความเป็๲ส่วนตัวของเขาอย่างกับคนไร้มารยาท

            “หัดเคาะประตูซะบ้างนะ” นั่น! โดนไปหนึ่งดอก...

            ก่อนมาถึงบ้านพักริมทะเลย พริมาพยายามชวนเขาคุยตลอดทาง ถามถึงสารทุกข์สุขดิบ ชวนคุยนู่นนี่ แต่เขาก็ทำเหมือนไม่สนใจ หล่อนถามถึงจดหมายเขาก็เมินมองไปทางอื่นทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้     ทำหน้าตาเหมือนหล่อนพูดเ๱ื่๵๹ไร้สาระอะไรกัน...เขาไม่เห็นรู้เ๱ื่๵๹เลย เขาเงียบ หล่อนก็จนปัญญา

            อืม...คุยเ๹ื่๪๫อะไรดีนะ เ๹ื่๪๫ที่เขาชอบ หล่อนเลยถามเขาเ๹ื่๪๫เรียน เท่านั้นแหละนพคุณพูดกับหล่อนยืดยาว คุยเ๹ื่๪๫เรียนอะไรสักอย่างที่หล่อนไม่เข้าใจ เขาถามกลับมาเหมือนถามความเห็นในสิ่งที่เขาพูดอยู่ พริมางงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาพูดเ๹ื่๪๫อะไร แล้วจะให้หล่อนเข้าใจที่เขาถามได้อย่างไร เห็นพริมาเงียบเขาส่งสายตากลับมาประมาณว่าหล่อนนี่ช่างไม่รู้อะไรซะบ้างเลย น่าสงสารจริง ๆ

            “อ้อ...เธอคงไม่เข้าใจที่ฉันพูด ไม่เป็๲ไร” นพคุณพยักหน้าทำเหมือนเข้าใจหล่อนซะเต็มประดา  แต่สายตานั้นทำให้พริมาหดหู่ยิ่งนัก ตลอดทางที่เหลือนพคุณชนะ เขาทำให้หล่อนเงียบได้ ไม่รู้ตาฝาด รึเปล่าแต่พริมาเห็นเขานั่งยิ้มตลอดทาง...ใจร้ายชะมัด!!! แต่หล่อนทนได้ ท่าทางแบบนี้เอาเข้าจริง หล่อนเริ่มชินเสียแล้ว นพคุณเสมอต้นเสมอปลาย ถ้าอยู่ ๆ วันนี้เขาหันมาพูดกับหล่อนดี ๆ ทำตัวน่ารัก หล่อนคงจะทำตัวไม่ถูกแน่ ๆ เป็๲แบบนี้น่ะดีแล้ว พริมาตั้งใจไว้แล้วจะทำให้แม่กับพ่อเลี้ยงสบายใจ   และจะเข้าใจเขาให้มาก ๆ แค่นี้เองไม่ได้ลำบากอะไรเลย คิดได้แบบนี้หล่อนก็ยิ้มได้เหมือนกัน

            นพคุณกำลังยิ้มสะใจกับความสำเร็จของตัวเองที่เขาสามารถหุบปากยัยเด็กนั่นได้สักที หล่อนพูดไม่หยุดเลยเขารำคาญ แต่พอถามเ๹ื่๪๫เรียนเข้าหน่อยกลับเงิบหน้าหงายไปเลย ทั้งที่ตัวเองเป็๞คนเริ่มเองแท้ ๆ โธ่! ตอนนี้เขาเริ่มจะสงสารแม่เลี้ยงปากแดงของเขาเสียแล้วสิ มีลูกสาวสมองกลวงแถมยังชอบทำตัวน่ารำคาญเป็๞ที่สุด ยิ่งคิดยิ่งอารมณ์ดีเขายิ้มถูกใจพลันเหลือบสายตาไปมอง...เอ๊ะ! ยัยตัวปัญหารุ่นเล็กมองเขาอยู่ก่อนแล้ว และที่สำคัญหล่อนส่งยิ้มหวานวงใหญ่ให้เขากลับมาด้วย ยิ้มแบบเอ็นดูและเข้าใจ หล่อนปัญญาอ่อนรึไงนะ? เขาเพิ่งตอกกลับให้หล่อนเสียหน้าไปเมื่อกี้ตอนนี้หล่อนกลับมานั่งยิ้มให้เขาเหมือนแม่ที่เฝ้ามองดูการเติบโตของลูก แม้ลูกจะดื้อจะซนอย่างไรแม่ก็เข้าใจลูกเสมอ ...สายตาประมาณนั้นเลย นั่นยิ่งทำให้นพคุณหงุดหงิด ใครว่าเขาชนะกัน? ยัยนั่นไม่ได้แข่งอะไรกับเขาเลยมีแต่เขาที่แข่ง และนั่งนับคะแนนอยู่คนเดียว โถ...ภารดี ลูกสาวของหล่อนนอกจากจะไม่ฉลาดแล้วยังปัญญาอ่อนอีกด้วย คนเขาว่าให้ขนาดนั้นยังจะมีหน้ามายิ้มให้เขาอีก ไม่รู้ว่าเขาจะหงุดหงิดหล่อนหรือสงสารหล่อนดีกันแน่     นพคุณหลับตา เวลาที่เหลือเขาแกล้งหลับ...หลับ ๆ ไปซะ พริมามาแบบนี้เขารับมือไม่ถูก ขอเวลาตั้งหลักก่อน

            รถมาจอดหน้าบ้านพักริมทะเล มีบ้านแบบเดียวกันอยู่สามหลัง อีกสองหลังก็มีคนมาพักแล้วเช่นกัน ส่วนถัดไปด้านในไม่ติดทะเลจะเป็๲โซนรีสอร์ท มีสระว่ายน้ำอยู่ในโซนนั้น สำหรับแขกที่ไม่อยากลงทะเลแต่อยากเล่นน้ำก็จะมีให้เลือกในโซนนี้ ระหว่างรอพ่อและแม่เลี้ยงจัดการกับห้องพักและรอรับกุญแจบ้าน นพคุณเดินเล่นรอบ ๆ บ้าน เขาเห็นพริมาเดินไปดู ๆ มอง ๆ ต้นไม้ที่ปลูกอยู่รอบบ้าน เขาเห็นหล่อนถ่ายรูปดอกชบาสีส้มอยู่นาน จนพ่อกับแม่เลี้ยงเขากลับมาหล่อนจึงเดินเข้าบ้าน เด็กหนุ่มเดินตรงขึ้นไปสำรวจชั้นสองของบ้านอย่างไว ขณะที่ทุกคนกำลังง่วนอยู่กับการขนสัมภาระตัวเอง พริมาเดินขึ้นไปชั้นสองหลังจากขนกระเป๋าตัวเองลงจากรถไปวางไว้เรียบร้อยแล้ว ข้างบนบ้านมีห้องนอนสามห้อง มีห้องนอนใหญ่อยู่ด้านหน้า และห้องนอนเล็กพื้นที่เท่ากันอีกสองห้อง พริมาเห็นนพคุณเดินเข้าไปห้องนอนเล็กห้องหนึ่งพร้อมกระเป๋าเป้ของเขา

            “สงสัยจะเอาห้องนั้น” พริมาไม่มีปัญหาหล่อนนอนห้องไหนก็ได้ เมื่อเห็นเขาเข้าห้องตัวเองไป จึงไปสำรวจห้องอื่น ๆ ห้องนอนใหญ่ของแม่...นั้นก็เหลือห้องนี้สินะ ห้องนี้กว้างพอสมควรสำหรับการนอนคนเดียว อยู่ติดกับห้องนอนใหญ่ฝั่งด้านหน้าของบ้าน

            “ว้าว...เห็นทะเลพอดีเลย” เด็กสาวออกจากห้องลงไปหยิบกระเป๋าของตัวเองด้านล่าง ข้างล่างแม่กับพ่อเลี้ยงกำลังวุ่นวายกับการขนของกินที่เตรียมมาจากบ้านลงจากรถ

            “เป็๞ไงลูกแก้ว เลือกห้องกันรึยัง?” พ่อเลี้ยงถาม เขาเป็๞คนเลือกที่พัก เพราะคราวก่อนเขาเพิ่งจะมาส่งนพคุณกลับโรงเรียนเลยผ่านที่พักสวย ๆ หลายแห่งและเก็บนามบัตรที่พักที่สนใจไว้ให้ภารดีช่วยเลือกอีกคน

            “ได้แล้วค่ะ ติดกับห้องแม่ เดี๋ยวลูกแก้วเอากระเป๋าไปเก็บก่อนนะคะแล้วจะลงมาช่วยขนของ” สาวน้อยกลับขึ้นไปบนบ้านพร้อมสัมภาระของตัวเอง แต่พอเปิดประตูห้องที่จะเอาของเข้าไปเก็บกลับพบนพคุณนั่งเรียบร้อยอยู่บนเตียงกลางห้องพร้อมส่งสายตารำคาญมาให้ พริมาถอยหลัง หล่อนงงนี่เขาแกล้งหาเ๱ื่๵๹หล่อนอีกแล้วสินะ แต่หล่อนจะไม่เถียงกับเขาหรอก นอนห้องไหนก็ได้

            “ฝั่งนี้ไม่เห็นทะเล...แต่มีต้นไม้ กับโรงแรมส่วนรีสอร์ตแทน ก็วิวดีเหมือนกัน” มองโลกในแง่ดีเสร็จแล้วหล่อนก็สำรวจห้องนอนที่นพคุณทำเนียนขอเปลี่ยน (ความจริงก็ไม่ได้ขอสักคำ) ห้องนี้พื้นที่ใช้สอยน้อยกว่าห้องเดิม เพราะในห้องมีห้องน้ำในตัว แต่พื้นที่ห้องนั่นรวม ๆ แล้วเท่ากัน

            “เอ๊ะ! ห้องนี่มีห้องน้ำในตัวนี่นา” พริมาสงสัย แล้วคุณชายใหญ่ทำไมถึงอยากแลกห้องล่ะ เพราะห้องนั้นแม้พื้นที่จะดูเหมือนกว้างกว่า...แต่เพราะไม่มีห้องน้ำ แล้วเขาจะสะดวกเหรอ?

            “ช่างเถอะ เราไม่มีทางเดาใจเขาได้หรอก ถามไปเดี๋ยวตอบกลับมาเป็๞สูตรเคมีได้เงิบอีกแน่” พริมาวางกระเป๋าของหล่อน แล้วลงไปช่วยแม่ด้านล่างคุณชายใหญ่ของหล่อนช่วยขนของอยู่ก่อนแล้ว พริมาส่งยิ้มให้เขา...เพราะสายตาของหล่อนนั่นแหละที่ทำให้เขาหงุดหงิด...สายตาหล่อนเหมือนปลาบปลื้มในพัฒนาการของลูกน้อยที่โตขึ้นมาเป็๞คนดีแบบที่หล่อน๻้๪๫๷า๹ พูดรู้เ๹ื่๪๫...ช่วยเหลือสังคม

            ตอนนี้เป็๲เวลาบ่ายบรรยากาศดูสดใส ผู้คนต่างลงไปเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน พริมานั่งมองผู้คนอย่างเพลิดเพลิน

            “ลูกไม่ลงไปเล่นน้ำบ้างเหรอ?” ภารดีลงนั่งบนทรายข้าง ๆ ลูกสาว

            “ค่อยเล่นตอนเย็น ๆ ดีกว่าค่ะ ไม่ไหวแดดร้อนเหลือเกิน” หล่อนเห็นแม่เปลี่ยนชุดแล้ว...ชุดเสื้อและกางเกงที่เข้าชุดกัน...แต่ข้างในสิ ภายใต้ชุดนี้เป็๲ชุดว่ายน้ำที่แม่หล่อนซื้อมาคู่กัน ชุดหนึ่งให้พริมาอีกชุดของภารดี เป็๲ชุดว่ายน้ำคอลเลคชั่นแม่ลูก เป็๲บิกินีสี่ชิ้นที่มีเสื้อและกางเกงขาสั้นเป็๲ชุดเข้ากัน ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่พอถอดเหลือแต่ชุดบิกินีแล้วมันเซ็กซี่น่าดู

            “แม่ล่ะคะ จะลงน้ำตอนนี้เลยเหรอ?”

            “ไม่ไหวๆ ร้อน แต่ใส่ชุดเตรียมพร้อมไว้ก่อน” ภารดีนั่งมองเด็กๆ ที่เล่นเรือกล้วย...เรือยางที่ทำเป็๲รูปกล้วยสีเหลือง มีที่นั่งซ้อนกันได้ประมาณ 5 คน  แล้วใช้เจ็ทสกีลากพาไปจะช้าหรือเร็วแล้วแต่จังหวะและฝีมือคนขับเจ็ทสกีแต่ละคน แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่ายังไงต้องตบท้ายให้เรือคว่ำแล้วเทคนทั้งหมดลงน้ำกระจัดกระจายกันไปคนละทิศละทาง ภารดีนั่งมองไปก็หัวเราะไปกับพวกเขา ถ้าแดดไม่แรงหล่อนจะชวนพริมาและสองหนุ่มลงไปเล่นแน่นอน คุณนพรักษ์ที่ตอนนี้งีบหลับอยู่ที่บ้าน ส่วนนพคุณน่าจะหลบเข้าห้องไปอ่านหนังสือเพราะอากาศข้างนอกร้อนเกินไป พริมาคิดถึงอีกนพคุณที่หล่อนทิ้งไว้ที่บ้าน เมื่อเช้าก่อนออกจากบ้านหล่อนเอาไก่ใส่เล้าแล้วปิดไว้อย่างดี น้ำและอาหารพร้อมสำหรับ 1 วัน 1 คืน แต่คืนนี้หล่อนไม่ได้ร้องเพลงส่งมันเข้านอน ไม่รู้มันจะเป็๲อย่างไรบ้าง ถ้ามันมาเห็นทะเลคงจะชอบใจ สักวันหล่อนจะต้องพาไก่แสนรักมาเที่ยวทะเลให้ได้สองแม่ลูกนั่งเล่นกันไปเรื่อยดูผู้คนจนแดดเริ่มอ่อนลง ภารดีถอดชุดเสื้อและกางเกงขาสั้นออกเผยให้เห็นชุดบิกินี่แสนเซ็กซี่ที่มีลายและสีเดียวกับชุดข้างนอก แต่ด้วยความที่หล่อนตัวเล็กส่วนสูงหล่อนน่าจะพอ ๆ กับพริมา...ไม่น่าจะเกิน 160 ซ.ม. จึงทำให้ดูเหมือนเด็กวัยรุ่นสาว ๆ มากกว่า ความเซ็กซี่จึงดรอปลงไปเล็กน้อย ภารดีเดินนวยนาดอวดหุ่นสวยบนชายหาด เรียกความสนใจจากหนุ่ม ๆ ไม่เบา พริมานั่งยิ้มหล่อนชอบมองเพราะว่าแม่หล่อนสวย

            “โอ้โห! เผลอหลับแป๊บเดียวนี่เกือบพลาดดูของดีไปเลยนะ แม่ของหนูนี่ร้ายไม่เบา ดูสิไอ้หนุ่มนั่นน้ำลายหกไหลมาเป็๞ทางแล้ว” คุณนพรักษ์เดินออกมาจากในบ้าน เขางีบไปเกือบสองชั่วโมงตื่นมามองหาไม่เห็นใครเลยออกมาดูที่ชายหาดทันเห็นภารดีเดินนวยนาดอวดหุ่นสวยพอดี

            “หึงเหรอคะ?” พริมาหัวเราะเสียงใส คุณนพรักษ์นั่งลงข้างเด็กหญิงมองดูภรรยาตัวเองเดินยั่วสายตาหนุ่ม ๆ อยู่ที่ริมหาด ภารดีไม่ได้สนใจสายตาผู้ชายที่มองมา หล่อนมีชุดบิกินี่เป็๲ร้อยและใส่บ่อยจนชินแล้ว หล่อนเดินลงไปเล่นน้ำและหันมาโบกมือชวนพริมาให้ลงมาเล่นน้ำด้วยกัน เด็กหญิงส่ายหน้า       คุณนพรักษ์จึงลุกขึ้นและเดินตามลงน้ำไป หนุ่ม ๆ หลายคนคงอิจฉาเขาไม่เบา หนุ่มใหญ่รูปหล่อกับสาวสวยคราวลูก หลายคนคงคิดกันไปต่าง ๆ นา ๆ

            นพคุณนั่งมองภาพนี้มาจากในห้อง พ่อเขาทำตัวอย่างกะวัยรุ่น...มีเมียเด็กมันทำให้เขาดูเด็กตาม ไปด้วย แต่นพคุณก็ภาวนาขออย่าให้พ่อเขาถึงขนาดต้องลดอายุสมองและวุฒิภาวะของตัวเองให้เด็กลงไปด้วยก็แล้วกัน แต่ดูจากตรงนี้พ่อเขายังไม่ได้ทำพฤติกรรมที่ดูแล้วน่าเกลียดอะไร เขาแค่ลงไปเล่นน้ำธรรมดาไม่ได้ไปใกล้ชิดกันจนเกินงาม หรือไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงให้เป็๞ที่อุจาดตาของคนรอบข้าง แค่นี้เขาก็เบาใจแล้ว ที่เหลืออยากทำอะไรก็ทำเด็กหนุ่มอ่านหนังสืออยู่ในห้องจนปวดตาเลยเดินออกมานอกระเบียงเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศจึงทันเห็นแม่เลี้ยงคนสวยของเขาถอดชุดข้างนอกออกพอดี ถึงจะดูสวยก็ตาม แต่สำหรับเขา มันก็ดูจะขัดตาไปหน่อย...ผู้หญิงสมัยนี้ไม่มีความอายบ้างเลยหรือไง ความจริงชุดนั่นก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร เป็๞บิกินี่แบบธรรมดาที่เห็นกันทั่วไป แต่เพราะมันอยู่ในร่างของภารดี จึงเรียกสายตาใครต่อใครไม่ว่าจะหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ให้หันไปมองพร้อมกันไปหมด หล่อนเดินนวยนาดลงทะเลไป อย่างไม่แคร์สายตาใครด้วยซ้ำ แล้วตัวลูกสาวก็ไม่คิดจะห้ามแม่บ้างเลยรึไง ปล่อยให้หล่อนใส่ชุดวาบหวิวนั่นเดินโทง ๆ ลงทะเลไปได้อย่างไร เขายืนดูอยู่สักพักก็กลับเข้าห้องตัวเอง กะว่าจะไปอ่านหนังสือต่ออีก   สักหน่อยแต่ก็ไม่มีสมาธิแล้ว เลยเก็บหนังสือลงไปเดินเล่นข้างล่างพริมานั่งมองแม่และพ่อเลี้ยงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ทำเอาหล่อนอยากกลับเข้าบ้านไปเปลี่ยนชุดลงมาร่วมวงด้วยเสียให้ได้ แต่หล่อนไม่กล้าใส่ชุดว่ายน้ำแบบแม่ลงมาเล่นน้ำท่ามกลางสายตาผู้คนกลางวันแสก ๆ ถ้าเทียบกับความมั่นใจในตัวเองแล้ว พริมาไม่มีเอาเสียเลย ไว้เย็น ๆ แดดร่มลมตกคนน้อยลงค่อยว่ากันอีกที นั่งมองแม่จากตรงนี้ก็สนุกแล้ว

            “ทำตัวหยั่งกะวัยรุ่น ไม่รู้จักอายสายตาคนมองเสียบ้าง” พริมาขมวดคิ้ว นพคุณมา๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่ เขานั่งลงข้างหล่อนมองภาพตรงหน้า ความจริงเขาก็พูดเกินไปเพราะภาพที่เห็นไม่ได้น่าเกลียดอย่างที่เขาพูดสักนิด

            “คนมาทะเลก็ต้องเล่นน้ำสิคะ” พริมาเถียงแทนแม่กับพ่อเลี้ยง

            “แล้วก็ต้องใส่ชุดว่ายน้ำเดินส่าย...อวดสายตาผู้ชายด้วยใช่ไหม?” คราวนี้หล่อนฉุนจริง ๆ ปกติเขาว่าหล่อน พริมาจะไม่ตอบโต้เลย แต่ถ้าลามถึงแม่หล่อนคงยอมไม่ได้

            “เพิ่งจะรู้เหมือนกัน ว่าคนที่คิดว่าตัวเองเก่ง ตัวเองฉลาด แต่ที่แท้แล้วมีความคิดหัวโบราณดักดานอยู่ในกะลา ชุดแบบนี้ใคร ๆ เขาก็ใส่กัน เขาใส่กันทั่วโลก...ถ้าจะด่าก็ต้องด่าคนทั้งโลก และมันก็ไม่ผิดกฎหมายที่จะใส่ชุดแบบนี้เดินเล่นอยู่ชายหาด แม่ฉันไม่ได้ใส่ชุดนี้เดินไปตลาดหรือใส่ไปเดินในห้าง แต่แม่ใส่ชุดว่ายน้ำไปว่ายน้ำที่ทะเล มันไม่ได้ผิดที่ผิดเวลา...มันก็อยู่ถูกที่ถูกกาลเทศะแล้ว อีกอย่างประเทศไทยก็เสรีไม่มีใครที่เขากีดกันหรือเหยียดเพศกันแล้ว แต่วันนี้ฉันได้เห็นแล้วว่าฉันคิดผิดยังมีคนที่มีความคิดล้าหลัง พวกโบราณเต่าล้านปี!!!” พริมาใส่มาเป็๞ชุดนพคุณได้แต่นั่งเงิบ และพอด่าเสร็จหล่อนก็ลุกหนีเขาเดินเข้าบ้านไปแล้ว ทิ้งนพคุณนั่งเงิบอยู่คนเดียว สิ่งที่พริมาด่าเป็๞จริงทุกอย่าง ชุดว่ายน้ำใครก็ใส่กันทั้งนั้น แต่เขาไม่เคยมีความคิดเหยียดเพศแบบที่พริมาเข้าใจ เจ็บใจนัก!ทำไมเมื่อกี้เถียงไม่ทันวะ อยู่ ๆ มากล่าวหากันแบบนี้ ไม่รอให้เถียงกลับสักคำแถมมาเดินหนีไปอีก ตอนนี้รอบตัวภารดีมีเด็ก ๆ ไปร่วมเล่นน้ำกับหล่อนด้วย พ่อเขาก็ลอยตัวอยู่ห่าง ๆ จากที่เป็๞ที่สนใจของคนรอบข้าง แต่ตอนนี้ดูเผิน ๆ เหมือนพวกเขามาจาก    ที่เดียวกัน...เป็๞ครอบครัวใหญ่ ภารดีไปสนิทกับเด็กพวกนั้นตอนไหน เขาเห็นพวกนั้นเล่นปาทรายเปียก ๆ ใส่กัน...พวกเขาแบ่งกันเป็๞สองฝั่งพลัดกันปาทรายใส่ฝั่งตรงข้าม ฝั่งไหนหลบทรายได้มากกว่าเป็๞ฝ่ายชนะ ต่างฝ่ายต่างช่วยกันปาทรายและหลบทรายจากฝั่งตรงข้ามให้ได้มาที่สุด เรียกเสียงหัวเราะและครื้นเครงจากผู้คนรอบข้างอย่างสนุกสนาน นพคุณมองภาพตรงหน้าอย่างทึ่ง ๆ จากที่เขาเห็นบนบ้านสายตาที่มองภารดีนั้นตีความได้หลายความหมาย แต่ด้วยว่าพวกเขาไม่รู้จักภารดีจึงคาดเดากันไปต่าง ๆ นา ๆ แต่ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงภารดีกลับเปลี่ยนสายตาคนรอบข้างได้อย่างง่ายดาย...หล่อนทำได้อย่างไร

            พริมากลับเข้ามาสงบสติอารมณ์ในบ้าน หล่อนโมโหเขาจริง ๆ สงสัยหล่อนจะสปอยเขามากเกินไป คราวหน้าถ้าเขาล้ำเส้นแบบนี้อีก ก็คงต้องปรามกันบ้าง การเป็๲เด็กมีปัญหาก็ใช่ว่าจะมาว่าหรือแดกดันคนอื่นได้ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพอเห็นชื่อปลายสายเป็๲ยามา อารมณ์ของเด็กหญิงก็ดีขึ้นนิดหน่อย

            “สวัสดีสาวน้อย” ปลายสายทักมา พริมาหัวเราะเพื่อนหล่อนทำให้หล่อนยิ้มได้ตลอด

            “ไปเที่ยวทะเลสนุกไม๊? เสียดายไม่ได้ตามไปด้วย” ยามายิงคำถามทันที ถ้าไม่ติดว่าต้องไปบ้านพ่อหล่อนคงตามมาเที่ยวทะเลกับพริมาแล้วแน่ ๆ

            “ก็สนุกดีจ๊ะ อยากให้ปลาทูมาเหมือนกัน ถ้าปลาทูมาลูกแก้วคงสนุกมาก”

            “แล้วพี่ชายล่ะ ไปเที่ยวกันแบบครอบครัวสุขสันต์ไม่สนุกรึไง?” พริมาเคยเล่าเ๱ื่๵๹นพคุณให้ยามาฟัง แต่ก็แค่คร่าว ๆ ไม่ได้ลงรายละเอียด หล่อนไม่อยากเล่าหมดหรือละเอียดมากนัก เพราะยามาเป็๲คนรักแรงเกลียดแรง หล่อนกลัวว่ายามาจะไม่เข้าใจนพคุณอาจจะพาลไปเกลียดเขาเอาได้

            “ก็ดีแหละ ...แต่เขาชอบมองลูกแก้วเหมือนลูกแก้วโง่ตลอดเวลา” พริมาแอบฟ้องเพื่อนนิดหน่อย แต่ปลายสายหัวเราะเสียงดังกลับมา เล่นเอาคนฟ้องหน้าหงิกที่เพื่อนไม่เข้าข้าง

            “ก็ลูกแก้วโง่จริง ๆ จะโมโหทำไม เขาก็มองถูกแล้ว ฮ่า ๆ” ยามาหัวเราะ พริมายิ่งหน้าหงิกเข้าไปใหญ่

            “แล้วเขาก็ว่าแม่ใส่ชุดว่ายน้ำเดินส่ายไปมาอวดผู้ชาย”

            “อะไรนะ!!!” คราวนี้เสียงปลายสายไม่ขำแล้ว น้ำเสียงจริงจังจนพริมาอยากตบปากตัวเอง

            “ไอ้หมอนี่มันเกินไปแล้วนะ ถ้าเจอฉันมันได้โดนด่าหูชาแน่ ๆ “ พริมาเลยเล่าให้เพื่อนฟังว่าหล่อนตอกกลับเขาไปยังไง

            “โอ้ย! สุดยอด!!! นี่ใช่พริมาตัวจริงรึเปล่า คนที่โดนลูกแก้วด่านะต้องสุด ๆ จริง ๆ ” คราวนี้ยามาน้ำเสียงดีขึ้นมาก

            “แล้วทำไมลูกแก้วไม่ใส่ชุดว่ายน้ำยืนด่ามันอีกคนล่ะ” ยามาจำได้ตอนที่ภารดีเอาชุดว่ายน้ำแม่ลูกมาอวด มันดูดีและราคาไม่ใช่ถูก ๆ เลย ของแม่เซ็กซี่ ส่วนของลูกสาวก็น่ารักสมวัย

            “ว่าจะใส่ตอนเย็น ให้คนน้อยลงกว่านี้หน่อย ไม่ไหวลูกแก้วไม่ใจกล้าแบบแม่หรอก”

            “อยากเห็นอ่ะ ส่งรูปมาให้ดูบ้างนะ”

            “ไม่เอาอ่ะ ลูกแก้วก็ว่าไปงั้นแหละ พอเอาเข้าจริงก็ไม่กล้าใส่หรอก” สองสาวคุยกันอีกเกือบชั่วโมง จนภารดีและคุณนพรักษ์ขึ้นจากน้ำกลับเข้าบ้านมาอาบน้ำแต่งตัว พริมาถึงได้วางสาย ภารดีนัดกินข้าวเย็นเวลาหกโมงเย็น เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงพริมาจึงกลับขึ้นห้องไปรอเวลา...ไม่อยากเจอคุณชายใหญ่ตอนนี้ถึงเวลานัดทั้งหมดก็ขับรถไปร้านอาหารดังที่อยู่ในละแวกนี้ ภารดีหาข้อมูลมาตามเคย หล่อนชอบเข้าไปอ่านรีวิวร้านดังและตามไปกินกับพริมาเสมอสมัยอยู่กันสองคน แต่ตอนนี้ถึงจะมีสมาชิกเพิ่มมาอีกสองคน นิสัยหาที่เที่ยวที่กินของภารดีก็ยังอยู่และต้องคิดเพิ่มเผื่อคนอีกสองคนด้วย

            ตลอดทางพริมานั่งมองสองข้างทางไปตลอด หล่อนไม่สนใจนพคุณเลยและไม่คุยกับเขาสักคำเดียว ชิ! ไม่คุยก็ดีแล้วนึกหรือว่าเขาจะสน รถจอดแล้ว...ร้านอาหารคนค่อนข้างเยอะคงเพราะเป็๞ร้านดังและเป็๞๰่๭๫เวลาอาหารเย็นพอดี พวกเขาเดินเข้าไปมองหาที่นั่งสำหรับสี่คน แต่มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

            “น้องพิมพ์ คุณนพ” เสียงผู้หญิงเรียกภารดีกับคุณนพรักษ์ พวกเขาหันไปมองต้นเสียงคือผู้หญิงวัยกลางคนที่มากับลูกชายสามคน เด็กชายสามคนสามวัย คนเล็กน่าจะอายุประมาณ 4 ขวบ คนกลางรุ่น ๆ พริมา และคนโตอายุน่าจะประมาณนพคุณหรือไม่ก็แก่กว่า

            “อ้าวพี่อ้อ” ภารดีทักทายเสียงใส และหันไปลูบหัวลูกชายคนเล็กของหล่อน เขายิ้มเขินอายเหมือนเด็กผู้ชายที่เจอสาว ๆ สวย ๆ ทั่วไป

            “ทานด้วยกันสิคะ พี่เพิ่งจะมาถึง” อรพินเชิญชวน หล่อนมาเยี่ยมสามีที่มาทำงานที่ชลบุรี เพราะเขามารับตำแหน่งใหม่และเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน แต่วันนี้เขาติดงานจึงไม่ได้มาด้วยกัน

            “อ้าว แล้วคุณนัทไปไหนล่ะครับ?” คุณนพรักษ์ถามขึ้นพร้อมมองหาคนที่เขาถามถึง

            “ติดเข้าเวรน่ะค่ะ เลยพาเด็ก ๆ ออกมากินกันเอง”

            “คนนี้ไม่เคยเห็น เหมือนเมื่อตอนเย็นไม่เจอ” อรพินทักนพคุณ และเด็กหนุ่มรู้งานเขายกมือไหว้หญิงสาวทันที

            “ตาคุณไม่ได้ลงไปเล่นน้ำด้วยกันน่ะครับ” คุณนพรักษ์ตอบแทนลูกชาย ส่วนภารดีตอนนี้นั่งคุยอยู่กับน้องสามลูกชายคนที่สามของอรพิน หล่อนตั้งชื่อเอาง่าย หนี่ง สอง สาม ...ตามนั้น!!!

            “ลูกแก้วกินอะไรดี?” หนึ่งชวนเด็กหญิงคุย นพคุณมองเขม็ง...พวกนี้สนิทกันตอนไหน?

            “พี่หนึ่งอยากกินอะไรคะ ลูกแก้วเช็คในเน็ตมาเค้าบอกว่าทอดมันกุ้งร้านนี้อร่อย”

            “ขนมเปี๊ยะไส้เผือกก็อร่อย” สองชวนคุย แต่หนึ่งดูจะไม่สนใจ พริมาถึงจะโง่แต่หล่อนก็ความรู้สึกไวพี่น้องสองคนนี่ดูจะไม่ค่อยถูกกันนัก

            “ลูกแก้วทำเป็๲นะคะขนมเปี๊ยะ ทำไม่ยากแต่ยุ่งยากหลายขั้นตอนเหมือนกัน กว่าจะเสร็จทั้งหมดเลยนะรวมกวนไส้ด้วยก็ไม่ต่ำกว่าสามชั่วโมงแน่นอน เพราะงั้นถ้าเขาทำอร่อยแล้วขายแพงลูกแก้วจะไม่บ่นเลย เพราะรู้อยู่ว่าเขาทำกันยังไง” ถ้าเ๱ื่๵๹ขนมหรือของกินแล้วมาถูกทาง พริมาคุยได้ยาว หล่อนเล่าวิธีทำขนมให้พี่น้องหนึ่งสองฟัง และดูเหมือนสองคนนั่นจะตั้งใจฟังจริง ๆ ไม่ใช่แค่อยากชวนคุยกับเด็กสาวหน้าตาน่ารักแบบที่พวกผู้ชายชอบทำกัน ดูเหมือนพวกเขาจะถูกชะตากันจริง ๆนพคุณได้คำตอบแล้วว่าพวกเขารู้จักกันได้อย่างไร ก็เพราะเขาไม่ได้สังเกตอย่างอื่นนอกจากสิ่งที่ตัวเองอยากมองเท่านั้น ครอบครัวนี้คือครอบครัวเดียวกับที่ภารดีและพ่อของเขาไปเล่นน้ำด้วยเมื่อตอนเย็นนั่นเอง และพวกเขาก็อยู่บ้านพักติดกันกับพวกภารดี...หลังตรงกลางนั่นแหละตอนนี้น้องสามติดภารดีแจ เขามานั่งตักกินข้าวบนตักหญิงสาวเลยทีเดียว ส่วนคุณนพรักษ์ก็คุยเ๱ื่๵๹งานกับอรพินอย่างออกอรรถรส หนึ่งกับสองก็คุยกับพริมา...ส่วนเขาไม่เข้ากลุ่มกับใครเลย นพคุณนั่งเซ็งนี่ขนาดไม่ใช่ที่บ้านและคนแปดคน จับคู่ได้พอดี เขายังโดนเขี่ยออกมาเหลือตัวคนเดียว หงุดหงิด!!!

            ถึงเวลาจ่ายเงินอรพินไม่ยอม หล่อนบอกว่ามื้อนี้ขอเลี้ยงเพราะหล่อนเป็๞คนออกปากชวนเอง    พวกเขาเถียงกันอยู่นาน เด็ก ๆ จึงแยกออกมาปล่อยให้พวกผู้ใหญ่คุยตกลงกัน พริมายืนคุยต่อกับหนึ่งและสองส่วนน้องสามวิ่งเล่นคนเดียวอยู่ใกล้ ๆ พวกผู้ใหญ่ออกมาแล้ว และอรพินขอแยกตัวไปก่อนเพราะหล่อนจะเอากับข้าวที่สั่งจากร้านไปให้สามีที่ทำงาน ทั้งหมดจึงบอกลาแล้วแยกย้ายกันไป

            “เดี๋ยวไปคุยต่อที่บ้านนะลูกแก้ว” หนึ่งหันมาบอก

            “ได้เลยค่ะ ลูกแก้วเซฟเบอร์พี่หนึ่งไว้แล้ว เดี๋ยวไลน์ก็คงโผล่” เด็กหญิงโบกมือลาหนุ่ม ๆ ทั้งสามคน ภารดีเดินไปหอมแก้วน้องสามฟอดใหญ่ เขาไม่ขัดขืนได้แต่ยืนยิ้มจมูกบานเพราะเขินอาย เรียกเสียงหัวเราะให้ผู้ใหญ่ได้ดังทีเดียวกว่าจะกลับมาถึงบ้านก็เกือบสองทุ่ม พวกเขาแยกย้ายกันเข้าห้อง วันนี้แม่กับพ่อเลี้ยงหล่อนคงนอนหลับสบายเพราะเมื่อตอนเย็นพวกเขาใช้พลังงานไปเยอะกว่าทุกวัน ส่วนนพคุณเขาคงเข้าห้องอ่านหนังสือตามเคย พริมาเข้าห้องมานั่งเล่นดูทีวีไปเรื่อยเปื่อยเหลือบมองนาฬิกาเกือบสามทุ่มแล้ว หล่อนเปลี่ยนชุดว่ายน้ำที่แม่ซื้อมาให้ใส่ดู มันไม่ได้โป๊เกินไปสำหรับชุดว่ายน้ำ แต่ก็โป๊เกินไปสำหรับการแต่งตัวตามปกติของหล่อน

            “หืม...เหมือนใส่กางเกงในกับเสื้อในไปเดินเล่นเลย” พริมาพลิกตัวไปมาดูตัวเองในกระจก หล่อนใส่เสื้อกับกางเกงที่เป็๲ชุดเดียวกันทับอีกที มันเป็๲ชุดแบบเดียวกับของภารดีเพียงแต่ชุดว่ายน้ำข้างในต่างกัน

            “ลงไปเดินเล่นหน่อยดีกว่า ป่านนี้แล้วคงไม่มีใครแล้วมั้ง”เด็กหญิงเดินเล่นที่ชายหาด หล่อนเหลือบซ้ายแลขวามีผู้คนอยู่บนชายหาดประปรายและส่วนใหญ่อยู่ห่างออกไป

            “ชุดว่ายน้ำก็ใส่มาแล้วลงไปเล่นซะหน่อยดีกว่า” พริมาถอดชุดคลุมออก หล่อนลงไปนั่งเล่นในน้ำทะเล เด็กหญิงรู้ดีว่าเล่นน้ำกลางคืนอันตรายหล่อนจึงลงไปแค่เข่าแล้วนั่งแช่อยู่แค่นั้น น้ำทะเลยังอุ่นอยู่

            “อุ่นสบายดีจัง” นั่งเล่นน้ำไปสายตาเหลือบไปเห็นเสื้อสีคุ้น ๆ ลอยอยู่บนน้ำ พริมาไม่แน่ใจว่าจะใช่คนที่หล่อนคิดอยู่จริงหรือไม่ แต่หล่อนไม่สนพริมาลุกพรวดวิ่งไปตรงที่มีคนลอยคว่ำหน้าอยู่ เขาน่าจะลอยอยู่ตรงนั้นหลายนาทีแล้ว

            “พี่!!! พี่คุณ” พริมาพลิกร่างนั้นด้วยหัวใจที่เต้นอย่างรุนแรง ใจหล่อนหล่นไปอยู่ตาตุ่มแล้ว และภาพที่เห็นทำให้หัวใจของหล่อนแทบหยุดหายใจ คนที่คว่ำหน้าอยู่คือนพคุณจริง ๆ เขาจะตายรึเปล่า?

            “ไม่!!!” เด็กหญิงมือไม้สั่น หล่อนลากนพคุณขึ้นฝั่ง...เขาไม่หายใจ ทำยังไงดี? เด็กหญิงร้องไห้หล่อนไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกับอะไรแบบนี้

            “พี่คุณ ตื่นสิ” พริมาทั้งเรียกทั้งทุบเขาให้มั่วไปหมด

            “ทำไมพี่คุณต้องคิดสั้นด้วย มีอะไรก็พูดกันดี ๆ สิ”

            “ถ้าไม่อยากให้ลูกแก้วกับแม่อยู่ก็บอกกันตรง ๆ เลย ลูกแก้วกับแม่จะไป ไม่ได้อยากจะทำให้ใครตายหรอกนะ”

            “ตื่นสิ” หล่อนทุบอกเขาทั้งเขย่าเท่าที่เรี่ยวแรงของหล่อนจะมี...ทำยังไงดีนะ? คิดสิคิดลูกแก้ว!...เคยดูในทีวีต้องผายปอด…พริมาผายปอดอย่างทุลักทุเล หล่อนไม่เคยเรียนผายปอดมาก่อน เพียงแต่เคยดูในทีวีเท่านั้น และไม่รู้ด้วยว่าที่ทำไปถูกวิธีรึเปล่า แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย อย่างน้อย ๆ มันก็อาจจะเป็๞วิธีที่ช่วยชีวิตเขาได้