บทที่4
พฤติกรรมแปลกๆ (2)
หมดคาบเช้าก็พักกลางวันลูซี่เดินดุ่มๆไปเอาอาหารถาดแล้วแยกตัวออกมาจากโรงอาหาร ทุกๆฝีก้าวของลูซี่พวกผู้ชายมักจะชำเลืองมองแล้วพยายามถอยห่างเพราะกิติศักดิ์ความบ้าผู้ชายของเธอ แต่ขอโทษนะ เป็อะไรมากไหมยะถึงลูซี่จะเคยบ้าผู้ชายแต่รสนิยมนางสูงหนังหน้าอย่างพวกนายไม่ปรายตามองให้เสียเวลาหรอก
ลูซี่เดินออกจากโรงอาหารแล้วไปหาที่ร่มๆเพื่อทานอาหารคนเดียวไปอย่างเงียบๆหากเป็เมื่อก่อนลูซี่คงถือถาดอาหารวิ่งไปหาองค์รัชทายาทเพื่อขอนั่งรับประทานอาหารด้วยแต่ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว ขณะที่ลูซี่นั่งทานอาหารไปเงียบๆก็มีเสียงเหมือนคนเดินมาเมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบผู้ชายสองคนที่หน้าตาดีและที่สำคัญยังเป็ผู้ชายที่ลูซี่คลั่งไคล้อยู่พอสมควรคู่หูดูโอ้ ไออ้อน-เดล
ทันทีที่สองคู่หูเห็นหน้าลูซี่ ไออ้อนออกอาการหนักคือ หน้าซีด เหงื่อแตกพลั่กๆร่างเกร็งไปหมด ส่วนเดลมีสีหน้านิ่งๆแต่ถอยหลังกลับช้าๆไอ้ปฏิกิริยาน่าตบแบบนั้นคืออะไร ลูซี่มองสองคู่หูแล้วหมดอารมณ์ทานอาหารเลยทีเดียวลูซี่รวบช้อนแล้วยกถาดอาหารเดินออกไปทันที จังหวะที่เดินสวนไออ้อนหลับตาปี๋กลั้นหายใจ ส่วนเดลยืนตัวแข็ง เสียงเท้าใกล้เข้า ใกล้แล้ว ใกล้แล้ววววว!! แล้ว แล้วเดินผ่านไปไออ้อนลืมตามองไปรอบๆก่อนหันไปมอง ลูซี่ที่เดินผ่านไปเฉยๆ เน้นตัวหนาๆว่าเฉยๆไม่มีการะโกอดหรือควงแขน หรือ หรือ เอามือลูบกล้ามตัวเองเดลเองก็หันไปมองแบบทึ่งๆเหมือนกัน
“นี่ นี่นี่ ลูซีเอน่า เอ่อ ยังสติดีอยู่รึเปล่า แบบว่า เจอพวกเราแล้วเดินผ่านไปเฉยๆเนี่ยนะ!!”ไออ้อนหันมาพูดกับเดล
“ดูท่าว่าหัวคงฟาดแรงเกินไปล่ะมั้ง”
หลังจากพักกลางวันเสร็จข่าวลือลูซี่ยิ่งโหมกระพือราวกับไฟลามทุ่ง เพียงแค่ลูซี่ตั้งใจเรียนพวกนี้ก็ตื่นตูมราวกับเจอสิ่งมหัศจรรย์ ถ้าลูซี่ได้ที่หนึ่งตอนสอบกลางภาคนี้ จะไม่ใจนน้ำลายฟูมปากเลยเหรอ!! คาบบ่าย ต้องเรียนวิชาพล่ะศึกษาเหล่านักเรียนต้องไปเปลี่ยนชุดเป็เสื้อพล่ะคอกลมสีขาวและกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินเข้มซึ่ง(อดีต)ลูซี่ไม่เคยสวมใส่มันสักครั้ง เพราะนางเอาแต่โดดเรียนนานๆเข้าเรียนวิชาพล่ะ แม้จะเข้าเรียนก็ยังคงสวมชุดนักเรียนอยู่ดี!! ในขณะที่ชั่งใจว่าจะสวมดีหรือไม่ดวงตาก็เหลือบไปเห็นกลุ่มนางเอกที่สวมชุดพล่ะยืนล้อมนางเอกแล้วพูดชมไม่ขาดปากว่า
“แองจี้ใส่ชุดพล่ะทีไรทำเอาหนุ่มๆใจสั่นไปหมดเลย”
“ดูสิผิวก็สวยหุ่นก็ดี แถมยังเก่งวิชาพล่ะอีกด้วย”แองเจล่าทำหน้าเขินบ่นออกมาอย่างเบาๆว่า
“พูดเกินจริงไปแล้วค่ะทุกคนก็หุ่นดีเหมือนกัน”หึ หมั่นไส้ลูซี่เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไม(อดีต)ลูซี่ถึงได้ชอบแกล้งแองเจล่า เพราะทำตัวน่าหมั่นไส้แบบนี้เองลูซี่กอดอกเอนหลังพิงตู้ล็อคเกอร์ตัวเองแล้วครุ่นคิดเล็กน้อย อันที่จริงก็ไม่เห็นต้องไปหมั่นไส้นางเอกเลยจริงไหม เขาก็ทำตัวใสๆเหมือนอย่างเคยแต่ทำไมไม่รู้ถึงได้ขัดตานัก หรือว่าจะเป็เพราะสวมบทเป็นางร้ายอยู่นะ ถึงได้มีอคติแบบนี้แย่จังเลย ขอโทษด้วยนะแองเจล่า ที่เผลอนึกว่าคุณทั้งๆที่คุณไม่ได้ทำอะไรเลยอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสลด…คิดว่าลูซี่จะคิดแบบนั้นเหรอ ในเมื่อถูกกำหนดมาให้เป็นางร้ายก็ควรจะทำตามบทบาทที่ให้มาเสียหน่อย
หุ่นดี สวยเล่นกีฬาเก่ง เหอะ นับจากวันนี้เป็ต้นไป ลูซี่จะแย่งมันมาให้หมด นางเอกนะไม่ผิดอะไรหรอกนะ ไม่เลยสักนิด ทำตัวน่าหมั่นไส้แบบนั้นก็ไม่ผิดนะ ไม่เลยสักนิดเพียงแค่ทำให้ขัดตาขัดใจ แล้วลูซี่ก็ไม่ผิดนะที่จะไปรังแกนะ ก็ถูกกำหนดมาให้ร้ายนะลูซี่เปิดตู้ล็อคเกอร์หยิบชุดพล่ะออกมา ประตูล็อคเกอร์ด้านในติดกระจกไว้และมันเผยให้เห็นใบหน้าสวยๆของลูซี่ที่มุมปากยกขึ้นนิดๆอยากให้เป็นางร้ายก็เอาสิ แต่เป็แบบฉบับไม่โง่นะจ๊ะ คุณนางเอกหวังว่าจะตามเล่ห์ของฉันให้ทันล่ะกัน!!
วิชาพล่ะเป็วิชาที่น่าตื่นเต้นวิชาหนึ่งคือเดือนหนึ่งจะมีอยู่วันหนึ่งที่มันจะแรนด้อมว่าห้องไหนกับห้องไหนจะต้องเรียนด้วยกัน เดือนไหนที่ห้องคิงแรนด้อมได้เรียนคู่กับห้องเบี้ยลูซี่จะเข้ามาเรียนด้วยเสมอและวันนี้ห้องเบี้ยก็ได้เรียนคู่กับห้องคิงทันทีที่เหล่าสาวๆเดินเข้ามาในสนามฝ่ายนักเรียนชายก็พากันหันมาดูแล้วผิวปากแซวสาวๆโดยเฉพาะแองเจล่าที่มีใบหน้าแดงก่ำน้อยๆยามถูกแซวจนท่านประธานต้องออกปากให้หยุดไม่อย่างงั้นจะถูกลงโทษแองเจล่าหันไปมองท่านประธานคล้ายจะขอบคุณเพื่อนๆเห็นแบบนั้นก็ดันๆแองเจล่าให้เข้าไปพูดคุยใกล้ๆสร้างความขัดเขินแก่แองเจล่า ปากห้ามปรามเพื่อนแต่ไม่ขัดขืนเลยสักนิดก่อนที่แองเจล่าจะได้พูดคุยกับท่านประธาน เสียงพูดจากนักเรียนคนหนึ่งดังขึ้นมาว่า
“เอ๊ยยยยลูซี่ก็เข้าเรียนด้วยวะ”
“ก็ถ้าเรียนกับห้องนี้ยังไงก็มาไม่ใช่เหรอวะ”
“แต่คราวนี้ใส่เอ่อ ใส่ชุดพล่ะมาด้วย ”เสียงหลังๆดูแ่เบาทำให้ทุกสายตาต้องหันมามองลูซี่เป็ตาเดียว ลูซี่นะ หากตัดนิสัยออกไปและยืนนิ่งๆแล้วหุบปากไปซะจะพบว่าลูซี่เป็ผู้หญิงที่สวยมาก อวยตัวเองนิดหนึ่ง ว่าสวยกว่านางเอกด้วยซ้ำผิวของลูซี่ไม่ได้ขาวโอโม่เหมือนแองเจล่า แต่ขาวอมชมพูน่าหลงใหล อีกทั้งยังมีเรียวขาที่ยาวได้รูปและที่สำคัญ หึๆๆ ความภาคภูมิใจของผู้หญิง ที่ชาติที่แล้วมีไม่เท่า นั่นก็คือหน้าอก แม้จะเพิ่งขึ้นมัธยมปลายแต่ลูซี่ค่อนข้างมีหน้าอกที่ ฮึ่มๆๆ ใหญ่เกินตัวให้คำนิยามตัวเองเบาๆว่า สวยเซ็กซี่ลูซี่ไม่สนใจสายตาของคนอื่นแต่ไปนั่งต่อท้ายแถวนักเรียนหญิงคนห้องตัวเอง
แม้จะเห็นว่ามีท่านประธานและองค์ชายยืนเด่นเป็สง่าอยู่ตรงหน้า ก็ไม่สนใจที่จะวิ่งเข้าหาเหมือนอย่างเคย นี่มันผิดปกติ!!ท่านประธานจ้องมองไปยังลูซี่ก่อนจะได้ทันเดินเข้าไปหาก็ถูกองค์รัชทายาทตัดหน้าเดินเข้าไปก่อนลูซี่มององค์ชายที่เดินเข้ามาหาตัวเองด้วยท่าทางนิ่งสงบองค์รัชทายาทฉีกยิ้มอ่อนหวานให้เหมือนทุกที
“ลูซี่คุณยังคงเจ็บแผลอยู่รึเปล่า”
“ไม่เพคะ หายดีแล้วฝากขอบคุณองค์าาที่ยังคงมีเมตตาต่อหม่อมฉันด้วย เพคะ”องค์รัชทายาทอึ้งไปนิดอันที่จริงมันก็เป็เื่จริงที่ท่านพ่อฝากถามมาให้เพราะตัวองค์รัชทายาทเองก็ไม่ได้สนใจอะไรกับลูซีเอน่าอยู่แล้วแต่มักจะพูดแบบกำกวมให้(อดีต)ลูซี่เข้าใจผิดไปเองเสมอ ว่าพระองค์เป็ห่วงแน่นอนว่าเพราะความทรงจำจากชาติที่แล้วทำให้ลูซี่สามารถมองทะลุหน้ากากที่องค์รัชทายาทสร้างขึ้นมาได้หึ เด็กอายุแค่สิบห้าสิบหกปี ฉลาดแค่ไหนก็ไม่มีทางเชี่ยวชาญไปกว่าผู้มีประสบการณ์อายุสามสิบกว่าๆอย่างเธอได้งานในชาติที่แล้วสอนให้รู้จักสังเกตคนไม่แปลกที่ครั้งนี้ลูซี่จะมองทะลุหน้ากากนั่น
ก่อนจะได้ทำอะไรต่ออาจารย์พล่ะก็เข้ามาเสียก่อนทำให้องค์รัชทายาทต้องล่าถอยไปด้วยความมึนงง วันนี้อาจารย์อยากทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายด้วยสามวิธีที่เลือกสรรมาให้ หนึ่งคือวิ่งเร็ว 50 เมตร สองลุกนั่ง 30 วินาที สามดึงข้อฝั่งนักเรียนชายต่างเดาๆอย่างสนุกสนานว่าใครจะจะทำคะแนนได้เยอะกว่าระหว่างท่านประธานกับองค์รัชทายาท
ส่วนฝั่งผู้หญิงหลายคนคิดว่าเป็แองเจล่าเพราะพวกเธอคิดว่าฟ้ากำหนดมาให้แองเจล่าเป็คนที่สมบูรณ์แบบ ลูซี่เหยียดยิ้มเล็กน้อยคันไม้คันมืออยากจะแสดงให้เห็นว่า ใครกันแน่ที่ถูกกำหนดมาให้เป็คนสมบูรณ์แบบเสียใจด้วยนะจ๊ะ แองเจล่า เื่ผู้ชายลูซี่ยกให้ แต่เื่อื่นลูซี่ไม่ยอมแพ้แน่!! เพราะลูซี่โดดเรียนบ่อยๆจึงทำให้ไม่มีใครรู้ว่าที่จริงแล้วลูซี่มีสมรรถภาพทางกายที่สูงคนหนึ่งลูซี่นั้นตัวอ่อนมากเพราะท่านดยุคเคยส่งไปเรียนบัลเล่ต์ั้แ่เด็กๆวาดหวังให้บุตรสาวเหมือนภริยาที่จากไปของท่านน่าเสียดายที่พอขึ้นชั้นมัธยมต้นเจอเหล่าหนุ่มๆสุดหล่อเข้าไปก็ไม่ว่างไปเรียนอีกเลย ลูซี่ดัดมือตัวเองเสียงกระดูกดังลั่นพอสมควรพลางคิดในใจว่า ต่อจากนี้เห็นทีต้องกลับไปเรียนบัลเล่ต์ซะหน่อยดีกว่า