ตอน 5 บุรุษนอกรีต
หย่งอ๋องสนใจแต่การรบ เห็นว่าเป่าเล่อเก่งกาจถึงเพียงนั้น มิวายอยากได้มาไว้ข้างกาย หวังใช้เป็คู่ซ้อมฝึกยุทธยามเหงาใจ
"รายงานชื่อเสียงของเ้ามา ต่อไปจงเคียงกายข้า ห้ามห่างเกินหนึ่งลี้" หย่งอ๋องนั่งบนแท่นไม้ เบิ่งตามองด้วยหางตา
"ข้าเป็เพียงทหารเล็กๆ นามว่า วั่งเฟิ่ง พื้นเพเป็ขอทานไร้บ้าน ไม่เหมาะเคียงกายอ๋อง" เป่าเล่อเค้นเสียงสนองอย่างนอบน้อม หากจะได้อยู่ในสายตาหย่งอ๋องตลอด นางกลัวว่าจะทำเื่แดงเข้าสักวัน เดิมทีนางเข้าจิ่งโจวเพียงชั่วครั้งชั่วคราว ได้เบาะแสก็จะจากไป ไม่คิดรั้งอยู่นาน ...ในเมื่อเป็ความ้าของผู้เป็ใหญ่ ทหารยศเล็กไม่อาจขัดแย้ง วั่งเฟิ่งจำยอมเป็บริวารข้างกาย
ั้แ่มีวั่งเฟิ่งตัวจ่อยข้างกาย หย่งอ๋องไม่เคยได้อยู่อย่างสงบใจอีกเลย วันๆเขาต้องปวดหัวกับวีรกรรมของนาง ตามเช็ดถูให้เป็ว่าเล่น ...เริ่มั้แ่เช้าตรู่ของวัน วั่งเฟิ่งเข้าเฝ้าหย่งอ๋องหน้าเรือนตามหน้าที่ ร้องเพลงสรรเสริญปลุกใจที่เขาแต่งขึ้นเอง
"ล๋า ลั่น ลา ฮึกๆ แค่กๆ นายท่านผู้เกรียงไกร ท้องฟ้าสว่างไสวรำไร ตื่นมาท่องโลกกว๊างเถิ๊ด!!!" วั่งเฟิ่งตัวแสบร้องแหกปาก สร้างบทเพลงที่ไร้ซึ่งท่วงทำนอง ...นอกจากหย่งอ๋องจะไม่ััได้ถึงความไพรเพราะแล้ว ไอ้บทเพลงบ้านี่ยังชวนให้ปวดหัวเป็บ้า
"อ๊ากก!! นี่มันบ้าอะไรกัน ยังเช้าอยู่แท้ๆ ใครบังอาจแหกปากรบกวนข้า!!" หย่งอ๋องกลิ้งไปมาจนตกเตียง ทนไม่ไหวแหกตาตื่น ลากสังขารออกมาเคลื่อนประตู ทำตาขวางใส่
"เ้า!! เ้านี่มันยียวนกวนใจข้าจริงๆ วันแรกที่มาประจำการ ก็ทำข้าแทบคลั่ง!!" หย่งอ๋องถอนหายใจเฮือกใหญ่ ประมาณว่ากรูแสนจะเอือม ...ก่อนลากตัว เดินโครงเครงกลับไปทิ้งตัวลงนอน ทว่าจังหวะที่เขาหันกลับ เพราะอาการงัวเงีย ทำให้หย่งอ๋องพลาดท่า อาภรณ์อันยาวเฟื้อยเกี่ยวกับรอยบากข้างประตูเรือน... หงายหลังล้มไม่เป็ท่า แต่ที่น่าใจหายมากกว่านั้น หย่งอ๋องผู้เคร่งขรึมกลับดึงคว้าอาภรณ์วั่งเฟิ่ง จนเขาต้องล้มลงไปด้วย
วั่งเฟิ่งทหารตัวน้อยล้มนอนทับแนบร่างกำยำของนายท่านพอดิบพอดี ปากของพวกเขาประกบกันปานฟ้าประทาน ถือว่ายังโชคดีนักที่วั่งเฟิ่งสวมหน้ากากอสูรเอาไว้ตลอด ไม่เช่นนั้นวันนี้เสียชื่อหย่งอ๋องแน่
"อ๊าก!! ออกไปนะเ้างั่ง สาระแนเข้าใกล้ข้าทำไม!!" หย่งอ๋องฟอร์มจัด ทำตัวไม่ถูก คิดไรไม่ออก ด่าคนอื่นไว้ก่อน
เขาลุกขึ้นพรวดพราด ผลักวั่งเฟิ่งออกห่างไปรอหน้าเรือน ปิดประตูกระแทกหน้าอย่างแรง
"เอ๋อ... ท่านอ๋อง มิใช่ว่าท่าน เป็คนออกแรงดึงข้าเองหรอกหรือ" วั่งเฟิ่งตัวแสบไม่เว้นแม้กระทั่งพูดยั่วโมโหหย่งอ๋อง แหย่หยอกให้รำคาญใจเล่น
หย่งอ๋องรู้สึกเสียฟอร์มจัด เมื่อทหารเล็กๆยศเท่ามดปลวกอย่างเขา กล้าต่อปากต่อคำ
"นี่ข้าคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่นะ ที่เอาเ้านี่มาเป็บริวารข้างกาย " หย่งอ๋องปาดเเหงื่อบนหน้าผาก นอนแผ่บนเตียงใหญ่ มองเพดานกว้าง ถอนหายใจเฮือก ทว่าชื่อเสียงป่าเถื่อน อ๋องวิปลาสที่คนลือกัน ไม่ใช่แค่เื่พูดสนุกปาก หย่งอ๋องคนโฉดหาวิธีแก้เผ็ดนางจนได้
"หึหึ คอยดูซิ ว่าจะทนข้าได้นานแค่ไหน หย่งอ๋องนะหย๋งอ๋อง ไม่เกิน 3 วัน ท่านต้องได้เปลี่ยนใจ สั่งข้ากลับกองทัพ เป็ทหารน้อยตำแหน่งเดิมแน่ " เป่าเล่อในนามวั่งเฟิ่ง คิดหาหนทางป่วนให้หย่งอ๋องกลับใจ
**********
ณ ลานฝึกยุทธ
ลานกว้างถูกล้อมด้วยลำไผ่ กลางลานมีแท่นไม้เสียบสักตระหง่าน เหมาะสำหรับแขวนคน
"พวกเ้า จับวั่งเฟิ่งถอดเครื่องผ้าอาภรณ์ออกไปให้หมด ข้า้าเห็นไอ้คนก้างถูกขึงมัดติดไม้ตากแดดตากลมให้สาแก่ใจ" หย่งอ๋องนั่งเท้าคางอยู่ในกระโจม ...ท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง เขาเองแสนเบื่อหน่าย้าแม้นมองอะไรที่ป่าเถื่อน เพื่อความสำราญใจ
"ปล่อยนะ อย่าคิดแม้แต่จะโดนตัวข้า" วั่งเฟิ่งเริ่มระวังตัว เขากลัวความลับที่ซ่อนงำไว้จะถูกเปิดเผย ออกแรงผลักหักศอกฟาดหลังหูทุกคนที่เข้าใกล้ ...หย่งอ๋องนั่งเพ่งอยู่นาน ชักเบื่อหน่าย
"พวกเ้านี่มันอ่อนหัดไร้ประโยชน์จริงๆ " หย่งอ๋องตบขอบโต๊ะเสียงดังลั่น
หยิบแส้ยาวกลัดเหวี่ยง หวังใช้ฟาดตีวั่งเฟิ่งคนดื้อ อาศัยแรงแส้กวัดรัดตัวเขาให้อยู่หมัด ทว่าแส้ยาวมิใช่อาวุธที่เขาถนัดนัก สุ่นหย่งอ๋องออกแรงหนักรัดตัวนางไว้แน่น เพราะความดื้อดึงนั้น ทำให้นางเองเสียหลัก แทนที่แส้ยาวจะเหวี่ยงวั่งเฟิ่งมากระแทกคุกเข่าอยู่แทบเท้า วั่งเฟิ่งเอวงอนกลับล้มตัวมานั่งหมับบนตักของหย่งอ๋องซะงั้น
"ไม่มีผู้ใดควบคุมเ้าได้ แม้กระทั่งข้างั้นเหรอ" หย่งอ๋องรู้สึกขนลุกกับสิ่งนี้นัก เขาใช้เท้าถีบข้างเอววั่งเฟิ่งจนเขาล้มสาดกระแทกพื้น มิหนำซ้ำหย่งอ๋องไอ้ปากแซ่บ ยังพูดจาเสียดสีไม่หยุด
"ในเมื่อความดื้อดึงของเ้าไม่มีใครสั่งสอนได้ ข้าก็ขอใช้วิธีนี้แก้เผ็ด" เขาเข้าใกล้นางใช้แส้ฟาดตีอย่างมันมือ เมื่อหนำใจแล้วไซ้ หย่งอ๋องกระชากอาภรณ์สีเทาของวั่งเฟิ่งออกจนฉีกขาด
"บุรุษที่เป็ใหญ่ในแคว้นคลุ้งคลั่งอำนาจ รังแกคนด้อย หารู้ไม่ว่าข้าเป็สตรี!!" วั่งเฟิ่งคิดในใจ กัดขบเหงือกฟัน ใต้หน้ากากอสูรนั่นมีน้ำตาไหลหยดอาบแก้ม
"หยุดนะ หยุดรังแกเขา" เ้าสหายอ้วนตั่วผ้าน แม้จะรักตัวกลัวตาย เขาไม่อาจทนมองสหายตัวจ้อยอย่างวั่งเฟิ่งถูกรังแกได้ ...เขาก้าวขาออกจากแนวรั้วไม้ไผ่ล้อม ด้วยท่าทีขลาดขาวตัวหนาวสั่น มือถือดาบเล็งไปข้างหน้า แต่ขาสั่นพั่บๆๆ
"โอ่ว... ดีนี่ ชักจะสนุกซะแล้วสิ" หย่งอ๋องยั้งมือที่กำลังดึงฉีกอาภรณ์ของวั่งเฟย หันขวับไปหาตั่วผ้าน เห็นเขาเป็เป้าหมายแทน
"เกือบไปแล้วสินะ ความบริสุทธิ์ของสตรีเยี่ยงข้าเกือบถูกไอ้คนจัญไรเปิดเผย" วั่งเฟิ่งถอนหายใจเฮือด
อาวุธนานาประการมีให้เขาเลือกใช้ หย่งอ๋องหยิบคันธนูแดง ง้างยิงใส่เ้าอ้วนตั่วผ้านแบบไม่ลังเล แต่ความแม่นยำของเขาไม่เป็รองใคร ยิงเสียดด้ามดาบ กระทั่งหลุดมือคนขลาดอย่างเขา ...ตั่วผ้านกลัวจนฉี่ราด แบบนั้นมันยิ่งทำให้คนวิปลาสอย่างหย่งอ๋องสมใจ เขาออกคำสั่งให้ลากตัวไป ...เ้าอ้วนกลมเนื้อขาวๆอวบๆถูกปลดเปลื้องอาภรณ์ออกจนเกลี้ยง เหลือเพียงท่อนล่าง เผยให้เห็นพวงไข่น้อยๆห้อยโตงเตง มีขุนอุกอุยปกคลุมเล็กน้อย การกระทำเช่นนี้สร้างปมในใจให้ตั่วผ้านคนซื่ออย่างมาก
"ท่านแม่ !! ฮือๆๆ ช่วยข้าด้วย" ตั่วผ้านถูกจับตรึงแขวนไว้กลางแท่นไม้ใหญ่ในลานกว้างที่ล้อมด้วยลำไผ่
วั่งเฟิ่งตระหนักเห็นถึงไมตรี ลุกขึ้นตั้งหลักคุกเข่าลงต่อหน้า คำนับแนบปลายแทบเท้าของหย่งอ๋องแบบสมยอม
"นายท่าน โปรดอภัยให้วั่งเฟิ่งด้วย ข้านี้ไม่รู้ความ สร้างวีรกรรมแสนมึนให้ท่านรำคาญใจ ต่อไปนี้ข้าจะเชื่อฟังทุกประการ โปรดลดละโทสะลงบ้าง ปล่อยสหายข้าไปเถิด"
เขาเห็นท่าทีลนลานของบริวารตัวน้อย มิวายใจอ่อนไม่อยากเอาความ สั่งยกเลิกการกลั่นแกล้งคน
"หึหึ รู้แล้วสินะ ว่าไม่ควรมาอวดดีกับข้า แผนนี้ถือว่าแก้เผ็ดคนดื้ออย่างเ้าได้ดีทีเดียว" หย๋งอ๋องพึมพำออกมา พร้อมแสยะยิ้มเดินเข้ากระโจม ...เพียงครู่เดียวเขาเดินออกมาพร้อมอาภรณ์ขาวปักเลื่อมด้วยด้ายทอง โยนให้บริวารผู้น่าสงสาร
"นี่เป็อาภรณ์ที่แสนหวงแหนของข้า เพื่อรับผิดชอบที่ข้าฉีกอาภรณ์ของเ้าจนแหวกหลัง"
"คนอย่างข้าไม่ชอบติดหนี้ใคร ถือว่าชดใช้ให้ก็แล้วกัน" หย่งอ๋องอยากจะขอโทษวั่งเฟิ่งแต่มัววางมาด เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย จนคนรอบกายตามไม่ทัน