การฝึกฝนภายใต้การดูแลของไพรพฤกษ์เฒ่าดำเนินไปอย่างเข้มข้น (และชุลมุนวุ่นวาย) วันแล้ววันเล่า เด็กทั้งสองถูกเคี่ยวกรำให้เข้าใจและควบคุม 'พลังงานจักรวาลอันเป็หนึ่งเดียว' ซึ่งเป็รากฐานของพลังทั้งปวง บทเรียนไม่ได้มีเพียงการนั่งสมาธิััพลังอีกต่อไป แต่เริ่มซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ
ไพรพฤกษ์เฒ่าพยายามสอนให้พวกเขามองข้าม 'รูปแบบ' ของพลังที่คุ้นเคย และััถึง 'แก่นแท้' ที่ไหลเวียนอยู่เื้ั สอนให้รู้จักดึงพลังงานนั้นมาใช้โดยตรง โดยไม่จำเป็ต้องผ่านกระบวนการทางธาตุหรือมลทินแห่งเทพ/มารเสมอไป
"ลองสร้างแสงสว่าง" ไพรพฤกษ์เฒ่าสั่งในวันหนึ่ง "แต่ไม่ใช่แสงศักดิ์สิทธิ์ที่เ้าคุ้นเคย หนุ่มน้อยเทพตก์ และไม่ใช่แสงเย็นเยียบจากนรกภูมิที่เ้าถนัด สาวน้อยอดีตมาร แต่จงสร้างแสงจากพลังงานบริสุทธิ์ ให้มันมีความ 'อบอุ่น' และ 'จับต้องได้' ราวกับแสงตะวันยามเช้า"
เจยจื่อหลงพยายามอย่างหนัก เขาหลับตา รวบรวมพลังงานจักรวาลที่ััได้... แสงสว่างปรากฏขึ้นจริงๆ แต่มันกลับเป็แสงสีขาวจ้าที่เย็นเฉียบ เขาพยายามใส่ 'ความอบอุ่น' เข้าไป... แสงนั้นก็ยิ่งสว่างจ้าขึ้นจนแสบตา แต่ก็ยังคงเ็าเหมือนเดิม "ข้า... ข้าทำไม่ได้ มันไม่ยอมอุ่น" เขากล่าวอย่างท้อแท้ นี่มันขัดกับธรรมชาติเทพแสงสว่างของเขาสิ้นดี! (ความทึ่ม + ยึดติดรูปแบบเดิม)
"ตาข้า!" วีอันอันะโเข้ามาลองบ้าง นางรวบรวมพลังงาน หวังจะสร้างแสงอุ่นๆ...
พรึ่บ!
สิ่งที่ปรากฏคือ... ก้อนความร้อนสีแดงคล้ำที่ไม่มีแสงสว่างเลยแม้แต่น้อย มันแผ่ไอร้อนออกมาจนพวกเขารู้สึกได้! "อ๊ะ! ร้อนๆๆ!" วีอันอันรีบสลายพลังทิ้ง "ข้าจะสร้างแสงนะ ทำไมมันกลายเป็เตาไฟไปได้ล่ะเนี่ย!" (ความโก๊ะ + ขาดการควบคุม)
ไพรพฤกษ์เฒ่าได้แต่ถอนหายใจยาวๆ (อีกครั้ง) "พวกเ้ายังยึดติดกับ 'ธรรมชาติ' เดิมของตนเองเกินไป จงปล่อยวาง... รู้สึกถึงพลังงาน ไม่ใช่ 'ตัดสิน' มัน"
การฝึกฝนอื่นๆ ก็เต็มไปด้วยเื่น่าปวดหัว (ของอาจารย์) และน่าขบขัน (ของคนดู) วีอันอันพยายามใช้พลังงานจักรวาลยกก้อนหิน กลายเป็ว่าพลังงานนั้นสะท้อนกลับมาทำให้นางลอยตุ้บป่องไปชนเพดานรากไม้ พอนางพยายามจะสร้างเกราะพลังงานป้องกันตัว ก็ดันสร้างเป็ฟองอากาศใสๆ ที่ขังตัวเองไว้ข้างใน ออกมาไม่ได้จนเจยจื่อหลงต้องมาช่วยแก้ให้ (ความโก๊ะ + บ้าบิ่น) นางยังแอบพยายามใช้พลังงานคุยกับกระรอก แต่ดันไปแปลความหมายที่กระรอกแยกเขี้ยวด่าว่าเป็การชวนเล่นเสียนี่
ส่วนเจยจื่อหลงก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน เขาหมกมุ่นกับการทำความเข้าใจทฤษฎีจนเกินไป พยายามจะคำนวณและวาดแผนผังการไหลเวียนของพลังงานที่มองไม่เห็น ทำให้พลาด 'ความรู้สึก' ที่แท้จริงไป เมื่อไพรพฤกษ์เฒ่าให้ลองเคลื่อนย้ายน้ำในแอ่งเล็กๆ โดยไม่ใช้พลังธาตุน้ำ เขากลับพยายามสร้างสมการพลังงานที่ซับซ้อน จนน้ำกระเพื่อมไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แถมยังไม่ทันสังเกตเห็นว่าวีอันอันแอบเอาดอกไม้เรืองแสงมาทัดหูเขาเล่นตอนไหนก็ไม่รู้ (ความทึ่ม)
แต่ถึงจะล้มลุกคลุกคลานและป่วนป่าไปบ้าง ความพยายามของพวกเขาก็ค่อยๆ เห็นผล เจยจื่อหลงเริ่มเข้าใจถึงความเชื่อมโยงของพลังงานต่างรูปแบบมากขึ้น เขาสามารถดึงพลังงานจักรวาลมาใช้เสริมพลังเทพดั้งเดิมของตนเอง ทำให้การควบคุมธาตุแสงและลมมีความเสถียรและพลิกแพลงได้มากขึ้น แม้จะยังติดขัดอยู่บ้างก็ตาม วีอันอัน แม้จะยังควบคุมพลังงานจักรวาลโดยตรงได้ไม่ดีนัก แต่นางกลับมีสัญชาตญาณที่เฉียบคม สามารถััถึง 'จุดอ่อน' หรือ 'ช่องว่าง' ในการไหลเวียนของพลังงานได้อย่างน่าทึ่ง และพลังมารที่ปั่นป่วนของนาง เมื่อผสานกับพลังงานจักรวาล ก็ดูเหมือนจะแฝงอานุภาพที่คาดเดาไม่ได้เอาไว้
มีอยู่ครั้งหนึ่ง ไพรพฤกษ์เฒ่าให้พวกเขาลองผสานพลังกันเพื่อทำให้ผลึกคริสตัลขนาดใหญ่ที่อยู่กลางห้องโถงส่องสว่างขึ้นมา เจยจื่อหลงรับหน้าที่สร้างสนามพลังงานที่มั่นคงเพื่อควบคุมกระแสพลัง ส่วนวีอันอันรับหน้าที่ส่งพลังงานอันปั่นป่วนของนางเข้าไปกระตุ้นผลึก ในตอนแรกก็เกือบจะะเิอีกตามเคย แต่วีอันอันก็สามารถควบคุมตนเองได้ในนาทีสุดท้าย และเจยจื่อหลงก็ปรับสนามพลังงานให้รองรับได้อย่างทันท่วงที ผลึกนั้นพลันส่องแสงสีรุ้งเจิดจ้าไปทั่วทั้งห้องโถงอย่างงดงาม พวกเขามองหน้ากันอย่างทึ่งๆ ที่สามารถทำงานร่วมกันได้สำเร็จเป็ครั้งแรก
ใน่เวลาพักผ่อน พวกเขามักจะออกไปสำรวจบริเวณรอบๆ โคนต้นไม้ั์ ซึ่งเปรียบเสมือนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ใจกลางป่าทิพย์ พวกเขาพบกับสระน้ำใสราวคริสตัล ที่เมื่อััผิวน้ำ จะปรากฏภาพเหตุการณ์ในอดีตอันไกลโพ้นขึ้นมาให้เห็นรางๆ (วีอันอันเห็นภาพไดโนเสาร์คอยาว ส่วนเจยจื่อหลงเห็นภาพการก่อกำเนิดของดวงดาว) หรือบางครั้งก็เจอเหล่าภูตพฤกษาที่ดูาุโกว่าพวกที่เคยเจอ กำลังนั่งล้อมวงขับขานบทเพลงภาษาโบราณที่ฟังไม่เข้าใจแต่ไพเราะจับใจ
วันหนึ่ง เพื่อให้ลูกศิษย์ตัวน้อยได้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของพลังงานจักรวาล ไพรพฤกษ์เฒ่าจึงแสดงให้ดูเป็ขวัญตา ท่านเพียงแค่ยื่นนิ้วที่ทำจากกิ่งไม้ออกไป แตะที่กิ่งไม้แห้งๆ กิ่งหนึ่งที่วางอยู่บนพื้น ทันใดนั้น กิ่งไม้แห้งนั้นก็พลันแตกหน่อ ผลิใบสีเขียวสด และออกดอกไม้เรืองแสงสีทองบานสะพรั่งภายในชั่วพริบตา! พลังแห่งการสร้างสรรค์และฟื้นฟูชีวิตอันน่าทึ่ง ทำให้เจยจื่อหลงและวีอันอันถึงกับอ้าปากค้าง นี่คือพลังที่พวกเขาตามหา พลังที่จะ 'สร้างโลกใหม่' ได้อย่างแท้จริง
การฝึกฝนอันเข้มข้นดำเนินต่อไปพร้อมๆ กับความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดของเด็กทั้งสอง พวกเขาทะเลาะกันบ้าง แกล้งกันบ้าง (ส่วนใหญ่วีอันอันแกล้งเจยจื่อหลงฝ่ายเดียว) แต่ก็ช่วยเหลือและพึ่งพากันในยามยากลำบาก ความผูกพันที่เกิดจากชะตากรรมร่วมกันเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ ท่ามกลางบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์และบทเรียนอันสุดแสนจะ 'บ๊องส์' ในบางครั้ง
"พวกเ้าพอจะเข้าใจ 'สิ่งนี้' แล้ว" ไพรพฤกษ์เฒ่ากล่าวในวันหนึ่ง หลังจากเห็นความก้าวหน้า (ที่แม้จะช้าแต่ก็มั่นคง) ของทั้งสอง "แต่การเข้าใจเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ พวกเ้าต้องเรียนรู้วิธี 'ใช้' มันอย่างถูกต้อง และเข้าใจถึง 'เหตุผล' เื้ัพลังนั้นด้วย"
"บทเรียนต่อไปของพวกเ้า... อยู่ภายนอกต้นไม้นี้ ณ ดินแดนที่บททดสอบที่แท้จริงของพงไพร รอคอยอยู่"
ไพรพฤกษ์เฒ่ามองไปยังทางเข้าห้องโถง แสงสว่างจากภายนอกสาดส่องเข้ามา ท้าทายให้เด็กทั้งสองก้าวออกไปเผชิญหน้ากับความลึกลับและความท้าทายบทใหม่ของป่าทิพย์แห่งนี้