ถ้ารอยแผลเป็จากการได้รับาเ็ครั้งที่นางช่วยชีวิตเขายังอยู่และแนวบ่าซ้ายของบ่าวนามหงโต้วมีไฝสีชาดคล้ายเม็ดถั่วแดง ฟู่เจียนจื่อก็มั่นใจได้เต็มสิบส่วนว่าหญิงสาวคือหานถิงมี่ตัวจริงส่วนเื่ที่นางจดจำเขาไม่ได้นั้น อาจจะเป็เพราะผลกระทบจากเหตุการณ์นองเืคราวนั้น
เพื่อความจริงที่จะต้องรู้ให้ได้คุณชายใหญ่สกุลฟู่กำชับวั่งเอ๋อร์สาวใช้ของตนให้ไหว้วานเพื่อนนางทำอย่างไรก็ได้เพื่อจะเห็นรอยแผลเป็และปานแดง
เวลาผ่านไปสิบวันราวกับสิบปีในความรู้สึกของคนที่เฝ้ารอจนเมื่อวั่งเอ๋อร์วิ่งหน้าเริดเข้ามารายงานผลแก่เขา
“เสียวยี่พยายามจะแอบดูนางอาบน้ำก็หลายหนแต่จังหวะไม่ได้สักครั้ง พอนางรู้ว่าคุณชายร้อนใจกับเื่นี้มาก วันนี้จึงแสร้งชน หงโต้วตกน้ำระหว่างข้ามสะพานในสวนเ้าค่ะ”
“แล้วนางเป็อย่างไรบ้าง”
น้ำเสียงตกอกใของนายน้อยชวนให้วั่งเอ๋อร์หวั่นใจด้วยว่าเสียวยี่เลือกวิธีหนักมือเกินไป แต่ถ้าไม่ทำนางก็ไม่มีคำตอบให้คุณชายสักทีเช่นกัน
“นางจามอยู่หลายทีเ้าค่ะ”
วันนี้อากาศค่อนข้างเย็น ฟู่เจียนจื่อส่งสายตาตำหนิเล็กน้อยแต่ไม่คิดจะเอาโทษบ่าว นั่นเพราะพวกนางทำตามคำสั่งเขา
“แล้วอย่างไรต่อ”
“ระหว่างเสียวยี่ช่วยนางขึ้นมาและพาไปอาบน้ำอุ่นเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียวยี่บอกว่าเห็นรอยแผลเป็ตรงท้องแขนข้างซ้ายที่บ่าซ้ายของนางก็มีปานแดงคล้ายเม็ดหงโต้ว[1]นอกจากนั้นด้านหลังของนางยังมีแผลไฟไหม้ด้วยนะเ้าคะ แผลใหญ่กว่าบนหน้าของนาง”
จะมีผู้ใดล่วงรู้ความรู้สึกเขาบ้างว่าขณะฟังนั้นปวดร้าวเพียงใด เหตุการณ์ไฟไหม้สำนักคุ้มภัยเฉียนเซิ่งได้ทิ้งร่องรอยของาแทั้งต่อจิตใจและร่างกายนาง
เมื่อได้ความจริงเท่าที่ใจอยากรู้ฟู่เจียนจื่อก็ตกรางวัลให้บ่าวทั้งสองนางตามสมควร ก่อนจะรุดไปยังบ้านสกุลกงหยางจุดประสงค์สำคัญคือนำตัวหญิงสาวมาอยู่ในความดูแลของตนให้จงได้
เพราะเป็เื่ส่วนตัวที่ตั้งใจจะจัดการให้สำเร็จด้วยตนเองหนึ่งคือหากทิ้งเวลาเนิ่นนาน อาจจะมีเหตุให้หานถิงมี่หายตัวไปอีกครั้งส่วนเหตุผลที่สองนั้นฟู่เจียนจื่อเกรงจะถูกคัดค้านจากคนในครอบครัวการสำคัญยังไม่ได้ทำแต่มีอุปสรรคมาขัดเสียก่อน เขาคงได้คลั่งตายเสียเดี๋ยวนั้น
ไม่นานฟู่เจียนจื่อก็ไปถึงบ้านสกุลกงหยางเพื่อเข้าพบฟูเหรินใหญ่ของเพื่อนบิดาและพูดเข้าประเด็นสำคัญทันทีด้วยว่าหน้าที่ดูแลบ่าวไพร่นั้นเป็ของนาง
“มาขอซื้อตัวหงโต้ว...เื่นี้เ้าถามบิดาแล้วหรือยัง”
“เื่นี้เป็ธุระส่วนตัวของข้าจึงไม่ได้บอกท่านพ่อขอรับ”
“มีเหตุผลอะไรที่้าจะซื้อตัวนางบ้านสกุลฟู่บ่าวไพร่ก็ออกจะมากมาย”
“เรียนท่านป้าตามตรงหงโต้วคือสหายของข้า ประมาณเกือบสองปีก่อน ข้าไปทำธุระที่ซู่เหยาทำให้รู้จักกับนาง ตอนข้ากลับอี้หยาง บ้านนางประสบเคราะห์ ข้าร้อนใจตามหานางกับครอบครัวมาระยะใหญ่แล้วมิคาดจะบังเอิญพบท่านป้าช่วยรับซื้อตัวนางไว้เป็สาวใช้”
กงหยางซีเหมยลอบฟังบทสนทนาของมารดากับคู่หมายอยู่หลังประตูนางรู้เื่ฟู่เจียนจื่อวิ่งเข้าไปกอดสาวใช้ชื่อหงโต้วจากปากพี่ชาย ยิ่งมาได้ยินว่าเขา้าซื้อตัวบ่าวนางนี้ก็บังเกิดความวิตกขึ้นมาชายหนุ่มไม่เคยแสดงออกถึงความตื่นเต้นยินดีกับการมีอยู่ของสตรีคนไหนกับตัวนางเองก็สานสัมพันธ์ในฐานะน้องสาวมาโดยตลอดเกรงก็แต่ว่าคำว่าสหายที่เขาใช้จะหมายถึงเมียเก็บนางบำเรอเสียมากกว่า ยังมิทันแต่งกับนางใจบุรุษกลับมีหญิงอื่นแล้ว
“นางไม่สบายเพราะพลัดตกน้ำนอนพักอยู่ในเรือนบ่าว ไว้อาการดีขึ้น ข้าจะใช้บ่าวไปบอกที่สกุลฟู่” แต่จะบอกเมื่อไรนั่นก็แล้วแต่นาง สิทธิ์ขาดในตัวหงโต้วเป็ของบ้านสกุลกงหยางผู้ชายที่เป็คู่หมายของบุตรสาวออกอาการอยากพบอยากซื้อตัวบ่าวในเรือนแม้บอกเป็สหาย แต่ก็เป็ชายหญิง ดีใจปานใดก็ไม่น่าเสียกิริยาวิ่งเข้าไปกอดรัดสนิทแนบถึงเพียงนั้น
ฟู่เจียนจื่อพกความผิดหวังกลับบ้านอีกหนรอคอยคำตอบได้สองวัน วั่งเอ๋อร์ก็วิ่งหน้าตาตื่นมารายงานเขาว่าหงโต้วไม่ได้อยู่บ้านสกุลกงหยางแล้ว
“ข้ารู้สึกดีใจที่บ้านสกุลกงหยางได้ตอนรับคุณชายบ่อยครั้งกว่าทุกเดือนแต่คงรู้สึกดีกว่า หากคนที่ท่านอยากจะคุยด้วยมิใช่สาวใช้บ้านข้า”
ฟังก็รู้ว่าคุณหนูสี่กล่าวประชดทว่าการหายตัวไปของหานถิงมี่นั้นเป็เื่ร้อนใจที่เขา้าจะได้คำตอบโดยเร็วที่สุด
“บอกข้าตามตรงเถิดนางมิใช่สหายธรรมดาใช่หรือไม่”
ฟู่เจียนจื่อพยักหน้ากล่าวความจริง “นางเป็ภรรยาของข้า”
ใจของกงหยางซีเหมยดำดิ่งสู่ความผิดหวังแต่ยังฝืนรักษาสีหน้าให้เป็ปรกติที่สุด “ท่านแน่ใจ...”
“เพราะแน่ใจแล้วจึงกล้าบอกสงสัยก็แต่ทำไมนางถึงไม่อยู่แล้ว”
“ไม่อยู่แล้วหมายความเช่นไร”
“ข้ากลับคิดว่าเ้าน่าจะรู้เื่นี้ดีเสียอีก”
เหตุใดน้ำเสียงและแววตาเขาราวกับเอ่ยโทษว่าเป็ความผิดนาง
“กล่าวหากันมากเกินไปแล้ว”เื่หงโต้วหายตัวไป นางก็เพิ่งรู้จากปากเขาเดี๋ยวนี้
หรือจะเป็เพราะท่านแม่...
สองคืนก่อนท่านแม่ถามนางเื่อยากแต่งงานกับคุณชายใหญ่สกุลฟู่หรือไม่นางยอมรับว่าชอบพอเขามากที่สุด แต่นางก็เป็กังวลเื่บ่าวชื่อหงโต้วว่าสถานะในใจเขาจะมีน้ำหนักมากกว่าตน มิคาดท่านแม่จะจัดการให้หญิงผู้นั้นหายไปจากบ้านรวดเร็วปานนี้
การมาของฟู่เจียนจื่อรวดเร็วกว่าที่คิดไว้กงหยางฟูเหรินเดาว่าในเรือนคงจะมีคนแอบส่งข่าวให้เขานางได้ฟังบทสนทนาของชายหนุ่มกับบุตรีั้แ่ต้น จึงออกมารับหน้าช่วยหญิงสาว
“อย่าได้ปรักปรำเหมยเอ๋อร์ในเื่นี้”
หากมิใช่กงหยางซีเหมยก็ไม่อาจเว้นสตรีผู้มีศักดิ์ฐานะสูงที่สุดในบ้านได้
“เจียนจื่อขอเรียนถามท่านป้าเหตุใดหงโต้วไม่อยู่ที่นี่แล้ว”
“นางทำตัวไม่เหมาะสมข้าจำเป็จะต้องขายนางออกไป”
‘ขายออกไป’ คำนี้ประหนึ่งกำปั้นทุบกลางหัวใจฟู่เจียนจื่อ หานถิงมี่ช่างโชคร้ายถูกขายเป็บ่าวไม่มีสิทธิ์ในชีวิตตัวเองราวกับผักปลาในตะกร้าทั้งที่ก่อนหน้านางเป็ดั่งนกโผบินอย่างอิสระบนท้องฟ้ากว้าง
เดาว่าเื่ไม่เหมาะสมที่กงหยางฟูเหรินโยนใส่นางนั้นต้นเหตุมันเกิดจากเขา ชายหนุ่มจวนเจียนจะะเิความไม่พอใจใส่นาง แต่เพราะมิตรภาพของสองบ้านั้แ่รุ่นบิดาจึงเพียรยับยั้งอารมณ์ตนไว้
“ท่านป้าขายนางให้ผู้ใด”
“เ้าจะตามตัวนางกลับมาอย่างนั้นหรือ”ความดูแคลนปรากฏรางๆ ในน้ำเสียง
“ข้าผู้เป็สามีเหตุใดจะไม่รับผิดชอบชีวิตภรรยาตัวเองเล่า”
[1]หงโต้ว มีลักษณะเป็ถั่วเม็ดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๘-๙ ม.ม. ไม่ใช่ถั่วแดงที่บ้านเรานำมาต้มกินกันลักษณะเด่นก็คือ เป็เม็ดแข็ง สีแดงเหมือนเื เป็มันวาว รูปร่างคล้ายหัวใจสีไม่ซีดจาง ไม่เน่า แมลงไม่กัดเจาะ มีการไล่สีจากอ่อนไปเข้มจากขอบเข้ามาข้างใน