Dominari: A song of evolution

    ตอนที่ 10 เดรูเลี่ยนสตีล

     สายตาของมนุษย์หมาป่าทั้งสามมองมายังผมด้วยความดูแคลน และดูเหมือนทั้งสามจะหัวเสียกับการที่ผมอยู่ตรงนี้อีกด้วย“อมาร็อค โทคูลา พวกเราออกไปร่วมสู้ศึกดีกว่า ดูจำนวนศัตรูแล้ว ต่อให้เป็นวลาดกับเพื่อน ๆ หน่วยกำจัดฯ ของเขาที่เหลือก็น่าจะตึงมืออยู่”“ท่านหญิง แต่ความปลอดภัยของท่านสำคัญที่สุดนะครับ” โทคูลาพยายามเตือนสติวายา“เคยมีหมาป่าตัวไหนที่หนีจากการต่อสู้เพราะว่ามีคนมาช่วยมั้ยโทคูลา การหนีของพวกเราคือการยอมรับความพ่ายแพ้ และวายาไม่เคยพ่ายแพ้” วายาพูดอย่างเกรี้ยวกราดใส่องค์รักษ์ทั้งสอง“ไป เราจะออกไปร่วมสู้ศึกกับวลาด” “ครับ” อมาร็อคและโทคูลา ทำได้แต่โอนอ่อนตามคำสั่งของวายาผู้เป็นนายและเอาแต่ใจตัวเอง ทั้งคู่รีบพุ่งตัวเข้าร่วมการศึกด้วยความรวดเร็ว วายาก็เตรียมพุ่งตัวตามเข้าไป แต่ผมคว้าแขนของเธอเอาไว้ก่อน“วายา.. เอ่อ.. ท่านหญิง วลาดบอกให้พวกเรารออยู่ที่นี่ มันน่าจะปลอดภัยกว่านะครับ” ผมดึงแขนของวายาเอาไว้ ไม่แน่ใจว่าเพราะผมเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ หรือว่าความปลอดภัยของตัวเองกันแน่วายาหันมาแยกเขี้ยวใส่ผม พร้อมสะบัดมืออย่างแรง“ไอ้คนขี้ขลาด แกทำให้เผ่าพันธุ์ของแกต้องอับอาย” ถ้าต้องรักษาชีวิตด้วยการแลกด้วยชีวิตของคนอื่น งั้นฉันขอตายเองเลยดีกว่า เธอหันมาแยกเขี้ยวขู่ผมพร้อมกับผลักผมให้ถอยออกไปทันใดนั้น... “วายา” ผมเรียก ระหว่างที่เธอหันมาโต้คารมกับผม วัตถุทรงกลมขนาดพอ ๆ กับลูกมะพร้าวลูกหนึ่งพุ่งมาตกลงที่ด้านหลังของเธอ ทุก ๆ อย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วจนผมทำทุกอย่างไปด้วยสัญชาตญาณล้วน ๆ ผมแลเห็นไฟกะพริบที่วัตถุนั้นค่อย ๆ เปล่งแสงวาบ ผมเรียกเธอพร้อม ๆ กับปล่อยขวดเนกตาร์ลงกับพื้น ดึงตัวเธอให้มาอยู่ข้างหลังผม และค้อมตัวทับลูกทรงกลมนั้นไว้ในทันทีแสงสว่างวาบปรากฏขึ้นพร้อม ๆ กับความร้อนที่แผดผิวของผมเริ่มจากบริเวณช่องท้อง แล้วก็ลามไปยังบริเวณอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว ตัวของผมถูกแรงระเบิดซัดลอยละล่องก่อนจะได้ยินเสียงระเบิดเสียอีก บึ้ม...ผมรับรู้ว่าตัวของผมหล่นหลงที่พื้นอย่างแรง ตาของผมเหลือบไปเห็นสีหน้าขององค์รักษ์ของวายาที่วิ่งเข้ามาอย่างตกอกตกใจ หูของผมได้ยินเสียงเลือนรางเรียกชื่อของผม แล้วทุกอย่างก็กลายเป็นความมืดดับไป.............................................................ผมลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องเดิมกับที่ผมรู้สึกตัวครั้งแรกเมื่อมาถึงเซกเตอร์สิบเจ็ด ผิดที่ว่าคราวนี้ในห้องไม่ได้มีเพียงผมอยู่คนเดียว“ฟื้นแล้วหรือคาล รู้สึกอย่างไรบ้าง”อาเบลถามผมด้วยสีหน้าอ่อนโยน“นี่ฉัน... นี่ผมกลับมาที่นี่ได้ยังไง แล้วเมื่อวาน...?”“ฉันก็เป็นคนลากนายกลับมาน่ะซิ นายเนี่ยห่ามไม่เบาเลยนะ ไปกระโดดทับลูกระเบิดของพวกอันเดดแบบนั้น ฉันสงสัยเหลือเกินว่านายเป็นเผ่าพันธุ์ไหนกันแน่ถึงรักษาตัวได้รวดเร็วขนาดนี้ ถ้าเป็นโดมินาริระดับหนึ่งหรือสองคนอื่น ๆ เราคงต้องเอานายใส่ถุงปุ๋ยกลับมาแทนแล้วนะนี่ ฮ่ะฮ่ะ” วลาดิเมียร์หัวเราะอย่างสนุกสนาน “เหตุการณ์เมื่อวานน่ะ เป็นฝีมือของพวกอันเดด พวกมันเริ่มก่อความวุ่นวายมาสักพักใหญ่แล้วล่ะ ประเด็นหลักของพวกมันคือการต้องการให้รื้อฟื้นกฎหมายการบริโภคโฮโมเซเปียนส์อย่างเสรีอีกครั้ง แต่ทางสภาฯ คิดว่าการกระทำแบบนั้นสุ่มเสี่ยงต่อการเปิดเผยตัวตนของพวกเราในวงกว้างเกินไป ข้อเรียกร้องของพวกมันจึงไม่เคยได้รับการตอบสนอง” อาเบลอธิบายภาพรวมให้ผมฟังอยู่คร่าว ๆ ผมพยายามทำความเข้าใจตาม“แล้วพวกคนที่โดนลูกหลงเมื่อวาน?” ผมพาลไปนึกถึงภาพที่เห็น โดมินาริจำนวนมากถูกยิง ถูกระเบิด แต่โดมินาริรักษาตัวเองได้ใช่มั้ยนะ...“มีโดมินาริที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้สิบห้าราย บาดเจ็บอีก... มากกว่าห้าสิบราย” อาเบลบอกด้วยเสียงสั่นเครือ“เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่ว่าพวกเราสามารถรักษาตัวเองได้หรอกเหรอ ...เหมือนกับผม”“น่าเสียดายที่ไม่ใช่ทุกคนน่ะคาล ก่อนอื่นต้องอธิบายให้คุณเข้าใจก่อนว่า พื้นฐานของโดมินาริก็คล้าย ๆ กับเซเปียนส์ ทุกคนเสียชีวิตได้เมื่อร่างกายได้รับอาการบาดเจ็บจนไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เพียงแต่ดีเซลล์ของพวกเรามีพลังในการรักษาตัวเองได้มากกว่า จึงทำให้ถ้าไม่ใช่การบาดเจ็บที่รุนแรงจริง ๆ เราจะไม่ถึงกับชีวิตโดยทั่วไปแล้วความแข็งแกร่งของดีเซลล์จะถูกแบ่งออกเป็นระดับขั้นเก้าระดับ ซึ่งเกี่ยวพันกับพลังในการรักษาตัว การแปลงสภาพร่างกาย รวมไปถึงการใช้พลังพิเศษต่าง ๆ นี่คุณน่าจะเห็นมาแล้ว”ผมจำได้ว่าเคยได้ยินเรื่องระดับขั้นพลังมาก่อนหน้านี้จึงพยักหน้าตาม“ระดับขั้นจะเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาดีเซลล์และการดูดกลืนมานา ประชากรส่วนใหญ่ของโดมินาริน่ะ มีพลังอยู่ที่แค่ขั้นที่หนึ่งเท่านั้น นั่นคือไม่สามารถแปลงสภาพตามเผ่าพันธุ์ของตัวเองได้ด้วยซ้ำ การจะเริ่มแปลงสภาพได้ปกติแล้วจะต้องมีพลังอยู่ถึงขั้นที่สอง และเมื่อมีพลังแข็งแกร่งจนถึงขั้นที่สาม จึงเริ่มเชื่อมโยงมานาภายในร่างกายเข้ากับมานาภายนอกสร้างรูปแบบของการใช้พลังพิเศษที่แตกต่างกันออกไปตามเผ่าพันธุ์และความสามารถเฉพาะตัว อย่างที่คุณเห็นเมื่อวาน ท่านหญิงวายากับกรงเล็บเพลิง”ผมจำได้เลา ๆ กับฉากการต่อสู้เมื่อวาน วายา.. เธอช่างเปี่ยมไปด้วยพลังและความน่าสนใจจริง ๆ“เรื่องสำคัญประเด็นต่อมาก็คือ ‘เดรูเลี่ยนสตีล’ สิ่งนี้ก็เหมือนกับคริปโตไนท์สำหรับพวกเรา มันคือโลหะพิเศษที่มีทั้งอิทธิพลในทางดีและร้ายสำหรับอารยธรรมของพวกเรา เดรูเลี่ยนทำให้พวกเรามีความเจริญก้าวหน้าเหนือล้ำกว่าเซเปียนส์ แต่มันก็คือฝันร้ายหนึ่งเดียวที่ทำให้เราหวาดกลัว เพราะมันสามารถทำลายดีเซลล์ของพวกเราได้ และนั่นอาจจะหมายถึงความตายสำหรับผู้มีชีวิตเกือบเป็นนิรันดร์อย่างพวกเรา”ผมมองไปยังอาเบล และนึกขึ้นมาได้ว่า หรือสาเหตุที่เขาต้องนั่งรถเข็นทั้ง ๆ ที่เป็นโดมินาริ อาเบลคงสังเกตุเห็นว่าผมมองไปที่เขาด้วยแววตาแห่งความสงสัย“ใช่ มันเป็นทั้งเหรียญตราและความอับอายจากการต่อสู้ของผมเมื่อนานมาแล้ว” อาเบลยิ้มขื่น“ผมต้องขอบอกว่าคุณเป็นคนที่โชคดีจริง ๆ คาล และร่างกายของคุณก็มีความเร้นลับที่ผมเองยังมองไม่ออกซ่อนอยู่อีกมาก จะมีสักกี่คนในหมู่พวกเราที่มีชีวิตรอดจากระเบิดของอันเดด และใช้เวลาเพียงไม่ถึงครึ่งวันในการรักษาตัวจนกลับมามีสภาพเป็นปกติ แต่ผมคิดว่าตอนนี้คุณไม่ควรจะออกไปเที่ยวเล่นที่ไหนแล้วล่ะ ผมอยากขอให้คุณอยู่ในบ้านของผมจนกว่าเราจะเดินทางออกจากที่นี่กันคุณพอจะช่วยผมได้มั้ย ผมคิดว่าพลังของคุณอาจจะไปดึงดูดความสนใจจากคนที่ไม่ควรบางกลุ่มได้น่ะ” อาเบลปรายไปยังวลาดิเมียร์“ผมมีทางเลือกมั้ยล่ะ” ผมตอบอาเบลยิ้มแล้วก็ออกจากห้องไป ทิ้งผมไว้กับวลาดิเมียร์สองคน“เมื่อคืนมันมันส์มากเลยนะคาล น่าเสียดายที่นายหมดสติไปตั้งกลางทาง ฉันไม่ได้สู้มันส์ ๆ แบบนี้มานานแล้ว...”ผมใจลอยเพราะเรื่องความลับของตัวเองจนแทบจะไม่ได้รับรู้เรื่องที่วลาดิเมียร์เล่าอย่างออกรสเลยแม้แต่น้อย รู้คร่าว ๆ แค่ว่าหลังจากผมสลบไปมนุษย์หมาป่าทั้งสามกับพวกวลาดไล่ถล่มกองทัพอันเดดจนแตกพ่าย และไม่เหลือผู้รอดชีวิตให้กลับมาสอบปากคำเลย และก็...“เสียดายช่วงตอนท้าย นายรู้มั้ย จริง ๆ พวกเราน่ะ จัดการอันเดดพวกนั้นจนเกือบจะหมดแล้ว ยังเหลือยูนิทเอฟอยู่อีกสองตัว แต่ดันมีคนมาชุบมือเปิดจัดการพวกมันสองตัวไป แล้วพวกนักข่าวก็เลยไปเยินยอสองคนนั่นจนกลายเป็นว่าผลงานทั้งหมดเป็นผลงานของไอ้เจ้าพวกนั้น”“สองคน คือใครวลาด?” ผมจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ได้เลย แต่พอรู้ว่าผลงานของพวกวลาดิเมียร์ถูกคนอื่นมาแย่งไป ก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจขึ้นมาอยู่เหมือนกัน“สองคนนั่นเป็นสมาชิกสภาฯ น่ะ เป็นสองคนที่ชอบมีเรื่องราวออกสื่อมากที่สุดด้วย คนหนึ่งชื่อว่า ‘วายุ’ อีกคนชื่อ ‘คัลลาแฮน’ พอพูดถึงสองคนนั่นทีไรก็หงุดหงิดทุกที เอาจริง ๆ สองคนนั่นน่ะต้องเห็นหรืออยู่ในเหตุการณ์การทั้งหมดตั้งแต่ต้น ๆ แล้วล่ะ แต่ไม่ยอมยื่นมือเข้ามาช่วย แล้วพอรู้ว่ามีนักข่าวมาก็เลยยอมมาลงมือช่วงท้าย ๆ เฮ้อ” วลาดิเมียร์บ่นออกมาพร้อมถอนหายใจแรงสังคมโดมินาริก็คล้ายกับเซเปียนส์ไม่น้อยเลยผมคิด“เออ ไหน ๆ นายก็ฟื้นแล้ว มีคนมารอนายตั้งแต่เช้าตรู่แล้วน่ะ เอ่อ... คงอยากมาแสดงความขอบคุณน่ะฉันว่า”“ขอบคุณ? ...ใคร? คือใครน่ะวลาด?” ผมสงสัยมาก เพราะชีวิตโดมินาริของผมยังเริ่มต้นมาได้ไม่ถึงสัปดาห์ นอกจากคนในหน่วยกำจัดที่สิบเอ็ดซึ่งยังเคยคุยด้วยไม่ครบ ผมก็ไม่ได้รู้จักโดมินาริคนไหนแล้วนี่“ท่านหญิงวายาน่ะ เธอยืนกรานว่าจะอยู่รอจนนายฟื้น ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว นายลงไปพบท่านหญิงหน่อยเถอะ”“วายา?” เป็นชื่อที่ผมไม่คิดถึง และไม่คาดคิดเลยว่าจะได้พบกันอีกครั้งเร็ว ๆ แบบนี้“ก็ต้องได้ซินะ แล้ววายา... เอ่อ ท่านหญิงน่ะ รออยู่ที่ไหน”“ห้องรับแขกด้านล่างน่ะ นายเอาเสื้อผ้าชุดใหม่ในตู้ใส่ได้เลย อาเบลให้แม่บ้านเตรียมไว้ให้นายแล้ว ...ว่าแต่ ...นายยังเลอะเทอะอยู่มากเลยนะคาล?”ผมฟังคำของวลาดิเมียร์แล้วก็ก้มลงมองตามเนื้อตัวของตัวเอง มือของผมลูบหน้าดูตามสัญชาติญาณ คราบเลือดและคราบสกปรกต่าง ๆ แห้งเหนียวเกาะกรังอยู่แทบจะทุกส่วนที่อยู่นอกร่มผ้า“เพื่อน ฉันว่านายไปอาบน้ำสักหน่อยก็น่าจะดีนะ”.............................................................ผมหอบผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าชุดใหม่เดินไปตามทางที่วลาดิเมียร์บอก เนื่องจากว่าห้องพักในส่วนนี้ของตึกใช้ห้องอาบน้ำรวม ในห้องของผมจึงมีแค่เพียงอ่างล้างมือเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในผนังเดินไปประมานห้านาทีผมก็พบกับประตูบานใหญ่ตามที่วลาดิเมียร์บอกไว้ ห้องอาบน้ำของที่นี่จะทำให้นายตกใจ คือคำที่วลาดิเมียร์กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้กับผมผมผลักประตูเปิดออกและพบว่าสิ่งที่วลาดิเมียร์กล่าวไว้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแม้แต่น้อยอ่างอาบน้ำที่มีไอน้ำสีขาวลอยฟุ้งเรี่ยพื้นน้ำมีขนาดไม่เล็กไปกว่าสระว่ายน้ำขนาดมาตรฐาน บริเวณพื้นที่ตรงกลางของอ่างอาบน้ำประดับไว้ด้วยรูปปั้นน้ำของสิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับมังกรที่มีหัวเก้าหัว แต่ละปากของสิ่งนั้นอ้ากว้างและมีน้ำไหลออกมาเป็นน้ำตกลงสู่อ่างเบื้องล่างกำแพงรอบ ๆ เป็นรูปสลักหลายรูปยาวต่อเนื่องไปทั่วบริเวณผมเห็นห้องแต่งตัวอยู่ทางซ้ายมือของอ่างอาบน้ำจึงนำของทั้งหมดไปเก็บไว้ที่นั่นเมื่อพร้อมแล้วผมจึงเดินนออกมาและก้าวขาลงไปในอ่างอาบน้ำที่ควรเรียกว่าสระน้ำเสียมากกว่า อุณหภูมิของน้ำอบอุ่นสบายอย่างไม่น่าเชื่อ ผมค่อย ๆ เดินไปหามุมที่ไกลตามุมหนึ่งที่น้ำสูงไม่ถึงเอวของผมแล้วนั่งลงอย่างผ่อนคลายผมพาดหัวไว้กับขอบสระ หลับตา และพยายามผ่อนคลายความเครียดจากเรื่องหนักหัวที่ประดังประเดเข้ามาในช่วงหลายวันที่ผ่านมา จนเคลิ้มหลับไปครู่หนึ่งหูผมก็เหมือนแว่วว่าได้ยินเสียงน้ำกระเด็นอยู่ไม่ไกลจากจุดที่ผมนั่งอยู่“ทำไมนายมาอยู่ที่นี่”ผมสะดุ้งลืมตาขึ้นจากคำถามที่ได้ยินเบื้องหน้าของผมปรากฎเรือนร่างของคน ๆ หนึ่งที่ผมไม่มีทางลืม เพียงแต่ครั้งนี้เรือนร่างสูงเพรียวสมส่วนและเต็มไปด้วยส่วนเว้าส่วนโค้ง อวบอัดแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนี้ ไม่ได้มีอาภารณ์ใด ๆ ปกคลุมอยู่เลยไอน้ำทำให้ผมเห็นด้านล่างของส่วนโค้งจากดอกบัวคู่งาม เลื่อนลงมายังหน้าท้องที่มีร่องสองร่องขึ้นอยู่คู่กันคล้ายกับเลขสิบเอ็ด และเลื่อนลงมายังไรขนสีดำที่เรียงตัวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย“ฉันถามว่าทำไมนายถึงอยู่ที่นี่ ตอนที่ฉันกำลังอาบน้ำอยู่”ผมทำตัวไม่ถูกและไม่รู้จะพูดอะไรออกมา จึงทำได้เพียงพยายามเบนสายตาหนีและเลี่ยงที่จะตอบคำถามของเรย์ห้องอาบน้ำของอาเบลทำให้ฉันตกใจจริง ๆ วลาดิเมียร์จบตอนที่ 10