ตอนที่ 23
เริ่มต้นการค้าขาย(23)
จูเฟยเดินมาบริเวณด้านหลังของเมืองอู่หนาน นางเดินมาตามคำบอกของเถ้าแก่หวงเพื่อมาพูดคุยและเจรจากับผู้ที่เป็เ้าของบ้านที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าตลาด นางตั้งใจเอาไว้ว่าจะนำบ้านหลังนั้นไปให้ท่านยายหวังและท่านแม่ของนางทำเป็ร้านขายผัก
ทั้งทำเลที่ตั้งและทุกอย่างมันเหมาะสมกับการที่จะนำไปสร้างร้านผักของท่านยายหวังเป็อย่างมาก
เด็กน้อยที่เดินมาด้านหลังของเมืองนางเดินมาบริเวณถนนเส้นหลังที่ตัดผ่านก่อนจะออกไปนอกเมือง เดินไปก็ชะโงกหน้าไปมองทางนั้นทีทางนี้ที ภายในยุคนี้มันไม่มีโทรศัพท์มือถือที่สามารถบ่งบอกตำแหน่งหรือว่าแผนที่ได้อย่างชัดเจนนางเลยต้องใช้การจำคำบอกกล่าวของเถ้าแก่หวงเอาเอง
โดยเถ้าแก่หวงบอกกับตัวของนางเอาไว้ว่าบ้านของผู้ที่เป็เ้าของบ้านหลังนั้นเป็บ้านหลังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดภายในบริเวณนี้
เมื่อเดินมาถึงมองซ้ายมองขวาทีก็พบเจอบ้านหลังหนึ่งที่น่าจะเป็เป้าหมายของนาง ในบริเวณด้านหลังของเมืองบ้านทุกหลังนั้นล้วนแล้วแต่มีขนาดเล็กไม่เหมือนด้านหน้าของเมืองแต่มีบ้านหลังหนึ่งที่อยู่สุดทางเดินและมีขนาดแตกต่างจากบ้านหลังอื่น
โดยบ้านหลังนั้นมันจะมีขนาดแตกต่างจากบ้านหลังอื่นตรงที่มันมีขนาดเทียบเท่ากับบ้านเรือนที่ถูกสร้างขึ้นเอาไว้บริเวณด้านหน้าเมืองส่วนใหญ่
จูเฟยเดินมุ่งตรงไปยังเป้าหมายของนางทันที ประตูไม้ขนาดใหญ่ด้านหน้าถูกปิดเอาไว้อย่างแ่า ประตูไม้ปิดเอาไว้อย่างมิดชิดราวกับว่าไม่มีผู้ใดนั้นอยู่
เด็กน้อยที่ยืนอยู่ด้านหน้าก็พยายามจะมองเข้าไปทุกมุมทั้งเอาหน้าเข้าไปใกล้ๆประตูเพื่อใช้ช่องเล็กๆมองเข้าไปแต่ก็มองไม่เห็น ทั้งพยายามจะะโแต่ว่าตัวก็เล็กจนไม่สามารถะโมองข้ามกำแพงที่ตั้งอยู่ได้
เมื่อพยายามทุกวิถีทางแล้วไม่สามารถล่วงรู้ว่าด้านในมีผู้ใดอยู่หรือเปล่านางเลยตัดสินใจใช้วิธีสุดท้าย
“ ด้านในมีผู้ใดอยู่หรือไม่เ้าคะ!!!! ” เด็กน้อยที่ยืนอยู่ด้านหน้าประตูไม้ะโดังลั่น นี่เป็วิธีสุดท้ายที่นางจะเลือกใช้ในเมื่อไม่สามารถมองเห็นได้ว่าผู้ใดอยู่ด้านในและในบริเวณรอบๆนี้ก็ไม่มีผู้ใดอยู่เลยเลยเลือกที่จะะโออกไปเพื่อเรียกคนที่อยู่ด้านใน
เมื่อนางส่งเสียงเรียกไม่นานนักประตูไม้ด้านหน้าที่ถูกปิดเอาไว้อย่างแ่าก็ได้ถูกเปิดออกมา แอ๊ด!!!
ดวงตาของเด็กน้อยจ้องมองผู้ที่อยู่ด้านหลังประตูอย่างไม่กระพริบตานางอยากจะเห็นรูปลักษณ์ของผู้ที่เป็คู่สนทนาของนาง
ทว่า..ดวงตากลมโตนั้นก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเมื่อพบเจอรูปลักษณ์ที่อยู่ด้านหลังประตูไม้บานนั้น ร่างกายสูงใหญ่กำยำใบหน้าเคร่งขรึมแต่แสดงความอ่อนโยนสวมใส่ชุดมือปราบสีแดง
จูเฟยไม่มีทางลืมรูปลักษณ์นั้นอย่างแน่นอนเขาเป็มือปราบที่นางเคยอ้อนวอนให้ไปช่วยเหลือเื่คดีของท่านยายหวังและมารดา
มือปราบร่างกายสูงใหญ่ที่เปิดประตูออกมาเขากวาดสายตามองตามระยะสายตาด้านหน้าก็มองไม่เห็นอะไร
“ อยู่นี่เ้าค่ะ!!! ” เสียงเล็กแหลมดังขึ้นมาอีกครั้งทำให้มือปราบผู้นั้นสะดุ้งแล้วก้มมองลงไปด้านล่างถึงมองเห็นร่างของเด็กน้อยที่ยืนด้านหน้าของเขา
“ อ้าวยัยหนู!!! ” มือปราบในชุดสีแดงผู้นั้นก็สะดุ้งขึ้นมาทันทีก่อนที่จะค่อยๆย่อกายลงไปหาจูเฟย
เขาเองก็จำแม่หนูนางนี้ได้เป็อย่างดีว่าเป็ผู้ใด
“ มาหาข้าในวันนี้มีเื่อะไรให้ช่วยอีกงั้นรึ?? ” เขาเอ่ยถามออกมาในทันที
จูเฟยจ้องมองมือปราบด้านหน้าของตนเองอย่างไม่กระพริบตา นางเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าผู้ที่เป็เ้าของบ้านบริเวณด้านหน้าตลาดจะเป็คนผู้นี้
หลังจากจ้องมองอีกฝ่ายมาสักพักนางก็ได้ตั้งสติของตนเองแล้วเริ่มนำพาเข้าสู่บทสนทนา
“ ท่านลุงเป็เ้าของบ้านหลังเล็กๆหน้าตลาดใช่หรือไม่เ้าคะ ” นางเอ่ยถามทันที อย่างแรกนางต้องยืนยันได้ก่อนว่านางมาไม่ผิดสถานที่
“ บ้านด้านหน้าของตลาด ” อีกฝ่ายทำท่าทางครุ่นคิด
“ อ๋อ~ ใช่ๆๆ ”
“ มันเป็บ้านหลังเก่าของข้าเองเพราะว่ามันเล็กมากเกินไปตอนนี้เลยย้ายมาอยู่ที่ด้านหลังของเมือง ”
จูเฟยฉีกยิ้มออกมาก่อนที่นางจะเริ่มเจรจาต่อทันที
“ บ้านหลังนั้นท่านลุงได้เอาไปใช้อันใดหรือไม่เ้าคะ ”
“ ไม่นะ~ ” อีกฝ่ายส่ายหัวไปมาเพื่อตอบปฏิเสธ
“ ถ้าไม่ได้เอาไปใช้อันใด แล้วถ้าได้ไปเช่าให้ผู้ใดไปหรือยังเ้าคะ ”
“ ไม่.. ”
“ ถ้าเช่นนั้นท่านปล่อยเช่าให้ข้าได้หรือไม่เ้าคะ ” จูเฟยเจรจาด้วยรอยยิ้ม
“ เ้างั้นรึ??? ” ท่านลุงที่เป็มือปราบผู้นั้นได้มองหน้าของจูเฟยอย่างฉงน คิ้วทั้งสองข้างที่ประดับอยู่บนใบหน้าได้ค่อยๆขมวดเข้าหากัน
จูเฟยไม่แปลกใจเลยที่อีกฝ่ายแสดงใบหน้าเช่นนั้นแล้วมองด้วยสายตาเช่นนั้นมันเป็เพราะว่าอีกฝ่ายนั้นเห็นนางเป็เด็กเลยพูดเื่เช่นนี้
“ ข้าเ้าค่ะ!! ” จูเฟยทำหน้าตาจริงจังขึ้นมาหลายส่วน
ท่าทางและปฏิกิริยาของยัยหนูตรงหน้ามันทำให้ตัวของมือปราบผู้นั้นถึงกับผงะนำหน้าถอยหลังไป
“ อันใดของเ้าเนี่ยยัยหนู??? ” อีกฝ่ายไม่เคยเห็นเด็กที่ใดมีท่าทางเช่นเดียวกับจูเฟย มันเลยทำให้ตัวเขานั้นรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยจึงต้องแสดงท่าทางเช่นนี้ออกมา
“ นี่เ้าพูดจริงหรือเปล่า ”
“ เ้าค่ะ!! ” นางยืนยันด้วยถ้อยคำหนักแน่นแววตานั้นก็ฉายความจริงจังออกมามาขึ้นเรื่อยๆมันทำให้สายตาของมือปราบผู้นั้นที่มองเด็กน้อยด้านหน้านั้นเริ่มเปลี่ยนไป
เขารู้สึกว่าเด็กน้อยด้านหน้าของตัวเองมันมีบางอย่างที่แปลกประหลาดและแตกต่างไปจากผู้อื่น
“ ถ้าเช่นนั้นเ้าช่วยบอกข้าหน่อยได้หรือไม่ว่าเ้าจะนำมันไปทำอันใดกัน ” เขาเริ่มเอ่ยถามด้วยท่าทางที่จริงจังขึ้นมาตอนนี้ทั้งสองเริ่มสนทนากันเหมือนกับผู้ที่สนทนาในการค้าขายหรือติดต่อบางอย่างกันจริงๆ
“ พอดีว่าทางบ้านของข้าเปิดร้านขายผักอยู่ค่ะเลยอยากจะมาติดต่อให้กับพวกเขา ตอนนี้พวกข้าค้าขายอยู่บริเวณด้านหลังของตลาดที่เป็แผงผัก ท่านเองก็น่าจะรู้จักไม่ใช่หรือเ้าคะ ”
นางคิดว่าอีกฝ่ายก็น่าจะรู้จักแผงผักของท่านยายหวังเพราะว่าอีกฝ่ายก็ทำคดีและยังเป็ผู้ที่ช่วยจับคนร้ายที่ขโมยเงินไปอีก
“ ตอนนี้ข้าเลยอยากจะให้แผนผักของท่านยายหวังขยับขยายก่อตั้งและกลายเป็ร้าน พอเช่นนั้นเลยมาลองเจรจากับท่านดูเพราะว่าเห็นบ้านหลังเก่าของท่านมันไม่มีคนอยู่แล้วก็ตั้งอยู่หน้าตลาดพอดี ”
จูเฟยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงฉะฉานไหลลื่น คำพูดคำจาของนางเหมือนกับผู้ใหญ่จริงๆเมื่อสนทนากับอีกฝ่ายก็ไม่มีจุดที่ติดขัดเลยสักนิด
อีกครั้งคำพูดของนางมาพูดออกมาแล้วมันก็ดึงดูดให้อีกฝ่ายคิดตามไปเรื่อยๆ
มือปราบผู้นั้นได้ยกมือขึ้นมารูปปลายคางของตนเองพร้อมกับขยับใบหน้าขึ้นลงตามไปด้วยจากนั้นเขาก็ได้เอ่ยออกมา “ มันมีผู้คนมาติดต่อซื้อบ้านหลังเก่าของข้าเป็จำนวนมากแต่ว่าข้าไม่ขาย ”
“ เพราะมันก็เป็เพราะว่ามันเป็สถานที่แห่งความทรงจำ ตอนนี้ถ้าเ้าอยากจะทำที่นั่นเป็ร้านผักก็สามารถให้เ้าได้เพียงแค่ในการทำสัญญาเช่าเท่านั้น ”
เพียงแค่สัญญาเช่าเพียงแค่นี้มันก็ทำให้ใบหน้าของจูเฟยฉีกยิ้มออกมาแล้ว นางพอเข้าใจเหตุผลอีกฝ่ายได้ที่ว่าไม่ขายสถานที่แห่งนั้นเพราะว่ามันเป็สถานที่แห่งความทรงจำ นางก็ยังมีความทรงจำในสถานที่ต่างๆเช่นกันดังนั้นเลยรู้ดีว่าบ้านหลังเก่าของมือปราบผู้นี้น่าจะมีความสุขมากมายถูกเก็บเอาไว้
“ ท่านจะให้ข้าเช่าแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ!!! ” นางพูดออกมาด้วยดวงตาเปล่งประกาย
“ อืม~ ” อีกฝ่ายพยักหน้า
“ ได้เ้าค่ะถ้าเช่นนั้นอีกประมาณ 2-3 วันจะให้ท่านยายหวังมาทำสัญญาเช่ากับท่าน ”
“ ได้!! ”
จูเฟยคิดว่าอย่างไรการขยับขยายร้านในครั้งนี้ท่านยายหวังก็คงจะเห็นด้วยกับนางอย่างแน่นอน ตอนนี้กิจการการขายผักของท่านยายหวังมันกำลังขยายตัวแน่นอนตอนนี้ถ้าได้ทำเลที่ตั้งที่ดีร้านผักก็คงจะสามารถทำกำไรได้มากกว่านี้อย่างแน่นอน
จูเฟยเดินกลับไปทางเดิมด้วยท่าทางของนางที่เต็มไปด้วยความราบรื่น นางะโไปมาพร้อมกับฮัมเพลงเบาๆภายในลำคอ นางรู้สึกว่าโชคชะตาเข้าข้างนางยิ่งนักเพราะว่าเหตุการณ์ เหตุการณ์ก่อนหน้านี้มันเลยทำให้นางได้รู้จักกับมือปราบผู้นี้การเจรจามันเลยดูง่ายดายไปหมด
เดินกลับมาที่ถนนเส้นหลักของเมือง พอดีธุระทุกอย่างภายในเมืองมันก็เสร็จเรียบร้อยทั้งหมดแล้วตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่เดินทางกลับไปที่สถานที่นัดหมายที่ชายชราผู้นั้นได้นัดเอาไว้เมื่อวาน
วันนี้นางต้องหาชายชราผู้นั้นเพื่อทำพิธีคำนับเป็อาจารย์ตามธรรมเนียมต่างๆของยุคนี้ แล้วสถานที่ที่ชายชราผู้นั้นนัดหมายกับนางมันก็ตั้งอยู่บริเวณนอกเมือง
นางได้เดินมุ่งตรงออกไปจากประตูเมืองจากนั้นก็ไปในอีกทิศทางหนึ่ง ปกติแล้วเมื่อออกมาจากเมืองอู่หนานถนนมันจะถูกแบ่งแยกออกเป็ 3 เส้น
โดยเส้นแรกคือเดินตรงไปเดินตรงไปจะไปพบกับสลัมนอกเมืองและบ้านของท่านยายหวัง แต่ถนนที่แยกออกไปทางซ้ายและขวาตัวของนางเองก็ยังไม่เคยเดินตรงไปว่ามันจะพาไปที่สถานที่แห่งใด
และชายชราผู้นั้นก็ได้บอกกับนางว่าให้เดินไปทางด้านซ้าย จูเฟยเดินไปตามคำบอกของชายชราผู้นั้นโดยการเดินบริเวณถนนเส้นนั้นไปสักพักแล้วก็จะพบเจอสะพานข้ามแม่น้ำขนาดใหญ่ให้เดินข้ามสะพานอันนั้นมาแล้วก็จะพบเจอกับป่าเล็กๆที่ตั้งอยู่ทางด้านขวามือ
นี่คือสถานที่ที่นัดหมายชายชราผู้นั้นให้นางเดินเข้าไปในป่านี้เขาบอกว่าให้นางเดินตรงเพียงอย่างเดียว
จูเฟยเองก็ทำเช่นนั้นนางเดินตรงเข้าไปภายในป่า ป่านี้ไม่ได้ลึกหรือว่าทึบมากนักมีแสงจากดวงอาทิตย์สาดส่องลงมาด้านล่างอยู่บ้าง และแล้วเมื่อเดินไปสักพักก็มาถึงจุดหมายของนางที่ตั้งอยู่ด้านหน้า
เมื่อหลุดออกมาจากบริเวณป่าทันทีสายลมวูบใหญ่พัดผ่านมากระทบเข้ากับร่างกายของจูเฟยจนนางต้องยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาปิดบังบริเวณใบหน้า แต่เมื่อสายลมนั้นพัดผ่านไปแขนทั้งสองข้างก็ลดลงแล้วใช้สายตาของตัวเองทอดยาวมองไปด้านหน้า
สิ่งที่อยู่ด้านหน้าทำให้ดวงตากลมโตของเด็กน้อยผู้นี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
จบตอน