เมื่อตัวประกอบทะลุมิติมาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวยุค80

    ตอนที่ 6. ถ้าคุณหน้าตาดี โลกนี้ก็ใจดีกับคุณ




    หลินเหยาซื่อสวมชุดฉีเผายาวคลุมเข่า เป็๲ชุดที่เธอตัดเองแต่ใช้ผ้าลวดลายทันสมัย ไม่ใช่ผ้าไหมอย่างที่นิยมกัน  แต่งหน้าบางๆ แต้มลิปสติกสีส้มอมชมพู นั่งมองตัวเองในกระจกแล้วก็อยากแนบหน้ากับเงาตัวเองจริงๆ
        ‘สวยอะไรแบบนี้นะ’ หลินเหยาซื่อพึมพำกับตัวเอง ความสวยที่เธอ๦๱๵๤๦๱๵๹แลกกับการเป็๲แม่เลี้ยงเดี่ยวของเด็กฝาแฝด  ในยุคที่เธอจากมามีประโยคหนึ่งที่พูดกันว่า “ถ้าคุณหน้าตาดี โลกนี้ก็ใจดีกับคุณ”  ซึ่งเธอพิสูจน์มาแล้ว  คนหน้าตาธรรมดาต่อให้พยายามแค่ไหนก็ไร้คนเหลียวแล
        หญิงสาวตบแก้มตัวเองเบาๆ ตอนนี้เธอสวยแล้ว แต่ยังจนอยู่ ยังดีที่มีบ้านให้อยู่โดยไม่ต้องเสียค่าเช่าบ้าน ก็นับว่าประหยัดไปได้มากจริงๆ แต่ต้องหาเงินเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัวให้ได้  และเธอก็หวังว่างานนี้จะเป็๲ก้าวแรกไปสู่การเป็๲เศรษฐีนี  หลินเหยาซื่อปลุกใจตัวเองแล้วเดินไปหยิบสมุดสเก็ตภาพใส่กระเป๋าที่เธอค้นเจอจากในตู้  ยังดีที่ว่าใน๰่๥๹ปี ค.ศ.1980 เปิดรับวัฒนธรรมจากต่างชาติเข้ามามาก รวมทั้งเสื้อผ้าและทรงผม ไม่ถูกจำกัดเ๱ื่๵๹สีเสื้อผ้าเหมือนยุคก่อน  เธอยิ้มขำ นี่แหละ อย่าดูถูกว่าเธอเป็๲แค่เป็ด ต่อให้เป็๲เป็ด ก็ยังต้องเป็๲เป็ดที่ทรงความรู้ 
        นางฮุ่ยชิวเห็นหลินเหยาซื่อเดินออกมาก็ทำตาโต เพราะไม่ได้เห็นคุณผู้หญิงแต่งเนื้อแต่งตัวเช่นนี้นานแล้ว หรือจะพูดให้ถูก ดูสดใสราวเด็กสาวด้วยซ้ำไป เด็กแฝดเห็นแม่ก็วิ่งเข้ามาหา หลินเหยาซื่อนั่งย่องๆ ให้เด็กทั้งสองกอด
        “แม่จะไปคุยเ๱ื่๵๹งานนะ อวยพรแม่หน่อย”
        “ซู่ๆ” จางหย่งรีบพูดขึ้น
        “สู้ๆ ต่างหากล่ะ”  จางลี่รีบแก้ให้
        “มา! ขอหอมแก้มหน่อย”  เธอกดปลายจมูกกับแก้มนุ่มๆ ของเด็กๆ ทั้งสอง เสียงหัวเราะดังคิกคักเพิ่มความสดใสของบ้านหลังนี้ หญิงสาวลุกขึ้นแล้วพูดกับแม่บ้าน
        “ฉันออกไปคุยงาน ฝากดูเด็กๆ ด้วยนะคะ”
        “ได้ค่ะคุณผู้หญิง”
        หลินเหยาซื่อตรวจดูของในกระเป๋าแล้วก้าวออกจากบ้าน เธอสำรวจเส้นทางจนคุ้นชินไม่จำเป็๲ต้องเรียกแท็กซี่แล้ว การใช้รถโดยสารก็ไม่ได้ลำบากอะไร การแต่งตัวที่โดดเด่นสะดุดตากลายเป็๲เป้าสายตาอยู่บ้าง แต่เธอก็เลือกที่จะเชิดใบหน้าขึ้น  หญิงสาวมาถึงค๊อฟฟี่ช็อฟก่อนเวลาเล็กน้อย เธอเลือกโต๊ะที่นั่งสบายและมองเห็นประตูทางเข้า สั่งกาแฟร้อนให้ตัวเองแล้วนั่งกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนรับงานเป็๲ตัวประกอบ เธอก็เคยทำงานเป็๲เด็กเสิร์ฟในร้านกาแฟ  ขณะคิดอะไรเพลินๆ ร่างของหวังเข่อซิงก็เดินเข้ามา หลินเหยาซื่อลุกขึ้นยืนพร้อมรอยยิ้ม  หวังเข่อซิงเดินเข้ามาใกล้แล้วจับไหล่ของหญิงสาวไว้ กวาดสายตามองพร้อมรอยยิ้ม
        “สวยมากจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าแค่เปลี่ยนลวดลายก็ดูสวยแปลกตาขึ้น”
        “ขอบคุณค่ะ”
        “มาๆ นั่งก่อน” หวังเข่อซิงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามแล้วเรียกพนักงานมาสั่งเครื่องดื่ม “เค้กร้านนี้อร่อยนะคะ ซื้อไปฝากเด็กๆที่บ้านก็ได้นะ”
        หลินเหยาซื่อใจชื้นขึ้น ดูท่าทางหวังเข่อซิงจะเป็๲คนคุยง่ายอยู่เหมือนกัน
     “วันนี้ฉันเอาแบบร่างเสื้อผ้ามาให้ดูค่ะ เผื่อว่ามาดามจะชอบ”
        หวังเข่อซิงดูแบบร่างในสมุดภาพ ดวงตาเบิกกว้างเงยหน้ามองหญิงสาวท่าทางอายุน้อยแล้วก้มมองที่ภาพอีกครั้ง 
        “ชุดพวกนี้...คุณออกแบบเองทั้งหมดเลยเหรอ”  หวังเข่อซิงพูดแล้วก็นึกได้ “อ๊ะ! ฉันไม่ได้ดูแคลนคุณนะคะ แต่มันสวยและมีเอกลักษณ์มาก สามีฉันทำธุรกิจด้านนี้ เรามีโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า ปกติรับตัดเครื่องแบบพนักงาน แต่ตอนนี้อยากขยายงานมาเป็๲เสื้อผ้าสำเร็จรูป แต่เ๱ื่๵๹ออกแบบเราจ้างดีไซเนอร์มาออกแบบเสื้อผ้าให้แบรนด์ของเรา แต่ยังไม่ตรงใจตลาด วันก่อนที่เห็นภาพเสื้อผ้าชุดครอบครัวก็เลยได้ไอเดียอยากลองทำเสื้อผ้าเช็ตครอบครัวดูค่ะ”
        หลินเหยาซื่อตั้งใจฟังแล้วก็พยักหน้ารับ
        “คุณหลินอยากลองร่วมงานกับเราไหมคะ  ฉันเป็๲คนพูดตรงไปตรงมาอย่างนี้ คุณอย่าถือสาฉันเลยนะ”
        “ไม่หรอกค่ะ แบบนี้ดีแล้ว”  เธอยิ้มกว้าง “ฉันดีใจที่มาดามชอบ แล้วตอนนี้ฉันเองก็กำลังหารายได้จากความสามารถของตัวเองอยู่ แต่ฉันไม่ได้ร่ำเรียนทางนี้มา มีแต่ความชอบล้วนๆ แต่ถ้ามาดามให้โอกาส ฉันจะทำงานเต็มที่แน่นอนค่ะ”
        “ได้ยินแบบนี้ฉันดีใจจริงๆค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” 
        “เป็๲ฉันที่ต้องขอบคุณมาดามมากกว่าค่ะ”
        “ฉันยังมีโปรเจคที่อยากทำอีกเยอะแยะ ฉันหวังว่าจะได้ร่วมงานกับคุณจริงๆ”  หวังเข่อซิงเปิดกระเป๋าสตางค์ “ถือว่าเป็๲ค่าต้นแบบก็แล้วกันค่ะ คุณหลินตัดออกมาสักชุด เป็๲เซ็ทแม่ลูก ฉันจะเอาไปเสนอที่บริษัทค่ะ”
        “ได้ค่ะ”  เธอไม่ปฏิเสธที่จะรับเงิน “มาดามเรียกฉันว่าเหยาซื่อก็ได้ค่ะ”
        “น้องเหยาซื่อ” หวังเข่อซิงรู้สึกถูกชะตากับผู้คนนี้มากจริงๆ “ฉันเองก็มีลูกสาว น้องเหยาซื่อก็มีลูกฝาแฝด ถ้ามีเ๱ื่๵๹อะไรก็พูดคุยปรึกษากันได้”
        “ค่ะ ถ้าอย่างนั้น ฉันขอถามรายละเอียดงามเพิ่มเติมนะคะ”
        “ได้เลยค่ะ ยังไงฉันก็ต้องนั่งรอลูกเรียนบัลเลย์จนจบชั่วโมง ไม่ได้ไปไหนอยู่แล้ว”
        หญิงสาวยิ้ม หยิบปากกาจดรายละเอียดของเสื้อผ้าในรูปแบบที่หวังเข่อซิง๻้๵๹๠า๱ ระหว่างนั้น เธอเผลอมองไปนอกร้าน เห็นชายคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปสีดำดึงปีกหมวกลงเกือบปิดใบหน้า เขายืนอยู่หน้าตู้โชว์ขนมอยู่นานแล้ว   หลินเหยาซื่อนอกจากคุยเ๱ื่๵๹งานแล้วก็ยังคุยเล่นเป็๲เพื่อนหวังเข่อซิงที่รอเวลาลูกสาวเลิกเรียน ผ่านไปครู่ใหญ่หวังเข่อซิงชวนเธอไปเลือกขนมเค้กเพื่อซื้อกลับบ้าน
        “เลือกหลายๆ ชิ้นสิ เอาไปฝากลูกๆ เธอด้วย”
        “ขอบคุณมากค่ะ”  หลินเหยาซื่อเกรงใจ แต่ขนมน่ากินจริงๆ เธอเลือกหลายชิ้นตั้งใจว่าจะออกเงินเองแต่สุดท้ายหวังเข่อซิงโบกมือห้ามไว้
        “ฉันจ่ายเงินให้เอง ถือว่าเป็๲ของฝากจากฉันก็ได้”
        พูดขนาดนี้แล้ว เธอปฏิเสธไม่ลง แต่ก็เลือกกล่องเล็กอีกสองกล่อง “อันนี้ขอจ่ายเองนะคะ จะเอาไปฝากแม่บ้านค่ะ”
        หวังเข่อซิงตามใจ เธอชอบหลินเหยาซื่อมาก แต่เพิ่งพบกันอย่างเป็๲ทางการ จะถามเ๱ื่๵๹ครอบครัวก็ดูจะไม่เหมาะนัก จึงไม่ได้เอ่ยถามสิ่งที่สงสัย หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อย หวังเข่อซิงก็หยิบโทรศัพท์ติดตามตัวขึ้นโทรตามคนขับรถมารอรับ  หลินเหยาซื่อเห็นแล้วก็ได้แต่อุทานในใจ คนในยุคนี้ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีเงินซื้อโทรศัพท์มือถือ
        “ฉันไปก่อนนะอีกสองอาทิตย์เจอกัน แล้วจะให้รถไปรับก็โทรมาบอกได้นะ”
        “ขอบคุณมากค่ะมาดาม”
        หลินเหยาซื่อรอส่งหวังเข่อซิงเดินไปขึ้นรถเก๋งหรูหราที่มาจอดรออยู่ เธอถอนหายใจเบาๆ แล้วหันไปมองที่หน้าตู้โชว์ขนม ผู้ชายคนนั้นยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เธอก้าวเท้าเข้าไปใกล้แล้วยื่นถุงกระดาษใส่ขนมเค้กก้อนเล็กให้เขา
        “เอาไปสิ”
        “....”
        “ไม่ต้องเกรงใจ เห็นคุณยืนดูอยู่ตั้งนาน”  เธอยิ้มให้ แม้จะไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย แต่เขายังยืนนิ่งอยู่ เธอเดาว่าเขาคงเขินอายจึงยัดใส่มือของเขา “อร่อยมากเลยค่ะ แล้วในถุงนี้มีน้ำดื่มด้วย คุณไม่ต้องกลัวว่าจะติดคอ”
        เห็นเขารับถุงใส่ขนมแล้ว หลินเหยาซื่อก็หมุนตัวเดินจากไป ในหัวเธอคิดแต่เ๱ื่๵๹งานที่เพิ่งได้รับ คำนวนเ๱ื่๵๹ผ้าที่ต้องใช้  แต่ก่อนกลับบ้านเธอต้องแวะซื้อแป้งสาลี่กับสีผสมอาหาร เธอสัญญากับลูกๆ ว่าจะทำแป้งโดว์ให้เด็กๆ ได้ปั้นเล่นเป็๲การฝึกกล้ามเนื้อของมือน้อยๆ ทั้งสองข้าง  ที่จริง เธอซื้อดินน้ำมันก็ได้ แต่ดินน้ำมันก็มีหลายยี่ห้อ เธอกลัวเ๱ื่๵๹สารเคมีตกค้างในดินน้ำมัน จึงตั้งใจจะทำแป้งปั้นให้เด็กๆ ไว้ใช้เอง
        ชายหนุ่มมองถุงกระดาษที่มีขนมเค้กอยู่ข้าใน เขาขยับปีกหมวกขึ้นมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินจากไปแล้ว  ดวงตายังฉาบแววฉงนสงสัย ทำไมเธอทำเหมือนไม่รู้จักเขา  ทั้งที่เขาคือคนที่เธอควรจะเกลียดที่สุดก็ตาม

    *** ฉีเผา(旗袍) = กี่เพ้า  ****