ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีดำมืด ๆ เต็มไปด้วยบรรยากาศที่หดหู่ ทั้งหมดนี้ถูกก่อขึ้นโดยตัวของฉันเอง เสียงกีตาร์เพี้ยน ๆ ดังมาจากโทรศัพท์ไม่ได้กวนใจเลยสักนิด มันถูกปล่อยให้บรรเลงเพลงไปอย่างอิสระ นึกแล้วก็อิจฉาจัง แม้แต่เพลงยังมีอิสระเลย
ฉันนั่งมองจอภาพที่ฉายไปยังเพดาน แสงของมันสว่างโดดเด่นอยู่ภายในห้อง หากว่ามีเพียงฉันเองที่รู้สึกเดียวดายราวกับอยู่ในสภาวะที่ไม่มีร่างกาย
มือเล็กกอดเข่าของตัวเองเอาไว้ หวังว่าทุกวันนี้สิ่งที่ฉันเห็นและได้ยินมันจะเป็แค่ภาพความฝันเท่านั้น
ไม่นานเสียงการแจ้งเตือนก็ดังขึ้นแทรกภวังค์ความคิด มันหยุดเสียงเพลงลงอย่างไม่หวั่นเกรง ฉันแทบลืมไปเลยว่าฟังอะไรอยู่
มือเล็กหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านแชทตามที่เคยทำในทุก ๆ คืน และฉันก็รู้ดีว่าใครเป็คนทักมา
"นี่ ทำไรอยู่"
ฉันถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยก่อนจะตอบออกไป มันฝืนมาก ๆ เลย ที่ต้องแสดงสิ่งภายนอกให้ทุกคนรู้แต่ไม่ใช่สภาพจิตใจจริง ๆ
ฉันโคตรเกลียดที่จิตใจไม่สามารถแสดงให้คนอื่นเห็นได้ แต่ถ้าหากมันทำได้ฉันคงไม่เป็แบบทุกวันนี้ นอกเสียจากว่าคนพวกนั้นจะไม่มีความเป็คน
"ไม่ได้ทำไร เราหายใจทิ้งน่ะ"
"มีงี้ด้วย"
"ใช่"
"เราขอโทษนะที่วันนั้นไม่ได้เข้าไปช่วยเธอจากเด็กเกเรพวกนั้น"
"โหย ไม่เป็ไร"
"เออนี่ แล้วพรุ่งนี้เต้นรำกันไหม"
"ห๊ะ บ้าไปแล้ว วัฒนธรรมตะวันตกหรอ"
"ใช่ แค่เต้นรำกับเราก็พอแล้ว มันคงจะดีมากเลยถ้าได้เต้นรำในห้องสีดำและมีแสงสลัว ๆ"
"ไม่ดีกว่า"
"เครียดอะไรหรือเปล่า"
"เปล่า เราแค่รู้สึกหน่วง ๆ"
"อย่าเศร้าไปเลยน่า ยังมีเราอยู่ข้าง ๆ นะ เราจะอยู่เคียงข้างเธอเอง"
"แน่ใจหรอ เรากลัวว่าเราต้องไปก่อนน่ะ"
"ไม่มีทางอย่ามาอำ"
"นายก็รู้อยู่แล้วหนิว่าเรามีแพลนเยอะแค่ไหน"
น้ำตาของฉันไหลออกมาอย่างไม่มีเหตุผล สีหน้าไม่ได้พลอยเศร้าไปด้วยเลยสักนิด แต่มันกลับออกมาจากความรู้สึกลึก ๆ ข้างใน
"บ้า ไม่มีวันหรอก เธอต้องอยู่กับเราไปชั่วกัลปาวสานเลย"
"ไม่น่านะ"
"งั้นเอางี้ไหม ถ้าใครหายไปก่อนคนนั้นแพ้"
"เหมือนชื่อเพลงเลย"
"ใช่แล้ว เพลงของใครนะ ซอสพริกกับปลาแมคเคอเรลอะไรซักอย่าง"
"เพลงนี้ก็ดิ่งดีเหมือนกันนะ ฟังบ่อยเลย"
"คงงั้น แล้วเอาเป็ว่าตกลงตามนั้นไหม"
"ตกลงก็ได้นะ แต่นายไม่ได้อยากหายไปเหมือนเราหนิ งี้เราก็แพ้ั้แ่เริ่มสิ"
"หรอ ั้แ่เริ่มเลยหรอ.."
"อืม"
"เข้าใจแล้วล่ะ แต่เราอยากเสมอมากกว่าอะ"
"หมายความว่าไง"
"ช่างมันเถอะ"
"ก็ได้"
"เราเอาคัพเค้กมาห้อยไว้ที่หน้าประตูนะ อย่าลืมออกมาเอานะ"
"เดี๋ยว อยู่หน้าบ้านหรอ"
"อืม"
"กลับตอนไหน"
"ไม่รู้สิ"
"งั้น เราไปก่อนล่ะ"
"เธอจะไปไหน"
"ออกไปเอาคัพเค้กไง แล้วคิดไงมาบ้านคนอื่นตอนสี่ทุ่มเนี่ย"
"บ้านเพื่อนจะเป็ไรไป"
"ขอโทษนะที่ไม่ได้ตอบตกลงตอนนั้น"
"ทำไมวันนี้เธอแปลก ๆ"
เขาเลือกที่จะไม่สนใจข้อความที่ฉันพิมพ์ไป แต่ฉันก็เข้าใจมันดี
"คิดมากน่า"
"เค งั้นเราไปก่อนนะ"
"เราก็จะไปเหมือนกัน"
"งั้นก็รอเราด้วยละกัน"
หลังจากบทสนทนาจบลง ฉันก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเพียงแต่ออกมาเอาคัพเค้กที่แขวนไว้หน้าประตู
ฉันคิดไว้แล้วแหละว่าวันนี้ฉันต้องหายไปให้ได้ คำพูดที่ได้พิมพ์ลงไปก็ล้วนมีความนัยแฝงทั้งนั้น
ฉันหอบร่างกายที่แสนจะเหนื่อยล้าของตนมายังสะพานในหมู่บ้าน ไม่ได้เกรงกลัวต่อสิ่งที่ตนกำลังจะเผชิญ ยิ่งเข้าสู่ตอนกลางคืน ความคิดของฉันก็ยิ่งดิ่งลง
ค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวง ฉันทอดสายตามองไปยังน่านน้ำ ที่นี่มีลมพัดมาเอื่อย ๆ เลยทำให้ดูวังเวง แต่มันไม่น่ากลัวสำหรับฉันหรอก ไม่ต่างอะไรกับห้องที่ปิดไฟ ถึงจะมีแสงสลัว ๆ อยู่บ้างก็เถอะ
ฉันกุมมือขึ้นด้วยด้วยความหวัง อยากจะภาวนากับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ถ้าหากว่าพระเ้ามีจริง หากชาติหน้ามีจริง ฉันขอไม่เกิดมาเป็แบบนี้อีก
"เดินระวัง ๆ หน่อยลูก มัวทำท่าทางอะไรน่ะ ยิ่งเปลี่ยว ๆ อยู่"
"แม่ไม่รู้จักกังฟูแพนด้าหรอครับ"
"รู้ แต่เราต้องรีบกลับ ดึกดื่นป่านนี้น่ากลัว"
"ฉะแวบ ฉวิ้ง ๆ ฉับ ๆ ปิ้ว!"
ฟุ๊บ!
ร่างของคนอ้วนท้วมชนเข้ากับแผ่นหลังของฉันอย่างแรง
"ว๊ายตายแล้ว ชนพี่เขา ขอโทษพี่เขาเดี๋ยวนี้"
"ขอโทษครับพี่สาว"
"อ๋อ ไม่เป็ไรค่ะ"
"ไป รีบกลับบ้าน"
อุ้งมือน้อยของเด็กชายถูกผู้เป็แม่กระชากเดินไปด้วยความเร็ว เด็กหนุ่มคนนั้นหันกลับมามองที่ฉันอีกคราด้วยสีหน้าบึ้งตึงเพราะโดนแม่ดุ แต่ฉันเองก็คงทำได้เพียงยิ้มแห้ง ๆ ตอบกลับไป
เอาล่ะ มันคงถึงเวลาของฉันแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องปลดปล่อย
ร่างเล็กหลับตาลงพลางปีนขึ้นบนราวสะพาน จริง ๆ มันก็ดูน่ากลัวกว่าที่คิด แม้ว่าตนจะทำเป็ไม่ได้สนใจอะไรก็ตาม มือสองข้างจับที่ราวสะพานเพื่อพยุงตัวเอง
หญิงสาวหันกลับไปมองที่บ้านของตนซึ่งอยู่ไกล ๆ เหมือนเป็การบอกลา น้ำั์ตาก็ไหลอาบแก้มทันที นี่มันแย่กว่าที่คิดพอมาถึงจุดนี้
ฉันตัดสินใจที่จะปล่อยตัวตนของฉันหล่นลงสู่ด้านล่างตามความปรารถนา ภายในตาเห็นเพียงแม่น้ำสีครามที่ไม่มีแม้ที่สิ้นสุด คลื่นของมันซัดเข้ามาเหมือนหลอกล่อจิตใจของฉัน
"พร้อมแล้วที่จะทิ้งทุกอย่าง"
ฉันหลับตาลงก่อนที่ร่างกายจะัักับน้ำ
แต่ในขณะเดียวกัน โทรศัพท์ของฉันกลับแจ้งเตือนอยู่ตลอดเวลา
"เดี๋ยวก่อนสิ"
"เราไม่ดีใจเลยนะที่ชนะ"