D.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ

    อุโมงค์ลำนำเทวา

     บทที่ 4

    อุโมงค์ลำนำเทวา

               

     

     

            “ไม่นึกว่าจะมาเจอนายที่นี่เลยนะมาร์ช” เสียงเด็กผู้หญิงดังขึ้นในร้านอาหารที่เป็นซากวิหารกลับหัวที่ตกลงมาจากท้องฟ้าที่สูงขึ้นไปจากเมืองลอยฟ้าแห่งนี้อีกขั้นหนึ่ง

            “ว่าแต่ไอไม่ค่อยโตเลยนะฉันชอบไอตอนโตมากกว่า...สวยกว่า...เย็นชากว่า” เด็กหนุ่มที่ลอยวนไปมารอบๆตัวหญิงสาวผมยาวสีเงินพูดออกมา

            หญิงสาวที่เขากำลังลอยวนไปรอบๆค่อยๆ ยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างช้าๆหลังจากเธอลิ้มรสของมันแล้วทอดสายตามองผ่านกระจกบานใหญ่แล้วจึงพูดขึ้น “เราต้องขอโทษด้วยนะที่ทำอะไรประหลาดไปคือปกติบ้านเราเวลาดีใจที่ป๊ะป๋ากับมัมชมเราว่าน่ารักเราจะหอมแก้มกันน่ะ เพื่อนๆก็เตือนเราว่าอย่าไปทำกับคนแปลกหน้า เราต้องขอโทษจริงๆ” เธอพูดก่อนจะวางแก้วชาที่มีลายดอกไม้เล็กๆแต้มอยู่บนกระเบื้องเคลือบสีขาว

            “ไม่เป็นไรหรอก แค่ตกใจนิดหน่อยน่ะ...” เสียงชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอพูดออกมาในตอนนี้คนทั้งแปดอยู่ในห้องพิเศษของร้านอาหารที่สร้างจากซากวิหารกลับหัวของดัสวัลเลย์มันเป็นสถานที่ซึ่งมีกระจกใสบานใหญ่ ติดเรียงรายอยู่รอบๆภาพที่มองจากตรงนี้คือผืนเมฆที่ปูราวกับเป็นพื้นดินท้องฟ้าใส่กระจ่างและยานบินที่บินผ่านไปมา

            “แล้วอีกอย่างดูเหมือนคนที่จะว่าเป็นผู้เสียหายก็คงไม่รู้สึกอย่างนั้น” เขาพูดก่อนจะมองไปที่เอ็ดเวิร์ดที่ยังมีสภาพเหมือนกับกำลังล่องลอยอย่างมีความสุข

            “แทนนายพูดถูกฉันว่าพี่เอ็ดน่าจะมีความสุขมากกว่าจะรู้สึกเสียหาย ก็คุณมิร่าสวยเสียขนาดนี้” บลานซ์พูดขึ้น

            “หา!” หญิงสาวผมเงินพูดเสียงสูง“นายว่าเราสวยเหรอ!” เธอพูดพร้อมกับยืนขึ้นและทำท่าจะเดินมาที่บลานซ์

            “หยุด! หยุดอยู่ตรงนั้นเลยมิร่า...ห้ามหอม!เข้าใจไหม...ห้ามหอม” นิกกี้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับยกมือห้ามมิร่าที่ทำท่าจะพุ่งเข้าไปหอมบลานซ์

            “อุ้ย! เราขอโทษ...เราลืมตัว” เธอพูดขึ้นด้วยสายตาและท่าทางรู้สึกผิด

            “เอาเถอะ ว่าแต่ไม่คิดเลยนะว่าจะมาเจอกับคนที่มีเพื่อนของไออยู่เธอมีการ์ดระดับ X ด้วยใช่ไหมล่ะ” แทนถามออกไป

            มิร่าใช้ดวงตาสีฟ้าใสของเธอมองไปที่ภูตเด็กหนุ่มดวงตาสีเขียวและใส่ชุดคลุมสีเดียวกับดวงตาหมวกปลายแหลมที่เขาสวมใส่อยู่ปลายพับงอลงไปด้านหลัง และที่ปลายหมวกนั้นมีปุยสีขาวกลมติดอยู่

            “ตอนนี้มาร์ชเป็นระดับ B แล้วล่ะ เราเจอกับมารช์ที่ปราสาทลวงตามาชูรัค” เธอว่า “ตอนแรกเขาก็ตัวเล็กๆเหมือนไอเลยนะ แต่พอเราไปทำนู่นทำนี่กับเพื่อนเขาก็โตขึ้น”

            “ฉันมีอะไรจะถาม...” ลินขัดขึ้น

            “ถามเรา?” มิร่าเลิกคิ้วประหลาดใจก่อนจะใช้ริมฝีปากบางๆถามออกมา

            “ย่ะ...เธอนั่นล่ะ” ดูเหมือนลินจะไม่ค่อยชอบหน้าผู้หญิงคนนี้สักเท่าไร“เธอนี่เป็น Npc รึเปล่า...สวยเกิ๊น!”

            “หยุด!” นิกกี้ยกมือห้ามก่อนที่มิร่าจะขยับตัว

            คนถูกห้ามยิ้มแห้งๆเธอเกือบจะลืมตัวอีกครั้ง “เราเป็นเพลเยอร์นะ เราไม่ใช่ Npc ถึงเกมนี้จะมี Npc สารพัดอย่าง...แต่เราเป็นเพลเยอร์” มิร่าตอบเสียงหวาน

            “แล้วเธอเป็นผู้ชายรึเปล่า...” นิกกี้ถามขึ้นบ้างมันทำเอาสายตาทุกคู่จ้องมาที่เธอแทบจะทันที ไม่เว้นแม้กระทั่งอายะและทาก

            “ก็ปกติถ้าเจอคนสว...” นิกกี้เหมือนนึกบางอย่างได้ “ปกติถ้าเจอคนแบบเธอนะ ตามการ์ตูนหรือหนังอะไรประมาณนี้มักจะเป็นผู้ชายที่เกิดสวยกว่าผู้หญิงอะไรเทือกนี้น่ะยิ่งเธอชอบพุ่งเข้าไปหอมแก้มเขาทั่วแบบนี้ด้วย...มันน่าสงสัย” เธอกอดอกแล้วขมวดคิ้วถาม

            “เราเป็นผู้หญิง ไม่เชื่อลองตรวจค่าสถานะดูสิอ่ะ...เราปลดการป้องกันแล้วล่ะ” มิร่าพูดพร้อมกับทำตาใส

            “แทนลองดิ...เจ้าเอ็ดหมดสภาพไปแล้ว ส่องเธอดิ” นิกกี้สั่ง

            “ลินส่องเองๆ” ลินเสนอตัวและเธอก็ไม่รอให้ใครอนุญาตเธอตรวจดูค่าสถานะของผู้หญิงตรงหน้าทันที “มิร่า ไนติงเกลอายุยี่สิบเอ็ดปี เพศหญิง อาชีพผู้วิงก์ไนท์ สายทักษะผู้ขับลำนำเลเวล....ร้อยเจ็ดสิบแปด!” ประโยคสุดท้ายลินตะโกนเสียงดังลั่นด้วยความตกใจ

            “หะ...”

            “หืม!?”

            “เอ้ย...!”

            “มีความสุขจัง”

            “...?”

            ปฏิกิริยาชองแต่ละคนนั้นแตกต่างกันแต่ทุกคนอยู่ในอาการตกใจ

            “เธอเลเวลหนึ่งร้อยเจ็ดสิบแปด!” ลินถามย้ำ

            “อื้อ...เราเลเวลเท่านั้นล่ะ ไปนู่นนี่กับเพื่อนๆที่เจอในเกมนี้บ่อยๆ เลเวลก็ขึ้นน่ะ” เธอพูดราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติ

            “เจ้านายฉันเลเวลสูงกว่าเจ้านายไออีกนะ” ภูตเด็กหนุ่มผิวขาวของมิร่ากอดอกทำหน้าภูมิใจ

            “เดี๋ยวมาสเตอร์ของไอก็เก่งแล้วนะมาสเตอร์เพิ่งเข้ามาไม่นานเอง มาสเตอร์ไม่แพ้หรอก!” ไอเสียงเข้มตามด้วยทำแก้มป่อง

            “เดี๋ยวๆ” แทนพูดขึ้น “เธอเลเวลมากขนาดนี้แล้วมาที่นี่ทำไมล่ะ” เขาถามขึ้นหลังจากจัดการกับน้ำผลไม้ปั่นตรงหน้าจนเหลือแต่แก้วเปล่า

            “อืม...เรามาเพราะหลายเรื่องน่ะอย่างแรกก็มางานแข่งยานบินแต่ก่อนหน้านั้นเราจะไปในถ้ำที่เป็นดันเจี้ยนอยู่ในเมืองนี้น่ะ” มิร่าตอบเสียงเรียบ

            “เธอนี่แปลกคน...” แทนกอดอกก่อนพิงหลังไปที่พนักพิงของโซฟาที่นุ่มสบาย“มีอะไรพูดหมดเลยพวกเราเป็นคนแปลกหน้านะ อย่างนี้ระวังจะมีปัญหานะ คนไม่ได้ดีกันหมดหรอกนะ”

            “ไอ้คนที่พูดอยู่นั่นล่ะตัวอย่างคนไม่ดี” นิกกี้แทรกทันทีที่สิ้นเสียงของแทน “แล้วอีกอย่างนายจะเอาอะไรกับคนที่วิ่งไปหอมแก้มคนไม่รู้จักกันล่ะ”

            “เออ...จริง ทั้งเรื่องฉันนี่ล่ะคนไม่ดีแล้วก็จริงเรื่องที่จะเอาอะไรกับคนที่พุ่งไปหอมคนไม่รู้จักได้หน้าตาเฉยดูสิ...พี่เอ็ดยังไม่คืนสภาพเลย” แทนพูดพร้อมกับหันไปมองเอ็ดเวิร์ดที่ยังเคลิ้มราวต้องมนต์สะกด

            มิร่าอมยิ้มเมื่อได้ฟังที่แทนพูดหลังจากนั้นเธอก็พูดออกมา “พวกนายตลกจัง เพื่อนเราก็บอกตลอดว่าเรามีอะไรก็พูดหมดใครถามอะไรก็ตอบ...” เธอว่า “แต่ก็จริงแหละ บางครั้งก็มีคนจะมาแย่งของเราด้วย”

            “แล้วเธอทำไง” ลินถามเสียงขุ่นๆ

            “ก็ฆ่าพวกนั้นจนหมดนั่นล่ะ พอพวกนั้นตายหมด เราก็ไปทำธุระเราต่อ” มิร่าตอบพร้อมกับยกแก้วชาขึ้นดื่มช้าๆ “ชาที่นี่รสชาติดีนะ...” เธอพูดขณะที่มองไปที่ถ้วยกระเบื้องเคลือบที่ถืออยู่ในมือ

            ลินชะงักก่อนจะหันมองหน้านิกกี้ที่อยู่ใกล้ๆก่อนจะพูดออกไปด้วยเสียงอ่อยๆ “ฆ่า...ฆ่าเลยเหรอ” เธอถามเสียงสั่น

            “ก็...เราก็ฆ่านะ บางทีรำคาญน่ะ” มิร่าตอบ

            “เอ่อ...เราว่ามิร่าใจดีไม่น่าจะทำอะไรคนรู้จักหรอกใช่ไหมล่ะ” ลินเปลี่ยนโทนเสียงในการพูดกับผู้หญิงตรงหน้าทันที

            “ไม่หรอก เราไม่ฆ่าคนรู้จักหรอกนะถ้าไม่จำเป็น” เสียงสบายๆ ตอบกลับมาแต่ดูเหมือนสีหน้าคนฟังจะไม่ค่อยสบายนัก

            “เอ่อ...” พูดไม่ออกเธอหันไปที่แทนทันที ซึ่งเมื่อเขาเห็นท่าทางของลินก็จัดการเปลี่ยนเรื่องให้

            “ว่าแต่ที่เธอบกว่าจะมาดันเจี้ยนที่นี่น่ะเธอนัดเพื่อนไว้รึไง เห็นมาคนเดียว” แทนถาม

            หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธผมสีเงินของเธอขยับตัวเบาๆ “เปล่าหรอก เรามากับมาร์ช” เธอมองไปที่ภูตของเธอ“แต่ถ้าไม่นับมาร์ช เราก็ไปทำเควสคนเดียวน่ะ” เธอว่า

            “เลเวลขนาดนี้ก็ไม่แปลกที่จะไปคนเดียวว่าแต่มันคือที่ไหนน่ะที่เธอจะไป” แทนถามต่อ

            “อุโมงค์ลำนำเทวา ที่ที่พลังของมาร์ชหลับอยู่สนใจไปไหมล่ะ เราไม่เคยเจอเพื่อนของมาร์ช อยากให้สองคนนี่ได้คุยกัน” มิร่าออกปากชวนด้วยแววตาจริงจัง “แต่สูงที่สุดไปได้อีกแค่สองคนนะเควสกำหนดจำนวนสูงสุดที่จะลงไปได้คือสามคน”

            แทนหันมองหน้านิกกี้เหมือนจะขออนุญาตแล้วเมื่อนิกกี้พยักหน้ารับเขาก็หันไปบอกกับหญิงสาวผมสีเงินตรงหน้าทันที

            “เธอใช้คาถาฟื้นพลังได้ไหม” แทนถามออกมา

            “ก็ไม่เชิงนะแต่ก็ฟื้นพลังให้คนที่อยู่ในขอบเขตสกิลได้ แต่มันมีข้อสำคัญอยู่อย่างหนึ่ง...” มิร่าว่า “สายทักษะของฉันไม่สามารถร่วมปาร์ตี้กับใครได้ทั้งนั่น...”

            “เอ้ย! มันมีอย่างนี้ด้วยเรอะ!” แทนทำเสียงประหลาดใจ

            “สามคนในร่างเดียวก็มี คนเดียวสองร่างก็มีฉันว่าเรื่องแบบนี้สำหรับเจ้าเกมนี้นี่มันไม่น่าแปลกใจแล้วล่ะ” นิกกี้แทรกขึ้นมา

            “เออจริงด้วยแฮะ” แทนพยักหน้าเห็นด้วยทันที“งั้นเอางี้...เดี๋ยวฉันกับเจ้าบลานซ์ไปทัวร์ดันเจี้ยนเพราะถ้าให้อายะและทากะไปกับฉันคนจะเกิน ส่วนลินก็จะมีสกิลซ้ำซ้อนกันและที่สำคัญ...ถ้าฉันเอานิกกี้ไป มีหวังพวกที่เหลือสร้างเรื่องแน่ๆ” ชายหนุ่มพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

            “ฉันว่าคนสร้างเรื่องบ่อยที่สุดก็ไม่พ้นคนพูดนั่นล่ะ” นิกกี้พูดก่อนจะถอนหายใจยาว “แต่เอาอย่างนั้นก็ได้ นายไปหาชองกับบลานซ์เดี๋ยวพวกฉันจะลองไปดูตลาดของที่นี่แล้วลองวางแผนตั้งร้านกัน จะได้ลองหาชิ้นส่วนยานบินที่พวกเราต้องการด้วยเลย”

            “พวกนายจะสร้างยานบินเหรอ! รุ่นไหนๆๆๆๆ!” แววตาเรียบๆ สบายๆของมิร่าลุกวาวทันทีที่พูดถึงยานบิน

            “สกายแซฟไฟร์เออร์น่ะ” แทนตอบกลับไป

            “อ้อ...! ลำที่ว่านั่นของดีเลยนะเดี๋ยวถ้าจัดการเรื่องเควสเสร็จเรามาช่วยนะ เรารู้จักคนที่จัดการเรื่องยานบินนี่เยอะอยู่” มิร่าตอบสีหน้าเธอยืนยันได้ว่าทุกคำที่พูดมานั้นเป็นเรื่องจริง

            “มีค่าตอบแทนรึเปล่า” แทนถามอย่างสงสัย

            มิร่าส่ายหน้าไปมาก่อนจะตอบพร้อมร้อยยิ้ม“พวกนายเป็นเพื่อนของเราเราเอาค่าตอบแทนจากเพื่อนหรอกนะ” เธอว่า

            “งั้นฉันช่วยเธอจัดการเควสก็แล้วกันถือว่าเราเจ๊ากันไป ไม่อยากคิดหนี้บุญคุณใคร” แทนพูดออกไป “ว่าแต่ที่เราจะไปมันอยู่ที่ไหนกันจากชื่อมันเป็นอุโมงค์ใช่ไหม” เขาถาม

            มุมปากของมิร่าขยับยิ้มเธอมองออกไปนอกกระจกก่อนจะตอบออกมา “มันเป็นถ้ำแต่ทางเข้าอาจจะลึกลับสักหน่อย” เธอพูดก่อนจะลุกขึ้นยืน“เราไปกันเถอะ” มิร่าบอกกับแทนซึ่งเขาก็พยักหน้ารับก่อนจะหันไปหาบลานซ์

            หลังจากนั้นแทนและบลานซ์ก็แยกตัวออกจากกลุ่มเพื่อไปทำเควสกับหญิงสาวผมสีเงินที่พวกเขาเพิ่งจะพบหน้าได้ไม่นานนักสาเหตุหลักๆ เลยไม่น่าจะใช่อย่างที่แทนบอกออกไป มันน่าจะมีมากกว่านั้นทั้งความสนใจในภูติของหญิงสาวคนนี้และเรื่องความเป็นมาของเธอที่เมื่อดูจากเลเวลแล้วไม่น่าจะธรรมดา

     

            “ที่นี่เนี่ยนะ!?” เสียงแทนถามขึ้นด้วยความสงสัย

            ไม่แปลกที่เขาจะถามออกมาแบบนั้นเพราะครั้งแรกที่เขาชื่อของดันเจี้ยนที่กำลังจะเข้าไปแทนนึกถึงอะไรที่มันยิ่งใหญ่ชื่ออุโมงค์ลำนำเทวาดูแล้วน่าจะเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดาแต่ตอนนี้พวกเขากลับต้องมายืนอยู่หน้าบ้านชั้นเดียวที่ดูจากขนาดแล้วเหมือนกับห้องๆหนึ่งเสียมากกว่า ประตูทางเข้าที่ปิดไว้ก็เป็นไม้เก่าๆมันอยู่ในซอยลึกเข้ามาจากถนนใหญ่กลางเมืองดัสท์วัลเลย์ เป็นแค่บ้าที่ดูซ่อมซ่อที่หนึ่งเท่านั้น

             “ที่นี่ล่ะ เพื่อนๆ ของเราหาข้อมูลมาให้ไม่ผิดแน่หลังประตูนี้มีดันเจี้ยนอยู่แต่คนไม่ค่อยรู้กันนักถึงพวกที่อยู่ในเมืองนี้เองก็มีไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้แล้วที่สำคัญ...มันต้องมีเจ้านี่ด้วยถึงจะเข้าไปได้” มิร่าพูดพร้อมกับหยิบกุญแจสีเงินที่มีพลอยสีดำฝังอยู่ส่วนตัวกุญแจสร้างจากอัญมณีที่นำมาเจียรนัยเป็นรูปดอกกุญแจ

            “กุญแจ? ประตูเก่าๆแบบนี้ถีบทีเดียวก็พังแล้ว ไม่เห็นต้องใช้กุญแจเลย” แทนพูดพร้อมกับเดินไปหน้าประตูไม้เก่าแก่จะพังแหล่มิพังแหล่เขายกเท้าขึ้นเตรียมพร้อมจะถีบใส่บานประตูที่ว่าและหลังจากนั้นกล้ามเนื้อขาของเขาก็ทำงานส่งแรงออกไปเท้าของแทนถีบเข้าใส่บานประตูอย่างรุนแรง

            ประตูบานนั้นพังไม่มีชิ้นดี...ด้านในนั้นไม่มีอะไรเลยมีเพียงโต๊ะเก่าๆ และเก้าอี้อีกสองสามตัว

            “อ่าว...พังจริงๆ ด้วยรึนี่” บลานซ์ทำเสียงประหลาดใจ “ปกติมันต้องไม่พังไม่ใช่เหรอต้องใช้คีย์ไอเทมเพื่อเปิดอะไรประมาณนี้รึเปล่า”

            “ขอโทษทีเราบอกไม่ทันคงต้องรอกันอีกสองสามนาทีแล้วล่ะ” เสียงมิร่าดังขึ้นมา

    “หา?” แทนทำเสียงประหลาดใจ“ก็ฉันเปิดให้แล้วนี่ต้องรออะไรอีกล่ะ” ชายหนุ่มย่นคิ้วสงสัย

            “รอให้ประตูกลับมาเป็นเหมือนเดิม ถ้าใช้วิธีนั้นเราจะเข้าดันเจี้ยนไม่ได้ต้องรอระบบสร้างประตูขึ้นใหม่ก่อน” หญิงสาวคนเดียวในสามคนพูด

            “เวร...” แทนบ่นก่อนจะทิ้งตัวลงนั่ง

            หลังจากนั้นราวๆสามนาทีประตูที่พังไปแล้วก็ปรากฏขึ้นที่เดิม มันเหมือนเดิมทุกอย่าง แต่เมื่อประตูบานนั้นกลับมาเป็นเหมือนเดิมเสียงระบบก็ดังขึ้น

     

            ผู้เล่นแทนไทยสร้างความเสียหายให้ประตูไม้เก่าแก่จะถูกหักเงินจำนวน 2,400 กิล...

     

            “คุ้นเคย...ว่าแต่จะประกาศทำไมเงินแค่นี้” แทนบ่นออกมา

            “พร้อมนะ เราจะเปิดประตูแล้วล่ะ” มิร่าพูดก่อนจะสอดกุญแจไปที่รูกุญแจบนประตูบานนั้นและเมื่อเธอใช้กุญแจไขประตูบานนั้นเข้าไปด้านใน

            บันไดที่ทอดยาวลึกลงไปด้านล่างและดูไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดตรงไหนก็ปรากฏอยู่ตรงที่เคยเป็นโต๊ะเก่าๆ

            “ไปกันเถอะ” หญิงสาวพูดก่อนจะเดินนำลงไปสู่บันไดที่ทอดลงสู่ความลึกความมืด และปริศนา...

     

    คล้ายกับเรื่องD.W.O. 7 การ์ดราชันย์ครองพิภพ ที่คุณอ่าน

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912