หลังจากหลิวชิงหยู่พูดออกไป เสวี่ยเหวินหลงก็โกรธจนแทบอาเจียนเป็เื
เขาคิดว่า หลิวชิงหยู่ จะยังหนุ่มแน่นเกเรตามประสา แต่ตอนนี้หลิวชิงหยู่อาศัยสถานการณ์ที่ได้เปรียบใช้หัวข้อที่ได้เปรียบกดดันเขาด้วยการนำชื่อประชาชนมาขอร้องเพื่อขอความเป็ธรรม นี่มันช่างไร้ยางอาย หลิวชิงหยู่ผู้นี้ไม่สนใจกฎระเบียบข้อบังคับ แต่สิ่งที่ทำให้เสวี่ยเหวินหลงโกรธสุดก็คือ หลังจากเขาถูกทุบตีแล้ว หลิวชิงหยู่กลับแสดงท่าทางอ่อนน้อม ราวกับการตบหัวแล้วลูบหลัง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เสวี่ยเหวินหลงสิ้นหวังยิ่งขึ้นคือ ในเวลานี้เซี่ยเจิ้งเต๋อ เลขาธิการคณะกรรมการพรรคประจำเทศมณฑล ได้ฉวยโอกาสนี้พูดขึ้นว่า “คุณเสวี่ย เื่นี้คุณทำเกินไปแล้ว คุณไม่ได้เรียกประชุมคณะกรรมาธิการหารือถึงเหตุผลในการระงับงบบรรเทาทุกข์ การที่คุณทำเช่นนี้แล้วบอกว่าเป็การตัดสินใจร่วมกัน นั่นหมายความว่าคุณไม่เห็นคณะกรรมาธิการคนอื่นๆ อยู่ในสายตา หากมีปัญหาขึ้นมาพวกเราก็ต้องมีส่วนรับผิด หากเราเห็นด้วยก็ไม่เป็ไร แต่นี่เราไม่ได้เห็นด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินที่ได้รับมาจากท่านรองนายกถัง ที่มอบให้เพื่อบรรเทาทุกข์ในตำบลกวนซานโดยเฉพาะ หากท่านรู้เข้าย่อมต้องมีการตำหนิและหากท่านรู้ว่าเป็การตัดสินใจร่วมกันของคณะกรรมาธิการ พวกเราจะไม่ติดร่างแหไปด้วยหรอ ผู้ว่าการเสวี่ยเื่นี้มันเลวร้ายเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น เพราะคำสั่งระบายน้ำสู่อ่างเก็บน้ำกวนซานทำให้อ่างพัง กวนซานจึงประสบความเสียหายอย่างหนัก ตอนนี้กวนซาน้าเงินอย่างเร่งด่วนแต่คุณกับระงับมันไว้เพื่อปรับปรุงสำนักงานและซื้อวัสดุอุปกรณ์สำนักงาน เห็นได้ชัดว่า คุณคิดจะยักยอกเงิน และหากเบื้องบนรู้เื่นี้ คุณรู้หรือไม่ผลที่ตามมาจะหนักหนาแค่ไหน ผมไม่สามารถปล่อยให้คนอื่นๆ ติดร่างแหไปกับคุณได้!”
หลังจากฟังคำพูดของเซี่ยเจิ้งเต๋อ หลิวซิงหยู่ก็ยกนิ้วให้ในใจ เซี่ยเจิ้งเต๋อผู้นี้เห็นได้ชัดว่าไม่ธรรมดา! การฉวยโอกาสและจังหวะในการเคลื่อนไหวยอดเยี่ยมมาก มันร้ายกาจและเด็ดขาด! ทุกประโยคที่ซัดออกมามันรุนแรงและแทงใจดำของเสวี่ยเหวินหลง ยิ่งไปกว่านั้น ประโยคเ่าั้ยังแฝงไปด้วยการยุแยงคณะกรรมาธิการที่สนับสนุนเสวี่ยเหวินหลง เพราะถ้าหากเสวี่ยเหวินหลงถูกเรียกสอบขึ้นมาจริงๆ พวกเขาก็ต้องซวยไปด้วย ดังนั้นแม้แต่คนที่สนิทกับเสวี่ยเหวินหลง ก็ไม่กล้ายื่นมือเข้ามายุ่งเื่นี้
จึงทำให้เสวี่ยเหวินหลง เวลานี้เต็มไปด้วยความโกรธและความอัปยศ แต่เขาก็เป็คนที่มีไหวพริบ เขารู้ว่าหากไม่ยอมจบเื่นี้โดยเร็ว เซี่ยเจิ้งเต๋อจะต้องฉวยโอกาสนี้โจมตีเขา ดังนั้นเขาจึงกัดฟันหันไปมอง หลิวชิงหยู่แล้วพูดขึ้นว่า “เอาล่ะ ตกลง หลิวชิงหยู่ดูเหมือนว่าผมเสี่ยเหวินหลงจะประเมินคุณต่ำไป ไม่ต้องกังวลผมจะให้กรมการคลังโอนเงิน 4.5ล้าน ไปยังบัญชีกวนซานภายในสองวัน คุณกลับไปได้เลย แต่เนื่องจากคุณทำร้ายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คุณจะได้รับคำเตือนจากพรรค!”
หลิวชิงหยู่ ไม่ใช่คนโง่ แม้ว่าเสวี่ยเหวินหลงจะยอมอ่อนข้อ และเงินจะถูกส่งกลับไปยังกวนซานแน่นอน แต่จะมีคำเตือนจากพรรค ซึ่งเสวี่ยเหวินหลงอาจจะออกมาพูดเื่นี้ในตอนที่เขาเลื่อนตำแหน่ง แต่หลิวชิงหยู่ไม่ได้สนใจ ตราบใดที่เขาสามารถช่วยชีวิตคนในกวนซานได้ เขาก็ไม่สนใจเื่อื่น เพราะเขาจำได้ว่าเขาไม่ได้เข้าสู่เส้นทางทางการเมืองเพื่อลาภยศสรรเสริญ แต่เพื่อทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ตราบใดที่ดำรงตำแหน่ง เขาก็ไม่สนว่าเขาจะถูกเลื่อนตำแหน่งหรือไม่
ดังนั้นเมื่อเสวี่ยเหวินหลงพูดจบ หลิวชิงหยู่จึงยิ้มจางๆ “ไม่มีปัญหาผมยอมรับสิ่งที่จะตามาอยู่แล้ว ผู้ว่าการเสวี่ยผมว่าคุณจะทำตามสัญญานะ ขอบคุณเลขาธิการพรรคและคณะกรรมาธิการคนอื่นๆ มากที่ช่วยให้ความเป็ธรรมกับผม ผมขอตัวก่อนครับ” หลิวชิงหยู่กล่าวขึ้นพร้อมมองไปยังเซี่ยเจิ้งเต๋อและคนอื่นๆ แล้วเดินจากไป
หลังจากนั้น เสวี่ยเหวินหลงก็โทรหาแพทย์ที่โรงพยาบาลประจำเทศมณฑลเพื่อมารักษาอาการาเ็ที่ใบหน้าจากนั้นเขาก็โทรหาเปาเทียนหยาง รองเลขาธิการพรรคประจำเทศมณฑลที่เป็ดั่งที่ปรึกษา แล้วพูดขึ้นด้วยความโกรธว่า “เฒ่าเปา หลิวชิงหยู่คนนี้โอหังเกินไป เขากล้าทุบตีผม ผมคิดว่าจะจัดระเบียบและสั่งสอนเขามีวิธีดีๆ หรือไม่?”
เปาเทียนหยางกล่าวด้วยรอยยิ้มบางๆ “ผู้ว่าการ การจัดการหลิวชิงหยู่เป็เื่ง่ายๆ ด้วยสถานะของเรา เราจะไปที่กวนซานเพื่อจัดการประชุมในวันมะรืนอยู่แล้ว โดยปกติหลิวชิงหยู่จะต้องเข้าร่วมอย่างแน่นอนเพราะเขาเป็นายกเทศมนตรีจริงหรือไม่? เมื่อถึงเวลาเราก็ให้ซือเจิ้นเฉียงหาเหตุผลกีดกันให้หลิวชิงหยู่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม จนเขาไม่สามารถเข้าร่วมพิธีประชุมได้ทำให้เขาไม่ได้รับเครดิตผลงาน ยิ่งไปกว่านั้น ซือเจิ้นเฉียงจะเป็ตัวชูโรงเราสามารถนำความสำเร็จทั้งหมดของเขาที่บรรเทาทุกข์กวนซานให้ซือเจิ้นเฉียงทั้งหมด แน่นอนว่าหลิวชิงหยู่จะไม่สามารถคัดค้านได้ นี่คือประการแรก อีกอย่างหนึ่งคือเงินบรรเทาทุกข์ 5 ล้านที่หลิวชิงหยู่ได้รับเราสามารถหามาตรการเพื่อให้หลิวชิงหยู่ไม่มีอำนาจในการใช้เงินนั้นได้” หลังจากพูดคุยกับเปาเทียนหยาง เสวี่ยเหวินหลงก็ดีใจมาก เขาพูดขึ้นด้วยความพึงพอใจว่า “นี่เป็ความคิดที่ดี เราสามารถจัดการหลิวชิงหยู่ได้ ฮึ่ม เราจะต้องจัดการเขาทีละขั้นๆ จนเขาไม่มีทางโงหัวขึ้น” เสวี่ยเหวินหลงพูดพร้อมกัดฟัน
เช้าวันรุ่นขึ้น หลิวชิงหยู่มาถึง ที่ทำงาน แต่ก้นของเขายังไม่ทันร้อน หรือครับเฉียง ก็โทรเข้ามาหาทันที “นายกหลิวขอคุยด้วยแป๊บหนึ่งสิ”
หลิวชิงหยู่กล่าวขึ้นเบาๆ ว่า “เลขาธิการซือ มีเื่อะไรหรือครับ”
ซือเจิ้นเฉียงพูดขึ้นทันทีว่า “นายกหลิว ครั้งนี้ตำบลเราได้ปิดเส้นทางการคมนาคม ทำให้ผู้ประสบภัยมาปรึกษาหารือกับคณะผู้บริหารส่วนตำบลที่สันเขาเทียนหวาง ซึ่งคุณไม่ได้อยู่ที่ตำบลเมื่อวานนี้ หลังจากการลงคะแนนก็มีมติเป็เอกฉันท์ว่าคุณต้องไปที่สันเขาเทียนหวาง เพื่อรับผิดชอบเื่การตั้งถิ่นฐานและการอำนวยความสะดวกรวมไปถึงการจัดระเบียบต่างๆ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัย คุณมีความเห็นกับเื่นี้อย่างไร?”
หากฟังที่ซือเจิ้นเฉียงพูดไม่ผิด หลิวชิงหยู่สังหรณ์ใจว่า ซือเจิ้นเฉียงวางกับดักเขาไว้ อย่างไรก็ตามในฐานะนายกเทศมนตรี นี่เป็หน้าที่ของเขาและหลิวชิงหยู่เองก็เป็กังวลเื่ผู้ประสบภัย แม้ซือเจิ้นเฉียงจะไม่ได้ใช้การประชุมจัดการกับเขาก็ตาม แต่เขาก็ต้องไปยังสันเขาเทียนหวางเพื่อแก้ปัญหาให้ผู้ประสบภัย เนื่องจากหลิวชิงหยู่รู้ดีว่า แม้ผู้ประสบภัยส่วนใหญ่จะตั้งถิ่นฐานในสันเขาเทียนหวาง แต่ความเป็จริงแล้วเสบียงยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แน่นอนว่ามันก็อาจมีปัญหาอยู่บ้างจากความขัดแย้งของประชาชน ดังนั้นเขาจึงต้องเร่งแก้ปัญหาเื่นี้โดยเร็ว หลังจากที่ซือเจิ้นเฉียงพูดจบ หลิวชิงหยู่ก็ตอบกลับไปในทันที “ตกลงครับไม่มีปัญหา”
ซือเจิ้นเฉียงพูดตอบกลับทันที “เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นคุณรีบไปสันเขาเทียนหวาง คุณพาหงซานจินไปด้วย ผมคิดว่าเขาน่าจะช่วยคุณได้มาก ตอนนี้ขอให้คุณใช้รถของเขาไปก่อน ทางตำบลจะออกค่าน้ำมันให้เอง”
สำหรับคำพูดนี้ หลิวชิงหยู่ไม่ได้คิดจะทำตาม เขาพูดกลับไปเบาๆ ว่า: "อืม เื่หงซานจินผมจะจัดการเอง ดังนั้นผมจะไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์และรีบมุ่งหน้าไปสันเขาเทียนหวางทันที"
หลังจากวางสายโทรศัพท์ หลิวชิงหยู่ก็ตกอยู่ในห้วงความคิดทันที หากซือเจิ้นเฉียง้าให้เขาไปยังสันเขาเทียนหวาง หลิวชิงหยู่ก็สงสัยว่าทำไมต้องให้เขาพาหงซานจินไป หงซานจินตอนนี้เป็เพียงคนเดียวในตำบลกวนซานที่เขาสามารถเรียกใช้งานได้ ตอนนี้ซือเจิ้นเฉียง้าให้เขาและหงซานจินออกไปจากเขตบริหารโดยมีจุดประสงค์อะไรกันแน่? เมื่อคิดถึงเื่นี้ หลิวชิงหยู่ก็ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งและรีบโทรหาหงซานจิน จากนั้นเขาก็พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “คุณหงผมโทรหาคุณเวลานี้เพราะมีเื่อยากจะบอกคุณ”
หงซานจินรีบ กล่าวว่า “ท่านนายกเทศมนตรี ถ้าท่าน้าเรียกใช้ ท่านสามารถสั่งการมาได้เลย ผมจะพยายามทำอย่างสุดความสามารถ”
หลิวชิงหยู่พยักหน้าและพูดขึ้น “คุณหง ผมจะไปที่สันเขาเทียนหวางเพื่อดูแลการตั้งถิ่นฐานใหม่และคอยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประสบภัย แต่งานในตำบลเองก็ไม่สามารถล่าช้าได้ ตอนนี้เลขาธิการซือ ได้บอกให้ผมมุ่งหน้าไปที่นั่น ผมคิดว่าเขาคงวางแผนการอย่างอื่นไว้ ดังนั้นคุณต้องอยู่ที่ตำบลและรายงานให้ผมทราบในสิ่งที่เกิดขึ้นทันที”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวชิงหยู่ หงซานจินก็รู้ได้ทันที ตอนนี้เขาถือว่าตนอยู่ฝ่ายหลิวชิงหยู่ จึงรีบตอบรับอย่างรวดเร็วว่า “ท่านนายกโปรดวางใจ ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอน”
..................................