ตอนที่ 17
ฟาเอลคือแมวน่าขนลุกส่วนอาเธอร์คือแมวน่าหมันไส้
ความเ็ปจากการสูญเสียความรู้สึกผิดและความโกรธถาโถมเข้าใส่ข้าที่นั่งพักตั้งสติอยู่กับท่านเนียเรสในทางเดินสู่นรกห้องถัดไป
ข้าไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมข้าถึงปวดหัวใจขนาดนี้อาจจะเป็เพราะว่าข้านึกไปถึงเื่ราวก่อนหน้านี้และเริ่มยอมรับแล้วว่าลูคัสและโซวาโรเป็คนดีที่พยายามจะช่วยข้าไว้พวกเขาเป็เพียงสองคนที่ลุกขึ้นเรียกร้องความเป็ธรรมให้แก่ข้าโซวาโรใช้ตราอัญเชิญราคาแพงช่วยยื้อชีวิตท่านแม่ และที่สำคัญทั้งโซวาโรและลูคัสต่างเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้พวกเรามีชีวิตรอด
ทว่าสิ่งที่ข้าตอบแทนพวกเขาตลอดมาคือความรู้สึกเกลียดชังที่เกิดขึ้นในใจข้าไม่ควรทำแบบนั้นลงไปเลยจริงๆ อย่างน้อยข้าก็ควรจะเอ่ยขอบคุณพวกเขาซักคำ
แต่ข้าคงไม่มีโอกาสได้ทำอะไรดีๆแบบนั้นอีกแล้ว
“เื่ของเ้าพวกบ้านั่นน่ะนะ...”ท่านเนียเรสถอดหมวกเกราะออกมาพลางปาดน้ำตา “พวกเราสามคนเริ่มต้นอาชีพนักสำรวจในเวลาใกล้ๆกันก็เลยมีโอกาสได้ร่วมทีมสำรวจกันบ่อยๆ…”นางหยุดไปพักหนึ่ง เหมือนพยายามกลั้นเสียงสะอื้น นางฝืนยิ้ม“เ้าพวกนั้นน่ะไม่ชอบกันั้แ่วันแรกที่ออกสำรวจเลยคนนึงก็อยากจะเป็ฮีโร่จนเกินไป อีกคนก็รอบคอบและขี้กังวลจนเกินไป งี่เง่าชะมัด”
ข้าเห็นท่านเทียเรสกำหมัดมันแน่นเสียจนข้ารู้สึกว่าถ้าเป็มือเปล่าๆนิ้วของนางจะต้องจิกลงไปบนฝ่ามือของนางแน่ๆ
“แต่เ้าพวกนั้นน่ะ...สิ่งที่เ้าพวกนั้นทำเหมือนกันก็คือพยายามช่วยคนอื่น”เทียเรสเงยหน้าขึ้นมา น้ำตาของนางไหลพราก ข้าเองก็เลยร้องไห้ตามเพราะจิตใจถูกสั่นคลอนเหมือนกัน“ลูคัสพยายามใต่เต้าขึ้นไปเป็นักสำรวจแนวหน้าแล้วก็สร้างกลุ่มเพื่อคอยดูแลพวกนักสำรวจหน้าใหม่ไม่ให้ไปตายในดันเจี้ยนเขามักจะลุยเดี่ยวเพราะกลัวคนอื่นจะได้รับาเ็…”
“ส่วนโซวาโรหมอนั่นก็ผันตัวไปเป็ผู้ดูแลกิลด์ เขาคอยดูแลความเหมาะสมไม่ให้พวกไก่อ่อนเข้ามาตายฟรีในนี้โซวาโรถึงจะเป็ผู้ชายน่าเบื่อแต่ก็ทุ่มเทให้คนอื่นยิ่งกว่าใครๆ เพราะงั้น…”ท่านเนียเรสก้มหน้าลงต่ำเหมือนนางต้องพยายามอย่างหนักไม่ให้ตัวเองแสดงความอ่อนแอไปมากกว่านี้ “ทำไมถึงได้…”
และนั่นก็เป็สิ่งที่ทำให้ข้ายิ่งรู้สึกผิดข้าสงสัยตัวเองว่ามีส่วนเกี่ยวข้องที่ทำให้ทั้งสองคนนั้นตายหรือเปล่าน้ำตาของท่านเนียเรสมีสาเหตุมาจากข้างั้นเหรอหากท่านลูคัสกับท่านโซวาโรไม่ต้องถ่วงเวลาให้พวกเราอย่างน้อยๆลำพังแค่พวกเขาก็คงหนีรอดได้อย่างสบายแน่ๆ
หากข้ามีพลังมากกว่านี้…
ใช่! หากอาเธอร์ช่วยซักนิดข้าก็คงจะสามารถต่อสู้ได้ ทั้งสองคนก็คงไม่ตายข้ารู้สึกโกรธแมวส้มจอมี้เีที่ไม่เคยจะฟังคำขอร้องของข้าเลย ไม่สิข้าไม่ได้เอ่ยปากขอมันซักคำ...แต่อันที่จริงมันก็ไม่ใช่เื่ที่ต้องร้องขอกันไม่ใช่เหรอไง
“ไม่เอาน่าคุณหนูอย่ามองกันด้วยสายตาอย่างงั้นสิเหมียว” อาเธอร์จ้องหน้าข้าจนถึงตอนนี้มันก็ยังดูไม่ทุกข์ร้อนกับความสูญเสียหรือแม้แต่สถานการณ์ตรงหน้า ใช่สิมันไม่ได้เป็สิ่งมีชีวิตที่มีตัวตนอยู่จริงๆนี่ความตายสำหรับมันก็คือการกลับไปยังมิติบ้านเกิดแล้วรอถูกอัญเชิญออกมามันจะไปแคร์อะไรกับความตายกัน
“สัตว์อัญเชิญของเ้าทำได้ดีที่สุดแล้ว”ท่านเนียเรสเริ่มตั้งสติได้ ผิดกับข้า “มันไม่มีใครที่ผิดหรอกความตายของตัวเองเป็เื่ที่เราต้องยอมรับั้แ่แรกแล้ว ข้าก็เพียงแค่...”
แล้วพวกเราก็จมลงสู่ความเงียบงันอย่างยาวนานเนียเรสสูดหายใจลึกๆ แล้วเธอก็ปั้นหน้ากลับไปเป็สีหน้ามั่นอกมั่นใจเหมือนอย่างปกติแต่ข้าสามารถบอกได้ผ่านแววตาของนางว่านั่นมันคงยากลำบากสุดๆ “เรามากินอะไรกันซักหน่อยเถอะ”
จากนั้นนางก็หยิบเอาตราอัญเชิญสีเทาออกมานางบีบมันจนสลายกลายเป็ละอองแสงสีขาวก่อตัวเป็กล่องห้วงมิติกล่องนั่นหายไปและมีอาหารสองสามจานเข้ามาแทนที่แน่นอนว่าอาหารเ่าั้ไม่ใช่มันต้มแบบที่ข้ากินมาโดยตลอด มันน่ากินมากแต่ข้าก็ไม่รู้สึกว่าการกินในตอนนี้จะทำให้มีความสุขได้เท่าที่ควรหรือเปล่าข้าพยายามฝืนกินทั้งที่ยังไม่รู้สึกหิวข้าพบว่าเนื้ออะไรก็ไม่รู้ที่ข้ากินมันมีรสชาติที่สุดยอดจนข้าอธิบายไม่ถูกแล้วนั่นก็ทำให้ข้านึกถึงครอบครัว หากท่านแม่กับอิเรเมียได้มากินด้วยก็คงจะดี
ข้าจะมีโอกาสได้กลับไปที่บ้านอีกไหมนะหรือว่าข้าจะต้องตายอยู่ในนี้เหมือนท่านลูคัสกับท่านโซวาโรกัน
เทียเรสหัวเราะในลำคอก่อนที่นางจะยื่นมามาปาดแก้มของข้า ข้าพบว่าน้ำตาของข้าไหลนี่ข้าร้องไห้อยู่งั้นเหรอ
“นี่คุณหนู” จู่ๆอาเธอร์ก็พูดขึ้นข้าหันไปหามัน เ้าเหมียวเลียริมฝีปาก “ไม่คิดจะแบ่งอะไรให้กินหน่อยเหรอเหมียว”
“ข้ากำลังโกรธเ้าอยู่นะ!” ข้ากระแทกเสียงสวนกลับไป เ้าเหมียวทำหน้าหงอยๆสุดท้ายข้าก็ใจอ่อนแบ่งอาหารให้มันกินอยู่ดีพอนึกๆแล้วก่อนหน้านี้มันเพิ่งจะเปิดศึกหนักกับสัตว์อสูรที่รูปร่างเหมือนเทพเ้าปลาหมึกมาแถมยังต้องสร้างเกราะเวทมนตร์จำนวนมากให้พวกเราส่วมใส่กันหนาวตายอีกมันคงทำได้ดีที่สุดแล้วแหละ
“สัตว์อัญเชิญของเ้ามันมีชื่อไหม”ท่านเนียเรสเอ่ยถามขึ้น เห็นได้ชัดว่านาง้าชวนคุยเพื่อทำลายความเงียบที่ชวนให้กลับไปหดหู่อีกครั้งนี้ลง
“เ้าตัวสีส้มนี่ชื่อว่าอาเธอร์”ข้าชี้ไปที่เ้าเหมียวที่กำลังแทะกระดูกอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ“แล้วก็จะมีฟาเอล ลูซิสและก็อีกตัวที่ข้ายังไม่เคยเห็นชื่อว่าเอเธนรวมอยู่ในร่างเดียวกัน”
“แมวของเ้าเป็สัตว์อัญเชิญที่แปลกที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมาเลย”เนียเรสบอก “ข้ามีสัตว์อัญเชิญในยี่สิบแปดตัวแต่ไม่มีตัวไหนเลยที่จะพิเศษเหมือนกับสัตว์อัญเชิญของเ้า”
“แน่นอนว่าคงไม่มีตัวไหนที่ี้เีกว่าแมวของข้าด้วยแน่ๆ”ข้ายิ้มแห้ง
ท่านเนียเรสหัวเราะ ก่อนจะยกน้ำดื่มแล้วพูดต่อไปว่า “นั่นก็เื่ที่ไม่น่าเชื่อเหมือนกันโดยปกติแล้วจะมีแค่สัตว์อัญเชิญระดับสูงกว่าแปดเท่านั้นที่สามารถขัดคำสั่งของผู้เป็นายได้แต่เหมือนว่าอาเธอร์จะมีลักษณะนิสัยเป็เอกลักษณ์อย่างกับว่ามันเป็สัตว์เลี้ยงจริงๆเลย”
“เอาจริงๆนะ บางทีข้าก็รู้สึกเหมือนมันเป็คนๆนึงเลย”ข้าพูดในสิ่งที่รู้สึก แต่ท่านเนียเรสหัวเราะเยาะข้า “มันก็แค่ความรู้สึกเฉยๆ ไม่เห็นต้องหัวเราะขนาดนั้นเลย”
“ขอโทษๆ ข้าก็แค่...ฮ่าๆ” ท่านเนียเรสยังไม่ยอมหยุดง่ายๆซะที ตกลงมันน่าตลกขนาดนั้นเลยหรือไง
“นี่” อาเธอร์เรียกข้าให้หันไปหามันมันเอาเท้าเล็กๆนั่นเขี่ยกระดูกออกให้ห่างจากตัว
“มีอะไรงั้นเหรอ” ข้าเอ่ยถาม จังหวะนั้นเองที่ร่างของอาเธอร์เรืองแสงมันกลายร่างไปเป็ฟาเอลแมวขนฟูสามสีที่สามารถใช้เวทมนตร์ได้โดยไม่ต้องใช้ตราอัญเชิญท่านเนียเรสมองด้วยความสนอกสนใจ
“สวัสดีตัวเล็ก ยังรู้สึกแย่อยู่หรือเปล่าเมี๊ยว”แววตาของแมวฟาเอลดูอ่อนโยนมากแต่นั่นก็ทำให้ข้ากลับมาโกรธมันอีกครั้ง
“ทำไมก่อนหน้านี้เ้าไม่ออกมาช่วยพวกข้าเอาไว้ถ้าเป็พลังของเ้ามันจะต้องหยุดไอ้เ้าสัตว์อสูรนั่นเอาไว้ได้แน่” ข้าโวยวาย
“มาววววนั่นแหละคือเื่สำคัญที่ข้าจะบอกรีบเล่าให้เ้าฟัง เรามีเวลาไม่มากเพราะงั้นได้โปรดอย่าพูดขัดข้าเลยนะเหมียวถึงข้าจะอยากฟังเสียงหวานๆของเ้าซักแค่ไหนก็ตามที” ฟาเอลพูดมันทำให้ข้าต้องฝืนกลืนคำพูดกล่าวโทษมากมายที่พรั่งพรูขึ้นมาแล้วยอมนั่งฟังมันเงียบๆ
“ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ข้าไม่อยากจะช่วยนะเหมียวแต่ข้าไม่สามารถออกมาได้ อย่างที่เห็นว่าผ่านๆมาข้า ลูซิสหรือแม้แต่เอเธนก็มีระยะเวลาในการปรากฏตัวที่จำกัด” ฟาเอลเล่า“และอาจจะเป็เพราะว่าก่อนหน้านี้เอเธนเพิ่งจะปรากฏตัวออกมาเพราะงั้นเลยทำให้ข้าไม่สามารถจะออกมาช่วยเ้าได้แม้จะพยายามแค่ไหนก็ตาม”
“จะออกมาแค่เพื่อพูดอะไรแบบนี้งั้นเหรอ”ข้าพบว่าข้ากำลังงอนสัตว์เลี้ยงของตัวเอง แต่ข้าไม่สนหรอกข้ายังไม่หายโกรธมันง่ายๆแน่ๆ
“ใจเย็นก่อนสิเหมียวมีเื่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นอีกเื่การใช้ความสามารถที่แท้จริงของพวกเราทั้งสี่ตัว” ฟาเอลพยายามอธิบายและมันก็ได้ผลสิ่งที่มันกำลังจะเล่าคือสิ่งที่ข้าสงสัยมาโดยตลอดว่าตกลงในฐานะสัตว์อัญเชิญของข้าข้าจะใช้งานพวกมันในการต่อสู้ยังไงได้บ้าง
“เริ่มจากอาเธอร์ที่ดูเหมือนจะเป็ร่างหลักของพวกเรานะเหมียวหมอนั่นมีพลังในการสร้างชุดเกราะและอาวุธทุกประเภท” ฟาเอลเริ่ม“แต่ด้วยลักษณะนิสัยของหมอนั่นบวกกับเงื่อนไขและคำสาปที่พวกเราได้รับเลยทำให้มันแทบจะไม่เคยใช้ความสามารถของตัวเองเกินครึ่งเลยเหมียว”
“เงื่อนไข? คำสาป?”ข้าขมวดคิ้วอีกฝ่ายยิ่งอธิบายเหมือนยิ่งทำให้ข้ามีเื่ที่ไม่รู้มากเข้าไปอีก
“ส่วนพลังของข้ามีความสามารถในการสังเคราะห์พลังงานทุกรูปแบบได้อย่างไร้ขีดจำกัดเลยเหมี๊ยว”มันฉีกยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ข้าน่ะนะไร้จุดอ่อนและแข็งแกร่งที่สุดแล้วเพราะงั้นหากหลังจากนี้เกิดอะไรขึ้นกับเ้าก็ะโเรียกให้ข้าช่วยเป็ตัวแรกได้เลยนะเหมียว”
ข้าทำสีหน้าอี๋ให้กับความรู้สึกแปลกๆที่ผสมอยู่ในวิธีพูดของมัน “แล้วที่เหลืออีกสองตัวล่ะ”
“พลังของอีกสองตัวน่ะพิเศษมากๆเลยแต่ว่าพวกนั้นจะไม่ให้ความร่วมมือกับเ้าหรอกนะเหมียว” อาเธอร์บอกและข้าก็ร้องห๊ะออกมาดังมาก
“ทำไมล่ะ” ข้าถาม
“ลูซิสชอบความรุนแรงความเ็ปและการนองเื ในขณะที่เอเธนก็ไม่มีวันเชื่อใจใครนอกจากตัวเองแถมยังเป็พวกที่เืเย็นสุดๆเพราะงั้นถึงข้าจะบอกพลังของทั้งสองไปเ้าก็ไม่มีทางจะได้ใช้ประโยชน์จากพลังเ่าั้อยู่ดี”ฟาเอลถอนหายใจ
“แต่ว่าก่อนหน้านี้ตัวที่ชื่อว่าเอเธนก็ออกมาช่วยชีวิตข้าเอาไว้ไม่ใช่เหรอ” ข้ายังคงแคลงใจ
“ม๊าววว ที่เอเธนเคลื่อนไหวเพราะเขายังอยากจะอยู่บนโลกนี้ต่ออีกซักพักเพื่อมองหาหนทางในการแก้คำสาปต่างหาก”แล้วทันใดนั้นร่างของฟาเอลก็เรืองแสง
“เดี๋ยวสิคำสาปที่เ้าหมายถึงคืออะไรกันแน่” ข้าพยายามจะยื้อให้ฟาเอลอยู่ต่อฟาเอลไม่ตอบ มันทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้ว่า
“หวังว่าเจอกันครั้งหน้าข้าจะมีโอกาสทำให้เ้ายิ้มได้นะเหมียว”
แล้วร่างของฟาเอลก็ถูกแทนที่ด้วยร่างของอาเธอร์มันหาวใส่ข้า ข้าคว้าตัวมันขึ้นมาเขย่า
“เดี๋ยวก่อนสิฟาเอล!อย่าทำให้งงแล้วก็ทิ้งกันไปอย่างนี้สิ! อะไรคือคำสาปแล้วอะไรคือพลังของอีกสองตัวที่เหลือกันแน่” ข้าพยายามอ้อนวอนและหวังว่าเสียงของข้าจะดังไปถึงแมวทั้งสามตัวที่หลับใหลอยู่ในร่างของอาเธอร์
“ไม่เจอกันแป๊ปเดียวเ้าดูน่ารำคาญขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อยนะเหมียว” อาเธอร์พูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆ“เขาว่าเด็กผู้หญิง่เป็วัยรุ่นนิสัยจะเปลี่ยนแปลงเร็วนี่เป็เื่จริงด้วยแฮะ”
“ออกมาเดี๋ยวนี้นะไอเ้าแมวน่าขนลุก!”ข้าเขย่าร่างอาเธอร์แล้วร้องะโใส่หน้ามันจนคอเริ่มเจ็บ
“อันที่จริงเื่ที่เ้าถามข้าเองตอบได้นะ” อาเธอร์พูดขึ้น
“จริงเหรอ” ข้าหน้าเหวอตาเบิกกว้างด้วยความแปลกใจสุด
“เหมี๊ยว” อาเธอร์ตอบว่าใช้ในที่สุดมันก็เริ่มรู้จักการทำตัวน่ารักแล้วสินะ ไม่น่าเชื่อ!
“แล้วคำตอบคืออะไรล่ะ” ข้าถาม
“ข้าไม่รู้” อาเธอร์ตอบ
“...”
“มาวววว จะวางข้าลงได้ยัง”
แล้วภาพต่อมาก็เป็ภาพที่ข้าพยายามจะบีบคอไอ้แมวส้มในมือให้ตายและมีท่านเนียเรสพยายามเข้ามาห้ามเอาไว้ปล่อยข้านะ! ข้าจะบีบไอ้แมวกวนประสาทนี่ให้เละคามือเลย!
โปรดติดตามตอนต่อไป