สองวันผ่านไปนับั้แ่อุบัติเหตุคืนนั้นแต่ภาพยังคงติดอยู่ในห้วงความคิดของชายหนุ่ม
หลังจากที่เขาช่วยดึงเด็กหญิงตัวน้อยขึ้นมาจากซากรถและลากร่างของนายแพทย์วิชัยมาไว้ที่ริมตลิ่งอย่างปลอดภัยแล้วเขาจัดการโทรแจ้งตำรวจและหน่วยกู้ภัยทันทีโดยมั่นใจว่าทั้งสองพ่อลูกจะรอดพ้นจากความตายแน่ๆแต่เขาไม่ได้อยู่รอจนรถพยาบาลมารับ เนื่องจากมีธุระด่วนที่ต้องรีบไปจัดการทว่าลึกลงไปในใจ เขากลับรู้สึกค้างคาอย่างประหลาดเสียงร้องไห้ระงมและความหวาดกลัวในแววตากลมโตของเด็กน้อยยังคงวนเวียนอยู่ในหัวราวกับมีเชือกบางๆ ดึงรั้งให้เขาต้องหันกลับไปพะวง
“ศิลา.... ช่วยเช็กข้อมูลให้หน่อยว่าสองพ่อลูกจากอุบัติเหตุคืนก่อน ตอนนี้เป็ยังไงบ้าง” คินน์เอ่ยปากสั่งศิลาเลขาหนุ่มคนสนิทวัย 28 ปี
ผ่านไปซักพักศิลาก็เข้ามารายงานด้วยสีหน้าเรียบร้อย “เช็กแล้วครับบอส อยู่โรงพยาบาลเอกชนย่านใจกลางเมืองครับภรรยาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ คุณหมอวิชัย มีหัวแตก ขากับไหปลาร้าหัก ผ่าตัดเรียบร้อยส่วนเด็กผู้หญิงชื่อ พิมพ์ลดา ปลอดภัยดี ร่างกายมีรอยฟกช้ำเล็กน้อยตอนนี้พักฟื้นอยู่ครับ”
คินน์พยักหน้ารับเงียบๆความรู้สึกผิดลึกๆ แล่นริ้วขึ้นมาในอก แม้เขาจะช่วยเด็กน้อยคนนั้นไว้ได้ทันแต่เขากลับช่วยแม่ของเธอไม่ได้...
“นายช่วยไปซื้อตุ๊กตาตัวใหญ่ๆ มาให้ที...ชั้นจะไปเยี่ยมเด็กคนนั้นหน่อย” คินน์สั่งเสียงเรียบ
ณห้องพักผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาล คินน์ก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบๆโดยมีตุ๊กตาหมีสีชมพูตัวใหญ่ั์ อยู่ในอ้อมแขน
ภายในห้องมีเพียงพยาบาลสาวกำลังยืนเก็บอุปกรณ์หลังจากเข้ามาวัดไข้พอดี เขาจึงเอ่ยทักเบาๆเพื่อสอบถามอาการ
“น้องเป็ยังไงบ้างครับ?”
พยาบาลสะดุ้งหันมามองชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลาคมคายในลุคเสื้อยืดสีขาว ที่กำลังอุ้มตุ๊กตาหมีตัวใหญ่สีชมพูในอ้อมแขนเธอชะงักไปนิดก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเบา
“อ๋อ... ญาติเหรอคะ น่าสงสารมากเลยค่ะคุณอาการทางร่างกายปลอดภัยดีแล้ว แต่สภาพจิตใจค่อนข้างแย่ สามคืนมานี่น้องนอนละเมอร้องไห้สะดุ้งตื่นตลอดเรียกหาแต่แม่ ไม่ค่อยยอมพูดจาหรือกินอะไรเลยค่ะ เหม่อลอยตลอดเวลาเลยหมอบอกว่าต้องใช้เวลาเยียวยาจิตใจพอสมควรค่ะ... งั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ ” พยาบาลเดินออกไปจากห้องคินน์ค่อยๆเดินไปที่ข้างเตียงผู้ป่วย
บนเตียงสีขาวมีร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงพิมพ์ลดานั่งกอดเข่าหันหลัง ดวงตากลมโตบวมช้ำจากการร้องไห้เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
คินน์ก้าวเข้าไปใกล้เตียงหัวใจวูบโหวงเมื่อได้รับรู้ถึงสภาพจิตใจอันบอบช้ำของเด็กน้อย เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ตั้งใจจะเอื้อมมือหนาไปลูบหัวปลอบโยนเธอเบาๆ
พรวด!
พิมมี่สะดุ้งสุดตัวขยับถอยกรูดไปจนชิดหัวเตียง ดวงตาคู่น้อยเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ปากเล็กๆเอ่ยถามเสียงสั่น “พี่... พี่เป็ใครคะ... ป้านวลไปไหน...”
คินน์ชะงักมือค้างกลางอากาศรู้สึกผิดที่ทำให้เด็กน้อยหวาดกลัว เขาค่อยๆ ลดมือลง ปั้นรอยยิ้มบางๆที่ดูอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายอย่างเขาจะทำได้
“ชั้นไม่ได้มาทำร้ายหรอก...”คินน์พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ก้มตัวลงวางเ้าตุ๊กตาหมีสีชมพูตัวใหญ่ที่ถือมาด้วยไว้บนเตียงตรงหน้าเธอ“พอดีชั้นผ่านมา... เลยเอาเ้าตัวโตนี่มาฝากเผื่อเธออยู่โรงพยาบาลคนเดียวจะได้มีเพื่อน”
พิมมี่มองเ้าตุ๊กตาหมีสีชมพูขนฟูฟ่องตัวใหญ่เบ้อเริ่มที่ตัวมันใหญ่กว่าตัวเธอเสียอีกดวงตากลมโตที่เคยหมองเศร้ากะพริบปริบๆความหวาดกลัวเมื่อครู่ถูกความน่ารักนุ่มฟูของเ้าหมีดึงดูดไว้ทีละน้อย มุมปากเล็กๆค่อยๆ คลี่รอยยิ้มบางๆ ออกมา
“โอ้โห... ตัวใหญ่จัง ตัวใหญ่กว่าพิมมี่อีก...”เด็กหญิงพึมพำเสียงเบา ความสนใจถูกดึงไปที่ตุ๊กตาหมีจนหมดสิ้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มแปลกหน้าด้วยความสงสัย”พี่เป็เพื่อนคุณพ่อเหรอคะ แล้วตัวนี้มัน... มันมีชื่อไหมคะ?”
คินน์ส่ายหน้าเล็กน้อย“ยังไม่มี... เธออยากตั้งชื่อให้มันไหมล่ะ?”
พิมมี่กางแขนกอดตุ๊กตาหมีตัวั์เอาแก้มซบลงกับขนฟูนุ่มนิ่มด้วยความชอบใจ ดวงตาเป็ประกายขึ้นมาบ้างแล้ว “เอ่อออ...งั้นให้มันชื่อ ‘ปุกปุย’ นะคะ! เ้าหมีปุกปุย!”
“ปุกปุยเหรอ... อืม ชื่อเข้ากับมันดี”คินน์ตอบรับด้วยรอยยิ้มจางๆ แววตาคมมีความอ่อนโยนฉายชัดขึ้นมาวูบหนึ่ง
แอด...เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น
หญิงวัย30 ปี ที่พิมมี่เรียกว่า ป้านวล ผู้เป็ทั้งแม่บ้านและพี่เลี้ยงกำลังเข็นรถวีลแชร์ที่มีนายแพทย์วิชัยนั่งอยู่เข้ามาในห้อง
นายแพทย์วิชัยในวัย36 ปีแม้ใบหน้าจะยังมีร่องรอยาแและร่างกายยังเ็ปจากอาการขาและไหปลาร้าหัก แต่ก็ยังอดห่วงบุตรสาวคนเดียวไม่ได้
ทันทีที่ล้อรถเข็นพ้นขอบประตูสายตาของหมอวิชัยก็ปะทะเข้ากับร่างของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวหน้าตาหล่อเหลาคมคาย อายุอานามน่าจะอยู่ใน่ยี่สิบปลายๆ ยังไม่ถึงสามสิบดี
วินาทีนั้นประกายตาของหมอวิชัยเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจระคนคุ้นเคยสมองประมวลผลย้อนกลับไปในคืนวันอุบัติเหตุ ภาพของชายหนุ่มที่ะโลงไปในน้ำอย่างไร้ความกลัวและลากตัวเขาขึ้นมาจากถนน—ใช่แน่ๆ ผู้ชายคนนี้!
คินน์รู้สึกตัวว่ามีคนเข้ามาเขาหันขวับกลับไปมองผู้มาใหม่
สายตาคมกริบของคินน์สบเข้ากับดวงตาของนายแพทย์วิชัยพอดีทั้งคู่สบตากันเงียบๆ ก่อนที่พิ่มมี่จะเอ่ยขึ้น
“คุณพ่อดูนี่สิคะ พี่เค้าให้หนู” เด็กหญิงอวดตุ๊กตาตัวใหญ่ในอ้อมแขนคุณหมอพยักหน้าให้แล้วยิ้มรับ ก่อนจะหันไปสั่งแม่บ้าน
“นวล... อยู่ดูพิมมี่ทีนะ”นายแพทย์วิชัยเอ่ยขึ้น ก่อนจะหันไปบอกลูกสาว “เดี๋ยวพ่อมาน่ะลูก”
“ส่วนคุณ...ช่วยออกไปคุยกับผมข้างนอกสักครู่ได้ไหมครับ” คุณหมอพูดกับคินน์ด้วยท่าทีเกรงใจ
“ครับ”คินน์พยักหน้ารับ เขาหันหลังจะเดินตามหมอวิชัยออกไป แต่ทันใดนั้นเอง
หมับ!
มือเล็กๆนุ่มนิ่มเอื้อมไปคว้าชายเสื้อและจับมือของคินน์เอาไว้เบาๆ
คินน์ก้มลงมองเด็กหญิงพิมมี่ช้อนสายตากลมโตขึ้นมองเขา ส่งยิ้มหวานหยดที่จริงใจที่สุดให้พร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงใสแจ๋วที่เต็มไปด้วยความขอบคุณ
“ขอบคุณนะคะ...เ้าปุกปุยน่ารักที่สุดเลย พิมมี่ชอบมากค่ะ”
หัวใจของชายหนุ่มกระตุกวูบไปอย่างไม่ทันตั้งตัว...วงล้อแห่งโชคชะตาของชายหนุ่มกับเด็กหญิงตัวน้อย ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว.....