รุ่งเช้าเทียนเฉินกับฮุ่ยสงก็พากันเดินหน้าซีดออกมาจากห้อง ยังไม่ทันได้สติดีก็ได้ยินเสียงะโอยู่นอกรั้ว ทั้งสองคนจึงออกไปดู เห็นทหารของเมืองเจียงหนานยืนอยู่เต็มไปหมด ด้านหน้ายังมีชายใส่ชุดผ้าไหมเนื้อดีราคาแพงยืนยิ้มแย้มส่งมาให้ทำเอาทั้งสองคนเข่าทรุด
"นี่พวกเราไปทำอะไรผิดหรือเปล่าขอรับท่านลุง เหตุใดจึงมีทหารมายืนอยู่หน้าบ้านเช่นนี้" เทียนเฉินเอ่ยถามเสียงสั่น หน้าที่ซีดอยู่แล้วยิ่งซีดมากกว่าเดิมจนแทบจะไร้สีเื
"ข..ข้าไม่รู้" ฮุ่ยสงพยายามขบคิดว่าตนได้ไปทำอะไรผิดเอาไว้หรือไม่ แต่ก่อนจะคิดไปไกลกว่านั้น เสียงของชายวัยกลางคนที่แต่งตัวด้วยชุดผ้าไหมก็เอ่ยขึ้นมา
"พวกเ้าคือคนที่นำมันเทศราคาถูกเข้าไปขายในเมืองหรือไม่" เสียงทุ้มดังขึ้นทำเอาสองลุงหลานหัวหด
"ขอ ขอรับนายท่าน" ฮุ่ยสงตอบเสียงสั่นโดยมีเทียนเฉินกอดแขนเอาไว้แน่น
ชายในชุดผ้าไหมเห็นทั้งสองก็หลุดหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอีก
"พวกเ้าไม่ต้องกลัว ข้าไม่ได้พาทหารมาจับหรอก วางใจได้ ข้าเพียงอยากจะมาซื้อมันเทศของพวกเ้าเท่านั้น"
ฮุ่ยสงกับเทียนเฉินหันมองหน้ากันก่อนจะรีบลุกไปเปิดประตูรั้ว เพราะทำตัวเสียมารยาทมาครู่หนึ่งแล้ว ทั้งสองเชื้อเชิญนายท่านผู้นั้นเข้ามาในบ้าน โดยมีผู้ติดตามมาด้วยหนึ่งคน และทหารอีกสองคน ส่วนคนที่เหลือปักหลักรออยู่ด้านนอก
"อาหนิงเอ้ย! เอาน้ำมาต้อนรับแขกหน่อยเถิด!"
ฮุ่ยสงเชิญแขกมานั่งที่โต๊ะไม้เตี้ยๆ ซึ่งเป็ที่สำหรับกินข้าวของคนในครอบครัว ก่อนจะะโเรียกบุตรสาวเสียงดัง แต่กลัวว่าจะไม่ทันใจจึงรีบเดินหายเข้าครัวไป ทิ้งให้เทียนเฉินอยู่รับหน้าคนเดียว
"มันเทศพวกเ้าเหลือมากเท่าใด" ชายวัยกลางคนหันมาถามเทียนเฉิน เด็กหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบ
"ข้าไม่อาจบอกได้ขอรับ เพราะตอนที่ขุดแล้วเสร็จมันมีมากจนไม่สามารถนำมาชั่งได้ทั้งหมด"
จบคำผู้ฟังก็พยักหน้ารับ ก่อนที่เขาจะหันไปมองก้อนกลมๆ ขาวๆ ที่เดินยุกยิกอยู่หางตา เด็กหญิงตัวเล็กเดินหาวปากกว้างออกมาจากห้องหนึ่ง แก้มกลมๆ ขาวๆ นั่นช่างน่าบีบเสียจริง
"เอ่อ ข้าน้อยขอตัวสักครู่นะขอรับ" เทียนเฉินวิ่งฉิวไปอุ้มตัวหลานสาวพาไปแต่งตัวในห้อง รวมถึงพาออกไปล้างหน้าด้วย เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วเด็กตัวกลมก็มานั่งจุมปุ๊กอยู่ตรงหน้าคนแปลกหน้า
"เ้าชื่อว่าอะไรหรือ" ชายวัยกลางคนเอ่ยถาม
"เสี่ยวหลินชื่อ ถังเสี่ยวหลินเ้าค่ะ แล้วท่านลุงล่ะเ้าคะ" เสี่ยวหลินมองสำรวจชายแต่งตัวดูดี มีเครื่องประดับหรูหรา แต่ไม่ได้ประโคมติดมาเยอะจนดูขัดตา ออกจะเรียบง่ายสบายตา
"ลุงชื่อโจวิ" โจวิเห็นเด็กน้อยมองสำรวจตนก็ยกยิ้มมุมปาก ช่างน่าสนใจจริงๆ
ส่วนเทียนเฉินที่ได้ยินชื่อแขกก็ฟุบตัวลงไปนอนหมอบอยู่ที่พื้นบ้าน เสี่ยวหลินหันมองตาปริบๆ หรือท่านลุงผู้นี้จะเป็คนใหญ่คนโตกันนะ ใบหน้ากลมๆ หันมองคนทั้งสองสลับกันไปมาจนแก้มขาวๆ สั่นไหว
"ท่านลุงมาทำอะไรที่บ้านเสี่ยวหลินหรือเ้าคะ"
"ลุงได้ข่าวว่าที่บ้านของเ้าปลูกมันเทศขาย ่นี้ใกล้เข้าหน้าหนาวแล้วลุงจึงอยากมาซื้อเก็บไว้น่ะ"
"ท่านลุง้ามากเท่าใดหรือเ้าคะ"
"หากเ้ามีมากพอลุงก็อยากจะได้มากถึงสามหมื่นชั่ง"
เคร้ง!
เสียงถ้วยใส่น้ำอุ่นที่ฮุ่ยสงถือมาหล่นลงพื้น ส่วนคนนั้นยืนอ้าปากค้างตาค้างไปแล้ว
"ท่านตาทำของตกแล้วนะเ้าคะ" เด็กอ้วนเอ่ยบอกก่อนจะหันมามองแขกตรงหน้าอย่างครุ่นคิด
"ท่านลุงมีลูกน้องมากหรือเ้าคะ"
"หึหึ จะว่าอย่างนั้นก็ได้" โจวิลูบเคราอย่างชอบใจ มองดูเด็กหญิงแก้มกลมตรงหน้าไม่วางตา
"แล้วท่านลุงจะซื้อมันเทศของเสี่ยวหลินราคาเท่าไหร่เ้าคะ" ใบหน้ากลมๆ เชิดขึ้น คนผู้นี้ดูร่ำรวยไม่น้อย ก็ให้ราคามันเทศสูงขึ้นอีกสักหน่อยจะเป็ไรไปเล่า
"มันเทศของบ้านเ้าหัวใหญ่นัก ปกติเ้าขายชั่งละเท่าไรเล่า"
"เสี่ยวหลินอยากช่วยชาวบ้านจนๆ จึงขายไม่แพงเ้าค่ะ แค่ชั่งละห้าสิบอีแปะ แต่ถ้าคนร่ำรวยอยากจะซื้อเสี่ยวหลินก็จะขอขึ้นราคาสักหน่อย เพราะราคาปกติที่ขายไปมันแทบจะไม่ได้ทุนกลับคืนเลยเ้าค่ะ"
"อย่างนั้นรึ" โจวิมองดูเด็กน้อยเ้าเล่ห์อย่างถูกอกถูกใจ เขาหันไปมองคนติดตาม ซึ่งชายผู้นั้นก็นำกล่องที่ถือมาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าเด็กน้อย
"ข้าจะให้เ้าชั่งละแปดสิบอีแปะ เป็อย่างไร"
เสี่ยวหลินแสร้งทำคิ้วขมวด แต่ในใจนั้นลิงโลดไม่น้อย การปลูกมันเทศไม่ได้ใช้ต้นทุนอะไรมากนัก นอกจากค่าแรงปรับหน้าดินที่จ้างชาวบ้านซึ่งหมดไปไม่ถึงหนึ่งตำลึงเงินด้วยซ้ำ แต่ในอนาคตย่อมต้องมีการซื้อปุ๋ยมูลสัตว์เพิ่มขึ้น
"ก็พอได้นะเ้าคะ"
"หึหึ"
ขณะนั้นเหล่าผู้ใหญ่ที่เริ่มได้สติก็รีบเข้ามาดึงตัวเด็กอ้วนไปกอดไว้ สายตามองดูกล่องไม้ตรงหน้าอย่างสนใจสลับกับหันไปพูดคุยกันเสียงเบา
โจวิมองชายสองคนที่กระซิบกระซาบพูดคุยกับเด็กน้อยแก้มกลมอย่างสนใจ เด็กคนนี้ไม่เหมือนเด็กน้อยวัยห้าหรือหกขวบอย่างที่เห็นอยู่ หรือว่านางจะมีสติปัญญาเกินเด็กกันนะ
"เสี่ยวหลินไม่กลัวคนแปลกหน้าหรือ" เทียนเฉินเอ่ยถาม
"เขามาซื้อมันเทศนะเ้าคะ ไม่ดีหรือที่เราขายมันเทศได้เยอะๆ"
"นั่นมันก็ดี แต่เ้าเป็เด็กเล็กนะ" ฮุ่ยสงเอ่ยขึ้นมาบ้าง
"ก็ท่านตากับท่านอาเอาแต่นั่งเงียบนี่นา" พูดจบบุรุษสองคนก็สะอึก ปล่อยให้ร่างกลมๆ กลับไปพูดคุยกับแขกเช่นเดิม
ครู่หนึ่งร่างขาวอวบก็เดินนำบุรุษตัวสูงใหญ่หลายคนเดินไปยังหลังบ้านซึ่งเป็โรงเก็บฟืน และมีมันเทศเก็บไว้อยู่ในนั้นเป็จำนวนมาก ส่วนฟืนถูกเอามาวางกองไว้ด้านนอกก่อน
"อยู่ในนี้เ้าค่ะ ท่านอามาเปิดประตูเร็วเข้า" เด็กน้อยกวักมือเรียกท่านอาของนาง ซึ่งเขาก็รีบเข้ามาเปิดให้อย่างรวดเร็ว
มันเทศหัวใหญ่กองอยู่เต็มพื้นที่โรงเก็บฟืนหลังกว้าง แขกผู้มาซื้อถึงกับเบิกตามองอย่างคาดไม่ถึง ไม่ใช่ว่าจะมีมากเกินกว่าสามหมื่นชั่งที่เขาร้องขออีกหรือ
"จริงๆ ยังมีเก็บอยู่ในบ้านเก่าของเสี่ยวหลินด้วยเ้าค่ะ แต่ว่าเสี่ยวหลินเอาไว้กินเองแล้วก็แบ่งขายให้คนในหมู่บ้านเ้าค่ะ" นางเงยหน้าขึ้นเอ่ยกับท่านลุงตัวสูง
"เอาเท่านี้ก็ได้ เดี๋ยวข้าให้ทหารมาจัดการชั่งดู ถ้าหากมีมากกว่าที่ข้า้า ข้าจะขอซื้อเพิ่มได้หรือไม่"
"เสี่ยวหลินต้องถามท่านพ่อดูก่อนเ้าค่ะ เพราะว่าวันนี้ต้องนำมันเทศไปส่งให้กับลูกค้าที่สั่งจองไว้ด้วย"
ได้ฟังอย่างนั้นโจวิก็พยักหน้ารับ ก่อนจะสั่งให้ทหารจัดการชั่งมันเทศให้ได้จำนวนตามที่ตน้า
ตอนนั้นเทียนหรงก็กลับมาถึงพอดี เขาได้เข้ามาพูดคุยกับโจวิอย่างนอบน้อม และบอกว่ามันเทศที่ต้องส่งลูกค้าวันนี้มีห้าพันชั่ง โจวิจึงกล่าวว่า้ามันเทศที่เหลือในโรงเก็บฟืนทั้งหมด
"กว่าจะชั่งมันเทศกันเสร็จก็นานทีเดียว เ้าก็แบ่งมันเทศไปส่งลูกค้าเถอะ ทางนี้เดี๋ยวให้แม่หนูน้อยคอยดูแลก็แล้วกัน" โจวิเอ่ยบอกเทียนหรง
ซึ่งเขาก็มองมายังบุตรสาวตัวน้อย เมื่อเห็นนางพยักหน้ารับจึงขอตัวออกไป เพราะสหายรุ่นพี่ได้มาเก็บมันเทศใส่กระสอบรออยู่ก่อนแล้ว
"เสี่ยวหลิน ได้เวลากินข้าวแล้วลูก" เสียงฮุ่ยหนิงดังมาจากในบ้าน ท้องน้อยๆ จึงดังขึ้นมา
"อุ๊ย! เสี่ยวหลินต้องไปกินข้าวแล้ว ท่านลุงจะไปด้วยกันไหมเ้าคะ"
"หากเ้าบ้านตัวน้อยเชื้อเชิญลุงก็ต้องขอฝากท้องด้วยแล้วล่ะ"
"ท่านลุงจะไม่โกงเสี่ยวหลินใช่ไหมเ้าคะ" นางมองไปยังกลุ่มทหารหลายคนที่กำลังหยิบมันเทศใส่กระสอบ
โจวิหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ
"ลุงไม่โกงเ้าหรอก ถ้าลุงโกงจริง เ้าเอาสิ่งนี้ไปยื่นที่จวนเ้าเมืองได้เลย" เขาถอดสายหยกสีขาวที่ห้อยอยู่ตรงเอวให้เด็กน้อยไป
เสี่ยวหลินรับมาดูอย่างสนใจ นางเคยดูในหนังจีน และเคยอ่านนิยายผ่านตามาบ้าง พวกคนแต่งตัวหรูหราหากสนใจผู้ใดหรือ้าทดแทนบุญคุณก็มักจะถอดหยกพกประจำตัวให้คนผู้นั้น
เด็กน้อยหรี่ตายิ้มเ้าเล่ห์ แบบนี้การค้าของนางก็ไม่ต้องลำบากแล้ว
"ฮิฮิ" เด็กน้อยหัวเราะเสียงเบา แต่โจวิก็ได้ยิน เขายิ้มมุมปากแต่ไม่ได้กล่าวอะไร
"ไปกันเ้าค่ะ ท่านแม่ของเสี่ยวหลินทำอาหารอร่อยมากๆ"
พอเข้ามาถึงห้องโถง ฮุ่ยหนิงกับจางรั่วที่รู้ว่ามีแขกแต่งตัวหรูหราเข้ามาทานข้าวด้วย ก็รีบแบ่งอาหารแล้วพากันไปทานที่หลังบ้าน โดยมีเทียนเฉินวิ่งตามไปด้วย ส่วนฮุ่ยสงเองก็อยากจะตามไปแต่เขาเป็ผู้าุโที่สุดในบ้าน ก็เลยต้องนั่งตัวลีบอยู่ร่วมโต๊ะกับโจวิและหลานสาว
"อาหารบ้านเ้าแปลกตานัก"
"นี่เป็กุ้งย่างกับหมึกย่างเ้าค่ะ เป็สัตว์ที่จับได้จากทะเล ส่วนนี่เป็ปลาน้ำจืดนึ่ง กินกับผักและน้ำจิ้มเผ็ดอร่อยมากๆ เ้าค่ะ" เ้าบ้านตัวน้อยทำหน้าที่แนะนำอาหารเช้านี้ให้กับแขก
"อืม ปลานึ่งตัวใหญ่เสียจริง ต้องกินกับน้ำจิ้มด้วยหรือ"
"เ้าค่ะ มันจะช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหาร น้ำจิ้มของที่บ้านเสี่ยวหลินไม่เหมือนที่ไหนแน่นอนเ้าค่ะ"
"อย่างนั้นก็เชิญท่านผู้าุโก่อนเถิด" โจวิผายมือเชิญฮุ่ยสงที่นั่งเงียบอยู่
"เอ่อ ขอรับ" เขาค่อยๆ คีบเนื้อปลานึ่งมาใส่ชาม ตามด้วยโจวิที่ลองคีบปลานึ่งจิ้มน้ำจิ้มมาชิมดู
เขาเบิกตากว้างเมื่อได้ลิ้มรสเผ็ดเปรี้ยวของน้ำจิ้ม และความหวานฉ่ำของเนื้อปลา เขามองเด็กน้อยที่ยิ้มตาหยีส่งมาให้ก็ยกยิ้มตาม
"อร่อยจริงๆ"
"กินเยอะๆ เลยนะเ้าคะ"
สองคนเจริญอาหารเป็อย่างมาก ต่างจากฮุ่ยสงที่ปกติต้องแย่งกันกินกับเทียนหรงและเทียนเฉิน จนจบมื้อเช้าแล้วเขาก็ยังรู้สึกว่าไม่ค่อยอิ่มเท่าไหร่ จึงแอบเข้าไปตักข้าวกินอีกรอบ
ส่วนเสี่ยวหลินนั้นออกมานั่งแกว่งขาอย่างสบายอารมณ์ที่แคร่หลังบ้านโดยมีโจวิตามมาด้วย ขณะนั้นทหารนายหนึ่งก็วิ่งเข้ามาแจ้ง
"มีมันเทศทั้งหมดสามหมื่นแปดพันชั่งขอรับ"
"อย่างนั้นก็คิดมาว่าเป็จำนวนเงินเท่าใด ให้ราคาที่ชั่งละแปดสิบอีแปะ"
"ขอรับนายท่าน"
เสี่ยวหลินมองตามนายทหารที่วิ่งเข้าไปพูดคุยกับคนติดตามของโจวิ หัวน้อยๆ ก็คิดคำนวณตามยอดที่ได้รับแจ้ง พอคิดไม่ได้สักทีนางก็ะโลงจากแคร่ หยิบกิ่งไม้มาขีดๆ เขียนๆ บนพื้นดินโดยมีโจวิมองตามอย่างไม่เข้าใจ
"ทั้งหมดเป็สามสิบตำลึงทอง กับสี่สิบตำลึงเงินเ้าค่ะ"
โจวิมองเด็กน้อยตัวกลมอย่างโง่งม นางคิดได้อย่างไร หรือว่านางเพียงพูดไปเรื่อยเปื่อยกันนะ
เมื่อเห็นคนตัวโตนั่งขมวดคิ้วมุ่นเสี่ยวหลินก็ปีนกลับขึ้นไปนั่งบนแคร่ ครู่ใหญ่ผู้ติดตามของโจวิก็กลับมา เขาเอ่ยแจ้งจำนวนเงินที่คิดคำนวณได้ให้กับนายท่านของตนทราบ
"ทั้งหมดสามสิบตำลึงทองกับอีกสี่สิบตำลึงเงินขอรับ"
พอได้ยินโจวิห็หันขวับมามองเด็กน้อยข้างตัว เสี่ยวหลินแสร้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ร้องเพลงงุ้งงิ้งอยู่คนเดียว ก่อนจะยิ้มกว้างอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงโจวิพูด
"ให้นางสามสิบเอ็ดตำลึงทอง"
เสี่ยวหลินโบกมือหยอยๆ ให้กับขบวนรถม้าและเกวียนที่ขนมันเทศของโจวิ วันนี้นางร่ำรวยอีกแล้ว ได้เงินมามากถึงสามสิบเอ็ดตำลึงทองเชียวนะ!
"จริงสิ ท่านตาไปดูกับดักกันเ้าค่ะ!"
"เดี๋ยวตาไปกับอาเฉินเอง จะเก็บไข่มาให้ด้วย เ้านั่งพักเถอะ พูดคุยกับแขกมาั้แ่เช้าแล้ว"
เสี่ยวหลินมองตามคนทั้งสองที่รีบร้อนวิ่งออกไปตาปริบๆ นางไม่ได้เอะใจอะไรรีบเดินยิ้มเข้าบ้านไปอย่างอารมณ์ดี ตอนนี้ท่านแม่และท่านยายของนางกำลังนั่งดูเหรียญตำลึงทองในกล่องตาวาว
"เสี่ยวหลินหลานยายร่ำรวยอีกแล้ว" จางรั่วดึงร่างอวบอ้วนมากอดหอมให้หนำใจ
"คิกคิก ท่านยาย"
"แล้วลูกจะขายหมึกย่างหรือไม่เล่า พ่อเ้าจับมาไว้ตั้งหลายถัง"
"ทำเ้าค่ะ แต่กว่าจะได้เอาไปขายก็คงเป็่บ่าย เราไปชำแหละหมึกกันเ้าค่ะท่านแม่"
"เดี๋ยวยายไปช่วยก็แล้วกัน"
ฮุ่ยหนิงนำกล่องเงินไปเก็บให้เรียบร้อยก่อนจะออกมาช่วยกันชำแหละหมึก หมึกกระดองตัวอ้วนถูกหั่นเป็ชิ้นพอดีคำ ส่วนจางรั่วนั้นถูกเด็กอ้วนยืนกำกับให้ผ่าไม้ไผ่ทำเป็ไม้เสียบหมึก เอาตามมีตามเกิดไปก่อน
ด้านสองลุงหลานที่รีบวิ่งหยิบตะกร้าออกมาจากบ้านก็พูดคุยกันอย่างเมามัน เทียนเฉินเล่าตอนที่เขาอยู่กับเสี่ยวหลินและโจวิให้พ่อตาของพี่ชายฟัง
"คนผู้นั้นบอกว่าเขาแซ่โจวขอรับท่านลุง ข้าได้ยินเต็มสองหู"
"แซ่โจวก็มีอยู่หลายจวนนะอาเฉิน เขาอาจจะเป็แค่คหบดีที่มาซื้อมันเทศไปขายต่อก็ได้" ฮุ่ยสงโบกมือไม่ให้เทียนเฉินพูดต่อ ในใจเขาเองก็ไม่กล้าคิดมากกว่านั้น
"แซ่โจว ชื่อิ จะมีสักกี่คนกันล่ะท่านลุง!"
"โจวิรึ!"
"ใช่!"
ฮุ่ยสงกลืนน้ำลายลงคอ โจวิจะเป็ผู้ใดได้ถ้าไม่ใช่เ้าเมืองเจียงหนาน! คนผู้นั้นถึงกับมาซื้อมันเทศของลูกเขยเขาถึงบ้าน ทั้งๆ ที่เขาก็ส่งคนมาขอซื้อได้ แต่กลับมาถึงนี่ด้วยตัวเองเชียวนะ!
"แล้วเสี่ยวหลินได้ไปพูดอะไรหรือไม่!"
"ไม่ขอรับ นางแค่พูดคุยเื่มันเทศและราคา" ได้ยินอย่างนั้นฮุ่ยสงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก โชคดีที่เ้าเด็กแสบนั่นไม่ได้ไปพูดจาล่วงเกินผู้อื่นเข้า
"เ้ารีบไปเก็บไข่ ข้าจะไปดูกับดัก เดี๋ยวหลานเ้าจะเอาของเข้าไปขายอีก เร็วเข้า" เมื่อพูดคุยกันจนรู้เื่แล้วทั้งสองก็แยกย้ายกันไปทำงานอย่างรวดเร็ว
พอกลับไปถึงบ้าน ปลาหมึกก็ถูกเสียบไม้หมักซีอิ๊วไว้เรียบร้อยแล้ว น้ำจิ้มเองก็ทำใส่โถไว้แล้วเช่นกัน ฮุ่ยสงกับเทียนเฉินจึงรีบขนของไปใส่รถเข็นไว้แล้วกลับมากินมื้อเที่ยงให้เรียบร้อย
"ไปเร็วเข้าเ้าค่ะ วันนี้ข้าจะขายหมึกย่างแล้ว!" เด็กอ้วนยืนชูแขนแอ่นพุงอยู่บนรถเข็น โดยมีเทียนเฉินทำหน้าที่เข็นรถให้
"หลานเตรียมหมึกไปกี่ไม้ นี่มันไม่มากไปหรือ" ฮุ่ยสงเอ่ยถาม ตอนยกกะละมังเขาเห็นหมึกเสียบไม้เต็มไปหมด ไม่แน่ว่าอาจจะเกือบร้อยไม้
"ร้อยไม้เ้าค่ะ!"
"แค่ก!"
"ฮิฮิ"
"นี่มันไม่เยอะไปหรือเสี่ยวหลิน" เทียนเฉินเองก็กังวลใจ ถึงพวกเขาจะชอบแต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะชอบด้วย
"เชื่อมือเสี่ยวหลินเถอะเ้าค่ะ ไปเร็วเข้า เย้!"
สองอาหลานมาถึงร้านยาก็รบกวนขอให้ลูกจ้างร้านยายกโต๊ะมาให้ เพราะวันนี้มาถึงในเมืองก็่บ่ายแล้ว ลูกค้าสตรีที่มาซื้อของยามเช้าจึงไม่ค่อยมี
"เราจะขายให้ผู้ใดล่ะ" เทียนเฉินนั่งเท้าคางบนโต๊ะมองไปรอบๆ อย่างเบื่อหน่าย
"หรือเราจะเก็บของไปขายที่ร้านเหล้าดีเ้าคะ แต่รอท่านตากลับมาก่อนก็ได้" มาถึงฮุ่ยสงก็แยกตัวออกไปพูดคุยกับสหายเื่ที่จะขอยืมพื้นที่ขายของ
"แล้วทุกวันขายดีหรือไม่เล่า"
"ขายดีสิเ้าคะ! ไม่เคยมีของเหลือกลับไปเลย แต่วันนี้เรามาขาย่บ่าย ไม่รู้ว่าจะมีคนมาซื้อหรือไม่"
ก๊าบๆๆ!
ขณะนั้นเ้าเป็ดที่จับมัดขามัดตัวไว้ก็ร้องออกมาเสียงดัง สองอาหลานก้มลงมองเป็ดที่อยู่ในตะกร้า มันร้องไม่หยุด
"มันหิวหรือเปล่าเสี่ยวหลิน"
"อาจจะใช่เ้าค่ะ มันน่าจะติดกับดักั้แ่เช้าแล้ว"
เสี่ยวหลินมองเ้าเป็ดตัวอ้วนตาปริบๆ ใจหนึ่งนางก็สงสาร แต่อีกใจหนึ่งก็อยากได้เงิน เด็กน้อยเบะปากมองเ้าเป็ดที่ร้องไม่หยุด
"เราปล่อยมันดีไหมเ้าคะท่านอา"
"โถ่ เราจับมันมาขายนะเสี่ยวหลิน"
"เสี่ยวหลินไม่อยากขายมันแล้ว ฮือ"
"อ้าว!"
เทียนเฉินรวบตัวหลานสาวมากอด ทีหมู หมึก กุ้ง นี่สู้ไม่ถอย แต่พอเจอเป็ดร้องถึงกับน้ำตาไหลพรากเสียได้ เ้าหลานคนนี้
"แม่ค้าน้อย เอาอะไรมาขายอีกแล้วหรือ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นมา ตอนเช้านางแวะมาดูแม่ค้าน้อยก็ไม่เจอ คิดว่าวันนี้คงไม่มาขายของแล้ว แต่พอขากลับจากบ้านสหายกลับเห็นแม่ค้าน้อยกับเด็กหนุ่มนั่งอยู่
"ท่านป้าคนงาม ฮึก" มือป้อมยกขึ้นมาปาดน้ำตา ยกยิ้มกว้างให้กับคนงามที่เข้ามาทักทาย เทียนเฉินเองก็มองคนงามตาพร่า ถึงจะอายุมากแล้วแต่ก็ยังงดงามไม่สร่าง
"แล้วนั่นร้องไห้ทำไม หืม" มือเรียวลูบแก้มกลมๆ ไม่ลืมหยิบผ้าเช็ดหน้ากลิ่นหอมมาเช็ดน้ำตาให้
"เสี่ยวหลินสงสารเป็ดเ้าค่ะ"
"เป็ดหรือ" ร่างงามเดินมาชะโงกดูในตะกร้าตามนิ้วเล็กๆ ที่ชี้มา นางมองดูสัตว์แปลกตาอย่างฉงน
"เ้านี่คือตัวที่ออกไข่สีขาวหรือจ๊ะ"
"ใช่เ้าค่ะ"
"หน้าตาน่าเกลียดเสียจริง แต่ไข่ของมันอร่อยมาก"
"จริงหรือเ้าคะ! วันนี้เสี่ยวหลินก็เอาไข่มาขาย ท่านป้าจะซื้ออีกไหมเ้าคะ" เด็กตัวกลมจับมือเนียนนุ่มเขย่าอย่างตื่นเต้น
"เ้าเอามาขายกี่ฟองเล่า ป้าจะซื้อหมดเลย" เสี่ยวหลินได้ยินก็ะโดึ๋งๆ รีบเอ่ยบอกเทียนเฉินให้นับไข่โดยเร็ว
"ท่านอารีบนับไข่เร็วเข้า!"
ร่างอวบกลมวิ่งเข้าไปช่วยอาของตนนับไข่อย่างกะตือรือร้น เสียงนับเจื้อยแจ้วทำให้เหลียนฮวายิ้มอย่างเอ็นดู หากนางมีบุตรสาวหน้าตาน่ารักตัวอวบขาวเช่นนี้บ้างคงจะดีไม่น้อยเลย
#############################################