“เอ่อ…..” ยามรักษาความปลอดภัยทำหน้างงๆ เป็เพื่อนของประธานหยาง? ไม่มีเงินค่ารถ? นี่นายเป็เพื่อนกันจริงๆหรือเปล่าเนี่ย ส่วนตัวเขาก็เป็แค่ยามเฝ้าประตูจะมีสิทธ์อะไรที่ไปเรียกเธอลงมา! จะล่าสุดที่เจอหน้ากันก็ผ่านมานานโข
“ทำไมล่ะ?” พอเห็นยามทำท่าทางมึนๆ เฉิงหยู่ ก็ขมวดคิ้ว
“เอ่อ คุณผู้ชายชื่ออะไรหรือครับ ผมจะไปที่ประชาสัมพันธ์สอบถามให้” เนื่องจากเป็ยามในบริษัทใหญ่ขนาดนี้ จึงห้ามดูถูกคนอื่นเด็ดขาด เพราะคนใหญ่คนโตหลายคนก็ไม่สามารถมองจากเสื้อผ้าลักษณะภายนอกได้ แต่สำหรับ เฉิงหยู่ มาในชุดวอร์ม ซึ่งมันค่อนข้างจะดูผิดปกติไปสักหน่อย ตอนนี้เลยไม่รู้ว่าจะเอายังไงและก็ไม่กล้าถึกทักไปก่อน ว่าอีกฝ่ายเป็เพื่อนกับประธานหยางจริงหรือเปล่า?
“ผมชื่อ เฉิงหยู่ คุณแค่บอกว่าผมนั่งรถมาแล้วไม่มีเงินจ่าย ให้เธอช่วยลงมาจ่ายเงินให้ผมก็พอ”
พอได้ยินที่ เฉิงหยู่ พูด ก็สะดุ้งขึ้นมา เพียงแต่หวังว่าเ้าหนุ่มนี้จะเพื่อนกับเธอจริงๆ ไม่งั้นเกรงว่าตัวเองอาจจะถูกไล่ออก
พอเห็นยามรีบไปที่แผนกประชาสัมพันธ์ คนขับที่อยู่ข้างๆก็แสดงท่าทางแปลกๆไปนิดหน่อย ขณะคิดว่าเ้าหนุ่มนี่จะเป็เพื่อนกับประธานแห่ง หว่านเหม่ยกรุ๊ป จริงๆหรอ โลกนี้มันช่างแปลกประหลาดจริงๆ คงไม่สามารถมองคนได้จากภายนอก
ผ่านไปครู่หนึ่ง ยามก็กลับมา “คุณเฉิงครับ เมื่อกี้ผมไปติดต่อให้แล้ว เดี๋ยวอีกสักครู่ เลขาหลัน จะลงมารับครับ” พี่ยามรู้สึกโล่งอก โชคดีที่เขาไม่ได้ทำกิริยาหยาบคายออกไป ไม่งั้นคงจะต้องกลายเป็เื่ใหญ่แน่ นึกไม่ถึงว่าจะมีพยัคฆ์ซ่อนตัวในเมฆหมอก เห็นทีครั้งหน้าต้องลับสายตาให้เฉียบคมกว่านี้
ประมาณสามนาที มีคนลงมาใส่แว่นตากรอบดำสนิท เสื้อเชิ๊ตสีขาว และกระโปรงสีดำตรงมาหาทางเขา
“ท่านไหนคือ คุณเฉิงค่ะ” น้ำเสียงเรียบง่าย ภายใต้ความงามนั้น เห็นก็รู้แล้วว่าเป็ผู้หญิงที่ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ช้าหลันจื่อซาน ก็จ้องไปที่คนทั้งสอง
“ผมเอง”
“ทั้งหมดเท่าไหร่ค่ะ?” เลาขาหลัน ถามต่อ
เฉิงหยู่หันหน้าไปหาคนขับรถ คนขับเวลานี้กำลังเหม่อลอย “เอิ่ม ทั้งหมดหกสิบแปดหยวนครับ” คนขับตอบไปโดยไม่ทันตั้งตัว เมื่อครู่เห็นสาวสวยมาปรากฏตรงหน้า จึงนิ่งค้างไปชั่วขณะ ผู้หญิงคนนี้ช่างงดงามเหลือเกิน แถมยังแต่งตัวดีมาก รูปร่างก็จัดว่าเด็ด ที่สำคัญทั่วทั้งตัวยังมีหอมอ่อนๆโชยออกมา จนสามารถสะกดผู้คนไว้
หลันจื่อซาน ก็นำเงินออกมาหนึ่งร้อย ยื่นให้กับคนขับรถ คนขับก็เตรียมเศษเงินออกมานับเพื่อที่จะทอนเงินให้กับเธอ แต่พอทอนเงินกลับไป เฉิงหยู่ก็ยื่นมือมาคว้าเอาไว้ ก่อนจะเก็บใส่เข้ากระเป๋าของตัวเอง
บ้าบอ! ตอนนี้ในตัวฉันไม่มีเงินสักแดง ทำไมถึงจะไม่เอา? พอเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หญิงสาวก็คิ้วขมวด แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ไม่อยากสนใจเงินแค่สามสิบกว่าหยวน แต่ปัญหาคือการกระทำของ เฉิงหยู่ ที่ไร้ซึ่งมารยาท เงินนี้แม้จะไม่มากมายอะไร แต่การกระทำเขาช่างน่าเกลียดจริงๆ หนำซ้ำยังปราศจากความลังเล
เฉิงหยู่ ก็ไม่สนใจต่อสิ่งที่เขาทำ เพียงเดินตรงเข้าไปด้านในของออฟฟิศ หลันจื่อซาน ก็รีบตามเขาขึ้นไป
ทั้งสองอยู่ในลิฟท์ด้วยกัน เฉิงหยู่ ก็จ้องมอง สาวสวยคนนี้ แล้วก็ยิ้มออกมา “คนสวย ลืมถามอะไรไปอย่าง เธอชื่ออะไรหรอ ? เมื่อกี้ขอบคุณมากนะ ให้ผมเลี้ยงข้าวสักมื้อไหม”
“หลันจื่อซาน ค่ะ กินข้าวไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันก็แค่ทำตามหน้าที่ของฉันเท่านั้น” หญิงสาวนั้นตอบคำถามอย่างสุภาพ
“อืม เป็ชื่อที่ดี ถึงแม้จะเป็คำสั่งของ ลั่วเซวียะ แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณเธอมาก ถ้าไม่ได้เลี้ยงข้าวตอบแทนฉันคงไม่สบายใจ รู้หรือเปล่า? ว่าฉันไม่ค่อยชอบติดหนี้บุญคุณใคร ถ้าไม่ได้ตอบแทน คงกินไม่ได้ นอนไม่หลับ มันทรมานเอาเื่เลย” เฉิงหยู่ มองหน้าหญิงสาวแล้วทำท่าไม่สบายใจ
หลันจื่อซาน เห็น เฉิงหยู่ แบบนี้แล้ว “ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง แต่ยังไงฉันก็ยังไม่รับปากนะค่ะ ยังไงก็ขอขอบคุณสำหรับคำชวน ถ้าหากว่าอยากจะขอบคุณควรไปขอบคุณประธานหยางดีกว่าค่ะ”
นี่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า หญิงสาวคนนี้ค่อนข้างที่จะระวังตัว และไม่หลงกลคำพูดของ เฉิงหยู่ ง่ายๆ
“ถ้างั้นฉันจะตอบแทนเลี้ยงข้าวพวกเธอทั้งคู่เลยดีไหมล่ะ” เฉิงหยู่ ยังคงตื้อ เพื่อที่จะทำลายกำแพงที่แข็งแกร่งลง
“คุณไปพูดกับประธานเอาเองเถอะค่ะ” ลิฟท์ก็ขึ้นมาถึงแล้ว หญิงสาวก็เดินออกจากลิฟท์มาก่อน
เมื่อจับจ้องร่างเธอที่เดินส่ายอ้อนแอ้นไปมา เฉิงหยู่ก็ทำท่าผิวปาก ไม่ช้าก็เร็ว เธอจะต้องสยบต่อหน้าฉัน
ชั้นนี้ทั้งชั้นก็คือห้องทำงาน เฉิงหยู่ ตาม หลันจื่อซาน ไปที่ด้านหลังของห้องโถง ด้านในมีสาววัยรุ่นยืนอยู่ พอเห็นหน้า เฉิงหยู่ เธอก็ทำท่าทางหงุดหงิด ที่จริงแล้วเธอก็คือ ลั่วเซวียะ ทำไมออฟฟิศนี้มีแต่สาวๆสวยๆกันนะ นี่มัน์ของผู้ชายชัดๆ ช่างเยี่ยมยอดซะเหลือเกิน ถ้าได้มาทำงานกับ ลั่วเซวียะทุกวันๆแบบนี้ แถมยังมีเลขาหลัน สาวสวยคอยตามรับใช้ ต่อให้ไม่ใช้ยาอายุวัฒนะ ก็สามารถอายุยืนได้!
ขณะนั้นในห้องโถงนั้น ก็มีห้องทำงานอยู่ ้ามีแผ่นป้ายแขวนไว้ว่า “ประธานบริษัท” หลันจื่อซาน ก็เคาะประตู ด้านในมีเสียงตอบรับ “เข้ามาได้!”
“ประธานค่ะ ดิฉันพาคุณเฉิงมาพบแล้วค่ะ”
“อืม เธอออกไปก่อนเถอะ” หยางลั่วเซวียะ เงยหน้าขึ้นมา พูดกับ หลันจื่อซาน
“ฮ่าๆ ลั่วเซวียะ ไม่ได้เจอเธอตั้งนานสวยขึ้นนะเนี่ย ฉันอิจฉาแทนผู้หญิงคนอื่นจริงๆ” เฉิงหยู่ เห็นว่า เลขาหลัน ออกจากห้องทำงานไปแล้ว ก็ยิ้มขึ้นพลางเดินเข้าไปที่โต๊ะทำงานเพื่อกล่าวทักทาย
“นายถ่อมาถึงที่นี่เพื่อมาชมฉันงั้นหรือ?” หยางลั่วเซวียะ พูดกับ เฉิงหยู่
“แน่นอนว่าไม่ใช่ วันนี้ที่ฉันมาหาเธอนั้นก็เพราะฉันคิดถึงเธอ ดูสิพวกเราไม่ได้เจอกันตั้งหลายวัน ไม่ได้พบกันวันเดียวก็เหมือนผ่านไปสามฤดู พวกเราห่างเกินเหินกันเกินไป จึงจำเป็ต้องกระชับความสัมพันธ์กันซะบ้าง และฉันก็ไม่อยากขัดความประสงค์ของคุณปู่เธอซะด้วยสิ”
“เชอะ คุณปู่ฉันรับปากอะไรกับนาย ? อย่ามาพูดลอยๆฉวยโอกาส”
“ถึงแม้คุณปู่จะไม่ได้พูดอะไร แต่แค่มองตาพวกเขาฉันก็พอเดาออก ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่”
“เอาเถอะ ถ่อมาถึงที่นี่ มีธุระอะไรก็รีบพูดมา ?” หยางลั่วเซวียะ รู้ว่า เฉิงหยู่ มาถึงนี่ต้องมีเื่อะไรบางอย่างเป็แน่ บางทีอาจหนีไม่พ้นเื่สินค้าที่จะวางจำหน่าย
“สินค้าของพวกเราเป็ยังไงบ้าง ? เมื่อไหร่ถึงจะออกจำหน่าย?”
“สินค้าตัวทดลองทำออกมาแล้ว ตอนนี้อยู่ในกระบวนการรวบรวมข้อมูลเสียงตอบรับ ประมาณสองสามวันนี้ก็คงคืบหน้า ถ้าหากว่าไม่มีปัญหาอะไร อาทิตย์หน้าก็เริ่มกระจายสู่ตลาด”
“เอิ่ม คือว่า ตอนนี้ฉันไม่มีเงินติดตัวเลย ให้ฉันเบิกเงินหน่อยสิ!”
“อะไรกันเนี่ย ? ฉันไม่ใช่ธนาคารส่วนตัวของนายนะ เมื่อกี้นายติดหนี้ฉันร้อยหนึ่ง ? จำได้หรือเปล่า”
“ลั่วเซวียะ ได้ยินเธอพูดเช่นนี้ฉันก็เสียใจแย่ อันที่จริง ด้วยความสัมพันธ์ของเราตอนนี้ เงินเป็ของนอกกายเราสามารถร่วมแบ่งปันกันได้นิ แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะขี้เหนียวแบบนี้” เฉิงหยู่ พูดด้วยน้ำเสียงเ็ป
“ให้มันน้อยๆหน่อย ความสัมพันธ์ของพวกเราเป็ยังไง? แล้วทำไมต้องแบ่งปันร่วมกับนาย”
“งั้นก็ได้ เธอยังติดหนี้ฉันอยู่นะ”
“ฉันพูดไปแล้วนิ ปู่ของฉันยังอยู่ใน่สังเกตุอาการ ใครจะไปรู้ว่าหายจริงหรือเปล่า เพราะฉะนั้นค่อยมาพูดภายหลัง”
“พูดจาบ่ายเบี่ยงได้ทุกที งั้นก็ได้! ฉันไม่อยากได้จูบของเธอแล้วล่ะ เธอจ่ายค่าตอบแทนฉันมาส่วนหนึ่งก่อนล่ะกัน” เฉิงหยู่ รู้ว่ายังไงก็คงไม่ได้รับจูบนั้น จึงตัดสินใจเอาเงินดีกว่า
“นายรู้อะไรไหม? เกิดเป็ชาย ต้องหัดมีสัจจะ ถ้าพูดแล้วต้องทำตามที่สัญญาไว้ให้ได้ ลองคิดดู ผู้หญิงคนไหนจะชอบผู้ชายที่ไม่ตามสัญญากัน?” ในที่สุดตัวเองก็หลุดพ้นสักที หยางลั่วเซวียะ ดีใจมาก ั้แ่ที่รู้จัก เฉิงหยู่ มา ตนเองมักเป็ฝ่ายเสียเปรียบเสมอ ครั้งนี้ต้องหาโอกาสเอาคืนซะบ้าง
“ยังงี้ก็หมายความว่าจะให้ฉันเป็ผู้ชายของเธอ?”
“ฉันเปล่าพูดสักหน่อย”
“ไอ้หยา! งั้นเห็นทีฉันคงต้องไปหาหุ้นส่วนที่อื่นเพื่อจะเบิกเงินซะแล้วล่ะ” เฉิงหยู่ รู้แล้วว่าตอนนี้ชีวิตเขาขึ้นอยู่กับ หยางลั่วเซวียะ ตัวเองก็ไม่มีทางพูดอย่างอื่นเพื่อจะเรียกเอาเงิน จึงตัดสินใจข่มขู่ก่อนหันหลังเตรียมจากไป
“หยุดก่อน!” ได้ยินคำที่ เฉิงหยู่ พูดทิ้งท้าย หยางลั่วเซวียะ ก็รีบะโขึ้น
“ทำไม ? มีธุระอะไรอีก ?” เฉิงหยู่ หันหน้ากลับมาพูด
“เมื่อกี้ที่พูดน่ะหมายความว่ายังไง?”
“นายจะไปร่วมมือกับคนอื่นหรอ ? กับใคร ?”
“อ่อ ก็ไม่มีอะไรมาก แค่เมื่อสองวันก่อนฉันไปช่วยคนโดยไม่ตั้งใจ เมื่อวานเขาจึงมาหาฉัน เพราะหวังว่าจะร่วมงานกัน” เฉิงหยู่ แต่งเื่โกหก
“บริษัทอะไร?” หยางลั่วเซวียะ สบตา เฉิงหยู่ เพื่อจะดูว่าเขาพูดโกหกหรือเปล่า
“เหมือนจะชื่ออะไรสักอย่างที่เกี่ยวบริษัทยา” เฉิงหยู่ คิดไม่ทัน บ้าเอ๊ย โชคดีที่นั้งรถมาแล้วเห็นป้ายข้างทางพอดี ก็เลยเอาอันนั้นแหละ
“หัวเสิ้งเภสัชกรรม?” หยางลั่วเซวียะพูดออกมา
“ใช่ๆๆ นั้นล่ะๆ”
“นายร่วมมือกับพวกเขาจริงๆหรือ? นายให้ยาอะไรไปล่ะ?”
“ยาอายุวัฒนะไงล่ะ!”
“นายให้พวกเขาไปแล้วจริงๆหรือ?” หยางลั่วเซวียะ เริ่มหน้านิ่วคิ้วขมวด
“แน่นอนว่าให้ตัวยาไปแล้ว” เฉิงหยู่ ก็ไม่ลังเลที่จะตอบ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ก็แถให้สุดไปเลย
“นายนี่เลวจริงๆ! ทำไมนายถึงไปให้ยานั้นกับพวกเขา” พอยืนยันได้แล้ว หยางลั่วเซวียะ ก็ไม่อาจสงบใจ จ้องหน้าด่า เฉิงหยู่
“ทำไมจะให้ไม่ได้ล่ะ พวกเขาใจกว้างจะตายไป ไม่เพียงแต่เสนอส่วนแบ่งให้เยอะกว่า แต่ยังพร้อมจะจ่ายส่วนแบ่งล่วงหน้าเพื่อแสดงความจริงใจ หลังจากนั้นพอทำกำไรได้ก็ค่อยแบ่งส่วนที่เหลือ” เฉิงหยู่ พูดถึงสิ่งที่เขา้า หึ ถ้าไม่ไว้หน้าฉัน ก็ต้องเจอแบบนี้
“แค่ส่วนแบ่งเล็กน้อยก็ยอมให้พวกเขาไปแล้วหรอ?” พอได้ยินแบบนี้ หยางลั่วเซวียะ ก็พูดแบบเซ็งๆ
“ชิ เมื่อกี้ใครเป็คนพูดล่ะว่าพวกเราไม่มีความสัมพันธ์ต่อกัน” เฉิงหยู่ พูดอย่างไม่ใยดี คล้ายกับการเอาคืน เพราะเมื่อครู่เธอเองก็ไม่ไว้หน้าเขาเหมือนกัน
“เมื่อกี้ฉันแค่พูดเล่นๆ ว่าแต่นายเซ็นสัญญากับพวกเขาแล้วหรือยัง ?”
“ยังหรอก! แต่ว่าตอนนี้ฉันตั้งใจว่าจะไปทำสัญญา” เฉิงหยู่ พูดแล้วก็หันตัวออกไปอีกครั้ง
“รอเดี๋ยวสิ งั้นฉันจะจ่ายส่วนแบ่งให้นายก่อน ตอนนี้พวกเรามาตกลงร่วมทำสัญญากัน” พอเห็น เฉิงหยู่จะเดินออกไปเธอก็รีบห้ามไว้
“ไม่ได้หรอก เธอพูดเองเมื่อกี้ ลูกผู้ชายเมื่อพูดไปแล้วต้องทำตามสัจจะ ดังนั้นพูดอะไรออกมาก็ต้องรับผิดชอบ ถ้าทำไม่ได้ก็เท่ากับเสียสัจจะ ผู้ชายที่ไร้สัจจะ ไม่คู่ควรเกิดมาเป็ชาย ”
หยางลั่วเซวียะ แทบจะคลั่งจนอยากจะรีบตรงไปอุดปาก เฉิงหยู่ ซะเดี๋ยวนั้น ช่างเป็ผู้ชายที่เ้าคิดเ้าแค้นจริงๆ ดันเอาคำพูดตัวเองมาย้อนทำร้าย
“นั้นมันก็ต้องดูที่คนด้วย นายไม่คุ้นเคยกับพวกเขา ระวังที่จะโดนหลอกได้ง่ายๆ แต่พวกเราเป็สหายกัน ขอเพียงแค่นายยินยอม พวกเราก็เซ็นสัญญาร่วมมือกันได้เลย”
จบตอน