เสียงจากการต่อสู้ดังเคร๊งคร๊าง ประกายไฟจากคมดาบสาดกระจาย การต่อสู้อันดุเดือดเร่งร้อน ลากยาวั้แ่ห้อง้าลงมายังลานด้านล่าง
ตอนนี้ลานด้านล่างของเรือนเต็มไปด้วยสมุนของเหล่าโจร เหล่าโจรมือหนึ่งถือคบไฟ อีกมือถือดาบใบหน้าเต็มไปด้วยความใ
เมื่อพวกเขาออกมาจากที่พักนั้น พอพบเห็นซากศพเกลื่อนกลาดก็ว่าน่าใแล้ว และเมื่อมาเห็นอี้เหรินเฟิงต่อสู้กับหัวหน้าค่ายนั้น พวกมันก็ใยิ่งกว่า ใครจะไปคาดคิดว่าดาวมฤตยูที่อยู่ตรงหน้านั้น จะเป็เพียงเด็กน้อยอายุสิบกว่าปีกัน ในตอนที่จับตัวมานั้น การดิ้นรนขัดขืนไดๆยังไม่มีซะด้วยซ้ำ
"มันผู้ไดจับตัวดาวมรณะนี่มากัน"
อี้เหรินเฟิ่งบัดนี้ดวงตาวาวโรจน์ ทั้งตื่นเต้น เร่าร้อน เขาไม่ได้ต่อสู้อย่างสุดกำลังเช่นนี้นานแล้ว เคล็ดวิชาต่างๆที่ฝึกฝนมา ค่อยๆถูกเอามาใช้งาน ค่อยๆถูกหล่อหลอมจนชำนานขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนของหัวหน้าค่ายนั้น ตอนนี้มันกำลังใแล้ว จากที่เคยเหนื่อกว่าอี้เหรินเฟิ่ง บัดนี้ อี้เหรินเฟิ่งต่อสู้กับมันได้อย่างเท่าเทียมแล้ว และยังมีทีท่าว่าจะค่อยๆเหนือกว่าด้วย
ด้วยเคล็ดวิชาอาภรณ์โลหิตนั้น อี้เหรินเฟิ่งเสมือนิญญาร้ายจากขุมนรก มองด้วยตาเปล่าแทบจะไม่เห็น ผลุบๆโผล่ๆในความมืด ตรวจจับกลิ่นอายแทบจะไม่ได้ ตอนนี้หัวหน้าค่ายเหงื่อตกแล้ว
เมื่อเห็นท่าจะไม่ดีแล้ว หัวหน้าค่ายก็หยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ เป็ยันต์แผ่นหนึ่ง หัวหน้าค่ายระเปิดพลังออกมาปาดคมดาบไปทางอี้เหรินเฟิ่ง ด้วยเคล็ดวิชาดาบของเขา ประกายดาบพร่างพรายเต็มไปด้วยไอสังหาร คมดาบเปลี่ยนไปเป็สีแดง
อี้เหรินเฟิ่งฝืนรับดาบนี้ไปตรงๆ ตูม!! เขากระเด็นออกไปกว่าสิบเมตร
ทันไดหัวหน้าค่ายก็โยนยันต์แผ่นนั้นมาที่อี้เหรินเฟิ่งทันที เมื่อยันต์แผ่นนั้นมาถึงตรงหน้าของอี้เหรินเฟิ่งทันไดก็เกิดะเิขึ้นมา
ตูม !!!! อี้เหรินเฟิ่งไม่สามารถหลบการะเินี้ได้ ทำได้เพียงฝืนรับแรงะเิไปตรงๆ ร่างกระเด็นกระดอนห่างออกไป เขากระอักเืออกมาคำโต
อี้เหรินเฟิ่งาเ็หนักแล้ว ร่างกายเต็มไปด้วยาแ อีกทั้งอวัยวะภายในก็าเ็ไม่น้อย ตัวเอง
อี้เหรินเฟิ่งโซเซฝืนใช้ดาบยันพื้นพยุงตัวเองไห้ยืนขึ้นมา เขานำยาวิเศษออกมาจากแหวนมิติกำโต อ้าปากเคี้ยวกร๊วมๆกินเข้าไปอย่างเร่งร้อน
หัวหน้าค่ายเมื่อเห็นอี้เหรินเฟิ่งโดนยันต์ะเิเข้าไปตรงๆนั้นก็คิดในใจแล้วว่าเขาต้องไม่รอดแน่ๆ
เพราะยันต์แผ่นนี้เป็สมบัติโบราณแผ่นหนึ่ง มันสามารถสังหารผู้ฝึกยุทธ์ระดับหลอมจิตขั้นสูงได้อย่างสบายๆ ตอนนั้นเขาได้มาสองแผ่น
แผ่นแรกเขาใช้จัดการหัวหน้าค่ายคนก่อนไปแล้ว เขาจึงมั่นใจในการจัดการกับอี้เหรินเฟิ่งมาก
แต่เมื่อฝุ่นเริ่มจางหายไป ร่างเล็กๆของอี้เหรินเฟิ่งก็ค่อยๆโผล่ออกมาไห้เห็น
เขาเห็นอี้เหรินเฟิ่งกำลังกินอะไรบางอย่างอยู่ หัวหน้าค่ายโจรเห็นดังนั้นก็กระโจนเข้าใส่อย่างไม่รอช้า สำแดงเพลงดาบคมโลหิตออกมาอย่างสุดชีวิต
อี้เหรินเฟิ่งเห็นดังนั้นจึงฉากหลบออกมา ใช้เขี้ยวหมาป่าปัดป้องคมดาบหลีกเลี่ยงการปะทะตรงๆ เขา้าเวลาสักเล็กน้อยเพื่อฟื้นฟูร่างกาย
อี้เหรินเฟิ่งแสดงเคล็ดวิชาอาภรณ์โลหิตออกมาอย่างสุดชีวิต ร่างวูบไหวหายไปกับความมืด หลบซ้ายเลี่ยงขวาอย่างสุดชีวิต
จนในที่สุดเขาเริ่มมีกำลังกลับมาบ้างแล้ว อี้เหรินเฟิ้งที่หายเข้าไปในความมืดอยู่ๆก็โผล่ออกมาจากด้านหลังของหัวหน้าโจร
ปล่อยพลังปราณต์น้ำแข็งรูปกระสวยออกมานับสิบ โจมตีใส่หัวหน้าโจร หัวหน้าโจรหันกลับมาฟันดาบสวนออกไป กระสวยน้ำแข็งนับสิบะเิออกทันได
แต่อี้เหรินเฟิ่งไม่ได้้าจะสังหารด้วยท่านี้ั้แ่แรง ปราณต์น้ำแข็งนี้เมื่อะเิออกมาก็ครอบคลุมหัวหน้าค่ายโจรไว้
เมื่อหัวหน้าค่ายโจรโดนปราณน้ำแข็งนี้เข้าไป ร่างกายก็หนาวสะท้าน เืแทบจะแข็งตัว การเคลื่อนไหวช้าลงในพริบตา
ทันไดนั้นอี้เหรินเฟิ่งได้ไปโผล่อีกด้านหนึ่งของหัวหน้าค่ายโจร เงื้อดาบฟันออกไปด้วยเคล็ดดาบสูญตา
เขี้ยวหมาป่าสีแสงสั่นระรัวฟาดฟันออกไปในทันที ปราณดาบอันแน่นหนักถูกบีบอัดแล้วปล่อยออกไป
ฉึบ !!
โครม !!!
หัวหน้าค่ายโจรใบหน้าหายไปแถบหนึ่งล้มตึงลงไป อี้เหรินเฟิ่งปากมีเืไหลซึม เหลือบตามองไปรอบๆ
เหล่าโจรป่าเห็นดังนั้นก็ไม่อยู่แล้ว ทุกคนต่างลุกฮือวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงไปคนละทิศละทาง
อี้เหรินเฟิ่งเห็นดังนั้นก็ไม่ได้คิดจะตามติดแต่อย่างได ที่จริงเขาไม่มีแรงแล้ว การโจมตีสุดท้ายแทบจะเค้นเอาพลังงานทุกส่วนออกมาแล้ว
อี้เหรินเฟิ่งเข้าไปค้นตัวหัวหน้าค่าย จัดการเก็บแหวนมิติวงนั้นมาทันได แล้วจึงรีบออกจากค่ายหายเข้าไปในป่าทึบ
อี้เหรินเฟิ่งเดินลัดเลาะเข้าไปในป่า ตอนนี้เขาต้องหาที่พักฟื้นก่อน จนในที่สุดก็เจอกับถ้ำเล็กถ้ำหนึ่งใต้หน้าผา เขาจัดการปิดปากถ้ำ เสร็จแล้วจึงเข้าไปด้านในเพื่อรักษาตัว
เมื่อยามบ่ายของอีกวันมาถึง อี้เหรินเฟิ่งในที่สุดก็ลืมตาตื่นขึ้นมา จากการต่อสู้ที่ผ่านมานั้น เขาได้ทำความเข้าใจกับเคล็ดวิชาต่างๆที่ฝึกฝนมาจนแตกฉานมากขึ้นไปอีกก้าวใหญ่ๆ
เขานำแหวนมิติวงนั้นออกมาเพื่อตรวจสอบ
ทันไดจินฉานก็ะโออกมาจากอกเสื้อ
"ข้าได้กลิ่นสมบัติ ท่านพี่"
"เ้ามันก็ดีแต่กิน เ้ากบจะกละ"
"ก็ท่านบอกกับข้าว่า ไม่ต้องช่วย ท่านพี่จะจัดการเองนี่นา"จินฉานแหวออกไป
"ถ้าไห้ข้าจัดการนะ ข้าะโกัดหัวมันไปทีเดียวก็ตายแล้วไหม"จินฉานยังคุยโม้ต่อไป
อี้เหรินเฟิ่งไม่สนใจฟังแล้ว เขาหยิบแหวนขึ้นมาสำรวจสิ่งของในนั้นทันที
สักพักเขาก็เทของทุกอย่างออกมาจากแหวนมิติ
ภายในแหวนไม่มีเงินทองอยู่เลย แต่มีหินิญญาจำนวณมาก ของสิ่งนี้สามารถดูดซับเพื่อฝึกฝนได้ หรือจะนำไปใช้จ่ายก็ได้เช่นกัน ในแหวนวงนี้เฉพาะหินิญญามีอยู่สามพันกว่าก้อน
เพียงพอที่จะใช้ฝึกฝนนับปี แต่ถ้าไห้จินฉานกินนั้นก็ไม่แน่แล้ว....
นอกจากหินิญญาแล้ว ในแหวนยังมีสมุนไพรหายากอีกจำนวนหนึ่ง แล้วก็น้ำเต้าสีแดงลูกหนึ่ง อี้เหรินเฟิ่งสนใจน้ำเต้าลูกนี้นักเขาจึงหยิบขึ้นมาเขย่าดู มีของเหลวอยู่ข้างในไม่น้อย
เขาจึงเปิดจุกออกมาดูว่ามีสิ่งใดอยู่ข้างในกันแน่ เมื่อเปิดฝาออกมา กลิ่นอันหอมหวานก็ลอยฟุ้งไปทั่วทั้งถ้ำ กลิ่นอันหอมหวานนี้ชางกระตุ้นน้ำลายยิ่งนัก
อี้เหรินเฟิ่งจึงยกขึ้นมาชิมดู เขาไม่กลัวพิษอยู่แล้ว เขาจึงกินเข้าไปอึกใหญ่ๆ ทันทีที่ของเหลวผ่านเข้าสู่ปากนั้น กลิ่นความหอมนั้นพุ่งขึ้นสู่จมูก
รสชาดหวาน หอม บาดคอเล็กๆไหลเข้าสู่ลำคอของเขา ดวงตาของอี้เหรินเฟิ่งวาวโรจน์ มันคือสิ่งไดกันเ้าสิ่งนี้ ข้าไม่เคยกินมาก่อน สุราใช่หรือไม่ ใช่แน่ๆ นี่มันคือสุรา
เขายื่นมันไปไห้จินฉานชิมดู เมื่อได้ชิมจินฉานก็โพล่งออกมา สุราใช่ไหมท่านพี่ นี่มันสุรา ข้าไม่เคยกินมาก่อน เหตุไดก่อนหน้านี้เราถึงไม่สั่งมากินกัน
อี้เหรินเฟิ่งกินเข้าไปอีกอึกใหญ่ๆ เขาเรอออกมา หน้าตาเริ่มแดง แล้วโลกก็เริ่มหมุน แล้วเขาก็เมาพับไปในที่สุด
จินฉานเห็นดังนั้นก็ส่งเสียงจุ๊ๆๆออกมา "คออ่อนแท้ แก่กว่าข้าตั้งหลายปี" สิ้นเสียงก็กระดกเข้าไปอีกอีกหนึ่ง
"ของอร่อย ของอร่อย ฮิฮิฮิ"