"หา?...สะกดจิตเนี่ยนะ"ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยความสงสัยขณะมองเพื่อนสนิทั้แ่สมัยเด็กด้วยสีหน้าปลาตาย "ยัยบ๊อง...ฉันว่าเธออ่านนิยายมากไปแล้วล่ะ สะกดจิตมีจริงที่ไหน"
หญิงสาวตัวขาวผ่องที่มีใบหน้าน่ารักราวกับกระต่ายพองแก้มอย่างขัดใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็สีหน้าออดอ้อนกระพริบตาปริบๆใส่เพื่อนสมัยเด็กอีกครั้ง
"เถอะน๊า~ ทัพจ๋า เพื่อนคนดีของฟ้า เล่นขำๆเองนะ"เพียงฟ้ากล่าว
จอมทัพมองเพื่อนสาวตัวดีที่ซุกซนชอบหาอะไรแปลกๆมาเล่นด้วยความปลงตก เขาถอนหายใจออกมาจนสุดปอด มองดวงตากลมโตเหมือนกระต่ายที่กระพริบตาจ้องมองเขาอย่างออดอ้อนด้วยความท้อใจ สุดท้ายก็ใจอ่อนยอมพยักหน้าตกลงไปจนได้
ใครใช้ให้เขาแพ้ลูกอ้อนแบบนั้นกันล่ะ
จอมทัพถูกเพียงฟ้าลากมานั่งเก้าอี้อย่างกระตือรือร้น ใบหน้าหวานยิ้มกว้างอย่างซุกซนขณะเดินไปหยิบอุปกรณ์สำหรับการสะกดจิตออกมาจากตู้เก็บของ แน่นอนว่าเป็อุปกรณ์ที่เธออ่านเจอจากในหนังสือมือสองที่บังเอิญได้มาเมื่อไม่กี่วันก่อน
กำยานกลิ่นหอมฟุ้งที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายถูกจุดขึ้น พร้อมกับเสียงตอกแต่กของลูกตุ้มโมเมนตัมที่คลออยู่ข้างหูเป็จังหวะ จอมทัพถูกเพียงฟ้าจับนั่งเอนตัวพิงบนโซฟาในท่าทีสบายที่สุด
เพียงฟ้านั่งลงตรงข้ามกับจอมทัพ ในมือของเธอมีลูกตุ้มกลมๆลูกหนึ่ง เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วหญิงสาวก็เริ่มแกว่งลํกตุ้มในมืออย่างช้าๆเป็จังหวะเดียวกับลูกตุ้มโมเมนตัมที่กำลังกระแทกกันไปมาเป็จังหวะ
จอมทัพมองตามลูกตุ้มที่ถูกแกว่งเป็จังหวะอย่างรู้หน้าที่ จมูกเต็มไปด้วยกลิ่นหอมชวนผ่อนคลาย โดยมีเสียงนุ่มนวบของเพียงฟ้าและเสียงต่อกแต่กดังเป็พื้นหลัง
"มองลูกตุ้มไว้... ทุกครั้งที่ลูกตุ้มแกว่งไปทางขวา ทัพจะรู้สึกผ่อนคลาย...ทุกครั้งที่ลูกตุ้มแกว่งไปทางซ้าย... จะรู้สึกตัวเบาลง เบาขึ้น..."เสียงนุ่มนวลของเพียงฟ้าดังขึ้นเรื่อยๆ จอมทัพฟังเสียงนั้นซ้ำไปซ้ำมาขณะที่ดวงตาก็ยังไม่ละไปจากลูกตุ้ม
ดวงตาจอมทัพเริ่มรู้สึกหนักขึ้นอย่างช้าๆ ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและเบาโหวงราวกับกำลังลอยอยู่อย่างน่าประหลาด จิตใจที่ก่อนนี้เต็มไปด้วยความไม่เชื่อตอนนี้ถูกบรรยากาศรอบตัวค่อยๆดึงเข้าสู่ภวังค์อย่างไม่รู้ตัว ในตอนที่สติกำลังจะหายไปโดยสมบูรณ์ จอมทัพได้ยินเสียงเนิบนาบนุ่มนวลของเพียงฟ้ากระซิบอย่างแ่เบาแต่กลับก้องกังวาลและมีอำนาจบางอย่างแบบที่เขาอธิบายไม่ได้
.
.
.
"เป็ไงบ้าง"เสียงกระตือรือร้นของเพียงฟ้าดังขึ้นเรียกสติที่จมอยู่กับการมองลูกตุ้มที่แหว่งไปมา
ตรงหน้าเขาปรากฏใบหน้าที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเพียงฟ้า จอมทัพรู้สึกสับสนเล็กน้อยเขารู้สึกเหมือนว่าก่อนหน้านี้เหมือนจะได้ยินเพียงฟ้าพูดอะไรสักอย่างแต่กลับจำไม่ได้
"เป็ไงนายรู้สึกตกอยู่ในภวังค์แบบที่ฉันอ่านในหนังสือไหม"เสียงสดใสของเพียงฟ้าดึงความสนใจของจอมทัพกลับมาอีกครั้ง
จอมทัพแสยะยิ้มล้อเลียนก่อนจะยกมือยีหัวที่ถักเป็เปียไว้หลวมๆของเพียงฟ้าอย่างหยอกเย้า "พะวง ภวังค์อะไรเล่า มีแต่ง่วงน่ะสิ เสียงเธอยังกับตอนนั่งฟังอาจารย์สอน"
"โธ่ อะไรกัน ก็ทำตามหนังสือทุกอย่างเลยนะ"ได้ยินคำตอบเพียงฟ้าก็ทำหน้าห่อเหี่ยวก่อนจะทำตัวไหลนอนไถลนอนไปกับเตียงนอนอย่างหมดแรง
"ฮ่าๆๆ ฉันบอกแล้วว่าสะกดจิตเนี่ยมันไม่มีจริง"จอมทัพอ้าปากหาวหลังพูดจบ รู้สึกว่าเปลือกตาหนักอึ้งยังไงชอบกล "ว่าแต่นี่กี่โมงแล้ว"
"5 โมงตรงเป๊ะ อ่ะ! ตอนนี้เป็ 5 โมงหนึ่งนาทีแล้วล่ะ ฮี่ๆๆ"เพียงฟ้าตอบกลับอย่างขี้เล่นจนจอมทัพต้องยิ้มขำ เหลือบมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็สีส้มก็ขอตัวกลับบ้าน โดยมีเพียงฟ้าเดินออกมาส่ง
"ไปล่ะ อย่าลืมทำงานส่งอาจารย์ล่ะ ยัยจันทร์บอกให้เตือน..."ก่อนเดินกลับบ้านที่ห่างกันแค่ไม่กี่ก้าว จอมทัพก็ไม่ลืมที่เอ่ยเตื่อนเพื่อนสนิทเื่งาน
เพียงฟ้าฟังแล้วก็ทำหน้าบึ้งยกมือปิดหูทำทีเป็ร้องเพลงเสียงดังไม่รับฟังจนจอมทัพต้องส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจกับนิสัยของเพื่อนสาว
จอมทัพโบกมือลาอีกรอบ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูเดินเข้าไปในบ้านที่มืดสนิทที่อยู่ถัดออกไปจากบ้านของเพียงฟ้าแค่ไม่กี่ก้าว
อ้าปากหาวอีกรอบ ก่อนจะคลำกำแพงเพื่อเปิดไฟ ่นี้พ่อแม่ของเขาไม่อยู่เพราะต้องไปดูงานที่ต่างจังหวัด ทั้งบ้านจึงเหลือเขาอยู่ตัวคนเดียว ส่วนเพียงฟ้าแม่ของเธอจะกลับมาจากที่ทำงานราวๆทุ่มกว่า
ชายหนุ่มเดินขึ้นไปยังห้องตัวเองที่ชั้นสองด้วยท่าทางง่วงงุน ไม่รู้ทำไมจู่ๆถึงง่วงขึ้นมา ทั้งง่วงทั้งเหนื่อยรู้สึกเพลียๆเหมือนตอนเล่นบาสในวิชาพละแล้วไปเรียนวิชาเลขต่อไม่มีผิด
ร่างสูงโปร่งเดินมาจนถึงห้อง ทันทีที่เห็นเตียงนอน จอมทัพก็ล้มตัวลงนอนแผ่บนเตียงดังตึง ดวงตาคมปรือลงอย่างไม่อาจห้าม สุดท้ายก็เข้าสู่ห้วงนิทราไปโดยไม่ทันได้สังเกตุเลยว่าเสื้อนักศึกษาที่ตนเองกำลังใส่อยู่กลับด้าน และบนต้นคอปรากฏรอยแดงจางๆเหมือนแมลงกัดประดับอยู่สองสามรอย
เพียงฟ้ามองแสงไฟในบ้านของจอมทัพที่สว่างแล้วก็ดับไปในเวลาไม่นานก็อมยิ้มจนแก้มปริ เธอหันหลังเดินกลับเข้าบ้านพร้อมด้วยเสียงฮัมเพลงเบาๆในลำคอ
ร่างบางสะโอดสะองเดินเข้าห้องนอนอย่างอารมณ์ดี เสื้อผ้าที่ถูกถอดทีละชิ้นเผยให้เห็นร่างกายขาวผ่องที่มีสัดส่วนโค้งเว้าสวยงาม
เพียงฟ้ามองใบหน้าตนเองที่สะท้อนในกระจกด้วยสีหน้ายิ้มกริ่มที่ขนาดเธอเองยังมองว่าเ้าเล่ห์ ขณะหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าไปชำระร่างกายในห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี
"จากนี้เมื่อฉันพูดว่า 'play time' นายจะตกอยู่ในภวังค์ และเมื่อฉันบอกว่า 'game over' นายจะตื่นขึ้นมาโดยจำอะไรในตอนที่ถูกสะกดจิตไม่ได้ เข้าใจไหม"
"อืม..."
"ถ้างั้น...เรามาเริ่มจากจูบก่อนก็แล้วกัน"
เพียงฟ้าที่กำลังอาบน้ำอย่างสบายใจอดไม่ได้ที่จะยิ้มขำเมื่อนึกถีงประโยคที่จอมทัพบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าการสะกดจิตไม่มีจริง
"แล้วใครที่ไหน โดนฟ้าสะกดจิตจนเสียจูบแรก แถมยังโดนทำรอยเต็มคอล่ะนั่น..."