เหยี่ยนอ๋องเปิดม่านรถม้าแล้วถามองครักษ์อย่างไม่สบอารมณ์ “อีกไกลเท่าใดกว่าจะถึง?”
องครักษ์มองไปเบื้องหน้า“อย่างมากก็อีกเค่อเดียวพ่ะย่ะค่ะ”
เหยี่ยนอ๋องขมวดคิ้วมุ่นสีหน้าทะมึน “เหตุใดจึงไม่มีผู้ใดมาต้อนรับเปิ่นหวัง?”
องครักษ์เองก็สงสัยเช่นกันเขาครุ่นคิดแล้วเอ่ย “กระหม่อมจะไปสำรวจเส้นทางก่อนพ่ะย่ะค่ะ”
เหยี่ยนอ๋องแค่นเสียงเย็นชาแล้วปล่อยม่านรถม้าลง
เดินทางไปอีกสักพักเสียงกีบเท้าม้าก็ดังแว่วมาจากเบื้องหน้า องครักษ์ที่ออกไปสำรวจเส้นทางตะโกนขึ้น“แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง ค่ายสรรพาวุธเกิดเรื่องแล้ว”
“อันใดนะ?”ใบหน้าของเหยี่ยนอ๋องที่ทะมึนอยู่แล้วยิ่งทวีความดุดันมากขึ้นไปอีก
องครักษ์กระโดดลงจากหลังม้าแล้วคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดังตุ้บ “ท่านอ๋อง ค่ายสรรพาวุธถูกปล้นจนเกลี้ยงทหารทั้งหมดตาย คนงานทั้งหมดหนีไป แม้กระทั่งสุนัขที่ผู้เฒ่าเหอเลี้ยงไว้ก็หายไปหมดพ่ะย่ะค่ะ”
“ไร้ประโยชน์!”เหยี่ยนอ๋องลุกขึ้นยืนอย่างฉุนเฉียว จนศีรษะกระแทกหลังคารถม้าเสียงดังปังเขานิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะตระหนักว่าตนเองนั่งอยู่ในรถม้า
เขากุมศีรษะแล้วตะโกนใส่องครักษ์ที่อยู่ด้านนอก “เป็นฝีมือผู้ใด?ไปสืบมาให้ข้า!”
องครักษ์ตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“ท่านอ๋อง ไม่ใช่ว่ากระหม่อมไม่อยากสืบ แต่ว่า...แม้กระทั่งแร่เหล็กในเหมืองก็ถูกขุดไปจนหมดสิ้นเหตุการณ์เช่นนี้ไม่เหมือนสิ่งที่มนุษย์จะทำได้เลยจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ”
เหยี่ยนอ๋องได้ยินดังนั้นสมองก็มีเสียงดังหึ่ง
นับตั้งแต่จวนของเหล่าขุนนางในเมืองหลวงที่ร่วมมือกันใส่ร้ายหยวนซิวว่าคิดก่อกบฏถูกปล้นชาวบ้านก็ร่ำลือกันว่าเป็นเพราะ ‘สวรรค์ลงโทษ’
เดิมทีเขายังไม่ค่อยเชื่อนักจนกระทั่งเมื่อสองวันก่อน เสด็จพี่ลอบบอกเขาว่าท้องพระคลังเองก็ถูกปล้นเช่นกัน เขาจึงเชื่ออย่างเสียไม่ได้
และตอนนี้แม้กระทั่งแร่เหล็กในเหมืองก็ยังถูกขุดไปจนหมด นี่คือเรื่องที่มนุษย์ทำได้หรือ?
เหยี่ยนอ๋องร้อนใจเขากระโดดลงจากรถม้า แย่งม้าขององครักษ์ แล้วควบไปทางค่ายสรรพาวุธทันที เขาต้องเห็นเองกับตาไม่อย่างนั้นทุบตีเขาให้ตาย เขาก็ไม่มีทางเชื่อว่าแร่เหล็กจำนวนมหาศาลจะถูกขุดหายไปจนหมดภายในเวลาไม่กี่วัน
เหล่าองครักษ์เห็นเจ้านายขี่ม้าพุ่งทะยานไปก็เร่งติดตามไป
เมื่อมาถึงที่หมายก็เห็นเหยี่ยนอ๋องกระอักเลือดออกมาคำโต
“ท่านอ๋อง!”เหล่าองครักษ์รีบพุ่งเข้าไปใกล้
เหยี่ยนอ๋องใบหน้าซีดเผือดหายใจหอบ เขากำลังจ้องมองปากถ้ำอย่างเหม่อลอย
ผ่านไปเนิ่นนานเขาจึงเอ่ย“สืบมาให้ข้าว่าช่วงนี้มีผู้ใดเข้ามาในภูเขาลูกนี้บ้าง”
องครักษ์ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย“ท่านอ๋อง เรื่องนี้ไม่ต้องสืบแล้วพ่ะย่ะค่ะ นอกจากนักโทษเนรเทศกับคนของเราแล้วคงไม่มีผู้ใดกล้าเดินเข้ามาในสถานที่ที่ลึกถึงเพียงนี้แต่เส้นทางเนรเทศที่กำหนดไว้ไม่ได้ผ่านค่ายสรรพาวุธ จะเป็นไปได้อย่าง...”
“เนรเทศหรือ?” เหยี่ยนอ๋องได้ยินเช่นนี้ก็ดีดตัวขึ้นมา
เป็นหยวนซิวอีกแล้ว!
คนผู้นี้ไม่เพียงเป็นมารในใจของเสด็จพี่ทว่าตอนนี้ยังแทบจะกลายเป็นมารในใจของเขาด้วย
ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาทันทีเหยี่ยนอ๋องตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว “ไป ไล่ตามขบวนนักโทษจับตัวหยวนซิวมาให้ข้าเสีย”
“ท่านอ๋องเรื่องที่ค่ายสรรพาวุธกับเหมืองแร่ถูกปล้นจะกราบทูลฝ่าบาทหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”องครักษ์เอ่ยถาม
เหยี่ยนอ๋องตบหน้าเขาฉาดใหญ่แล้วตะคอกด้วยความโมโห “กราบทูล? เจ้าอยากให้เปิ่นหวังตายอย่างนั้นหรือ?”
แรงตบทำให้องครักษ์แทบจะร่วงลงไปกองกับพื้นเขารีบปิดปากเงียบด้วยความตกใจ
เหยี่ยนอ๋องวิ่งโซซัดโซเซออกไป
หยวนซิวเขาจะต้องจับตัวหยวนซิวให้ได้มิฉะนั้นเมื่อขบวนเนรเทศพ้นภูเขาลูกนี้ไปแล้วก็จะเป็นอาณาเขตของชิ่งอ๋อง
เจ้าเด็กนั่นย่อมต้องวางแผนที่จะเอาศีรษะของหยวนซิวไปแย่งความดีความชอบกับเสด็จพี่เป็นแน่
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้เขาไม่อาจถูกผู้ใดแย่งความดีความชอบไปได้!
เหยี่ยนอ๋องปีนขึ้นรถม้าอย่างทุลักทุเลแล้วตะโกนสั่งองครักษ์ “เร่งความเร็ว กลับจวน!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เหล่าองครักษ์ไม่รู้ว่าเจ้านายของตนเป็นบ้าอะไรขึ้นมาแต่พวกเขาเคยชินมานานแล้ว
ไม่ว่าเขาจะเป็นบ้าอะไรขอเพียงทำตามคำสั่งก็พอแล้ว ดังนั้นองครักษ์สิบกว่านายจึงแบ่งออกเป็นสองกลุ่มกลุ่มหนึ่งมุ่งหน้ากลับจวนที่ตั้งอยู่นอกเมือง อีกกลุ่มไปจับตัวหยวนซิว
ทั้งสองกลุ่มห้อตะบึงไปอย่างไม่คิดชีวิต
ยามฟ้าใกล้สางองครักษ์สี่คนก็ไล่ตามขบวนเนรเทศที่กำลังเตรียมตัวออกเดินทางได้ทัน
หลิวขุยเห็นว่าเป็นคนของเหยี่ยนอ๋องย่อมไม่กล้าแสดงท่าทีโอหัง จึงเข้ามาต้อนรับอย่างสุภาพ
“ใต้เท้าทุกท่านมีธุระอันใดหรือขอรับ?”เขาถาม
“หยวนซิวอยู่ที่ใด?”องครักษ์คร้านที่จะใส่ใจผู้คุมชั้นผู้น้อย พวกเขากวาดสายตาสำรวจเหล่านักโทษ
เมื่อหลิวขุยได้ยินว่าพวกเขาต้องการพบหยวนซิวก็พอจะเข้าใจเรื่องราวขึ้นมาเขาไม่กล้าถามมาก รีบชี้ไปยังรถม้าที่หยวนซิวกับหลินเสวี่ยจู๋นั่งอยู่
องครักษ์ผู้หนึ่งเห็นดังนั้นก็ร้อง‘เฮอะ’ เป็นเพียงนักโทษเนรเทศทว่ากลับได้นั่งรถม้า หาญกล้าไม่เบา
เขาจึงควบม้าไปใช้ด้ามดาบเปิดม่านรถม้าออกแล้วตะโกน “หยวนซิว ตามพวกเรามา!”
เขายังไม่ทันเอ่ยจบก็เห็นหลินเสวี่ยจู๋ขยี้ตาและลุกขึ้นนั่ง
องครักษ์หัวเราะเยาะทันที“โอ้โห นั่งรถม้า แถมยังมีสตรีคอยปรนนิบัติชีวิตการถูกเนรเทศของเจ้าราบลื่นไม่เลวเลย”
ฉึก!
แท่งไม้ไผ่พุ่งไปปักที่ลำคอของเขาอย่างแม่นยำโลหิตสีแดงฉานพุ่งกระฉูด องครักษ์ผู้นั้นชักกระตุกอยู่หลายทีก่อนจะร่วงลงจากหลังม้าแล้วขาดใจตาย
เหล่านักโทษต่างตื่นตระหนกเสียงกรีดร้องและเสียงโหวกเหวกโวยวายดังระงม ทำให้นกในป่าแตกตื่นจนบินหนี
องครักษ์สามคนที่เหลือต่างตกตะลึงพวกเขาคาดไม่ถึงว่าหยวนซิวจะกล้าลงมือฆ่าคนต่อหน้าทุกคน
หยวนซิวมีสายตาเย็นชาเขาเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ “พวกเจ้าสามคนอยากดูฮูหยินของข้าตื่นมาแต่งตัวอย่างนั้นหรือ?”
ความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดคือองครักษ์ผู้นั้นล่วงเกินฮูหยินของเขาจึงถูกฆ่า
หลินเสวี่ยจู๋คิด‘พี่ใหญ่ ท่านอยากฆ่าผู้ใดก็ฆ่าไปสิ เหตุใดต้องเอาข้ามาเป็นข้ออ้างด้วยเล่า?’
เมื่อองครักษ์ทั้งสามได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกว่าหยวนซิวพูดไม่ผิดจริงๆบุรุษย่อมไม่ยอมให้ผู้อื่นเห็นฮูหยินของตนในยามตื่นนอน
ดังนั้นองครักษ์ทั้งสามจึงรู้สึกเกรงกลัวหยวนซิวขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
องครักษ์ผู้หนึ่งเอ่ยเสียงเบาผ่านม่านรถม้า“รบกวนคุณชายไปกับพวกเราด้วย เหยี่ยนอ๋องมีรับสั่งให้มาเชิญท่าน”
หลินเสวี่ยจู๋กับหยวนซิวสบตากัน
เหยี่ยนอ๋อง?
คงไม่ใช่เรื่องดีอะไรเป็นแน่
หยวนซิวเอ่ยเสียงเย็นชา“ข้าเป็นเพียงคนที่ถูกเนรเทศ หากออกจากขบวนไปโดยพลการย่อมมีโทษตายรบกวนกลับไปแจ้งเหยี่ยนอ๋องว่าหยวนซิวขออภัยที่ไม่อาจทำตามรับสั่งได้”
องครักษ์ไม่กล้าล่วงเกินจึงได้แต่เอ่ยผ่านม่านรถม้า “เรื่องนี้พวกเราแจ้งกับผู้คุมแล้วในเมื่อเป็นรับสั่งของเหยี่ยนอ๋อง พวกเขาย่อมไม่กล้าขัดขืนคุณชายไม่จำเป็นต้องคิดมาก ตามพวกเราไปเถิด”
โชคและหายนะล้วนถูกกำหนดไว้แล้วไม่มีทางที่จะหนีพ้นไปได้
หลินเสวี่ยจู๋ส่งสายตาให้หยวนซิวก่อนจะเอ่ยเสียงดัง“ในเมื่อเป็นรับสั่งของเหยี่ยนอ๋อง สามีข้าจึงไม่ควรปฏิเสธเพียงแต่พวกท่านก็เห็นแล้วว่าสามีข้าได้รับบาดเจ็บสาหัส เดินทางลำบากต้องมีคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด มิสู้พวกท่านแจ้งผู้คุมอีกคราว่าให้ข้าติดตามสามีไปด้วยเป็นอย่างไร?”
เสียงของนางดังพอให้ทั้งขบวนเนรเทศได้ยินว่าเหยี่ยนอ๋องมีรับสั่งให้เชิญหยวนซิวไปพบ
หากหยวนซิวเกิดเหตุร้ายขึ้นมาเหยี่ยนอ๋องก็อย่าหวังว่าจะมีชื่อเสียงอันดีงามเลย!
“พี่สะใภ้ให้ข้าไปกับพี่ชายเถิดขอรับ” ลู่โม่เอ่ยอย่างร้อนใจเมื่อได้ยินชื่อของเหยี่ยนอ๋อง
หลินเสวี่ยจู๋เปิดม่านรถม้าแล้วส่ายหน้าให้ลู่โม่
สาเหตุที่นางไปด้วยประการแรกคือนางเป็นภรรยา จึงถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผล ประการที่สองคือเหยี่ยนอ๋องจะไม่รู้สึกระแวดระวังหากเปลี่ยนเป็นคนอื่นผลลัพธ์ย่อมต่างออกไป
.............................