หลังจากเริ่มปรับตัวไปกับสภาพแวดล้อมได้แล้ว สิ่งมีชีวิตเผ่าต่างๆ ก็ริเริ่มสร้างอารยธรรมเป็ของตัวเอง พวกมันแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน บางเผ่าก็เริ่มล่าสิ่งมีชีวิตเผ่าอื่นเพื่อเป็อาหาร อารยธรรมมากมายต่างก็ปรากฏขึ้นในแต่ละเผ่าพันธุ์
อาณาเขตพื้นที่หลายแห่งถูกสำรวจและกำหนดเขตแดนขึ้น ทุกสรรพชีวิตต่างรับรู้ว่าในโลกแห่งนี้มีแผ่นดินผืนใหญ่ที่แบกรับทุกสรรพชีวิต นามของแผ่นดินมหึมาแห่งนี้มีชื่อว่า ‘มหาทวีปแพนเจีย’ มันถูกรายล้อมไปด้วย 4 มหาสมุทร และมีอีก1 มหาสมุทรพิเศษที่ตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของมหาทวีปแพนเจีย ที่มันได้ชื่อว่าเป็มหาสมุทรพิเศษนั้น เพราะว่ามีการคาดเดาจากผู้ที่เคยสำรวจวัดระดับความลึกของมหาสมุทรพิเศษแห่งนี้ ผู้สำรวจมากมายต่างให้ความเห็นไปในทางทิศเดียวกันว่า มหาสมุทรพิเศษแห่งนี้น่าจะเชื่อมต่อกับด้านตรงข้ามอีกฟากฝั่งหนึ่งของมหาทวีปแพนเจียซึ่งยังไม่เคยมีใครสำรวจพบ
วันเวลาแห่งการวิวัฒนาการของเหล่าสรรพชีวิตต่างก็ดำเนินผ่านไปใน 100 ปีให้หลัง มหาทวีปแพนเจียก็ปรากฏเหตุการณ์พิเศษขึ้น ณ บริเวณที่รายล้อมไปด้วยเทือกเขาสูงเสียดฟ้า ปรากฏกลุ่มก้อนเปลวเพลิงขนาดมหึมามันลอยขึ้นฟ้าสูงขึ้นไป กลุ่มก้อนเปลวเพลิงนี้ได้ส่องแสงแผดเผาทำลายทุกสิ่งที่อยู่ในรัศมีของแสงอันเข้มข้น
แต่เคราะห์ดีที่ในเผ่าพันธุ์ของมัน มีตัวตนที่ทรงพลังพอกันคอยพิทักษ์ปกป้องอยู่ ถ้าลองมองดูให้ดีและมองลึกเข้าไปยังกลุ่มก้อนเปลวเพลิงนั้น จะเห็นว่าภายในมีร่างหนึ่งยืนอยู่แต่ด้วยเกราะรัศมีแสงร้อนแรง จึงไม่สามารถทำให้สิ่งมีชีวิตที่มีพลังต่ำกว่าสามารถจ้องมองโดยตรงได้ ก้อนเปลวเพลิงนี้ในที่สุดก็ลอยสูงขึ้นไป จนตาเปล่าสามารถมองเห็นเป็เพียงก้อนเปลวเพลิงกลมเล็ก
มันแผ่แสงครอบคลุมทั่วทั้งมหาทวีปแพนเจียและ 4 มหาสมุทรอีกเพียงเล็กน้อย ไม่ขยับไปไหน นั่นคือวินาทีแรกที่ทั่วทั้งจักรวาลนี้ได้รู้จักดวงอาทิตย์และแสงแดด กลุ่มก้อนเพลิงนี้มันเรียกตัวเองขานตัวเองว่า สุริยเทพฟีบัส จักรพรรดิเทวะผู้แผดเผาท้องนภา ตัวแทนแห่งความอบอุ่นและผู้ปกครองพลังแห่งสุริยะ ย้อนกลับไปเมื่ออดีตในสมัยที่พระเ้าได้มอบคำอวยพรอันเป็ของขวัญ เผ่าพันธุ์ของมันก็เริ่มออกตามหาพลัง เพราะผู้นำเผ่ามีความเชื่อว่ามีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะสามารถมอบคำตอบให้แก่ก็อดโอได้
และจากการที่แข็งแกร่งขึ้น ในหลายๆ ครั้งผู้คนในเผ่าของมันก็สามารถให้คำตอบที่พระเ้าพึงพอใจได้ และจากความเท่าเทียมแห่งการแลกเปลี่ยน เผ่าพันธุ์ของมันก็ทรงพลังขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถปกครองสรรพชีวิตและอาณาเขตได้ส่วนหนึ่ง หลังจากพระเ้ามอบพรเวลาก็ผ่านมาแล้วกว่า 60 ปี สุริยเทพฟีบัสก็ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อแรกเกิด ได้ถูกไล่ล่าสังหารโดยหนึ่งในเผ่าปีศาจอสรพิษกลืนฟ้า แต่ด้วยความที่สุริยเทพฟีบัสมีบิดาที่แข็งแกร่ง เมื่อแรกกำเนิดตัวตนของฟีบัสก็ทรงพลังมาก มากพอที่จะสังหารตัวตนที่แข็งแกร่งของเผ่าพันธุ์อสรพิษกลืนฟ้าลงได้
เมื่อเื่ราวนี้กระจายออกไปในเผ่าพันธุ์เทพ สุริยเทพฟีบัสก็ได้รับฉายาหนึ่งนั่นคือไพธูส ผู้สังหารอสรพิษ สุริยเทพฟีบัสนั้นมีรูปโฉมงดงามยิ่ง มีพลังในขอบเขตของแสงสว่าง ตัวมันมีน้องสาวชื่อฟีบี นิสัยยึดถือสัจจะเท่าชีวิตและมีความสามารถทางด้านดนตรีเกี่ยวกับพิณ มีความถนัดในด้านการยิงธนู เมื่อเริ่มโตขึ้นมันก็เคยได้สังหารเผ่าพันธุ์ยักษา
สาเหตุที่มีความสามารถทางด้านพิณ เป็เพราะว่าในวัยเด็กครั้งหนึ่งเคยมีหนึ่งในพี่น้องมาขโมยสัตว์เลี้ยงของฟีบัสไปซ่อน ตอนแรกฟีบัสโกรธมากขู่จะส่องแสงเผาไหม้ปราสาทของพี่น้องทุกพระองค์ แต่สุดท้ายก็หายโกรธเพราะพี่น้องผู้นั้นโดนกดดันโดยบรรดาพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อน
มันจึงได้เอาพิณที่ตัวเองสร้างขึ้นมามอบให้เป็ของขวัญขอขมาเพื่อไถ่โทษ เนื่องจากมันมีเสียงไพเราะราวกับเสียงวิหค์ ฟีบัสชอบพิณเครื่องนั้นมากจึงยอมยกโทษให้ และั้แ่นั้นมาฟีบัสก็ฝึกฝนจนได้ชื่อว่าเป็ผู้ที่บรรเลงพิณได้ไพเราะและหาตัวจับได้ยาก ด้วยชื่อเสียงด้านการบรรเลงพิณที่เลื่องลือนี้เอง สมาชิกในเผ่าที่อิจฉาริษยาในความสามารถด้านดนตรีของฟีบัส และคิดว่าตัวเองมีความสามารถมากกว่าจึงได้มาท้าประลองเป็ตายด้วยการบรรเลงพิณต่อหน้าทุกคนในเผ่าพันธุ์
ฟีบัสตกลงรับคำท้าประลองเป็ตาย และเมื่อการประลองเป็ตายเริ่มต้นขึ้น ทุกคนต่างก็ประจักษ์และยกย่องให้ฟีบัสเป็ผู้ชนะ แต่ด้วยความที่สุริยเทพฟีบัสเป็ผู้มีความเมตตา ไม่อยากให้ผลลัพธ์ถึงกับต้องล้างผลาญเอาชีวิต จึงได้ทำการถลกหนังสร้างความอับอายให้แก่มันผู้นั้นเพื่อเป็การลงโทษที่กล้ามาท้าทายไม่เจียมตน
สุริยเทพฟีบัสยังเป็ผู้ที่ขึ้นชื่อว่ารักมารดาของตนมาก มีครั้งหนึ่งมารดาของฟีบัสได้มาเล่าให้ฟัง มีสมาชิกในเผ่าพันธุ์ของมันผู้หนึ่ง ได้มาคุยข่มมารดาตน คนผู้นั้นพูดว่ามารดาของฟีบัสนั้นมีบุตรและธิดาที่สง่างามงดงามและเฉลียวฉลาด แต่น่าเสียดายที่มีเพียงแค่ 2 พระองค์ สมาชิกร่วมเผ่าผู้นั้นกลับบอกว่า โชคยังดีที่ตัวมันมีบุตรและธิดาที่สง่างดงามและเฉลียวฉลาดมากถึง 14 พระองค์
มารดาของฟีบัสได้พรรณนาความรู้สึกออกมา เป็ความรู้สึกที่ว่าตนรู้สึกเสียหน้าเป็อย่างมาก พอฟีบัสและฟีบีได้ยินเข้าเท่านั้นทั้งสองพระองค์ก็ลงมือตามล่าดับสังหารบุตรและธิดาทั้ง 14 พระองค์ของบุคคลผู้นั้นทิ้งซะ บุคคลผู้นั้นเสียใจเป็อย่างมากร่างกายถึงกับกลายเป็หิน คุกเข่าร้องไห้ขอความเห็นใจอยู่ที่ตีนเขาจนถึงทุกวันนี้
ถัดมา 10 วันหลังจากฟีบัสเลื่อนขั้นเป็สุริยเทพ ตรงบริเวณที่รายล้อมไปด้วยเทือกเขาสูงเสียดฟ้าที่เดิม กลับมีกลุ่มก้อนแสงสีเหลืองนวลอ่อนโยนกำลังสาดแสง กลุ่มก้อนพลังงานแสงสีเหลืองนวลนี้ได้ลอยขึ้นสูงไป จนกระทั่งลอยไปอยู่ในระดับเดียวกับสุริยเทพฟีบัส ภายในกลุ่มก้อนพลังงานถ้าลองมองให้ดีจะมองเห็น เงาร่างของสตรีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับสุริยเทพฟีบัส นี่คือวันแรกที่ทุกสรรพชีวิตได้รู้จักกับจันทราเทพฟีบี จักรพรรดิเทวะผู้สยบความมืดมิด ตัวแทนแห่งจันทราผู้อ่อนโยน ผู้ปกครองพลังแห่งรัตติกาล
ผู้เป็พี่น้องฝาแฝดกลับ สุริยเทพฟีบัส เมื่อครั้งยังอยู่ในครรภ์มารดา ต้องประสบเคราะห์กรรมจากการที่มารดาโดนเผ่าอสรพิษกลืนฟ้าตามล่า และโดนคำสาปร้ายให้ไม่สามารถคลอดบุตรบนผืนแผ่นดินใดได้ จนต้องระหกระเหินเร่ร่อนเดินทางไปทั่ว เมื่อครบกำหนดคลอดมารดาเ็ปทุกข์ทรมานเพราะไม่อาจคลอดบุตรบนแผ่นดินได้
น้องชายของบิดาที่เห็นจึงเกิดความสงสาร เขาสร้างเกาะวิเศษนามว่าเดลอสขึ้น เมื่ออยู่บนเกาะก็พ้นจากคำสาปจนสามารถให้กำเนิดเทพฝาแฝดฟีบัสและฟีบีออกมาได้อย่างปลอดภัย ทันทีที่ถือกำเนิดออกมา ฟีบัสก็ได้หยุดยั้งอันตรายและดับสังหารอสรพิษกลืนฟ้าลง เมื่อทั้ง 2 พบหน้ากันไม่มีบทสนทนาใด มีเพียงแค่รอยยิ้มให้กันและกันผ่านไปไม่นานก็มีเสียงหัวเราะคำรามก้องฟ้า กลุ่มเมฆล้วนม้วนตลบสายฟ้าแลบแปลบปลาบและส่งเสียงกระหึ่ม
"ฮ่าๆ ๆ วันนี้ช่างเป็วันที่ดี เผ่าพันธุ์ของข้าถึงกับมีจักรพรรดิเทพถือกำเนิดขึ้น 2 องค์ในเวลาไล่เลี่ยกัน"
บุรุษปริศนารูปร่างกำยำ นั่งหัวเราะอยู่บนบัลลังก์ในปราสาทมโหฬารหลังใหญ่โตบนเทือกเขา
"คารวะเสด็จพ่อ"
"ลูกขอคารวะเสด็จพ่อ"
ฟีบัสและฟีบีที่ลอยอยู่กลางอากาศต่างก้มหัวคุกเข่าคำนับไปทางปราสาทบนเทือกเขา
"ลูกๆ ของข้า เผ่าพันธุ์ของเราไขว่คว้าหาสิ่งที่เรียกว่าพลังมาโดยตลอด นับแต่วันนี้เป็ต้นไปหน้าที่ของพวกเ้า คือการคอยสอดส่องให้ทั่วผืนแผ่นดินและผืนมหาสมุทร พวกเ้าทั้งสองจงคอยเฝ้าสังเกตการณ์ให้ทั่วจักรวาลแห่งนี้ ณ ห้วงอวกาศเบื้องบนอาจจะมีสิ่งที่เรียกว่าสมบัติ์แอบหลบซ่อนอยู่ ข้าขอแนะนำให้พวกเ้าสลับกันค้นหาซะ ยิ่งเผ่าพันธุ์ของเราแข็งแกร่ง พวกเรายิ่งมีความสามารถในการมอบคำตอบให้แก่พระเ้าได้"
"น้อมรับคำสั่ง!"
"น้อมรับคำสั่งเพคะ เสด็จพ่อ"
หลังจากรับบัญชาหน้าที่จากผู้เป็บิดา ทั้งคู่ต่างลุกขึ้นยืน ฟีบัสและฟีบีเงยหน้าสบสายตาซึ่งกันและกัน ราวกับได้นัดแนะกันมานานแสนนาน หรือนี่อาจจะเรียกได้ว่าเป็ความรู้ใจ เป็ความเข้ากันได้ของสายใยสัมพันธ์พี่น้องฝาแฝด ฟีบีหายไปจากบริเวณอาณาเขตเหนือเทือกเขาสูงเสียดฟ้า และไปปรากฏร่างอยู่อีกฟากหนึ่งซึ่งเป็ด้านตรงข้ามกับที่ฟีบัสลอยอยู่ตอนนี้
ในความมืดมิดเหนือห้วงมหาสมุทรด้านตรงข้ามกับฟีบัส ราวกับทั้งคู่รับรู้ััตำแหน่งซึ่งกันและกัน โดยไม่มีการพูดคุยใดๆ ทั้งคู่ต่างเริ่มลอยไปยังทิศทางของฝั่งตรงข้าม ถ้ามองจากที่สูงขึ้นไปอีกจะเห็นได้ว่าฟีบัสและฟีบีกำลังวิ่งเล่นไล่จับกัน ในความเร็วที่เท่ากัน โดยขณะที่เคลื่อนที่ก็ยังคงคอยมองสำรวจความผิดปกติของห้วงมิติเพื่อทำตามหน้าที่ คอยตามหาสมบัติ์อยู่เสมอ
จักรวาลแห่งนี้จึงได้ถือกำเนิดเหตุการณ์กลางวันและกลางคืนขึ้น ทุกสรรพชีวิตต่างรู้สึกขอบคุณในความเสียสละของฟีบัสและฟีบีที่คอยมอบแสงสว่างอบอุ่นใน่กลางวันและแสงอ่อนโยนโอบกอดนำทางใน่เวลากลางคืน ภายใต้การปกครองของสุริยเทพฟีบัสยังมีกองกำลังที่เรียกว่า ‘สุริยะผลาญเทวา’ เป็กองกำลังที่ทำหน้าที่ตามความปรารถนาของสุริยเทพฟีบัสโดยตรง พวกมันจะคัดสรรสมาชิกที่มีคุณสมบัติและความสามารถเหมาะสมที่สุดเท่านั้น เพื่อมาฝึกฝนและรับใช้สุริยเทพฟีบัส กองกำลังนี้จะแบ่งสันตำแหน่งตามความแข็งแกร่งส่วนบุคคล 7 ลำดับ อันได้แก่
ลำดับที่ 1 ข้ารับใช้สุริยะ กลุ่มบุคคลที่ศรัทธาและเชื่อมันในตัวสุริยเทพ คอยเป็หูเป็ตารวบรวมและกระจายข่าวสารให้แก่กองทัพสุริยะผลาญเทวา
ลำดับที่ 2 นักรบสุริยะ กลุ่มบุคคลซึ่งมีสายเืและความเข้ากันได้กับพลังแห่งสุริยะ ที่ถูกฝึกฝนและคัดเลือกโดยผู้คุมกฎสุริยะ เป็กลุ่มบุคคลที่เป็กองกำลังทหารของกองทัพสุริยะผลาญเทวา
ลำดับที่ 3 ผู้พิทักษ์สุริยะ กลุ่มบุคคลที่ถูกคัดสรรโดยผู้คุมกฎสุริยะ ว่ากันว่าการจะเป็ผู้พิทักษ์แห่งกองทัพสุริยะผลาญเทวา ในสายเืต้องมีความเข้ากันได้กับพลังแห่งสุริยะในระดับที่เข้มข้นมากพอ จึงจะถูกคัดสรรและส่งเข้าไปฝึกในกองทัพสุริยะผลาญเทวา และจะได้รับตำแหน่งผู้พิทักษ์หลังจากผ่านการทดสอบ
ลำดับที่4 ผู้คุมกฎสุริยะ บุคคลที่คอยเป็มือเป็เท้าให้กับขุนศึกสุริยะ คอยจัดสรร คัดเลือกบุคลากรและควบคุมกฎเกณฑ์ให้กับกองทัพสุริยะผลาญเทวา มีความสามารถในการควบคุมบงการพลังในขอบเขตสุริยะ
ลำดับที่ 5 ทูตสุริยะผลาญเทวา เป็ขุนศึกผู้มากฝีมือสู้รบ มีพลังในขอบเขตสุริยะ ลือกันว่าเคยมีเหตุการณ์สู้รบกับต่างเผ่าพันธุ์ ตอนนั้นทูตสุริยะเพียงแค่ 2 ตนก็สามารถบุกฝ่าตะลุยกลางดงของศัตรูและรอดมาได้ ตามร่างกายาเ็เพียงเล็กน้อย เป็ที่รับรู้กันว่าทูตสุริยะผลาญเทวานั้น มีร่างกายที่แข็งแกร่งเป็อย่างมาก
ลำดับที่ 6 เทวทูตผลาญเทวา เป็ผู้นำทัพระดับสูงเป็ตัวตนที่คอยรับใช้ของราชันย์เทวทูตผลาญเทวา มีหน้าที่ในการนำทัพและบัญชาการในาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเผ่าพันธุ์ของสุริยเทพฟีบัส
ลำดับที่ 7 ราชันย์เทวทูตผลาญเทวา ผู้ได้รับประทานพลังจากสุริยเทพฟีบัสโดยตรง มีความแข็งแกร่งเกือบเทียบเท่าสุริยเทพฟีบัส สามารถบงการและปกครองผู้ที่มีพลังในขอบเขตของสุริยะได้อย่างง่ายดาย และกองกำลังภายใต้การปกครองของจันทราเทพฟีบีเองก็มีกองกำลังที่ชื่อว่า ‘จันทราดับอสุรา’ ภายในกองกำลังนี้ได้ถูกแบ่งออกเป็ 7 ลำดับเช่นกัน อันได้แก่
ลำดับที่ 1 ข้ารับใช้จันทรา กลุ่มบุคคลที่ศรัทธาและเชื่อมันในตัวจันทราเทพ คอยเป็หูเป็ตารวบรวมและกระจายข่าวสารให้แก่กองทัพจันทราดับอสุรา
ลำดับที่ 2 นักรบจันทรา กลุ่มบุคคลซึ่งมีสายเืและความเข้ากันได้กับพลังแห่งจันทรา ที่ถูกฝึกฝนและคัดเลือกโดยผู้คุมกฎจันทรา เป็กลุ่มบุคคลที่เป็กองกำลังทหารของกองทัพจันทราดับอสุรา
ลำดับที่ 3 ผู้พิทักษ์จันทรา กลุ่มบุคคลที่ถูกคัดสรรโดยผู้คุมกฎจันทรา ว่ากันว่าการจะเป็ผู้พิทักษ์แห่งกองทัพจันทราดับอสุรา ในสายเืต้องมีความเข้ากันได้กับพลังแห่งจันทราในระดับที่เข้มข้นมากพอ จึงจะถูกคัดสรรและส่งเข้าไปฝึกในกองทัพจันทราดับอสุรา และจะได้รับตำแหน่งผู้พิทักษ์หลังจากผ่านการทดสอบ
ลำดับที่ 4 ผู้คุมกฎจันทรา บุคคลที่คอยเป็มือเป็เท้าให้กับขุนศึกจันทรา คอยจัดสรร คัดเลือกบุคลากรและควบคุมกฎเกณฑ์ให้กับกองทัพจันทราดับอสุรา มีความสามารถในการควบคุมบงการพลังในขอบเขตจันทรา
ลำดับที่ 5 ทูตจันทราดับอสุรา เป็ขุนศึกผู้มากฝีมือสู้รบ มีพลังในขอบเขตจันทรา เหตุการณ์ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ทูตจันทรา คือการล้อมสังหารสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าพันธุ์ที่วางอุบายกับดักล้อมสังหารเหล่าทูตสุริยะ ในตอนนั้นได้มีทูตสุริยะ 2 ตนหลงติดกับดักของศัตรู แต่ด้วยความแข็งแกร่งของทูตสุริยะ ผนวกรวมเข้ากับความแข็งแกร่งของกองทัพจันทราดับอสุรา จึงทำให้เหตุการณ์ครั้งนั้นสามารถช่วยเหลือทูตสุริยะให้ฝ่าวงล้อมออกมาได้ อีกทั้งยังไล่ล่าสังหารศัตรูจนแตกพ่าย เป็ที่รับรู้กันว่ากองทัพสุริยะผลาญเทวาและกองทัพจันทราดับอสุรานั้นมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกันเป็อย่างมาก
ลำดับที่ 6 เทวทูตจันทราดับอสุรา เป็ผู้นำทัพระดับสูงตัวตนที่เป็ข้ารับใช้ของราชันเทวทูตจันทราดับอสุรา มีหน้าที่ในการนำทัพและบัญชาการในาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเผ่าพันธุ์ของจันทราเทพฟีบี พวกเขามักแอบซ่อนอยู่ในเงามืดจึงมีข้อมูลน้อยเป็อย่างยิ่ง
ลำดับที่ 7 ราชันย์เทวทูตจันทราดับอสุรา ผู้ได้รับประทานพลังจากจันทราเทพฟีบีโดยตรง มีความแข็งแกร่งเกือบเทียบเท่าจันทราเทพฟีบี สามารถบงการ และปกครองผู้ที่มีพลังในขอบเขตของจันทราได้อย่างง่ายดาย และโดยส่วนมากกองกำลังจันทราดับอสุราจะรับเฉพาะทหารเพศหญิงเท่านั้น จะมีทหารเพศชายน้อยมาก เหตุผลเป็เพราะว่าพลังในขอบเขตจันทรานั้นเข้ากันได้ดีกับสิ่งมีชีวิตเพศหญิงมากกว่า หลังจากที่จักรวาลแห่งนี้ได้เกิดวัฏจักรกลางวันกลางคืน ทุกสรรพชีวิตต่างก็เริ่มปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เข้ากับอารยธรรมของแต่ละเผ่าพันธุ์
/*ตลอดภาคปราชญ์พิสดารนี้จนจบภาค จะมีตอนที่เขียนอธิบายถึงกองกำลังทั้ง 100 ของเทพ ปีศาจ สัตว์วิเศษผสมอยู่ ซึ่งอาจจะน่าเบื่อไปบ้าง เนื่องจากในตอนแรกพระเ้า้าจะทำ NFT ขายคู่ไปกับนิยาย แต่ว่าด้วยความที่ด้อยพร์ด้านวาดภาพ จึงต้องหาคำตอบจากโลก SRP อย่างเดียวไปก่อน ดูได้จากภาพปกนิยายที่ใช้เวลาวาดนานถึง 6 เดือน เหล่าผู้มาเยือนจากต่างโลกทั้งหลาย พวกท่านคงจะจินตนาการออกใช่หรือไม่ว่ามันยากเพียงใดสำหรับข้า ฮ่าๆ ๆ */