ตอนที่ 19 ข้าจะสู้กับเจ้าถึงที่สุด (1)
หลี่ซินเงยหน้า ก็เห็นหลี่เฉินปกป้องนางราวกับไม่ยี่หระต่อความตายใดๆ ทว่าในยามนี้เองเยี่ยซื่อก็พุ่งไปหาหลี่จางซื่อโดยไม่ลังเลสักนิด นางจับแขนของหลี่จางซื่อไว้แน่น ทว่าต่อให้เป็นเช่นนี้ ไหล่ของหลี่เฉินครึ่งหนึ่งก็ยังคงถูกไม้กวาดตีอยู่ดี พลันหน้าเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
“พี่ใหญ่ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง” หลี่ซินรู้สึกมีอะไรมาสะกิดหัวใจนางเบาๆ ถึงแม้จะสามารถหลบไม้กวาดนี้ได้ก็ตาม
“อย่ากลัว มีพี่อยู่ ต่อให้ต้องตายก็จะไม่มีทางให้ท่านย่าตีเจ้าอีก!” หลี่เฉินส่ายศีรษะเบาๆ พลางเผยรอยยิ้มปลอบประโลมให้หลี่ซิน ครั้งนี้ ในที่สุดเขาก็ปกป้องน้องสาวได้แล้ว
“อืม ข้าไม่กลัว!” หลี่ซินผงกศีรษะหนักแน่น แววตาเจ็บปวดน้อยๆ
“เพียะ!” เสียงดังกังวานขัดจังหวะความอบอุ่นของสองพี่น้อง หลี่ซินหันไปมอง ก็พบว่าหลี่จางซื่อไม่รู้ว่าไปนั่งอยู่บนพื้นตั้งแต่เมื่อไรด้วยท่าทางจนตรอก ขณะเดียวกันท่านป้าใหญ่หวังซื่อก็กำลังยืนอยู่ข้างหน้าเยี่ยซื่อด้วยท่าทางดุดัน เห็นชัดว่าหวังซื่อตบเยี่ยซื่อ ส่วนหลี่จางซื่อน่าจะหกล้มในระหว่างที่ฉุดดึงกับเยี่ยซื่อ
“เยี่ยซื่อ สะใภ้ชั่วไร้คุณธรรมและอกตัญญูเช่นเจ้าถึงกับกล้าลงมือกับแม่สามี เจ้าไม่กลัวฟ้าดินลงโทษหรือ วันนี้ในฐานะที่ข้าเป็นสะใภ้ใหญ่ ข้าจะสั่งสอนเจ้าเองว่าสะใภ้ที่ดีควรเป็นอย่างไร!”
วันนี้หวังซื่ออยู่ดีๆ ก็ฟันร่วงไปหนึ่งซี่ นางรู้สึกคับแค้นใจเป็นที่สุด ย่อมมีความผูกแค้นในใจต่อเรือนรองที่เป็นตัวการก่อปัญหาเหล่านี้ ยามนี้เห็นว่าเยี่ยซื่อผลักแม่สามีจนล้ม ไม่มีเหตุผลใดที่นางจะไม่ออกมาระบายอารมณ์
ยิ่งกว่านั้น หวังซื่อถือว่าตนเป็นสะใภ้คนโตของเรือนใหญ่ตระกูลหลี่ ซึ่งมีอำนาจสูงสุดรองจากแม่สามี ทั้งตระกูลหลี่ควรจะฟังคำพูดของนาง การสั่งสอนบทเรียนให้สะใภ้รองนั้นถือว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
เยี่ยซื่อกุมใบหน้า ยืนนิ่งกับที่ด้วยความงุนงง ไม่เอ่ยอะไรอยู่นาน นางคิดไม่ถึง เมื่อครู่ตนแค่ต้องการแย่งไม้กวาดมาเท่านั้น กลับทำให้แม่สามีหกล้มไปแล้ว ตบฉาดนี้ของพี่สะใภ้ใหญ่ทำเอาหัวของนางเกิดเสียงดังวิ้งๆ
“ไอ้หยา สวรรค์ของข้า ลูกสะใภ้ทุบตีแม่สามี ผิดหลักธรรมชาติแล้ว เจ้ารองเอ๋ย ลูกที่แสนอาภัพของข้า เจ้าลืมตาดูสิ ดูว่าเจ้าแต่งกับสะใภ้แบบไหน นางหมายเอาชีวิตข้าผู้เป็นแม่สามี ควรตายนัก ใครจะมาตัดสินความเป็นธรรมให้แก่ข้า! ข้าอยู่ไม่ได้แล้ว!”
หลี่จางซื่อใช้อำนาจบาตรใหญ่ในตระกูลหลี่มาทั้งชีวิต ไม่คิดว่าวันนี้จะถูกเยี่ยซื่อทำให้ขายหน้าต่อหน้าสาธารณชนครั้งแล้วครั้งเล่า ยามนี้ได้ยินคำพูดของลูกสะใภ้ใหญ่ ก็พลันฉุกคิดขึ้นมาได้ จึงนั่งบนพื้นไม่ยอมลุกขึ้น ตบต้นขาร้องโอดครวญอยู่อย่างนั้น
“ท่านแม่ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ท่านแม่ ท่านแม่” หลี่ซินในตอนนี้ไม่สนใจใครอื่นแล้ว รีบก้าวไปข้างหน้าพยุงเยี่ยซื่อ เห็นนางทำหน้าเหม่อลอยก็รีบตะโกนเรียก แต่ตะโกนอยู่พักใหญ่ก็ไร้การเคลื่อนไหวใดๆ ทำให้นางโกรธในบัดดล พลันตวาดใส่หวังซื่ออย่างโมโห “หากเกิดปัญหาขึ้นกับท่านแม่ข้า ข้าจะเอาชีวิตพวกท่านทั้งหมดเลย!”
หวังซื่อใจสั่นสะท้านเมื่อถูกสายตาดุร้ายของหลี่ซินจ้องมองมา อดถอยตัวหดไม่ได้ คำด่าแช่งที่ติดอยู่ริมฝีปากฝืนกลืนลงคอไป นางรู้สึกว่า คำพูดของหลี่ซินไม่ใช่แค่คำขู่ให้นางกลัว
“เจ้ายายเฒ่าปีศาจ กล้ามารังแกท่านแม่ข้า ข้าจะสู้กับเจ้าถึงที่สุด!”
สือโถวก็เริ่มตอบโต้แล้วเช่นกัน ทันใดนั้นขาก็พุ่งศีรษะชนหวังซื่อ หวังซื่อไม่ทันป้องกัน ถูกสือโถวชนเข้า ก็รู้สึกปวดร้าวที่ข้างเอว จึงร้องโอ๊ยขึ้นมาทันที พลันตบหน้าของสือโถวไปโดยไม่คิด “เจ้าเด็กสารเลว ปีกกล้าขาแข็ง กล้าลงมือกับข้ารึ โอ๊ย เอวของข้า”
เสียงเพียะดังขึ้น ดวงหน้าซีดเหลืองของสือโถวในแต่เดิมถูกฝ่ามือนี้ตบจนเกิดเป็นรอยนิ้วทั้งห้า สือโถวจ้องหวังซื่ออย่างชิงชัง ดวงตาลุกเป็นไฟด้วยความโกรธ สองมือกำหมัดแน่น มีความคิดอยากจะฆ่าคนขึ้นมาแล้ว
“โอ๊ย! ยังกล้าจ้องข้าอีก คอยดูข้าจะตีไอ้ลูกหมามีพ่อแต่ไม่มีแม่สั่งสอนเช่นเจ้าให้ตายไปเลย!”
หวังซื่อเห็นว่าเขายังกล้าจ้องมองตนอีก ก็ระเบิดอารมณ์ทันที พลันง้างมือจะตีอีก แต่มือกลับถูกอีกมือหนึ่งคว้าไว้กลางอากาศ
“เจ้ากล้ารึ!” ครั้งนี้หลี่ซินโมโหเข้าแล้วจริงๆ จึงลงมืออย่างไม่ยั้งไมตรี คนเหล่านี้ทำร้ายครอบครัวที่นางสาบานว่าจะปกป้องต่อหน้าตนซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่เป็นเพราะนางบกพร่องในหน้าที่ สิ่งนี้ยิ่งทำให้นางทนไม่ได้
“โอ๊ย โอ๊ยมือของข้า ข้าเจ็บจะตายแล้ว โอ๊ย! ช่วยด้วย ฆ่าคนแล้ว ฆ่าคนแล้ว ไอ้หยา!”
หวังซื่อเจ็บจนต้องก้มตัวลง พลางยื่นมือไปแกะมือของหลี่ซินออก และร้องตะโกนให้ช่วยโหวกเหวกด้วยท่าทีเจ็บปวด ท่าทางแบบนั้นดูน่าขันอย่างยิ่ง ทว่าหลังจากนั้นหลี่ซินกลับล้มลงกับพื้นและหมดสติไปอย่างไร้ลางบอกเหตุใดๆ ดูท่าทีแล้วคงเพราะถูกหวังซื่อผลักล้มลงอย่างแรง
เยี่ยซื่อรีบไปด้านหน้าและช่วยพยุงหลี่ซินขึ้นมาพิงที่อ้อมอกของตนน้ำตาไหลพราก ปากเอาแต่ตะโกนไม่หยุด “ซินเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไป ซินเอ๋อร์ เจ้าตื่นสิ อย่าทำให้แม่ตกใจ…”
หวังซื่อรูปร่างสูงใหญ่เป็นทุนเดิม หากเมื่อเทียบกันแล้วหลี่ซินผอมบางร่างเล็ก แม้จะอายุสิบสี่ปีแล้ว แต่เพราะขาดสารอาหารมานานจึงดูเหมือนเด็กที่อายุสิบเอ็ดสิบสองปีเท่านั้น ดังนั้น การที่หวังซื่อร้องโวยวายเช่นนี้จึงกลายเป็นยิ่งแสร้งทำยิ่งมองออกอย่างเห็นได้ชัด
ความจริงแล้วหลี่ซินรู้ตัวเองดีที่สุด เมื่อครู่ตนแอบใช้พลังออกไป มือของหวังซื่อนั้นดูผิวเผินไม่เป็นอะไร แต่ข้างในต้องปวดอย่างน้อยไปอีกนานเป็นเดือนๆ ส่วนตัวนางที่เป็นลมนั้นก็แค่แสร้งทำเท่านั้น
“เจ้ายายเฒ่าปีศาจ ข้าจะฆ่าเจ้า!” สือโถวเห็นพี่หญิงเพื่อช่วยตนกลับถูกหวังซื่อผลักจนล้มหมดสติก็เดือดดาลเป็นฟืนเป็นไฟทันที เขาคำรามเสียงดังอย่างกับลูกวัว พุ่งไปข้างหน้าโดยไม่สนใจใครพร้อมกับรวบมือของหวังซื่อไว้และกัดเข้าไปเต็มแรง